ชาจีน

ตอนที่ 1 จีนบ้านเกิดของใบชา

จากรายการวัฒนธรรมจีน China Radio International thai.cri.cn

สวัสดีค่ะ ท่านผู้ฟังที่เคารพ จีนเป็นบ้านเกิดของใบชา ชาวจีนเป็นผู้พบต้นชารายแรกของโลก มีหลักฐานว่า ต้นชาป่าที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของโลกอยู่ที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน รายการวันนี้ ดิฉันขอเสนอเรื่อง "จีน---บ้านเกิดของใบชา" ให้ฟังค่ะ

เล่ากันว่า ย้อนไปถึงเมื่อกว่า 5,000 ปีก่อน พระจักรพรรดิเอี๋ยนตี้ของจีน ผู้ซึ่งเป็นนักชิมยาสมุนไพรต่างๆ นับร้อยอย่าง วันหนึ่งโดนพิษ 72 อย่าง โชคดีที่ได้แก้พิษด้วยชาในที่สุด

สมัยราชวงศ์ซีโจวหรือโจวตะวันตก (ปี 1066-771 ก่อนคริสต์ศักราช) ได้เกิดธุรกิจชาขึ้น ซึ่งถือเป็นธุรกิจชาที่เก่าแก่ที่สุดของจีน สมัยพระเจ้าโจวอู่หวังนั้น นครรัฐต่างๆ ที่อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้เคยส่งใบชาเป็นบรรณาการไปให้แก่พระเจ้าแผ่นดิน เวลานั้น ผู้คนรู้จักแต่เพียงนำชาไปเป็นอาหารประเภทผักเท่านั้น ต่อมาในสมัยชุนชิวจั้นกั๋ว ผู้คนเริ่มรู้จักนำชาไปเป็นอาหารประเภทน้ำดื่ม ส่วนวิธีการเพาะปลูกต้นชา กรรมวิธีการแปรรูปใบชาและวิถีการชงชาก็ค่อยๆ นำไปเผยแพร่สู่เขตพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแยงซีตอนกลางและตอนปลายตลอดจนเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้น

เมื่อเวลาเลยมาถึงสมัยราชวงศ์ฮั่น (ปี 206 ก่อนคริสต์ศักราช-ปีคริสต์ศักราช 220) การดื่มชาได้กลายมาเป็นประเพณีของชนชั้นปัญญาชนและชนชั้นขุนนาง นับจากนั้นมาก็ได้ปรากฏเอกสาร/จดหมายเหตุเกี่ยวกับเรื่องประเพณีการดื่มชาขึ้น โดยฉบับที่มีประวัติเก่าแก่ที่สุดคือ กาพย์กลอนเรื่อง "ถงเยว์" ผู้แต่งคือ หวังเป่า กวีราชวงศ์ฮั่น สมัยนั้น ใบชาจากมณฑลเสฉวนเป็นบรรณาการจิ้มก้องถึงนครฉางอันพระราชธานี กลายเป็นเครื่องดื่มสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางชั้นสูง ในช่วงดังกล่าว มีการเปิด "เส้นทางแห่งใบชา" ในทางทะเลขึ้น คือ ทูตของพระเจ้าฮั่นอู่ตี้จะออกเดินทางโดยเรือจากมณฑลกวางตุ้ง นำของฝากต่างๆ ไปยังประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ในนั้นก็มีใบชาด้วย ด้วยเหตุนี้ คำเรียก "ชา" ในประเทศต่างๆ ที่รับใบชาจากจีนจึงมีความเป็นมาจากคำเรียกชาตามภาษาฮกเกี้ยนของจีน และการดื่มชาในทั่วโลกล้วนมีแหล่งกำเนิดจากจีน

หนังสือทางประวัติศาสตร์ที่มีส่วนเกี่ยวกับการผลิตชาและการดื่มชาที่เก่าแก่ที่สุดของจีนคือ เรื่อง "กว๋างเอี่ย" ของสมัยสามก๊ก ผู้แต่งคือ จังอี หนังสือดังกล่าวบันทึกไว้ว่า จะนำใบชาไปทำเป็นรูปเปี๊ยะ ป่นให้ละเอียด แล้วนำใส่ลงเครื่องเคลือบ ราดน้ำร้อนที่ต้มไว้ และปรุงรสด้วยต้นหอมและขิงอีกที นอกจากนี้ หนังสือดังกล่าวยังบอกให้ผู้คนรู้ถึงสรรพคุณของชาว่า ใบชามีสรรพคุณในการ "แก้พิษสุราและแก้ง่วงนอน" ส่วนหนังสือเรื่อง "ทฤษฏีว่าด้วยอาหารการกิน" โดยฮว่าโถว (Hua Tuo) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า "การดื่มชาขมเป็นเวลานานจะเป็นประโยชน์ต่อการคิดการไตร่ตรอง" จากนี้สามารถเห็นได้ว่า การดื่มชาของผู้คนในสมัยนั้นยังให้ความสนใจกับคุณค่าด้านความเป็นยาของใบชาอีกด้วย

เริ่มตั้งแต่สมัยซีจิ้น (ปีคริสต์ศักราช 265-317) การดื่มชาพร้อมกับการพูดคุยได้กลายมาเป็นเรื่องแฟชั่น กระทั่งเป็นสัญลักษณ์แห่งจิตใจงดงามและมีคุณธรรมสูงส่ง ส่วนการรับรองแขกด้วยชาและผลไม้ก็กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเรียบง่ายและความไม่สุรุ่ยสุร่าย

สมัยหนันเป่ย์เฉา (ปีคริสต์ศักราช 420-589) พระเจ้าฉีอู่ตี้ได้เปิด "เส้นทางแห่งใบชา" ในทางบกขึ้น โดยนักธุรกิจตุรกีในสมัยนั้นจะนำใบชา สิ่งทอและเครื่องเคลือบจากจีนขนส่งไปยังตุรกีโดยทางบก แล้วค่อยนำไปสู่ดินแดนอื่นๆ ต่อ เช่น เปอร์เซียและอาหรับ เป็นต้น

 

ท่านใดมีความรู้เรื่องเกี่ยวกับใบชา หรือวิธีชงชาอย่างไร ช่วยกันนำเสนอถ่ายทอด ไว้ให้คนรุ่นใหม่ได้ทราบกัน คงจะดีไม่น้อย

vvvv โปรดติดตามตอนต่อไป vvvv

10 ยอดชาจีน

น้ำชา เป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับชาวจีนมานานหลายพันปี คนจีนค้นพบใบชา และใช้ประโยชน์จากใบชา โดยแรกเริ่ม พวกเราชาวจีนได้เริ่มเก็บเอาใบชาป่ามาทำยารักษาโรค ภายหลังจึงได้นำมาอบแห้ง แล้วชงเป็นเครื่องดื่ม และพัฒนามาเป็นน้ำชาแต่ละประเภท ชาวจีนได้ทำการปลูกต้นชามาตั้งแต่ในสมัย ชุนชิว-จ้านกว๋อ (รณรัฐ=สงครามระหว่างรัฐ) มาในสมัยราชวงศ์ฉิน ถึงราชวงศ์ฮั่น การปลูกต้นชาเริ่มมีตามแนวมณฑลเสฉวน ลงมาถึงมณฑลหยุนหนาน มาถึงสมัยราชวงศ์ถัง การปลูกชาได้กระจายไปในแต่ละมณฑลตามแถบลุ่มแม่น้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง)


ในแต่ละสมัยของอาณาจักรจีน ชาวจีนล้วนยิ่งมีประสบการณ์ในการปลูก การผลิตใบชา การเก็บรักษา และการชงดื่มไปอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งได้มีการบันทึกเป็นตำราฉบับหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงมาก ในสมัยราชวงศ์ถัง เมื่อปี ค.ศ.780 คือตำรา "ฉาจิง" ซึ่งว่าด้วยเรื่องใบชา โดยผู้เขียนคือ "ลู่ยวี่" บรมครูด้านใบชาในสมัยนั้น และตำรานี้ได้ตกทอดมาจนกระทั่งถึงสมัยปัจจุบัน

ชาจีนมีมากมายหลายประเภท แต่ถ้าแยกประเภทตามชนิดของสีในน้ำชา จะพบว่ามี ชาแดง ชาดำ ชาเขียว และ ชาขาว


ชาแดง
เป็นน้ำชาสีเข้มข้น แดงเหมือนเลือดนก กรรมวิธีการผลิตต้องใช้กระบวนการหมัก บางครั้งจึงเรียกว่า ชาหมัก


ชาดำ
เป็นชาที่เกิดขึ้นในภายหลัง ใช้ใบชาค่อนข้างแก่ มาหมัก แล้วบดเป็นชาผง ชาดำนี้เป็นที่นิยมของชาวอังกฤษซึ่งได้นำชาจีนไปเผยแพร่ในทวีปยุโรป แล้วดื่มผสมนม และน้ำตาล จึงมักเรียกว่า ชาฝรั่ง


ชาเขียว
เป็นชาที่นำยอดชาอ่อน มาผึ่งแดด แล้วอบแห้งในทันทีโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการหมัก น้ำชาที่ได้จึงมีสีเขียวสดใส


ชาขาว
ชาวจีนได้นำตาอ่อนของยอดชา กับ ใบชาอ่อน ๆ หลาย ๆ ชนิด มาอังกับเตาไฟให้แห้งสนิท น้ำชาที่ได้จึงมีสีขาว


ปัจจุบัน
ในประเทศจีนมีผลิตภัณฑ์จากชามากมายหลายชนิดต้นชาส่วนใหญ่ในประเทศจีนส่วนมากนิยมปลูกกันตามแถบตอนใต้ของแม่น้ำฉางเจียงลงมา ไหงได้รวบรวมสุดยอดชาจีนทั้งหมดที่ชาวจีนในประเทศจีนนิยมชมชอบและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอยู่ 10 ชนิด โดยแต่ละชนิดเป็นชาที่มีชื่อเสียงโดดเด่นในแต่ละมณฑล โดยมณฑลที่มีชาเลื่องชื่ออยู่มากที่สุดคือ ฝูเจี้ยน 10 ยอดชาจีนที่เลื่องชื่อลือชา มีดังนี่


1.ชา "ฉีเหมิน"
ตั้งชื่อตามเมืองฉีเหมิน มณฑลอานฮุย ซึ่งเป็นแหล่งผลิต ชาฉีเหมินจัดว่าเป็นชาชนิดเข้มข้น ดื่มแล้วชุ่มฉ่ำ หอมติดปากติดคอ ชาวจีนในปักกิ่งนิยมดื่มชาฉีเหมินนี้มาก


2.ชา "หลงจิ่ง"
หรือสระมังกร แห่งทะเลสาปซีหู เมืองหางโจว มณฑลเจ๋อเจียง ชาหลงจิ่งเป็นชาเขียว ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด น้ำชาหลงจิ่งมีสีเขียวเหมือนมรกต ชาหลงจิ่งเป็นที่นิยมของคอชารุ่นใหม่


3.ชา "ปิ๊เหลยชุน"
แห่งเมือง อู๋ ของมณฑลเจียงซู ในอดีต จักรพรรดิ์เฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง ได้เสด็จประพาสต้นมายังมณฑลเจียงซู แล้วได้เสวยชาปิ๊เหลยชุนนี้แล้วทรงประทับใจในรสชาติ ได้ทรงยกย่องชานี้ว่าเป็นไข่มุกงามของเจียงซู


4.ชา "เหมาเฟิง"
เป็นชาที่ปลูกในแถบภูเขาหวงซาน มณฑลอานฮุย ชาชนิดนี้ในอดีตจัดเป็นเครื่องราชบรรณาการไปยังราชสำนักชิงเช่นกัน


5.ชา "ลิ่วอันกวาเพียน"
แห่งเทือกเขาต้าเปียซาน ในมณฑลอานฮุย ชานี้ ในสมัยสงครามกลางเมืองระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์จีนกับพรรคกว๋อหมินต่าง ประธานเหมาเจ๋อตุง ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ ได้ไปตั้งศูนย์การนำพรรคที่ภูเขาต้าเปียซาน ได้เคยดื่มชาลิ่วอันกวาเพียนนี้แล้รู้สึกประทับใจในรสชาติของชานี้ ภายหลังเมื่อได้เป็นผู้นำประเทศแล้วยังดื่มชาลิ่วอันกวาเพียน ในทำเนียบจงหนานไห่อยู่เป็นประจำ "ฮ่าวซึด"


6.ชา "หวู่หยีหยานฉา" หรือ "วูหลงฉา"
แห่งภูเขาอู๋อี๋ซาน ของมณฑลฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) ชาวูหลงหรือมังกรดำ นับว่าเป็นชาที่รู้จักกันมากที่สุดในบรรดาชาวจีนโพ้นทะเลรวมทั้งในประเทศไทยของเรา ชาวูหลงเป็นชากึ่งหมัก มีสีเหลืองอำพัน รสชาติชุ่มคอ หอมติดอกติดใจ ชาวูหลงนี้มี เบอร์ 12 เบอร์ 17 และวูหลงก้านอ่อน ซึ่งให้ความหอมและรสชาติที่แตกต่างกันไป


7.ชา "เถียะกวนยิน" หรือ "เที๊ยะกวนอิม"
แห่งมณฑลฝูเจี้ยน ชาเถียะกวนยินนี้เป็นชาที่มีราคาแพงมาก

วูหลงฉา และ เถียะกวนยินฉา ได้รับการยกย่องว่าเป็น 2 ไข่มุกงามแห่งมณฑลฮกเกี้ยน (ฝูเจี้ยน)


8."หมอลี่ฮวาฉา" หรือ ชาดอกมะลิ
ของมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งได้นำดอกมะลิอบแห้งผสมกับชาเขียวหรือชาวูหลง นับว่าอยู่ในชั้นเลิศของบรรดาชากลิ่นดอกไม้ ซึ่งชาดอกมะลิเป็นที่นิยมชมชอบของชาวจีนในภาคเหนือเป็นอย่างมาก


9.ชา "ไป๋เห่าเหยินเจิน"
เป็นชาที่ปลูกทางภาคเหนือของมณฑลฝูเจี้ยน ในอดีตต้องจัดเป็นเครื่องราชบรรนาการสู่ราชสำนักมิได้ขาด


10.ชา "ผู่เอ๋อร์"
เป็นชาที่ปลูกทางภาคใต้ของมณฑลหยุนหนาน ที่อำเภอผู่เอ๋อร์ โดยชนชาติหยี ซึ่งเป็นชนชาติส่วนน้อยของมณฑลหยุนหนาน ชาผู่เอ๋อร์ นับว่าเป็นชาที่ดังและมาแรงมากในปัจจุบัน เปรียบกันว่ามีราคาเท่ากับทองคำเลยทีเดียว ชาผู่เอ๋อร์เป็นชาหมัก น้ำชามีสีดำ ชาชนิดนี้ผู้ใดได้ดื่มเป็นครั้งแรกจะรู้สึกว่ามีกลิ่นแรงและรสชาติเข้มข้นมาก แต่เมื่อดื่มเป็นครั้งต่อ ๆ ไปจะรู้สึกติดใจจนลืมไม่ลง ชาผู่เอ๋อร์มีกรรมวิธีการผลิดโดยการหมักไว้ในเข่งตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่และรองด้วยใบตอง หมักแล้วอัดเป็นก้อนตั้งแต่ขนาดเท่าหัวแม่มือ ไปจนถึงขนาดเท่าโต๊ะกลม ๆ แล้วเก็บไว้ตั้งแต่ 1 ปี 5 ปี 10 ปี ไปจนถึง 20 ปี แล้วนำออกขาย

ชาจีน นับว่ามีความผูกพันธ์กับชาวจีนมานานจนแยกจากกันไม่ออก ชาวจีนได้ดื่มน้ำชาเป็นกิจวัตรประจำวัน ซึ่งในบรรดาชาวจีนที่มีรสนิยมในการดื่มชาอย่างละเมียดละไมที่สุดเป็นที่รู้กันในหมู่คนจีนทั่วไป คือจีนแต้จิ๋ว

คุณประโยชน์ของน้ำชาจีน

สมาชิกทุกท่านครับ ในน้ำชาจีนที่เราชงดื่มกินกันอยู่ในขณะนี้นั้น ท่านทราบหรือไม่ครับว่า นอกจากกลิ่นและรสชาติที่นุ่มนวล หรือเข้มข้น ตามชนิดของใบชานั้น น้ำชา มีคุณประโยชน์ที่มากมายมหาศาล ปัจจุบัน เป็นที่ยืนยันและการยอมรับจากหลายสถาบันที่ค้นพบแล้วว่า ใบชาจีน มีสารอาหาร และสิ่งประกอบที่เป็นประโยชน์ ต่อร่างกายของมนุษย์เรา อย่างไร

ภายในใบอ่อนไปจนถึงยอดตูมของชา มีสารที่เป็นประโยชน์มากมายหลายชนิดที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย เช่น โพลิฟินนอล แคททาซิน แทนนิน โปรตีน คาร์โบไฮเดรท วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินบีคอมเพล็ก ฟลูออไรด์ มังกานีส โปรแตสเซียม สังกะสี

สารต่าง ๆ เหล่านี้ช่วยให้ประโยชน์ต่อร่างกาย คือ

- ช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แข็งแรง และคลายความเครียด

- ช่วยย่อยอาหารและลดการดูดซึมของไขมันในร่างกาย กล่าวคือช่วยละลายไขมันนั่นเอง

- ช่วยดับกลิ่นปาก และป้องกันฟันผุ

- ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปากและท้อง

- ช่วยควบคุมระดับคลอเรสเตอรอลและลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ ในร่างกาย

- ช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกระตุ้นระบบไหลเวียนของโลหิตในหลอดเลือด ช่วยขยายหลอดเลือด บรรเทาอาการปวดศรีษะแบบไมเกรน ป้องกันโรคหัวใจตีบตัน

- รักษาอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด รักษาอาการเจ็บหน้าอก รักษาโรคหวัด และช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย

- ช่วยชำระล้างสารพิษให้ออกจากร่างกาย และยังช่วยขยายหลอดลม

- ลดน้ำตาลและคลอเรสเตอรอลในเลือด และลดอัตราการแบ่งตัวของไวรัส

นอกจากนี้ในน้ำชายังมีสารช่วยต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นอนุมูลที่ทำให้เกิดการเสื่อมสลายของเซลล์ในร่างกาย ทำให้เป็นพิษต่อเซลล์ต่าง ๆ อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง

สมาชิกทุกท่านครับ เมื่อได้ทราบว่าในใบชาและน้ำชาของเรามีคุณประโยชน์มากมายถึงเพียงนี้ พวกเราทุกคนหันมาดื่มชาจีนกันเถอะครับ ในประเทศไทยของเรามีชาจีนดี ๆ ขายและมีราคาประหยัด แถมทั้งคุณภาพยังสู้ชาจากประเทศจีน และไต้หวันได้สบาย ในตอนหน้า ไหงจะเขียนถึงเรื่อง "สุดยอดชาไทย" ให้ทุกท่านได้อ่านกันนะครับ

วิธีชงชาให้ได้รสชาติ

     ขอขอบคุณที่บรรดาสมาชิกให้ความสนใจในเนื้อหาของชาจีนที่ได้นำมาเล่าสู่กันฟัง ต่อไปนี้ ไหง จะบอกขั้นตอนวิธีชงชาจีนดื่ม

ให้คุณท้ายแถว และสมาชิกชุมชนของเรา ได้นำไปชงดื่มที่บ้าน ให้ชุ่มฉ่ำชื่นคอ

     วิธีชงชาถึงแม้ว่าจะไม่ยากนัก แต่มีขั้นตอนที่ค่อย ๆ ชงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ต้องเร่งรีบ เรามาทำการชงกันเลยนะครับ

     เริ่มแรก ทุกท่านจะต้องเตรียมกาน้ำชา หรือปั้นชามาก่อน ไม่ต้องใช้ขนาดใหญ่มากนัก เดี๋ยวจะเปลืองใบชา กาน้ำชาถ้าจะให้ดีจะต้องเป็นกาดิน หรือถ้าหาไม่ได้ก็เป็นเซรามิคถือว่าใช้ได้ กาน้ำชาจากประเทศจีนหรือไต้หวัน เดี๋ยวนี้หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายใบชาทั่ว ๆ ไป หรือถ้าใครได้ไปแถวเยาวราชก็มีให้เลือกมาก แต่ถ้าใครไปถึงเชียงรายก็จะมีของแท้นำเข้าจากจีนและไต้หวันให้เลือกซื้อได้ในราคาถูก

     เมื่อได้กาน้ำชามาแล้วให้เตรียมน้ำสะอาดร้อน ๆ จนถึงเกือบเดือดที่อุณหภูมิ 90 - 100 องศาเซลเซียส

     นำเอาใบชา ถ้าเป็นชาม้วน ใส่เข้าไปในกา 1 ส่วน 3 ของกาน้ำชา ถ้าเป็นชาใบ(ไม่ม้วน) ใส่ 2 ใน 3 ของกาน้ำชา

     อ้อ! ลืมไปครับ ก่อนจะเอาใบชาใส่ลงไป ให้เอาน้ำร้อนลวกกาน้ำชาและถ้วยชาก่อน เพื่อกระตุ้นกลิ่นไอดินของกาน้ำชาและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กาดิน ป้องกันไม่ให้กา ดูดเอากลิ่นชาที่หอมหวนเข้าไป

     ต่อไป เทน้ำร้อนเข้าไปให้เต็มกา แล้วเททิ้งทันที ที่ทำอย่างนี้ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นให้ใบชาตื่นตัว แตกใบออก เป็นการกระตุ้นสารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในใบชาให้พร้อมที่จะระเหยออกมา

     เมื่อเทน้ำทิ้งในทันทีแล้ว ก็เติมน้ำร้อนเข้าไปใหม่ ทีนี้ ให้ทิ้งไว้สักประมาณ 60 - 80 วินาที อย่าให้เกิน เพื่อให้รสชาติของชาออกมาจากใบชา สารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ ก็จะออกมาในตอนนี้ ถ้ายังมีน้ำร้อนอยู่ให้เทราดลงไปบนกาน้ำชาที่ปิดฝาอยู่ เพื่อเป็นการควบคุมความหอมของกลิ่นชา ไม่ให้ระเหยออกมาจากตัวกา เสร็จแล้ว รินใส่ถ้วย พร้อมดื่มได้ทันที

     พูดถึงถ้วยชา มีอยู่ 2 แบบ แบบแรกเป็นแบบทั่วไป ที่เราเคยเห็นกันและคุ้นเคยกันดี ที่เป็นจอก ๆ เล็ก ๆ แต่แบบที่สองเป็นแบบที่ให้ความละเมียดละไมในการดื่ม ซึ่งเป็นแบบหยุนหนาน ถ้วยชาแบบนี้ มี 2 ชิ้น ชิ้นแรก เป็นถ้วยสำหรับดื่ม ชิ้นที่ 2 เป็นถ้วยสำหรับสูดกลิ่น การเท ให้เทน้ำชาลงในชิ้นที่ 2 ที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอก เทให้เต็มถ้วย แล้วเอาชิ้นแรกที่เป็นถ้วยดื่ม เข้าประกบแล้วคว่ำลง น้ำชาจะอยู่ในถ้วยทรงกระบอก ไม่ไหลลงมา การดื่ม ให้ยกถ้วยทรงกระบอกขึ้นมา น้ำชาจะไหลลงมายังถ้วยดื่ม ให้ท่านเอาถ้วยสำหรับสูดกลิ่นที่เป็นทรงกระบอก มาดมเพื่อสูดกลิ่นอันหอมหวลของชา นอกจากนี้ ท่านยังสามารถเอาถ้วยมาอังยังลูกกะตาของท่าน เพื่อให้ไอของน้ำชา เข้าไปสัมผัสกับลูกตา เป็นการเพิ่มความสดชื่นให้กับเราได้อย่างน่าประหลาด นอกจากนี้ ท่านยังสามารถนำถ้วยทรงกระบอกนี้ คลึงไปคลึงมาบนฝ่ามือของท่าน เพื่อเป็นการคลายเมื่อย

     ประโยชน์ของถ้วยชาแบบหยุนหนานมีมากหลายประการ ปัจจุบันจึงเป็นที่นิยมของนักดื่มชาทั่วไปมาก

     นอกจากการชงชาลงบนกาน้ำชาแบบโบราณแล้ว ปัจจุบัน ยังมีแก้วชงชาแบบสมัยใหม่ ที่สะดวกสบายและให้รสชาติกลิ่นชาได้ไม่แพ้กาน้ำชา แก้วชงชานี้มีลักษณะเป็นแก้วทรงสูง มีอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นที่ใส่ใบชา และมีปุ่มลูกกลิ้งกันไว้ไม่ให้น้ำชาไหลออก วิธีชงก็เอาใบชาใส่ลงไปในแก้วส่วนนี้ เทน้ำร้อนเข้าไปแล้วเทออกทันที เหมือนกับวิธีชงแบบกาน้ำชา แล้วเอาน้ำร้อนเทเข้าไปใหม่ทิ้งไว้เหมือนกัน 1 นาที วิธีรินน้ำออกจากแก้วจะมีปุ่มยาว ๆ ให้กดลงแล้วลูกกลิ้งจะเปิดออกปล่อยให้น้ำชาไหลลงมายังแก้วส่วนที่สองที่อยู่ด้านล่าง

     แก้วชงชาแบบสมัยใหม่นี้ก็เป็นที่นิยม และสะดวกสบายมาก ถูกกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ แต่มีราคาค่อนข้างแพง มีราคาอยู่ในระหว่าง 450 - 800 กว่าบาท เพราะเป็นของนำเข้า

     มาถึงตรงนี้ คิดว่าทุกท่านคงจะทราบขั้นตอนการชงชาที่ง่าย ๆ แล้วทดลองชงดูที่บ้าน จะได้ซึมซับรสชาติและกลิ่นชาอย่างละเมียดละไม ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกับการดื่มน้ำชา ต่อไป

     ลืมบอกไปครับ ใบชาที่เราชงดื่มครั้งแรก สามารถชงต่อไปได้อีก 3 - 4 ครั้ง จนจืด ใบชาที่ชงแล้วอย่าทิ้งนะครับ เอาไปตากแห้งยัดหมอนแทนนุ่น ช่วยให้นอนหลับฝันดี หรือใครจะเอาใบชาที่ชงแล้ว ไปประกอบอาหารเป็นยำใบชา ก็อร่อยดีนะครับ อีกอย่าง น้ำชาที่ชงแล้ว ให้รินออกจากใบชาให้หมด อย่าแช่ทิ้งไว้ เพื่อป้องกันการเกิดท้องผูก และไม่ให้ชาเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ

สุดยอดชาไทย

          ภาคเหนือสุดของประเทศไทย ที่จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย ตามยอดดอยต่าง ๆ จะมีต้นชาป่าที่เป็นชาพันธุ์อัสสัม ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวพื้นเมืองภาคเหนือ ได้นำใบชาแก่มาหมักดองไว้เพื่ออมเล่นในกิจวัตรประจำวันมาเป็นเวลานานมากแล้ว คนเหนือเรียกใบชาหมักนี้ว่า "เมี่ยง" เมี่ยงเป็นที่นิยมบริโภคกันในหมู่คนเมืองล้านนาทั่วทั้งภาคไปจนถึงชาว ไต กลุ่มต่าง ๆ ในหยุนหนาน รัฐฉาน และลาว

          ใบชาอัสสัมนี้คนเมืองเด็ดใบแก่มาทำเมี่ยง แต่ยอดอ่อนก็นำมาอบเป็นใบชาแห้งไว้ชงดื่มเช่นกัน

          จังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดที่มีชาวจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หนึ่งในชาวจีนกลุ่มต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในเชียงรายคือชาวจีน "หยุนหนาน" ชาวจีนหยุนหนานเข้ามาค้าขายและตั้งรกรากอยู่ในภาคเหนือที่เชี่ยงรายและเชียงใหม่โดยขบวนคาราวานม้าต่างสินค้ามาเป็นเวลาหลายร้อยปี แต่กลุ่มชาวหยุนหนานอพยพที่เข้ามาในเชียงรายและเชียงใหม่ จำนวนมากที่สุดมาในช่วงระยะเวลา 50 - 60 กว่าปีที่ผ่านมานี้เอง โดยเป็นขบวนกองกำลังทหารพลัดถิ่นของรัฐบาลจีนกว๋อหมินตั่งหรือจีนคณะชาติ คือ กองพลที่ 93 และภายหลังได้อพยพครอบครัวลูกเมียตามมาสมทบอีกเป็นจำนวนมาก ในจังหวัดเชียงรายมีหมู่บ้านชาวจีนหยุนหนานอยู่มากมายหลายแห่ง ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย ได้แก่ บ้านสันติคีรีแห่งดอยแม่สลอง กับ บ้านเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง ดอยผาตั้งและภูชี้ฟ้า เป็นต้น ซึ่งตามภูดอยเหล่านี้ ล้วนมีไร่ชาจีนที่สุดแสนสวยงามตั้งอยู่แทบทั้งสิ้น

          ชาวหยุนหนานส่วนมากเป็นครอบครัวอดีตทหารกองพล 93 กว๋อหมินตั่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลไต้หวันซึ่งที่ผ่านมายังต้องคอยดูแลคนเหล่านี้อยู่ เมื่อชาวหยุนหนานเหล่านี้ได้เดินทางไปติดต่อธุรกิจและส่งลูกหลานไปเล่าเรียนในไต้หวัน สิ่งหนึ่งที่พวกเขาได้นำติดตัวกลับมาจากไต้หวันด้วย สิ่งนั้นคือ "ต้นกล้าชาพันธุ์ดี"

          นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ตามยอดดอยต่าง ๆ ที่ชาวไทยเชื้อสายหยุนหนาน อาศัยอยู่ ได้มีการทดลองปลูกต้นชา ซึ่งปรากฏว่าเป็นที่ได้ผล ในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา จึงได้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ และนับว่าได้ผลเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่นั้นมา การผลิดชาจีน จึงกลายเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของชาวหยุนหนานในจังหวัดเชียงราย ได้ทดแทนการปลูกฝิ่น หันมาผลิตชาชั้นดีวางขายแทนรายได้จากการค้าของเถื่อนและผงขาว

          เมื่อถึงยุคปัจจุบัน ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา การผลิดและการค้าขายชาจีน ของชาวไทยเชื้อสายหยุนหนานเชียงราย ได้เป็นยุคที่รุ่งเรืองถึงที่สุด มาในช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีการส่งเสริมสินค้าโอทอป ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายแต่ละคนก็ได้หันมาสนใจและส่งเสริมการผลิตชาจีนอย่างถึงที่สุด จนปัจจุบันนี้ สินค้าชาจีน นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดของจังหวัดเชียงราย

          กล่าวถึงชาจีนของเชียงราย ในด้านพื้นที่เพาะปลูกและการผลิต มีในอำเภอ เวียงป่าเป้า ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับอำเภอดอยสะเก็ดจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอนี้เป็นบ้านเกิดของพื้นที่ผลิตใบเมี่ยง การผลิตชาของที่นี่จึงเป็นชาที่ผลิตมาอย่างยาวนาน โดยเป็นอำเภอเดียวของเชียงรายทื่มีชาวแต้จิ๋ว และชาวฮากกาจากอำเภอฮงสุน เป็นเจ้าของโรงงานผลิตใบชา ส่วนใหญ่ของชาที่นี้เป็นชาที่ผลิตป้อนย่านเยาวราช และส่งโรงงานใบชาตรา 3 ม้า หรือพูดง่าย ๆ ว่าใบชาบรรจุกล่องที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป ส่วนใหญ่ มาจากที่นี่

         ถัดจากอำเภอเวียงป่าเป้าไป จะเป็นพื้นที่ของอำเภอแม่สรวย อำเภอนี้มีหมู่บ้านชาวหยุนหนานที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ไม่แพ้ดอยแม่สลอง คือ ดอยวาวี และ ดอยช้าง อันเป็นแหล่งกำเนิดของ "กาแฟดอยช้าง" ที่โด่งดังไปทั่วโลก เอาไว้โอกาสต่อไป ไหงจะค่อยเล่าให้อ่านเกี่ยวกับกาแฟดอยช้าง

          ชาที่ผลิตจากดอยวาวีนี้ มีชื่อเสียงมาก พอ ๆ กับชาของดอยแม่สลอง และที่สำคัญ ดอยช้าง อันเป็นพื้นที่ติดกับดอยวาวีมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดแสนสวยงาม ได้มีการค้นพบต้นชาโบราณ ที่นักพฤกษศาสตร์ ได้พิสูจน์แล้วว่า มีอายุไม่ต่ำกว่า 1 พันปี และกำลังหาโอกาสเปรียบเทียบกับ ต้นชาโบราณของจีน ที่ต้าหลี่มณฑลหยุนหนาน ว่าของใครมีอายุมากกว่ากัน ขณะนี้ทางจังหวัดกำลังพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ

          ถัดจากอำเภอแม่สรวยเป็นพื้นที่ของอำเภอแม่ลาว อำเภอนี้มีไร่ชาที่สำคัญ และเป็นพื้นที่ปลูกชาตัวอย่างของจังหวัด คือไร่ชา "สุวิรุฬห์" อันเป็นไร่ชาปลอดสารพิษ ที่เรียกว่าชาอินทรีย์ ซึ่งเจ้าของ ได้ค้นพบว่า ไร่ชาไม่จำเป็นต้องปลูกบนดอยสูง ไร่ชาของที่นี่จึงอยู่บนพื้นที่ราบ

          พื้นที่ที่สำคัญของการปลูกชาเชียงราย ที่มีไร่ชากระจายอยู่อย่างหนาแน่นต่อไป  ได้แก่ดอยแม่สลอง และดอยบ้านเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง รวมทั้งดอยตุง อำเภอเดียวกัน ที่นี่ เป็นแหล่งผลิตชามากมายหลายสิบยี่ห้อ และเป็นพื้นที่ ที่ปลูกชามากที่สุดในจังหวัดเชียงราย

          พูดถึงพื้นที่ท่องเที่ยวเพาะปลูกไร่ชากันไปแล้วต่อไป ไหงจะพูดให้อ่านถึงเรื่อง สุดยอดชาไทย หรือสุดยอดของชาเชียงรายเสียที ชาเชียงรายที่ผลิดขาย มีผลิตภัณฑ์มากมายหลายชนิดที่แต่ละเจ้าคิดค้นกันออกมาวางขายในท้องตลาด แต่ที่เป็นขนานดังเดิมที่สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ได้แก่

          1.  ชาเขียว ชาเขียวของเชียงรายเป็นสุดยอดชาเขียวที่มีรสชาติและคุณภาพไม่แพ้ชาชื่อดังของจีน และไต้หวัน ที่สำคัญมีราคาประหยัด และถูกกว่าชาประเทศจีนและไต้หวันหลายเท่า

          2.  ชาวูหลง ชานี้ เป็นสุดยอดของชาเชียงราย ที่นำยอดใบชาพันธุ์ดี นำมาเข้าสู่กระบวนการผลิดที่เรียกว่าเป็นชากึ่งหมักแล้วนำไปกระตุ้นให้สารแร่ธาตุในใบชาเกิดความตื่นตัว และนำใบเข้าเครื่องม้วน แล้วอบให้แห้ง

          ชาวูหลงของเชียงราย มี 4 ชนิด คือ วูหลงก้านอ่อน มีรสชาติที่สุดแสนจะนุ่มนวล และหอมมาก เป็นชาวูหลงที่มีราคาแพงมากที่สุด ต่อไปเป็นชาวูหลง เบอร์ 12 มีกลิ่นหอมละมุน และวูหลงเบอร์ 17 ที่มีกลิ่นหอมเคล้าด้วยรสชาติที่เข้มข้น เหมาะสำหรับคอชาที่ชื่นชอบชารสเข้ม ชาวูหลงทั้ง 3 ชนิดนี้แตกต่างกันที่ความอ่อนของใบชาและขั้นตอนการผลิด จึงมีราคาที่แตกต่างกันไป รวมทั้งรสที่แตกต่าง ความชื่นชอบขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลไป ชาวูหลงอีกแบบหนึ่งคือการที่ผู้ผลิตนำเอาวูหลงแต่ละชนิด นำไปผสมกับดอกไม้ เช่น วูหลงหอมหมื่นลี้ ที่นำเอาชาวูหลงผสมกับ ดอกกุ้ยฮวาหรือดอกหอมหมื่นลี้ ชานี้จึงมีรสและกลิ่นที่หอมผสมผสานกันระหว่างกลิ่นชาและกลิ่นดอกกุ้ยฮวา ชาวูหลงดอกมะลิ  เป็นต้น

          3.  ชาผสม เป็นชาจีนที่ประยุกต์ ผสมกับสมุนไพรต่าง ๆ เช่น ชามะระ ชาดอกคำฝอย เป็นต้น

          ผู้ผลิตใบชา

          ในเชียงรายมีผลิตภัณฑ์ชามากมายหลายยี่ห้อซึ่งแต่ละยี่ห้อนั้นล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและรสชาติสุดยอดของชาทั้งนั้น แต่ในที่นี้ ไหงจะขอแนะนำ สุดยอดชาเชียงราย ที่เป็น ชาอินทรีย์ ปลอดสารพิษ 5 ราย ให้ท่านได้รู้จัก ได้แก่

          1.  ชา "ฉุยฟง" ชายี่ห้อฉุยฟง เจ้าของ 2 สามีภรรยา เป็นชาวบ้านหัวแม่คำ ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการผู้ผลิตใบชาให้ความเคารพนับถือ ไร่ชาฉุยฟงอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง เป็นไร่ชาอยู่ในหุบเขามีทัศนียภาพที่สุดแสนสวยงาม ร้านชาฉุยฟง ตั้งอยู่เลยปากทางขี้นดอยแม่สลองไปประมาณ 200 เมตร อยู่ทางขวามือ ไปทางอำเภอแม่สาย

          2.  ชา "สุวิรุฬห์ชาไทย" สุวิรุฬห์ชา เป็นชาที่มีชื่อเสียงโด่งดังของจังหวัด มีผลิตภัณฑ์จากชามากมายหลายประเภท ไร่ชาสุวิรุฬห์ เป็นไร่ชาตัวอย่างของจังหวัดเชียงรายที่แสดงให้นักวิชาการและผู้สนใจเข้าทัศนศึกษา ไร่ชาตั้งอยู่ที่ อำเภอแม่ลาว ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงรายมากนัก ประมาณ 10 กว่ากิโล เป็นไร่ชาพื้นราบ เจ้าขอ่งเป็นชาวหุย หรือชาวหยุนหนานที่นับถือศาสนาอิสลาม ร้านชาสุวิรุฬห์ ตั้งอยู่ใจกลางตัวเมืองเชียงรายบนถนนธนาลัย ถ้าใครไปเที่ยวเมืองเชียงรายจะสามารถไปเลือกซื้อหาผลิตภัณฑ์จากชาที่ร้านสุวิรุฬห์นี้ได้ง่ายที่สุด

          3.  ใบชา "โชคจำเริญ" ชาโชคจำเริญ ตั้งอยู่ที่บ้านสันติคีรี บนดอยแม่สลอง อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดและมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ บนดอยแม่สลองท่านจะมีความรู้สึกว่าเหมือนอยู่ในประเทศจีน ถ้าจำไม่ผิด ไหง จะรู้สึกว่าชาโชคจำเริญ จะมีภัตตาคารอาหารจีน หยุนหนาน อยู่ที่บนดอยแม่สลองด้วย

          4.  ชา "101" และ  5. "วังพุดตาล" โรงงานผลิตชาทั้ง 2 ยี่ห้อนี้ ตั้งอยู่บนดอยแม่สลองเช่นกัน ดังนั้น จึงสามารถสรุปได้ว่าบนดอยแม่สลองอำเภอแม่ฟ้าหลวง เป็นสถานที่ที่มีไร่ชาและโรงงานผลิตใบชามากที่สุด ถ้าท่านมาเยือนจังหวัดเชียงรายและมาเที่ยวชมดอยแม่สลอง ท่านสามารถมาดูโรงงานผลิตใบชาได้อย่างสะดวกสบาย 

          เจ้าของผลิตภัณฑ์ชา ทั้ง 5 รายนี้ เป็นสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองจากจังหวัดว่าเป็นผู้ผลิตที่มีคุณภาพ และเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ ส่วนใครจะมีส่วนแบ่งตลาดหรือยอดขายขนาดไหน นั้น ไหงไม่อาจทราบได้แต่ที่ไหงรู้จักและเข้าใจว่าเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดและมีผลิตภัณฑ์ชามากที่สุด คือ ฉุยฟง กับ สุวิรุฬห์ 2 เจ้านี้

           ลืมพูดถึงเรื่องราคาชา ชาวูหลงมีราคาประมาณ ตั้งแต่กิโลกรัมละ 800 ถึง 4,000 บาท เฉพาะชาเชียงรายนะครับ และเป็นที่น่ายินดีว่า ในขณะนี้ ผู้ผลิตชาเชียงราย สามารถไปเปิดตลาดสินค้าของจังหวัด ได้ถึงตลาดกลางค้าใบชาในมณฑลหยุนหนานของจีนได้แล้ว มีใบสั่งให้ส่งชาชั้นดี รวมกัน ถ้าจำไม่ผิด อยู่ที่ยอดรวมปีละ 240 ล้านบาท นับว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตได้อย่างมากมายเชียวนะครับ

           ขอแถมท้ายให้อีกหน่อย ถ้าท่านมาเที่ยวเชียงรายโดยขับรถผ่านมาทางจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างถนนสาย เชียงใหม่-เชียงราย บริเวณหมู่บ้านแม่ขะจาน อำเภอเวียงป่าเป้า ที่หน้าตลาดสด จะมีร้านขายชาอยู่ร้านหนึ่ง ชื่อว่า ร้านชา "คุนกี่" ขอให้ท่านแวะเยี่ยมร้านขายชาร้านนี้หน่อย เพื่อจะได้อุดหนุน และพูดภาษาฮากกาสำเนียงฮงสุนกับเจ้าของร้านได้ เพราะร้านชาคุนกี่นี้ เป็นผู้ผลิตชาเชียงรายเพียงรายเดียวที่เป็นชาวฮากกายังไงละครับ

   

น้ำมันเมล็ดชา

น้ำมันเมล็ดชาWink

เป็นน้ำมันที่นิยมใช้กันมานานกว่า 1000 ปี ทางใต้ของจีน เช่นในมลฑลหูหนาน เป็นน้ำมันที่สกัดจากเมล็ดดอกชาคามิเลียโอลิเฟร่า โดยวิธีการหีบเย็น ปัจจุบันต้นชาคามิเลียโอลิเฟร่าได้นำมาปลูกที่ อ.แม่ฟ้าหลวง เพื่อการศึกษาในโครงการและพัฒนาการปลูกชาน้ำมันมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อค้นคว้าสายพันธุ์ี่เหมาะสมในการปลูกที่ประเทศไทย

"น้ำมันเมล็ดชา" เป็นน้ำมันที่ได้รับสมญานามว่าเป็นน้ำมันมะกอกแห่งตะวันออก เพราะจากการศึกษา่วิจัยทางวิทยาศาสตร์การอาหาร พบว่าามีสัดส่วนของกรดไขมัน ชนิดต่างๆในประมาณที่ดีไม่ด้อยไปกว่าน้ำมันะกอก เช่น ไขมันอิ่มตัว (ไขมันไม่ดี) ต่ำ มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (ไขมันดี) สูง กรดโอเลอิก (โอเมก้า 9) สูงถึง 88% ไม่มีกรดไขมันทรานซ์ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ บี และดี มีสารแคททีซีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระัสูง ในรูปสารโพลีฟีนอล จึงช่วยป้องกัน และมีส่วนช่วยลดระดับแอลดีแอล (คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี) จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดตีบ และป้องกันการอักเสบของเนื้อเยื่อ เหมาะสำหรับใช้ปรุงอาหาร เพราะมีุจุดเดือดสูงถึง252 องศาเซลเซียส

จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ห่วงใยสุขภาพ อย่าลืมออกกำลังกายด้วยล่ะ ดีที่สุด

  อ้างอิง : ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ คอลัมน์โลกเกษตร.ไทยรัฐ

 

ภาพกิจกรรมบุคลากรของ www.hakkapeople.com

                 ตามที่ได้เคยเรียนไปแล้วว่า จาการที่ชุมชนฮากกาออนไลน์ของเรา ถือกำเนิดเกิดขึ้นมา เมื่อใกล้ ๆ จะ 4 ปี แล้ว ไหงก็ได้เข้ามาเป็นสมาชิก รุ่นแรก ๆ ประมาณ เดือนที่ 2 ของการเปิดตัว แล้วหลังจากนั้น ไหง่ก็เขียน ๆ ๆ เรื่องราว ต่าง ๆ ที่ไหงอยากเขียน เขียนแบบว่าอัดอั้นมานาน เพราะไม่มีเวทีให้ระบายความรู้(จากการอ่าน) ให้ใครได้ฟัง ไหง่จึงถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์ ของไหง่ และการศึกษาเล่าเรียน ในด้านของความเป็นจีน และจีนฮากกา มาถ่ายทอด แบบถูกบ้าง ผิดบ้าง ค้นคว้าหามาถ่ายทอดบ้าง เขียนประวัติศาสตร์จีนแนวนวนิยาย บ้าง ฯลฯ 

                 สุดท้ายเมื่อกลางเดือน พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา ทางผู้จัดงาน "มิราเคิล ที แอนด์ เค้ก" ให้กับศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ได้สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสุดยอดของชาในโลกใบนี้ ในส่วนของชาจีน เขาได้เข้ามาค้นพบจากการนำทางของอากู๋ กูเกิ้ล ว่า นายยับสินฝ่า เป็นคนเขียนเรื่อง 10 ยอดชาจีน และ สุดยอดชาไทย ลงในเว็ปไซด์ www.hakkapeople.com แห่งนี้ แล้วเขาก็ติดต่อมา......

                 ท้ายที่สุดถึงที่สุด เมื่อได้พูดคุยกันในรายละเอียดของงานที่จะจัดแล้ว ทางผู้จัดงาน ได้ให้ความกรุณาต่อชุมชนฮากกาของเรา ให้เกียรติแก่เรา ด้วยการจัดให้ไหง ยับสินฝ่า เป็นวิทยากร ประจำงาน ฯ ดังกล่าว ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล รามอินทรา และขออนุญาต นำบทความที่ไหงเขียนในชุมชนของเรา ไปจัดแสดงเป็นนิทรรศการ ไหงจึงแจ้งไปยังท่านประธานชุมชน ฯ เมื่อได้รับการอนุญาต จึงได้ตอบรับกับทางฝ่ายผู้จัดงาน นับว่า เป็นนิมิตหมายแรก ที่ชุมชนฮากกาของเรา ได้พบกับความสำเร็จ มีองค์กรภายนอก เข้ามาสืบค้นข้อมูล จากนักเขียน หรือบล๊อคเกอร์ ของเรา แต่ละท่าน แต่บังเอิญมาเจอเรื่องที่เขาต้องการ อันเป็นการบังเอิญอีกเช่นกันที่เป็นเรื่องที่ไหงเขียน 

                 นับว่างาน "มิราเคิล ที แอนด์ เค้ก" ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ฯ ได้เป็นเวที ที่ทำให้ บล๊อคเกอร์ของเรา และชุมชนของเรา ได้ "แจ้งเกิด" อย่างเป็นทางการ โดยในวันเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก         คุณคณากร   ศรีมิ่งมงคลกุล ประธานชุมชนฮากกาของพวกเราทุกคน เข้่าร่วมพิธีเปิดในวันนั้นด้วย และวันต่อ ๆ มา ก็มี สมาชิกหลาย ๆ ท่าน และบรรดาแฟนคลับ ที่มีความสนใจในเรื่องชา ก็ได้แวะเวียนเข้ามาชมงานและทักทายไหง่ ถือได้ว่า งานนี้เป็นความภาคภูมิใจโดยรวม ทั้งหมด ของสมาชิกชุมชนฮากกา ของเราโดยเฉพาะ คุณ คณากร ศรีมิ่งมงคลกุล ประธานชุมชนฯ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังการถ่ายทำ อย่างอาโกอาคม อาจารย์ฉินซิ่วฉุก ที่จะกรุณาให้ยืมถ้วยน้ำชาเก่าแก่ แต่ทางผู้จัดงานเห็นว่าอยู่ค่อนข้างไกล อีกทั้งได้ของที่กรุงเทพ แล้ว เขาจึงตัดรายการนั้นออกไป อาโกอาคมได้กรุณาให้ยืม "สุดยอดชาจีน" ที่ท่านได้เก็บสะสมไว้หลายอย่าง ให้กับทางงาน ผ่านทางไหง ยืมใช้เพื่อจัดแสดง นับว่า ชุมชนฮากกาได้มีโอกาสช่วยเหลือสังคมถึงแม้ว่าจะเป็นภาคเอกชน แต่เราก็ถือว่า ได้สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชนของเราแล้่ว....... 

                ภาพที่ไหงจะนำมาจัดให้ไท้ก๋าหยิ่น ได้รับชมนี้ มิได้เป็นการ โอ้อวดตัวเองแต่อย่างใดทั้งสิ้น ให้ตายสิ! พี่น้อง แต่เป็นการนำความภาคภูมิใจโดยส่วนรวม มาแชร์ให้สมาชิกทุกท่านได้รับชม ได้เห็น และเพื่อจะได้เป็นแรงบันดาลใจให้น้อง ๆ หลาน ๆ สมาชิกใหม่ และท่านที่มีอุดมการณ์ในการที่จะ สร้างให้ชาวไทยเชื้อสายฮากกา เป็นที่รู้จักในสังคมเมืองไทย เทียบเคียงกับ ท่านที่โกอินเตอร์ไปแล้วอย่าง อาจารย์วิโรจน์  ตั้งวาณิช อาจารย์สุขสันต์ วิเวกเมธากร (นักวิชาการจีนอิสระที่ไหงถือเป็นครู) นอกจากนั้น สื่อได้แต่เพียงภาษาและวัฒนธรรมแต้จิ๋ว ของท่าน เท่านั้นเอง

                ขอเชิญติดตามภาพไปพร้อมกันเลยครับ

 ชา "ผูเอ่อร์" ชุดนี้ เป็นชุด "หนึ่งในสุดยอดชาโลก" เป็นไฮไลท์ของงานนี้จริง ๆ ซึ่งทางเซ็นทรัลพลาซ่าเขาแยกส่วนจัดแสดงไว้ต่างหาก รวมกับสุดยอดชาที่แพงที่สุดในโลก ของญี่ปุ่น อินเดีย และชาในขวดไวน์ แต่ขอกราบเรียนว่า ชาที่แพงที่สุดในโลกทั้งหมดรวมกัน ก็ยังมีราคาไม่เท่ากับครึ่งหนึ่งของชา ผูเอ่อร์ จากสมาชิก "คอชาพันธุ์แท้" ในชุมชนฮากกาของเรานี่เอง ที่ได้เก็บสะสมไว้มานานหลายปี ตัวชา มีความเก่าแก่เกินกว่า 100 ปี (แผ่นขวาสุด) ขออภัยที่ไม่สามารถเรียนได้ว่าท่านใดเป็นเจ้าของ เพราะกลัวว่า "หัวกระไดบ้านของท่านจะไม่แห้ง" อิอิอิ. (ขอกราบขอบพระคุณอาโก...ที่กรุณาให้ยืมมาแสดงเป็นตัวอย่างให้กับคนทั่วไปได้ื่ตื่นเต้นเล่น ๆ ) และเอาทางผู้จัดงานต้องจัด รปภ. เฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ฮิฮิ.

อันนี้เป็นภาพของชา "ดาร์จี่ลิ่ง" ของซีลอน ที่เขาว่าแพงนักแพงหนา แต่ยังสู้ราคาของ ชาจีนดั้งเดิมอย่างเราไม่ได้ หลายช่วงตัวเลยทีเดียว

 

ครับ นี้เป็นชาเขียวชงสำเร็จ ชาเขียวแท้ ๆ ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรท์ แล้วบรรจุลงในขวดไวน์เป็นการเพิ่มมูลค่า ก็ทำให้ดูแปลกแตกต่าง ไปอีกแบบหนึ่ง ก็ไม่ถือว่าแพงมากมายแต่อย่างใด

ภาพชุดถ้วยชาโบราณ ที่เขาได้มาในกรุงเทพ นี่เอง ไม่ทราบว่าของอาจี้ ฉินซิ่วฉุกของไหง่จะเลิศกว่านี้ไหม?น่าเสียดายที่เขาไม่ไปรับมาจัดแสดง ต้องขอประทานโทษอาจี้จริง ๆ

นี่แหละครับ ชาเขียวมัตฉะ ชาเขียวแบบญี่ปุ่น ฉะ ก็มาจากผู่ทงฮว่า ที่เรียกว่า "ฉา" นั่นเองครับ

่ตั้งแต่ภาพด้านล่างนี้ลงไป 10 ภาพ เป็นภาพของ "10 ยอดชาจีน" ของแท้ ๆ ที่สั่งตรงมาจากเมืองจีนและส่วนหนึ่งได้รับความเอื้อเฟื้อกรุณาจากอาโกอาคม ที่ท่านได้เก็บสะสมแล้วกรุณาให้ยืมมา (ส่วนหนึ่ง) ต้องขอขอบพระคุณอาโกอาคมเป็นอย่างยิ่ง ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ. 

1.ชา ผูเอ่อร์ เป็นชาที่ผลิตในมณฑลหยุนหนาน โดยชนชาติหยี เมืองผูเอ่อร์ เป็นชาดำ หมัก ไว้เป็นปี ๆ แล้วเก็บให้นาน ๆ หลายสิบปี จนเดี๋ยวนี้มีถึง 100-150 ปีแล้ว เป็นชาที่มีราคาแพงมากที่สุดในประเทศจีน ผูเอ่อร์ชา มี 3 แบบ คือ 1.แบบก้อนกลมเล็ก ๆ ไว้ชงเป็นครั้ง ๆ 2.แบบเป็นแผ่นอัด หรืออัดเป็นรูปทรงต่าง ๆ และ 3.แบบเป็นเส้นฝอย ๆ เหมือนชาทั่ว ๆ ไป ชาผูเอ่อร์ชุ่มคอมาก ถ้าใครได้ลองลิ้มชิมรสแล้วครั้้งแรกจะรู้สึกเจื่อน ๆ แต่ต่อไปจะติดใจอย่างยิ่ง ชาผูเอ่อร์มีของปลอมเยอะมาก เวลาซื้อจึงต้องดูร้านที่จำหน่ายให้ดี ชานี้มีคำกล่าวว่า "ชาที่ผลิตในรุ่นปู่-ขายได้ในรุ่นหลาน" และ "ของโบราณที่กินได้" 

   

2.ชาฉีเหมิน มณฑลอานฮุย เป็นชาแดงจัดเป็นชาจีนสุดยอด 1 ใน 10 ที่ชาวจีนภาคเหนือติดอกติดใจ รสชาติหอมเ้ข้มข้น ดับกลิ่นคาว-เลี่ยนของอาหารเหนือได้ ชาวปักกิ่งจึงชอบนัก ชาฉีเหมินมีสีแดงเหมือนเลือดนก

 

3. ชา "ปี้หลัวชุน" เป็นชาเขียวอีกชนิดหนึ่งที่ติดทำเนียบ 10 สุดยอดชาจีน แหล่งผลิตคือภูเขา ต้งถิง เมืองไท่หู มณฑลเจียงซู เป็นชาที่ปลูกอยู่ใต้ร่มเงาของไม้ผลต่าง ๆ เช่น สาลี่ ท้อ บ๊วย พลับ ส้มจีน จึงมีกลิ่นกรุ่นของดอกไม้จากผลไม้เหล่านี้ นับว่าเป็นชาเขียวที่มีรสชาติและกลิ่น ที่แปลกแตกต่างเป็นเอกลักษณ์  

4.ชาเขียวหลงจิ่ง เป็นชาเขียวจากมณฑลเจ้อเจียง แหล่งผลิตคือสระหลงจิ่ง หรือ "สระมังกร" รอบ ๆ ทะเลสาบซีหู ชาเขียวหลงจิ่งเป็นชาเขียวของจีนที่โด่งดังมากที่สุดในโลก 

-ป้ายบรรยาย 10 ยอดชาจีน ในแต่ละชนิด เป็นงานเขียนของไหง่ ที่อยู่ในชุมชนฮากกาของเรา ชุมชนฮากกา จึงเป็นเจ้าของสิทธิ์ในงานเขียนทั้งหมดที่ผู้จัดงานนำมาจัดแสดง โดยได้รับอนุญาตจากประธานคณากรฯ และไหง่ ยับสินฝ่า ผู้เขียน เขาได้นำโลโกชุมชนฮากกาติดลงไว้ทุกป้าย และระบุว่าเป็นข้อมูลจาก "www.hakkapeople.com" 

5.จวินซานหยินเจิน-1 ใน 10 สุดยอดชาจีน ดูบรรจุภัณฑ์เห็นได้ว่า วิจิตรอลังการณ์แค่ไหน ชานี้เป็นชาเหลือง กระบวนการผลิตจึงเป็นชากึ่งหมัก เป็นชาเก่าแก่ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ชานี้เป็นชาที่มีเรื่องเล่าขานและความเป็นมาที่พิสดาร ท่านใดอยากอ่านสามารถค้นหาเนื้อเรื่องเข้าไปอ่านได้ มี 2 เวอร์ชั่น ใหม่ และเก่า ที่ไหงเขียนไว้  

6.เถี่ยกวนยิน ฉา หรือชาเที้ยะกวนอิม เป็นชาเหลืองอีกเช่นกัน ผลิตในมณฑลฝูเจี้ยน จักรพรรดิ์เฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง ยกย่องชาเถี่ยกวนยิน และ อูหลงฉา ว่า เป็น 2 ไข่มุกเม็ดงามแห่ง ฝูเจี้ยน. 

7. ชาเหมาฟง หรือ ชื่อเล่นว่า เหมาเจียน แห่งมณฑลเจ้อเจียง เป็นชาเขียว และถือกันว่าเป็นชาสมุนไพรที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด และมีโปรตีนสูง 

 

8. ชา "ไป๋ หาว หยิน เจิน" เป็นชาขาว ใช้ยอดอ่อนหรือ ตาใบชา มาทำการอบจึงออกมาเป็นชาขาว ถูกเปรียบดั่ง 4 สุดยอดหญิงงามในประวัติศาสตร์จีน คือ ไซซี หวังเจาจวิน เตียวเสี้ยน และ หยางกุ้ยเฟย เป็นชาของมณฑล ฮกเกี้ยน เมืองฝูติ่ง ไหงได้ดื่มชานี้แล้ว รู้สึกชอบมาก เพราะมีรสชาติหวาน หอม ชุ่มคอ 

 

ชา "ผูเอ่อร์" ของ บริษัท ชาฉุยฟง จำกัด ที่เก็บสะสมไว้ นำมาโชว์หน้าร้านในงานฯ 

ลีลาการสาธิตชงชาของสองสาวชาวหยุนหนานบนดอยแม่สลองของ "ชาโชคจำเริญ" หรือแม่สลองวิลล่า สวยงามน่ารัก ตามแบบฉบับของสาวหยุนหนาน และชนชาติในหยุนหนาน เป็นไง จุ้งฟะ อยากมาเที่ยวดอยแม่สลองหรือปล่าว??? 

การนำเสนอ วิธีการชงชา โดยพรีเซ็นเตอร์ คู่พระ-นาง แห่งชีวิตจริง น้องใหม่ และแฟนหนุ่ม ซึ่งทางออแกไนซ์ฝ่ายที่รับผิดชอบบนเวที คือ คุณก้อง ปิยะ เ็ป็นผู้จัดในด้านพิธีการบนเวทีทั้งหมดในวันเปิด  

 

คุณก้อง ปิยะ กำลังเกริ่นถาม ก่อนที่จะทำการแสดงสาธิตการชงชา 

มาแล้วครับ คนขี้โม้ ตัวจริงเสียงจริง งานนี้โม้ในชุมชนจนได้เรื่อง ถูกให้ขึ้นไปโม้บนเวที ที่เซ็นทรัลพลาซ่าโดยมีคุณก้อง ปิยะเ็ป็นพิธีกร ไหง่ก็พูด ๆ ไป โดยมีคุณใหม่พร้อมแฟนหนุ่ม เป็นผู้ทำการสาธิตตามที่ไหงโม้(ไม่ได้โม้ครับพูดตามหลักการความจริง-คำว่าโม้ในที่นี้เป็นการประชดตัวเอง-อิอิ.) 

 

ระหว่างที่น้องสองคนสาธิตไป ไหงก็บรรยายไป โดยมีคุณก้อง ปิยะ เป็นคนถาม อันที่จริงในภาพเป็นการชงชามัตฉะ แต่ภาพการชงชาจีน ทางเซ็นทรัลไม่ได้ส่งมาให้  

มีเรื่องที่น่าลุ้น จนใจสั่น คือ คุณก้องถามว่า ฮากกา ออกเสียงว่า ฮ๊ากก๊า ใช่ไหมคะ ไหงตอบ และย้ำว่า ออกเสียงว่า ฮาก ฮาก กับ กา กา อี กา เฉย ๆ นะ กรุณาอย่าออกเสียงว่า ฮ๊ากก๊า แต่คุณก้องก็บอกว่า จากชุมชนหากกา ขอขอบพระคุณ ชุมชนฮากก๊า ขอขอบพระคุณ คุณคณากร ศรีมิ่งมงคลกุล ประธานชุมชนฮากกา เฮ้อ เล่นเอาลุ่นจนตัวโกร่ง  

 

ภาพนี้ไหง่โมโหมาก เพราะวันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ดารา ทั้งหลาย ต่างขึ้นหน้าหนึ่ง เป็นภาพใหญ่โต โดยลงน้องใหม่ เพียงคนเดียว ทั้ง ๆ ที่ไหงยืนชิดติดใกล้ขนานนั้น แถมบรรยายว่า "ชงชา(นม)หก" ไหงไม่ค่อยกินกันเท่าไหร่กับหนังสือพวกนี้จริง ๆ ที่ขายอะไรทางหน้าปกก็รู้ ๆ กันอยู่ (แต่ชอบดูผ่าน ๆ อิอิ.) 

 

หลังพิธีการแสดงบนเวทีเสร็จ เราได้รับเชิญให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกัน โดยมีประธานคณากร ศรีมิ่งมงคลกุล แห่งชุมชนของเรา ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานด้วย ในภาพ มี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และคุณนายฯ ซึ่งบังเอิญเป็นอย่างยิ่งที่เธอเคยเป็นเพื่อนร่วมงานของอาฉีโก ของไหง่ สมัยรับราชการ มีประธานชมรมผู้ผลิตใบชาเชียงราย คุณจำเริญ ชีวินเฉลิมโชติ ตัวแทนของสถาบันชา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง วิทยากรของตลอดงาน 6 วัน คือ ยับสินฝ่า ผู้บริหารเซ็นทรัลพัฒนา และบรรดาทายาทของ สุดยอดชาไทย 5 ราย-ยังมีท่านเกษตรจังหวัดเชียงราย ที่ได้รับมอบหมายให้มา่ร่วมงานกับท่านรองผู้ว่าเชียงรายแทนตัวผู้ว่าเชียงรายที่ติดภารกิจด้วย 

หลังจากนี้ก็เป็นการเดินสาย บรรยาย ตามบู้ท สุดยอดชาไทย 5 บริษัท คนซ้ายมือที่สวมเสื้อดำคือ "คุณต้นไม้" ออแกไนซ์คนเก่งจริง ๆ คนสวยของอาโก อ......อิอิอิ. 

 ส่งภาพขึ้นไม่ไ้ด้แล้ว เข้าใจว่าระบบมันคงจะจำกัด-กรุณาติดตามชมในช่องความเห็นเพิ่มเติมนะครับ.

ภาพกิจกรรมป่าป๊ายับฯ(ต่อค่ะ)

    เมื่อหลายวันก่อนไหงส่งภาพกิจกรรมงานชา ที่เป็นตัวแทนของชุมชนของเรายังไม่หมด จึงต้องใช้พื้นที่ของน้องชิงชิง ลูกสาวคนโต เข้ามาส่งภาพต่อให้หมด เชิญชมภาพต่อไปได้เลยครับ-ยับสินฝ่า

นำท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย-เกษตรจังหวัดเชียงราย และผู้บริหารเซ็นทรัลพัฒนา มาโม้เรื่อง 10 ยอดชาจีน ที่เขียนในชุมชนฮากกา และนำของจริง มาแสดงให้ชมถึงในงาน(ได้รับความเอื้อเฟื้อชา 10 ยอดชาจีน ส่วนหนึ่ง จากอาโกอาคม-ขอกราบขอบพระคุณ และอีกส่วนหนึ่ง อาหงยิง หลานสาวสุดที่รักซื้อส่งมาจากเซินเจิ้น-แบบเส้นยาแดงผ่าแปด-เกือบไม่ทัน-อิอิอิ.)

โม้ลูกเดียวครับ งานนี้ ในภาพกำลังนำเยี่ยมชมบูท ของ สุดยอดชาไทย 5 ราย ที่นำมาจากจังหวัดเชียงราย การันตี โดย หม่อม เอ้ย นาย ยับ สิน ฝ่า จากชุมชนฮากกาของเรานั่้นเอง (ด้วยความภาคภูมิใจนะครับถ้าไหงไม่เขียน รับประกันด้วยตัวเอง เพราะรู้ว่าของเขา "ดีจริง" จึงกล้าเขียน และมีคนเชื่อเสียด้วย ก็ของเขาดีจริงนี่ครับ-ถือว่าเป็นความภูมิใจของประเทศไทยเลยเชียวละ)

ท่านรองฯ กำลังสูดกลิ่นชานม เอ้ย ชาอูหลง ตามแบบฉบับของชาวหยุนหนาน ที่ไหงแนะนำสาธิตให้น้องใหม่หัวใจพอง ด้านหลังเวที ก่อนที่จะออกแสดง เฮ้อ!

 ลีลาการชงชาแบบมืออาชีพของสาวชาวเชียงรายเชื้อสายหยุนหนานในชุดสาวชาาวไป๋ที่สวยงามอ่อนช้อย 

 

คู่พระ-นาง นอกจอ กับคุณ ชัญญ่า วนัสพิทักษ์กุล ทายาทรุ่นที่สองของ บริษัท ชาฉุยฟง จำกัด 1 ใน 5 ยักษ์

 

คุณจำเริญ ชีวินเฉลิมโชติ เจ้าของแม่สลองวิลล่า-กรรมการผู้จัดการ บริษัท ใบชาโชคจำเริญ จำกัด 1 ใน 5 สุดยอดชาไทย ประธานผู้ผลิตใบชาจังหวัดเชียงราย สุดยอดชาไทย มอบของที่ระลึกให้กับผู้บริหารเซ็นทรัลพัฒนา ในนามของกลุ่ม 5 สุดยอดชาเชียงราย สุดยอดชาไทย ที่ออกแรงใจจาก ยับ สิน ฝ่า

 น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ไม่มีภาพ ฉีจู่สี ของเรา รับมอบบนเวที เพราะออแกไนซ์ตั้งตัวไม่ติด(ต้องขอประทานอภัยแทน)

 นางฟ้ากับ 10 ยอดชาจีน

 กับแผนที่ประเทศจีนแสดงที่ตั้งของแหล่งผลิต 1 ใน 10 ยอดชาจีน ในแต่ละมณฑล ซึ่งจะกระจกอยู่ในแถบ "เจียงหนาน" มากที่สุด โดดไปที่หยุนหนานเพียงอย่างเดียวคือ ชา "ผูเอ่อร์" เมืองผูเอ่อร์ แคว้นซือเหมา หยุนหนาน

 

คุณจำเริญ ชีวิตเฉลิมโชติ กับผลงานการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของท่าน...สุดยอดชาไทย

 

 

วันถัดมา ถึงคิวขึ้นบรรยายเรื่องความเป็นมาของสุดยอดชาไทย ได้เรียนเชิญคุณจำเริญ ขึ้นเวทีร่วมการบรรยายด้วย กับพิธีกรสาวแสนสวย เล่นเอาเราสองคนนอนหลับฝันดีกันทั้งคู่

 

 

 

วันนี้เป็นการบรรยายสาธิต เมนู "ยำใบชา" อันลือชื่อของภัตตาคารแม่สลองวิลล่า ของคุณจำเริญ แต่ว่าท่านกลับเชียงรายไปเสียก่อน ไหงจึงต้องทำหน้าที่วิทยากร ด้วยใบชาสด ๆ ที่คุณจำเริญกรุณาส่งมาทางเครื่องบินให้ทันกับการสาธิตปรุงให้กับท่านผู้มีเกียรติในงานได้ชิม เป็นที่ติดอกติดใจ ลูกค้าฯ ทุกท่าน

ลากันด้วยภาพสุดท้าย จะสังเกตว่าวิทยากร มัวแต่มองพิธีกรแสนสวย ทำเอาเชฟที่อยู่ตรงกลาง ต้องก้มหน้าก้มตาปรุงเมนูสุดพิเศษนี้ "ขอยืนยันว่า ยำใบชา ของแม่สลองวิลล่า ที่เดียวในเมืองไทย บนดอยแม่สลอง หนึ่งเดียวเท่านั้น อเมซิ่งไทยแลนด์ ถ้าท่านใดอยากลิ้มรส ต้องขึ้นไปถึงที่นั่น และอาจารย์หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ท่านโปรดปรานของท่านมาก ได้ขึ้นไปนั่งลิ้มรสอาหารหยุนหนานรสเลิศที่แม่สลองวิลล่า นับครั้งไม่ถ้วน และแต่ละครั้ง นอกจากท่านจะจ่ายเงินแล้วยังแถมด้วยการนำไปเขียนคอลัมน์หรือออกรายการ "ครอบจักรวาล" ของท่านทุกครั้ง นับว่าท่านเป็นแฟนพันธุ์แท้ และญาติผู้ใหญ่ของชาวแม่สลองจริง ๆ .

     ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตาม อัีนที่จริง ยังมีภาพอีกมากกว่านี้ แต่ทางออแกไนซ์ยังไม่ส่งมา ถึงส่งมาก็คงจะไม่นำมาลงแล้ว เดี๋ยวท่านผู้ชมจะเลี่ยนเสียก่อน อีกทั้งยังมีภาพจากกล้องท่านประธานฉี อีก แต่ท่านถ่ายด้วยตัวเองจึงไม่มีรูปภาพของท่าน ต้องรอภาพจากออแกไนซ์ส่งมา ถ้ามีภาพของประธานฉี จะได้นำมาลงเพิ่ม เพราะรู้สึกว่า ภาพของท่านมีน้อยเหลือเกิน นับว่าท่านเป็น "ผู้ปิดทองหลังพระ" ตัวจริง ขอขอบพระคุณ-อั้นโตเซี้ย.