一饭千金 yī fòn qiān jīn (อี ฟ่าน เชียน จิน)
หันซิ่นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงในต้นสมัยราชวงศ์ฮั่น บิดามารดาของเขาได้เสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็ก เขาจึงมีชีวิตความเป็นอยู่เร้นแค้นมาก มักจะไม่มีข้าวกินเป็นประจำ จึงต้องไปตกปลาที่ริมฝั่งน้ำหวยสุ่ย ทางท้ายเมืองอยู่เสมอ เมื่อตกได้ปลาก็นำไปขายแลกเงินมาได้เล็ก น้อย แต่ถ้าตกไม่ได้ปลาเขาก็ต้องทนอดข้าวหิวโหยอยู่เรื่อย.
ตามริมฝั่งน้ำหวยสุ่ยทางท้ายเมือง มีผู้หญิงชาวบ้านกลุ่มหนึ่งนำเสื้อผ้า เส้นด้ายไหมป่านมาซักกันเป็นประจำ แต่ละคนจะมีตะกร้าอาหารของตนติดตัวมาด้วย ในกลุ่มผู้หญิงนี้ มีหญิงชรานางหนึ่งเห็นหันซิ่นอดข้าวจนหมดแรง ให้รู้สึกสงสารเขามาก จึงแบ่งข้าวของตนให้เขากินประทังความหิวติดต่อกันอยู่หลายสิบวัน หันซิ่นตื้นตันใจยิ่งนัก กล่าวต่อหญิงชราว่า
"ในกาลภายหน้า ข้าพเจ้าจะต้องตอบแทนบุญคุณท่านเป็นอย่างดี"
หญิงชราฟังแล้วกลับกล่าวด้วยความโกรธว่า
"ข้านั้นเห็นเจ้าน่าสงสารดอกนะจึงแบ่งข้าวให้เจ้ากิน มีหรือที่จะหวังให้เจ้าตอบแทนบุญคุณที่ไหนนะ"
ต่อมาภายหลัง หันซิ่นได้รับการโปรดปรานจากจักรพรรดิ์เกาจู่หลิวปังแห่งราชวงศ์ฮั่น และแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่ สร้างความดีความชอบยิ่งใหญ่ในการยุทธระหว่างรัฐฉู่กับฮั่น ยังได้รับการยกย่องว่า "สามอัจฉริยะแห่งฮั่น" ร่วมกับจางเหลียง และเซียวเหอ.
เมื่อหันซิ่นได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองฉู่ ดินแดนฉู่นั้นเดิมเป็นบ้านเกิดของหันซิ่น เขาเป็นคนที่กตัญญูรู้คุณ จึงพยายามสืบหาหญิงชราผู้ที่เคยแบ่งข้าวให้เขากินในปีครั้งกระโน้นจนได้ ทั้งมอบทองคำหนักหนึ่งพันตำลึงให้นางเป็นการทดแทนน้ำใจของหญิงชราที่เคยช่วย เหลือตนมา หญิงพร้อมชรานั้นไม่ได้หวังที่จะได้เงินทองมากมายเช่นนี้เลย นางจึงพยายามปฏิเสธ แต่ก็ไม่สำเร็จ จึงจำต้องรับไว้แต่โดยดี.
จากนิทานเรื่องนี้ ต่อมาภายหลังผู้คนได้ผูกสำนวน "ข้าวมื้อเดียวค่าพันตำลึงทอง" อันเป็นการอุปมาถึงความกตัญญูรู้คุณ
สำนวน นี้ภาษาจีนอ่านว่า
一饭千金 yī fòn qiān jīn (อี ฟ่าน เชียน จิน)
บางครั้งก็ว่า
–饭之恩yī fòn zhī ēn (อี ฟ่าน จือ เอิน) ที่แปลว่าบุญคุณข้าวมื้อหนึ่ง สำนวนนี้เข้าทำนองที่สำนวนไทยว่า "ข้าวแดงแกงร้อน".
เก็บมาจาก http://thai.cri.cn 2008-01-15 17:27:22