圣寿无疆  หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา 泰國客家 Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน(客家人) hakkapeople.com

หลิวหย่งหวา มาอีกแล้ว นะคะ

รูปภาพของ หลิวหย่งหวา

สวัสดีค่ะ ต้าเจียห่าว หายหน้าหายตาไปมากมายหลายวัน มาวันนี้ อยากจะมาเอ่ยความในใจของสาวไม่น้อยหลิวหย่งหวา ให้กับทุกท่าน ได้มีความสุข สนุกไปกับหลิวหย่งหวา หลังจากที่หนูหายหน้าไปหลายวัน เนื่องด้วยภารกิจการงานที่เยอะแยะมากมาย แต่ก็ได้รับกำลังใจจาก พี่ี ๆ น้อง ๆ บางท่าน อุตส่าห์เมลมาถามไถ่ทุกข์สุข และมีคำถามที่น่าจะตอบให้เป็นส่วนรวม หลิวหย่งหวาจึงขออนุญาต นำมาตอบในที่นี้ ให้เป็นที่ประจักษ์ แก่ ทุก ๆ ท่าน ต้าเจีย "ไท้ก๋าหยิ่น" (สำนวนยับสินฝ่า เกอเกอ หรือ ยับโก-โกเอก อิอิ.-อิอิ.ก็ของอาหวาเกอ-มีหลายท่านบอกว่า ทำไมเรียกยับสินฝ่าว่า หวาเกอ ก็หวามาจาก ชื่อสุดท้ายของเขา ซึ่งตรงกับชื่อสุดท้ายของหนู ว่า อาหวา เหมือนกัน ออกเสียงเป็นฮากกามาตรฐาน ว่า ฝ่า ออกเสียงเป็นจีนกลางว่า หวา เขียนเป็นอักษรจีันใหม่ ว่า 华 -และหนูเรียกของหนูติดปาก เพราะหนูอยู่ที่แผ่นดินใหญ่จีน พูดผู่ทงฮว่าเป็นหลักในชีวิตประจำวัน เวลาเขียนมันก็ชินกับผู่ทงฮว่าน่ะค่ะ)

มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ ถามกันมาว่า หลิวหย่งหวา เป็นใคร ทำอะไรกันแน่ และทำไม มา ๆ ไป ๆ ขอตอบนะคะ

หลิวหย่งหวา ก็เป็นหลิว หย่ง หวา ตามที่ได้แนะนำัตัวไปครั้งแรกนั่นแหละค่ะ หนูเป็นหลิวหย่งหวา ในโลกของความเ็ป็นจริง ในชุมชนฮากกาแห่งนี้ ที่มีชีวิต มีความคิด มีจิตใจ เหมือนท่านทั้งหลายนั่นแหละค่ะ หนูอาจจะเป็นหน่อเนื้อเชื้อไขของฮากกาเข้มข้นคนหนึ่ง หรือแทบเรียกได้ว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับที่ได้สร้างชีิวิตหนูขึ้นมา เพื่อให้หนูสืบสานปณิธานความเป็นชนชาติ "ต้าฮั่นบริสุทธิ์" ผู้ยิ่งใหญ่ ระบื้อนาม "ฮากกา" ยังไงละคะ จะเป็นใครไปเสียไม่ได้ ก็ "อาปา" ของหนูนั่นแหละค่ะ

หนูจะเป็นใครมาจากไหน ขอให้ทุกท่านอย่าได้ใส่ใจเลยนะคะ ขอให้คิดว่า หนูจะมาช่วยสร้างสีสัน และความสุข ให้กับทุกท่านดีกว่าค่ะ และทุกท่าน สามารถถามหนู เกี่ยวกับจีน ที่หนูอาศัยอยุ่ ได้ทุกอย่างนะคะ และหนูอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระ อาหวาเกอ ของหนู ในการยืนหยัด เป็น องค์รักษ์พิทักษ์ชุมชนฮากกาด้วยอีกแรงหนึ่งน่ะค่ะ ขอให้แฟน ๆ ทุกท่าน จงอดทนไว้นะคะ หนูติดต่อเขาอยู่ตลอดค่ะ เห็นเขาเงียบไปเป็นเพราะว่า 1.ตอนนี้ธุรกิจของเขากำลังมาแรง เป็นเบบี้บูมเมอร์ ระบือนามในเชียงใหม่มาก ๆ ค่ะ เขาทำธุรกิจของเขามาถูกทางนะคะ คือการเป็นศูนย์ข้อมูลการค้าการขายกับประเทศจีน ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ๆ ของคนเชียงใหม่เชียงรายแบบก้าวกระโดดเลยค่ะ 2.สังเกตไหมคะว่าช่วงนี้หน้าชุมชน ยังมีพวกก่อกวน เข้ามาอยู่ เขารำคาญ ่จึงไม่เข้ามาอ่านเลยค่ะ เขาบอกหนูว่า เขากับอาโกทั้งหลาย อุตส่าห์เขียนมาด้วยมือ ด้วยความรัก ด้วยอุดมการณ์ ด้วยพลัง ศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ ด้วยความเสียสละ แต่ถูกคน สองคนมาลบด้วย..... เขาจึงบอกหนูว่า "ขอหยุด" ออกความเห็นก่อนค่ะ แต่งานเขียนประจำเมื่อถึังเวลาเขาก็จะส่งขึ้นมานะคะ

สิ่งที่หนูอยากบอกทุกท่านอีกอย่างหนึ่งนะคะ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตหนู อีกครั้งหนึ่งค่ะ อย่างที่หนูได้เรียนไปแล้วว่า หนูอยู่กับ พี่สาวและพี่เขยกับหลาน ที่ กว่างโจว แต่ปลายเดือนนี้หนูจะไปอาศัยอยู่ร่วมชีวิตกับ ใครคนหนึ่ง ที่นครหวู่ฮั่น ค่ะ หวู่ฮั่นเป็นนครใหญ่มาก ๆ กลางประเทศจีน ในมณฑล หูเป่ย ตั้งอยู่บนแม่สามฝั่งแม่น้ำฉางเจียง ซึ่งในอดีตเป็นสมรภูมิรบทางเรือ ระหว่าง โจโฉ กับ ขงเบ้ง ยังไงล่ะคะ หวู่ฮั่น เป็นเมืองเอกของมณฑลหูเป่ย ที่เป็นเมืองใหญ่มาก มีเมืองย่อยออกไปอีกคือ ฮั่นหยาง ฮั่นโข่ว คนละฝั่งแม่น้ำ รวมเรียกว่า นครหวู่ฮั่น ค่ะ เอาไว้หนูจะนำภาพบ้านใหม่ของหนูมาให้ชมนะคะ อาหวาเกอจะมาจีน วันที่ 7 - 22 มีนาคมนี้ หนูจะไปพบกับเขา และจะถ่ายภาพมาเผยแพร่ให้ท่านทั้งหลายได้พบกับเรานะคะ

สิ่งหนึ่งที่หนูอยากจะขอก็คือว่า ชีวิตความเป็นส่วนตัวของหนูนะคะ หนูจะเดินไปตามทางชีวิตของหนู กับเจ้าของชีวิตหนูทั้งสอง คือ คู่ชีวิต กับ "ผู้ให้ชีวิตแก่หนู" สองคนนี้เท่านั้นค่ะ ที่จะกำหนดเส้นทางเดินของหนู แม้ว่า ผู้ให้ชีวิตแก่หนู จะไม่ไ้ด้อยู่บนผืนแผ่นดินที่หนูอาศัยอยุ่นี้แล้ว....แต่จิตใจของหนู หนูคิดว่ามันเป็นความคิดและจิตใจของผู้ให้ชีวิตหนูค่ะ

หนูยินดีตอบคำถามทุกคำถาม ที่เป็นความรู้เกี่ยวกับจีนทั้งหมด นะคะ 

แต่หนูจะไม่ตอบเรื่องส่วนตัวค่ะ ยกเว้น ช่วงที่หนูมีกิจกรรมดี ๆ ที่หนูอยากจะนำมาแชร์ กับทุกท่าน นะคะ ขอให้ทุกท่านเป็นกำลังใจแก่คนหนุ่มสาวอย่างหนู ที่อยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนแต่ใจอยู่กับชุมชนฮากกา มาตลอดค่ะ

ขอให้ทุกท่าน มีความสุข สนุกกับการค้นคว้า หารากเหง้า ที่บรรพชนสมาชิกดี ๆ เก่าแก่ มากมายหลายท่าน ได้เข้ามาเขียนเป็นสาธารณประโยชน์ไว้ มากมายหลายเรื่อง นะคะ ส่วนเรื่องไร้สาระ อย่าไปอ่านมันเลยค่ะ แต่หนูสงสารแต่สมาชิกใหม่ ๆ ตาำดำ ๆ เท่านั้นแหละค่ะจะสับสนในข้อมูล ที่ท่านเหล่านั้น เขียนขึ้นมาด้วยใจ จากนิ้วมือทั้ง 10 แต่มาถูกลบด้วย.....จากนิ้วมือ 20 นิ้ว ค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้ ผู้ตั้งใจดีให้กับ ชุมชนฮากกา และเผ่าพันธุ์ของพวกเรา ตลอดไปนะคะ 

เรา "หยุด" แล้วนะคะ ขอให้ท่าน "หยุด" บ้างเถิดค่ะ

หลิวหย่งหวา


รูปภาพของ paul

Share Idea

 1.ตอนนี้ธุรกิจของเขากำลังมาแรง เป็นเบบี้บูมเมอร์ ระบือนามในเชียงใหม่มาก ๆ ค่ะ เขาทำธุรกิจของเขามาถูกทางนะคะ คือการเป็นศูนย์ข้อมูลการค้าการขายกับประเทศจีน ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ๆ ของคนเชียงใหม่เชียงรายแบบก้าวกระโดดเลยค่ะ

นั่นเป็นเพราะ เกอเกอเขาเป็น สุดยอดมนุษย์ อุลตร้าแมนที่เยี่ยมที่สุดในปฐพีนี้ อย่างที่อาโกวีฟัดกล่าวไว้

2.สังเกตไหมคะว่าช่วงนี้หน้าชุมชน ยังมีพวกก่อกวน เข้ามาอยู่ เขารำคาญ ่จึงไม่เข้ามาอ่านเลยค่ะ เขาบอกหนูว่า เขากับอาโกทั้งหลาย อุตส่าห์เขียนมาด้วยมือ ด้วยความรัก ด้วยอุดมการณ์ ด้วยพลัง ศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ ด้วยความเสียสละ แต่ถูกคน สองคนมาลบด้วย..... เขาจึงบอกหนูว่า "ขอหยุด" ออกความเห็นก่อนค่ะ

 ไหงยังไม่เห็นมีใครมาก่อกวนอะไรเลย ไม่รู้ว่าซีเรียส คิดมากคิดลบ วิตกจริตไปเกินไปหรือเปล่า และสองคนนี้คือใครหรือ? มีหลากหลายความคิดเห็น ก็เป็นการมองที่กว้างขึ้นใช่หรือไม่  เปืดใจให้กว้าง อ่อนน้อมถ่อมตน และ สุภาพ จะได้เรียนอะไรใหม่อีกเยอะ ดีกว่าไหมครับ

ด้วยความนับถือ

รูปภาพของ มะไฟ

สนับสนุนอาจารย์พล

 ไหงยังไม่เห็นมีใครมาก่อกวนอะไรเลย ไม่รู้ว่าซีเรียส คิดมากคิดลบ วิตกจริตไปเกินไปหรือเปล่า และสองคนนี้คือใครหรือ? มีหลากหลายความคิดเห็น ก็เป็นการมองที่กว้างขึ้นใช่หรือไม่  เปืดใจให้กว้าง อ่อนน้อมถ่อมตน และ สุภาพ จะได้เรียนอะไรใหม่อีกเยอะ ดีกว่าไหมครับ

นี่คือความตรงมาตรงไปของอาจารย์พล

รูปภาพของ วี่ฟัด

เจ้าหลิวน้อยเอ๋ย

       " เจ้าหลิวน้อย " นี่ไหง่ไม่ได้เป็นคนตั้งนะตัวเอง แต่มีคนเขาตั้งให้ ไหง่เห็นว่ามันเพราะดี จึงขอเรียกว่า " เจ้าหลิวน้อย " บ้าง ไหง่ว่าเดี๋ยวนี้มันมีคนที่ยิ่งกว่าก่อกวนอีก คำว่า " ก่อกวน " มันยังน้อยเกินไป จะเรียกว่า " จาบจ้วง " ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ไม่รู้กาละเทศะ เสียมากกว่า  ไหง่ดูแล้วทนไม่ได้ จึงแสดงอาการออกไป จนมันหายเงียบไปพัก พอไหง่จุดธูปเท่านั้นมันออกมาเลย

         พวกเราอยู่ในที่สว่าง เปิดเผย ตรงไปตรงมา ปากกับใจตรงกัน แต่พวกที่จาบจ้วง มันอยู่ในที่มืด ไม่รู้ว่ามันจะอัดตูดเราเมื่อไร แต่ไหง่ไม่กลัวหรอก ตายเป็นตาย ตายเพื่อชาติศาสน์กษตริย์ ในชีวิตการเป็นทนายของไหง่ยี่สิบกว่าปีถูกขู่ฆ่ามานับครั้งไม่ถ้วน ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

         ไหง่ก็อาศัยความสุจริต ตรงไปตรงมา ไม่ฉ่อฉล ไม่โกงใคร ( อ๋อมีกร๊อก 19 อีกกระบอกหนึ่ง ) เป็นเกราะคุ้มครองตัวเท่านั้น

          ดังนั้น  เจ้าหลิวน้อยเอ๋ย มาร่วมกันเดินไปข้างหน้ากันโดยสุจริต ตรงไปตรงมาเป็นที่ตั้ง เถอะ ตายก็ไม่กลัวโว้ย

รูปภาพของ อาฉี

มุสา วิวาทะ

ศิลข้อ 4 ไม่มุสา

ถ้าขาดศิลข้อนี้ ถึงตดก็บอกว่าเปล่า ดังนั้นถึงจะละเมิดกี่ข้อก็บอกว่าไม่  

จึงดูเหมือนเป็นข้อที่ร้ายแรง สำหรับสุจริตชน

แต่กลับเป็นศิลข้อที่หลุดได้ง่ายที่สุด  ทั้งด้วยความเผลอเรอไม่เจตนา เข้าใจผิด หรือ มีความตั้งใจด้วยเจตนาดี - ร้าย ก็ได้

ดังนั้นไหงจึงดูที่เจตนา ของวจีกรรม ที่สะท้อนออกมาจากมโนกรรม และผลทางกายกรรม

ส่วนวจีกรรมใด ที่ยังว่าละได้แล้วอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
แสดงว่าเพิ่งเปล่งวาจาว่าละได้ ตราบเท่าที่ยังมีเหลือให้แบกอยู่
ถ้าไม่มีกรรมใดเหลือให้แบกอีกแล้ว ย่อมไม่มีอะไรคาใจให้กล่าวว่าละวางแล้ว

 

ซึ่งไหงเชื่อในพุทธพจน์ ดังนี้

กัมมัสสะโกมะหิ     กรรมเป็นของๆตน
กัมมะทายาโท     เป็นผู้รับผลของกรรม
กัมมะโยนิ     กรรมเป็นกำเนิด
กัมมะพันธุ     กรรมเป็นเผ่าพันธ์
กัมมะปะฏิสะระโณ     กรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
ยัง กัมมัง กะริสสามิ     ทำกรรมอันใดไว้
กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา     ดี หรือ ชั่ว
ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามิ     ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น 

ดังนั้น ถ้าเราหมั่นสร้างกรรมดี เว้นกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลในทางดียิ่งๆขึ้นไป และมีความสุขสวัสดีมีชัย เจริญก้าวหน้า เป็นสุข ไม่ต้องละแวงในผลของกรรมที่ไม่ดี ให้เกิดทุกข์โศกโรคภัย

รูปภาพของ วี่ฟัด

รู้นะว่าคิดอะไรอยู่

ที่อาฉีเขียนอย่างนี้ไหง่รู้นะว่าคิดอะไรอยู่. โถแค่สนุกสนุกขำขำเท่านั้นแหละครับอาฉีคงไม่ถึงกับมุสา วิวาทะอะไรหรอกนะครับ.นะครับ นะครับ. แค่ขำ ขำ เท่านั้นเอง

รูปภาพของ อาฉี

555 ไม่มีอะไรในกอไผ่

ไม่มีอะไรในกอไผ่ ....  แต่มีก้อนหินดินทรายในกอหญ้า

บังเอิญวันนี้ว่างมาก  เลยลองมาแนว ธรรมะ บ้างเท่านั้นเอง อิอิ

รูปภาพของ YupSinFa

หลิวหย่งหวาเป็นนกน้อยในชุมชนฯ

วี่ฟัดโก ครับ ไหงอยากพูดกับวี่ฟัดโก ผ่านไปยังสมาชิกที่รักทุกท่าน อาโกทั้งหลาย ไหงว่า หลิวหย่งหวานี้นะ เธอเข้ามาเพื่อสานต่ออุดมการณ์ของพวกเราทุกคน มาช่วยไหง มาช่วยอาโก มาช่วยชุมชนฮากกาอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา

ในเวลานี้ สถานการณ์ทุกอย่าง กำลังไปได้ดีมาก ไหงกับท่านสรภูมิไท้โก ก็กำลังสานสัมพันธ์กันอยู่ พูดตามตรงนะครับ ไหงได้่ทอดไมตรีไปให้ท่าน แต่ไหงยังไม่ทราบว่าท่านจะรับหรือปล่าว ตอนนี้ ไหง กับหลิวหย่งหวา กำลังสร้างสมานฉันท์ให้กับชุมชนของเรา พบกันครึ่งทาง เพื่อสร้างสรรค์สังคมของเราให้น่าอยู่ เป็นปึกแผ่น แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง เพื่อไม่ให้เกิดการแตกแยก และไม่อายคนอื่นเขา ไหงบอกหลิวหย่งหวาไปว่า เราเป็นเด็ก เราไม่ได้ทะเลาะกับท่านด้วยเรื่องส่วนตัว มันเหมือนกับการเล่นกีฬา เราจะต้องมีการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ดังนั้น ไหงจึงเป็นคนเริ่มต้น การสร้างสมานฉันท์ในครั้งนี้

ดังนั้น หลังจากนี้เป็นต้นไป ไหงจะคอยดูว่า จะมีความรักใคร่สมานสามัคคีกันหรือไม่ ถ้ายัง ไหงก็จะหยุดทันที และทำตามแนวทางของไหง 

ไหงขอเรียนวี่ฟัดโกไปยังสมาชิกทุกท่านว่า เวลานี้ ไหง กับท่านประธานฯ กำลังเตรียมการที่จะทำให้พวกเราได้มีการพบปะกัน อย่างเป็นทางการ สถานที่ จะเป็นที่ปากช่อง รายละเอียดและวิธีการ ไหงจะประสานกับแกนนำทุกท่าน ต่อไป โดยหลักการคือ เราจะไปนอนปากช่อง 1 คืน เวลาบ่าย ๆ เราจะประชุมอย่างเป็นทางการกัน ถึงค่ำ เราก็จะสังสรรค์กัน และนอนพักค้างแรมกัน วันที่ 2 ก็เตร็ดเตร่ดูงานที่ปากช่อง บ่าย ๆ ก็แยกย้ายกันกลับ

เวลานี้ ไหงขอเวลาประสานงานกับ อาจารย์นภดล แห่งศูนย์ฮากกาศึกษาก่อน เพราะเราจะมีการหลอมรวมกัน โดยศูนย์ฮากกาศึกษาจะร่วมอุดมการณ์กับชุมชนฮากกา โดยมีพวกเราบรรดาเหล่าจอมยุทธ์เข้าไปเป็นบุคลากรของศูนย์ฮากกาศึกษา แมวมองดูแล้วว่า มีหลากหลายท่านที่เป็นคนคุณภาพ

การประชุมใหญ่ สามัญ ครั้งที่ 1 ที่ปากช่อง จะมีการกำหนด วัน เวลาที่ชัดเจน ประมาณ ปลายเดือนพฤษภาคม นี้ โดยจะขอวัน จากอาจารย์นภดลก่อน แล้วไหงจะประกาศอย่างเป็นทางการ 

เราจะกำหนดวัน ที่ชัดเจนแน่นอนไปเลย ให้รู้ให้ทราบล่วงหน้า 2 เดือน ส่วนวิธีการเตรียมงาน ไหงจะประสานงานกับแกนนำทุกท่าน ต่อไป

กลับมาที่ประเด็นเดิมกันต่อ ตอนนี้ เราทั้งหลาย "หยุด" กันแล้ว หลิวหย่งหวาก็โดนไหง เบรก แล้ว ดังนั้น บรรดา เสือหมอบแมวเซา ทั้งหลาย กรุณา หยุด ด้วย เพราะ "หยุด" เป็นตัวสำเร็จ ดังที่ท่านหลวงทวด สด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญท่านกล่าวไว้

เรามาร่วมใจกัน "หยุด" กันเถิด เสือหมอบแมวเซาทั้งหลาย

ขอเล่าเรื่องส่วนตัวบ้าง

วันที่ 7 มีนาคม 2011 นี้ั ไหงจะเดินทางไปประเทศจีน พร้อมกับทีมงาน่ของไหง่ ทุกคน โดยจะเดินทางไปรับออเดอร์สินค้า ที่นครหนานหนิง มณฑลกว่างซี ไปต่อที่ นครซีอาน ที่ซีอาน สถานกงศุลใหญ่ ณ นครซีอาน จะเลี้ยงรับรอง ทีมงาน บริษัท เยี่ยมเมธากร จำกัด ทุกคน พร้อมกับเชิญบริษัท ที่ซีอาน มาร่วมด้วย แล้วจะเป็นเจ้าภาพในการเซ็นสัญญา ซื้อ-ขาย ระหว่างเยี่ยมเมธากร กับบริษัทในซีอาน จากซีอาน ก็จะบินไป เซี่ยงไฮ้ เช่นเดียวกัน สถานกงศุลใหญ่ ไทย ณ มหานครซ่างไห่ ก็จะเป็นเจ้าภาพ และสักขีพยาน โดยเราจะไปทำการค้าขาย ที่เมืองฉางโจว ที่นี่ เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ จึงมีความคาดหวังว่าจะได้ออเดอร์ไม่มาก ก็น้อย

จากซ่างไห่ หรือ เซี่ยงไฮ้ เราก็จะกลับมาที่หนานหนิง เพื่อทำการจัดประชุมใหญ่ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 300 หัว โดยไหงได้รับการว่าจ้างจากบริษัท ยักษ์ใหญ่ ในเชียงใหม่ ให้ดำเนินการ เสร็จแล้วไหงก็จะทำการจัดตั้งสำนักงานของ บริษัท เยี่ยมเมธากร จำกัด ที่นครหนานหนิง และจะกลับมาประเทศไทย วันที่ 22 มีนาคม 2011 

ในเดือนเมษายน 2011 ต้นเดือน ไหงจะพาคณะทัวร์วัฒนธรรมจากเชียงใหม่ นั่งรถตู้ไปเชียงรุ้ง-คุนหมิง ผ่านห้วยทราย บ่อแก้ว หลวงน้ำทา บ่อหาน ประเทศ สปป.ลาว และกลับมาประเทศไทยก่อน 10 เมษายน เพื่อเดินทางไปหมอยเย้นกับวี่ฟัดโก เราจะไปพบปะกับ Mr.Xiong และ อาโก Zongkongmanbu กันที่นั่น ไหงว่าไหงจะอยู่ยาวถึง 18 เมษายนเลย โดยอาจจะกลับมาที่เซินเจิ้นเพื่ออยู่กับหลาน ๆ และมองหาที่เช่าสำนักงานของไหง่ที่เซินเจิ้นด้วย และวันที่ 19 เมษายน ไหงก็จะรอรับคณะทัวร์ ที่จะมาจากเชียงใหม่ เป็นทัวร์ธุรกิจที่จะให้ไหงพาไปตระเวณเสาะหาซื้อสินค้ามาขายที่เชียงใหม่

น้อง ๆ ฮากกากว่างซี มีปุยฝ้าย อาหยาง น้องเชอรี่ อามุ้ยหลิ่ม น้องเค้ก(ม่อไฉเฟิ่ง) และน้องตุ๊กตา ไกด์ของไหง่ ที่จะทำงานประจำกับไหง่ประจำที่เซินเจิ้น จะเป็นล่ามประจำตัวของไหง่ตลอดเวลาที่ไหงอยู่ถ่องซาน เป็นเลขาส่วนตัว (อิอิ.) ตุ๊กตาเป็นฮากกากว่างซี เว้าสำเนียงฉิ่ม ฟังกันม่วนซื่นระรื่นหู เด็กพวกนี้จะไปเหมยโจวกับพวกเรานะอาโกตามปณิธานที่อาโกตั้งไว้ ว่าอยากให้เด็กฮากกากว่างซีได้ไปเห็นเมืองหลวงของชาวจีนฮากกา และฮากกาโลก ไหงขออนุโมทนา

ไหงลืมไป ที่เซี่ยงไฮ้ ไหงจะได้พบกับหลิวหย่งหวา ด้วยนะ แล้วจะส่งรูปให้ดู (จุ๊ จุ๊ อิอิ.) 

ทั้งหมดนี้คือกำหนดการจริง ๆ ได้ซื้อตั๋วเครื่องบินภายในประเทศจีนหมดแล้ว หมดไปกว่าค่อนแสน เพราะขนทีมงานไปหลาย เมื่อถึงเวลาไหงจะแอดรูปภาพให้ทุกท่าน 

"ไม่มีคุณคณากร ศรีมิ่งมงคลกุล ก็ไม่มีชุมชนฮากกา
ไม่มีชุมชนฮากกา ก็ไม่มียับสินฝ่า ในวันนี้ ไม่มียับสินฝ่าวันนี้ ก็ไม่มีนายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร ไม่มี บริษัทเยี่ยมเมธากร จำกัด"

ขอคารวะคุณงามความดีทั้งหมดให้ คุณคณากร
ด้วยดวงใจ 1 จอก "กรึบ" อิอิ.

รูปภาพของ แกว้น

ฮากกา

 

ขออวยพรให้สมาชิกชาวฮากกาทุกท่านมีความสุขในปีกระต่ายนี้ครับ และขอให้หนูหย่งหวามีความสุขในครอบครัวใหม่ที่ 武汉湖北 นะครับ ขอชื่นชมความเด็ดเดี่ยวและขอให้ประสบความสำเร็จสมดังความมุ่งมั่น นำเรื่องราวของเราชาวฮากกามาเผยแพร่มากๆ ผมเป็นสมาชิกหลายปีเข้ามาอ่านเป็นครั้งคราวก็ยังสับสน แต่ก็เคยเห็นผู้รู้บางท่าน จำไม่ได้เป็นผู้อาวุโสท่านใดเขียนไว้ตรงกับที่ผมพอจะทราบมาบ้าง พวกเราเป็นชาวฮั่น 汉族โบราณดั้งเดิมสายเลือดบริสุทธิ เคลื่อนย้ายถิ่นหนีภัยสงครามหลายระลอกรวมระยะเวลาหลายพันปี กระทั่งมาลงหลักตั้งถิ่นฐานที่หมุ่ยเยี้ยน หรือเหมยเซี่ยน 梅县หรือเหมยเจา 梅州นครหลวงฮากกาและตำบลข้างเคียงต่างๆในมณฑลกวางตุ้ง 广东ปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขาสูง ในอดีตไม่มีผู้คนอาศัยอยู่

ข้อสังเกตส่วนตัวผมเองเมื่อเทียบเคียงกับทำเนียบบรรพบุรุษตระกูลลี 李 เท่าที่ปรากฎหลักฐานเริ่มต้นเคลื่อนย้ายถิ่นจากเมืองหล่งซี 陇西หรือมณฑลกันซู 甘肃 ในปัจจุบันซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของหลายต้นตระกูลแซ่ ผ่านซันตง 山东 ซันซี 山西 เหอหนาน 河南 อันฮุย 安徽 เจ้อเจียง 浙江เจียงซี 江西 มาตามภูเขาสูงและเข้าสู่แผ่นดินฮกเกี้ยนหรือฟูเจี้ยน 福建 และกวางตุ้ง 广东 ในเวลาต่อมารวมระยะเวลานับพันปี  เมื่อวัยเด็กพวกเราทราบเพียงว่าบรรพบุรุษเป็นชาวมณฑลกวางตุ้งมาจากหมุ่ยเยี้ยนบ้าง 梅县 ฟุงซุ้นบ้าง 丰顺 ซิ้นแหน่นบ้าง 兴宁 ซันแถ่ว(ซัวเถา)บ้าง 汕头 เกี๊ยดหย่องและฉ่าหย่องบ้าง 茶阳 (ไม่แน่ใจว่าเป็นเมืองเดียวกันหรือเปล่า) ไท้ปูบ้าง 大埔 เป็นต้น แต่ปัจจุบันทราบว่ามีฮากกาโพ้นทะเลทั่วโลกและชาวจีนเองจำนวนไม่น้อยต่างพากันไปตามหารากเง้าที่เมืองต่างๆดังกล่าวตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายถิ่นของบรรพบุรุษ ไม่แน่ใจว่ามีฮากกาพวกเราจากประเทศไทยด้วยหรือเปล่า โดยเฉพาะที่กันซูและฟูเจี้ยนยังคงปรากฎสุสานต้นตระกูลลี 李อยู่ด้วย และแม้นประชากรเมืองดังกล่าวจะเรียกตนเองว่าเป็นคนเมืองนั้นๆ แต่มีวัฒนธรรมบางอย่างเหมือนชาวฮากกา เช่นภูมิปัญญาการหมักเหล้าหว่องจิ้ว 客家黄酒 อาหารเลื่องชื่อไก่แช่เหล้า 浸酒鸡 เป็นต้น นอกจากนี้มณฑลเจียงซี 江西省ยังมีผู้คนที่เรียกตนเองว่าคนเจียงซี พูดภาษาเจียงซี ซึ่งภาษาพูดฟ้งดูเผินๆเหมือนจีนกลางหรือแมนดาริน 汉语 หรือฟังอีกทีก็คล้ายฮากกา 客家话 แต่เมื่อตั้งใจฟังให้ดีจึงรู้ว่ามีทั้งแมนดารินและฮากกาปะปนกันอยู่ ทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ อาจมีข้อมูลตัวอย่างมากกว่านี้หนูช่วยกรุณานำมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ.. นะ!!

ปัจจุบันเท่าที่ทราบตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายถิ่นมีเพียงมณฑลฟูเจี้ยนเท่านั้นที่มีกลุ่มชนเชื้อชาติที่ถูกเรียกขานกันว่า ฮากกา HAKKA 客家 (บ้านแขกผู้มาใหม่หรือผู้มาอยู่ใหม่)อาศัยอยู่ จึงน่าเชื่อได้ว่าที่นี่เป็นแห่ลงกำเนิดแรกของคำว่า ฮากกา ขึ้นในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ซึ่งฟังดูน่าจะเป็นคำเรียกขานที่เป็นเกรียติแก่ผู้มาใหม่ที่ยังไม่รู้จักชื่อหรือไม่รู้จักกันจนติดปากจากรุ่นสู่รุ่นเป็นเวลายาวนาน กลายเป็นกลุ่มชนเชื้อชาติใหม่ในเวลาต่อมา เมื่อโบราณกาลการเคลื่อนย้ายของผู้คนเพื่อค้นหาถิ่นที่อยู่ทำกินที่เหมาะสมน่าจะเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อชาวฮากกาผู้มาใหม่เคลื่อนย้ายมาถึงมณฑลฟูเจี้ยน ซึ่งมีผู้ครอบครองเดิมอาศัยอยู่มาก่อนแล้วเป็นเวลานาน จึงถูกเรียกขานผ่านรุ่นสู่รุ่นว่าฮากกา เมี่อเคลื่อนย้ายไปยังถิ่นที่อยู่ใหม่อย่าง กวางตุ้ง กว่างซี เสฉวน และประเทศต่างๆทั่วโลกจึงนำพาสถานะความเป็นชนเชื้อชาติ ฮากกา客家ในสำเนียงหมุ่ยเยี้ยนซึ่งทางราชการถือเป็นสำเนียงมาตรฐานติดตัวไปด้วยโดยปริยาย หรือขักกา หรือคักกา หรือแคะในภาษาไทยและภาษาแต้จิ๋ว หรือเค้อเจียในภาษาจีนกลางแมนดาริน 汉语 เมื่ออยู่ต่างเมืองกันในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน สำเนียงภาษาพูดสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นย่อมอาจแปลเปลี่ยนไปได้บ้างตามกาลเวลาที่ผ่านไป ทำนองเดียวกับปัจจุบันพวกเราชาวฮากกาในประเทศไทยจำนวนไม่น้อยพูดภาษาฮากกาไม่ได้ ขณะที่ชาวฮากกาในประเทศข้างเคียงอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์มีผู้พูดจำนวนมากและดีกว่าเราฉันนั้น หลายคนคงอาจไม่ทราบว่าในซัวเถาของแต้จิ๋วก็มีซันแถ่วฮากกา ทั้งที่บรรพบุรุษเคลื่อนย้ายบมาจากถิ่นกำเนิดเดียวกัน และมีชาวฮกเกี้ยนที่แซ่ลี 李 ดำเนินชีวิตประจำวันประพฤติปฎิบัติประเพณีวัฒนธรรมและภาษาพูดเช่นชาวฮกเกี้ยนทั่วไปและไม่มีความรู้ประเพณีวัฒนธรรมและภาษาพูดฮากกา แต่นับถือหั่วเติ๋อกง 火德公 ซึ่งเป็นต้นตระกูลของชาวฮากกาแซ่ลีเป็นต้นตระกูลด้วย และยังมีลีกาเซ็ง李加成 เศรษฐีชาวฮ่องกงซึ่งถือว่าบรรพบุรุษเป็นชาวซัวเถาของแต้จิ่วและพูดฮากกาไม่ได้ ก็ไปเช็งเม้งสุสานหั่วเติ๋อกง 火德公 ที่ฟูเจี้ยนเช่นกัน  !!!!!!! 

อย่างไรก็ตาม คลื่นการเคลื่อนย้ายสามครั้งหลังสำคัญ โดยครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่างช่วงศตวรรษที่ 4-9 เริ่มต้นจากซันตง 山东 ซันซี 山西และเหอหนาน河南 โดยมีเหอหนานเป็นศูนย์กลางเข้าสู่อันฮุย安徽 และตำบลข้างเคียง คลื่นครั้งที่สองเกิดขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 9-12 เริ่มต้นจากตอนตะวันออกของเจียงซี 江西มาตามภูเขาและไหล่เขาเข้าสู่ตอนใต้ของเจียงซี 江西และตอนในผืนแผ่นดินฮกเกี้ยนหรือฟูเจี้ยน福建 โดยมีข้อสังเกตุท่านเหล่านี้น่าจะยังคงสถานะชนเชื้อชาติ ฮั่น 汉ณเวลานั้น และคลื่นครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นระหว่างช่วงศตวรรษที่ 12-17 เข้าสู่ตะวันออกเฉียงเหนือของ กวางตุ้ง 广东 ในสถานะของชนชาว ฮากกา HAKKA 客家 ผู้เป็นต้นตระกูลของพวกเราในปัจจุบัน...                                    

ผมขอเป็นกำลังใจให้ชาวฮากกาทุกท่านที่มีใจมุ่งมั่นเพื่อส่วนรวมฮากกานะครับ ผมนานๆจะเข้ามาสักครั้งจึงจำชื่อไม่ได้ ที่เห็นในหน้าเดียวกันนี้ก็มี วี่ฟัด ยับสินฝ่า อาฉีเกอ(เห็นรูปแล้วรู้ว่าอาวุโสขออนุญาตคารวะด้วยนะครับ) paul มะไฟ หลิวหย่งหวา(ชื่อผมถ้าเขียนเป็นภาษาไทยด้วยคงน่าสับสนดีนะ !!! 李炯华) ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆนะคร้าบบบ...

 

รูปภาพของ อาฉี

ยินดีต้อนรับ

ประวัติศาสตร์ของพวกเรายาวนาน ที่ต้องร่วมกันค้นหา และสืบทอดบอกเล่าสู่กันฟัง

จึงเป็นเรื่องที่ควรยินดีต้อนรับ และขอขอบคุณในกำลังใจที่มอบแก่ทุกท่าน ครับผม

รูปภาพของ แกว้น

เกียวง้าว 骄傲 ในความเป็น ฮากกา

    ขอบคุณความกรุณาและไมตรีที่อาฉีโกมอบให้ด้วยครับ ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของพวกเรายาวมากจริงๆ การแปลเปลี่ยน ความแปลก ความแตกต่างกันบ้างจึงย่อมปรากฎให้เห็นเป็นธรรมดา ผมจะตามไปอ่านงานของฉีโกครับ...        

    และขอบคุณหนูที่เปิดโอกาสให้มี3 ฝาขึ้นในชุมชนนี้ ขอส่งกำลังใจไปยังท่านยับสินฝ่าด้วยอีกครั้ง ผมบังเอญรู้พื้นฐานเพียงน้อยนิดครับ คงเปรียบไม่ได้กับภูมิความรู้ของหนู ขอบคุณที่กรุณาให้รายละเอียดเพิ่มเติม ผมเห็นเส้นทางเมืองต้นกำเนิดต่างๆของพวกเราแล้ว สงสัยเหลือเกินในอดีตท่านเหล่านั้นเข้าไปถึงได้อย่างไร? ผมจะเข้าไปฟังเพลง ฮากกาเวิร์ล ตามที่แนะนำ จะเก็บหยดน้ำตาร่วงไว้ยืนยันกับหนู และตามไปอ่านงานของผู้อาวุโสและอีกหลายๆท่านครับ

    หนูพูดถึงความเป็นฮากกาสากล ของฮากกาไทย ทำให้นึกถึงสมาชิกท่านหนึ่งเขียนถึงสมาคมฮากกามีมติให้ใช้คำว่า ฮากกา สื่อสารแทนคำว่า แคะ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ไม่ว่าจะพูดสำเนียงภาษาท้องถิ่นเมืองใดก็ชนชาติฮากกาหนึ่งเดียว การยึดเอาคำง่ายๆ เช่น ฉัน เธอ กินข้าว ไปใหนมา เป็นเครื่องชี้วัดนั้น ผมกลับเห็นว่าคำเหล่านี้ผันแปลได้ง่ายที่สุด ใครอยู่ใกล้ที่ใหน ใครอยู่ใกล้กับใคร ในช่วงระยะเวลาหลายร้อยพันปีที่ผ่านมา พวกเราคนท้ายแถวจากเมืองต่างๆในปัจจุบันก็ปะปนอยู่ร่วมกัน คงไม่อาจแยกแยะได้อย่างถูกต้อง

    ขออนุญาตอาคมโกที่แทนตัวเองว่าไหง แต่ผมก็ไท้ปูกลับแทนตัวเองว่าไห่ง ตรงกับสมาชิกอีกท่านหนึ่งที่ไม่ใช่ไท้ปู และลูกพี่ลูกน้องผมคนหนึ่งมีครอบครัวร่วมกับคนเฟิงซุ่น ภาษาพูดก็ไม่แตกต่างกัน รู้แต่เพียงว่าสำเนียงไท้ปูยอดดอยนั้นทึ่อๆตรงๆกว่าสำเนียงท้องถิ่นทั้งหมด มากบ้างน้อยบ้าง โดยส่วนตัวผมชอบฟังสำเนียงเหมยเซี่ยน และพูดติดเหมยเซี่ยนบ้างเล็กน้อย เพราะนุ่มนวลแบบกลางๆ และมีความใกล้ชิดกับครอบครัวแซ่เดียวกัน ที่มาจากเหมยเซี่ยนตั้งแต่เด็กอีกประการหนึ่ง ทั้งนี้ยังไม่เคยได้ฟังสำเนียงเฟิงซุ่นที่หนูพูดนะ อย่างไรก็ตามในประเทศจีนเอง เขาไม่เข้าใจคำว่าลึกและตื้น และสื่อสารกันว่าเป็นฮากกาท้องถิ่นเมืองใดเป็นสำคัญ ตรงตามที่อาคมโกได้แสดงความเห็นไว้นั่นแหละ ขอให้หนูชี้แนะความถูกต้องด้วยนะครับ

 

ผมก็ภูมิใจในถิ่นกำเนิดไท้ปูทำนองเดียวกับหนู และเกียวง้าว 骄傲 ในความเป็น ฮากกา

                                                            

รูปภาพของ YupSinFa

chtleeโก

     อาโกครับ ขอขอบพระคุณในความเข้าใจและการสนับสนุนในแนวทางที่ถูกต้องของทิศทางการเดินของชาวไทยฮากกาเรา ทั้งในด้านอุดมการณ์ในส่วนรวม และการสนับสนุนในแนวทางส่วนตัวของไหง่ ไหงจะนำเอากำลังใจของอาโก เป็นสิ่งยึดมั่นในการทำความถูกต้องให้แก่ฮากกาไทย ให้เข้ากันกับฮากกาโลก ต่อไป

     ฮากกาเราเป็นหนึ่งเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นฮากกาหมอยเย้น ไท้ปู หินแหน่น หย่งติ้ง ฮงสุน ฮุ่ยโจว กว่างซี หูหนาน เจียงซู ซื่อชวน กุ้ยโจว ไห่หนาน กว่างตงทั่วทั้งมณฑล อะไรอย่างนี้ รวมถึงในไต้หวัน และประเทศต่าง ๆ ที่มีแสงอาทิตย์ส่องไปถึงทั่วโลก ฮากกาจีนและฮากกาโลก เราเป็นหนึ่งเดียวจริง ๆ ยกเว้นประเทศไทยที่มีเพียงฮากกาในกว่างตงเพียงอย่างเดียว

     (ฮงสุน หมอยเย้น ไท้ปู เกียดหยอง ฮุ่ยโจว-ฟี้จู หินแหน่ง เจี๋ยวเหลี่ยง อึ่มฝ่า ฯลฯ)

     ตอนนี้ไหงยังไม่ค่อยว่าง เดี๋ยวอีกไม่กี่วันก็จะไปจีนเป็นเดือน แต่ก็จะเข้าชุมชนเราทุกวัน เจอกันได้อยู่แล้ว

     หวังว่า วันที่ ๒๘ พฤษภาคม นี้ จะได้พบกับอาโก ซึ่งเป็นขุนศึกสำคัญท่านหนึ่ง นะครับ อิอิอิ.

รูปภาพของ แกว้น

ไท้ช้อนเฉี่ยน

ขอขอบคุณยับสินฝ่าแทยมากที่จะมีโอกาสพบหน้าวอกซิ่วกัน
ความจริงอยากเรียกท่านมากกว่า เพราะเห็นเป็นผู้แก่พรรษามีความเชี่ยวชาญเลยทีเดียว
นี่ก็จะไปเมืองจีนอีกแล้ว ขอให้ยิดลู้ซุ้นฟุง เดินทางปลอดโปร่งและปลอดภัย
ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ไท้ช้อนเฉี่ยน

หง่ายมิกล้าเทียบเคียงผู้กล้าทั้งหลาย
ขออยู่ข้างกายท่านน่าจะอุ่นใจดีกว่า..ฮาฮา..

 

รูปภาพของ หลิวหย่งหวา

อ่านแล้วซาบซึ้งใจ

     สวัสดีค่ะ chtlee - อาหวาเกอของหนูอีกท่านหนึ่งแล้ว ค่ะ หนูอ่านคอมเม้นท์ ของอาโก ขออนุญาต เรียก อาโกก็แล้วกันนะคะ แหม อาโกหลี่ (อีกแล้วค่ะ เรามันคนนิยม "หวา"- " 华 " เหมือนกันเลย ดังนั้นตอนนี้ เรามี 3 ฝา แล้วนะคะ ฮิฮิ.) ดังนั้น จึงขออนุญาต คุณ chtlee ว่า โกหลี่ จะเหมาะสมดีกว่าไหมคะ เพราะว่า เรียกหรือพิมพ์ตามชื่อที่ล๊อคอิน ขี้เกียจเปลี่ยนแป้นพิมพ์บ่อย ๆ ค่ะ ฮิฮิ คนขี้เกียจก็อย่างนี้แหละค่ะ ไม่ดีเลยนะคะ

     โกหลี่นี่ ไม่ธรรมดาเลยนะคะ เป็นอีกท่านหนึ่ง ที่รู้มากจริง ๆ เลยค่ะ รู้ในระดับที่ "รู้จริง" ด้วย และรู้ในส่วนที่หนูและีอีกหลายท่านยังไม่รู้ ว่้าที่กานซู่ ยังมีชาวฮั่นที่สันนิษฐานว่าเป็นชาวฮากกาอีก ตามที่หนูได้ดูแผนที่ถิ่นอาศัยของชาวฮากกาในประเทศจีนมา ถึงแม้ว่าจะไม่มีพื้นที่ของกานซู่อยู่ แต่หนูก็ยอมรับนะคะ ว่า ความเป็นไปได้มีสูงมากที่กานซู่จะมีชาวฮากกาอาศัยอยู่ พูดตามตรรกะหรือหลักความเป็นจริง หรือความน่าจะเป็น พวกเรา ซึ่งเป็นชาวฮั่นบริสุทธิ์ (อายับโก หรือ ยับสินฝ่า เขาได้กล่าวไว้เมื่อหลายปีมาแล้วฟันธงว่าพวกราคือ "ชาวฮั่นบริสุทธิ์" ลองไปตามค้นอ่านดูนะคะ) ได้เป็นบรรพบุรุษของชาวฮั่นในเมืองทั้งหลาย และได้แพร่หลายกระจายไปอยู่ในหลายมณฑล

     อำเภอเหมยเสี้ยน และตัวเมืองเหมยโจว อันเป็นเมืองหลวงของชาวฮากกาในประเทศจีน ภาษาฮากกาสำเนียงเหมยเสี้ยน เป็นภาษา เค่อเจียเตอผู่ทงฮว่า หรือ "หักก๋าเผียวจุ่น" แปลว่า "ภาษาฮากกามาตรฐาน" ถึงตรงนี้ ท่านใดที่เป็นฮากกาจากอำเภออื่น ๆ กรุณาอย่าต่อว่านะคะ อันนี้หนูยืนยันว่า พูดตามนักวิชาการด้านมานุษยวิทยาและภาษาศาสตร์ ของสาธารณรัฐประชาชนจีนค่ะ นักวิชาการจีน ท่านยอมรับในวงกว้าง และชาวจีน 1,350 ล้านคนก็ยอมรับ และรับรู้กันโดยทั่วไปว่า พวกเราเป็น "บรรพบุรุษของชาวฮั่นทั้งหลาย" นะคะุ

     ความคิดเห็นของ อาหลี่โก หรือ โกหลี่ มันสอดคล้องต้องกันกับทฤษฎีของนักประวัติศาสตร์-มานุษยวิทยา-ภาษาศาสตร์ ของจีน อย่างถูกต้องตรงตัวเลยค่ะ อันนี้เป็นเครื่ืองยืนยันว่า โกหลี่ "เป็นผู้รู้แท้" อย่างจริง เลยนะคะ น่าเสียดายที่ เวลา 2 ปีกว่า ที่อาหลี่โก เป็นสมาชิก ไม่ค่อยได้ให้ความรู้แก่พวกเรา และสมาชิกทั้งหลาย ปล่อยให้อายับสินฝ่าโก เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เผยแพร่อุดมการณ์ไป พร้อมกับแนวร่วมกองเชียร์ที่ลุ้นกันตัวโก่ง ฮิฮิ. ดังนั้น หนูจึงต้องออกมาเป็นแนวร่วมไงคะ อาหลี่โก ออกมาตอนนี้ก็ดีมากเลยค่ะ มาช่วยกัน เผยแพร่ ความจริง ความถูกต้อง ไปพร้อมกัน ให้ฮากกาไทย ได้เห็นคุณค่า ของความเป็นฮากกา สากล และมีความภูมิใจในความเป็นฮากกา โดยเฉพาะสมาชิกท่านที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับความเป็นฮากกาเลย และน้อง ๆ เยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญของพวกเราในอนาคตค่ะ

     ที่อาโกหลี่ เขียนไว้นั้น เป็นสิ่งยืนยันได้ค่ะ ว่า ฮากกาเรานั้น อพยพมาจากมณฑลเหอเป่ย ทางใต้ของกรุงปักกิ่งลงมานิดหน่อย เคลื่อนตัวมาเรื่อย ๆ เป็นระลอก ๆ มาหนาแน่นที่อำเภอเหมยเสี้ยนอยู่ระยะหนึ่ง เมื่อมีจำนวนมากเข้า ๆ ในเหมยเสี้ยนเป็นป่าดง ดอย ก็จึงมีผู้เสียสละ อพยพออกไปจากเหมยเสี้ยน ไปยังที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศจีน และไต้หวัน โดยออกจากเหมยเสี้ยน ไปยัง ทั่วทั้งมณฑลกว่างตง ทางตะวันออกของกว่างซี เกาะไห่หนาน เกาะไต้หวัน มณฑลซื่อชวนทางตะวันออก ไปกุ้ยโจวก็มี หยุนหนานบ้างเล็กน้อย หูหนาน เจียงซู เจียงซี ฯลฯ ตามที่อาโกหลี่ว่าไว้นั่นแหละ่ค่ะ แต่ในเหมยเสี้ยนก็ยังมีพี่น้องฮากกา ออริจินัล อยู่มากมายที่สุดอยู่ดี ตลอดระยะเวลา 2,200 ปี ถึง 1,700 ปีลงมา จนมานิ่ง ในสมัยปลายราชวงศ์ชิง โดยเฉพาะสมัย อาณาจักรไท่ผิงเทียนกว๋อ ของท่าน จักรพรรดิ์ "หงซิ่วฉวน" ชาวฮากกาาจากอำเภอฮวาเสี้ยน (ปัจจุบันอยู่ในเขตนครกว่างโจวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวฮากกาที่เหลืออยู่ระลอกสุดท้ายพากันอพยพลงมาสมทบจนหมดไม่เหลือในเหอเป่ย

     จนกระทั่ง จีนเป็น สาธารณรัฐ และ สาธารณรัฐประชาชน อำเภอเหมยเสี้ยน จึงได้ยกระดับเป็น เมืองเหมยโจว มีตัวเทศบาลนครเหมยโจวตั้งอยู่ในเขตอำเภอเหมยเสี้ยน (ที่หนูเรียกเทศบาลนครไม่ได้หมายความว่าเหมยโจวเป็นนครนะคะเพียงแต่หนูอยากเปรียบเทียบกับประเทศไทยว่า ใตตัวจังหวัดใหญ่มักจะเป็นเทศบาลนครให้ทุกท่านเห็นภาพน่ะค่ะ-เหมยโจวเป็น เมือง=ซื่อ=市-เปรียบกับประเทศไทย ง่าย ๆ ก็คือจังหวัดแต่ไม่ได้หมายความว่า ซื่อ อื่น ๆ เป็นจังหวัดเหมือนกันนะคะอย่าง ซิ่งหนิง หรือ หินแหน่น ก็เป็น ซื่อ แต่อยู่ในเขตปกครองของจังหวัดเหมยโจวอีกทีหนึ่ง ค่ะ- ประเ่ทศจีนมีการยกระดับเมืองที่เจริญ ให้เป็น ซื่อ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ซือ แต่ละ ซื่อ จะแยกตัวออกจากเมืองแม่เสมอไป และแยกออกจากเมืองแม่ ก็มีมากหลาย อันนี้เป็นเรื่องการปกครองท้องถิ่นของจีนที่บางท่านอาจมีการสับสนได้ค่ะ แต่สรุปว่าอย่าไปสนใจนะคะ ขอแค่ทราบว่า ตัว ซื่อ ที่เปรียบเหมือนจังหวัดของไทย มีอำเภอแต่่ละอำเภอ และจังหวัด ต่าง ๆ มี เทศบาลนคร อีกบางเทศบาลนคร ขึ้นอยู่กับความเจริญาของตัวอำเภอนั้น ๆ เช่้น ซิงหนิงหรือหินแหน่น มีความเจริญ รัฐบาลท้องถิ่นเหมยโจวหรือรัฐบาลกลางปักกิ่งก็สุดแต่จะทราบได้ จึงยกระดับให้ตัวอำเภอหินแหน่น เป็น เมืองซิงหนิง หรือเทศบาลนครซิงหนิงที่ยังอยู่ภายใต้การปกครองของเหมยโจวซื่อ หรือจังหวัดเหมยโจวอีกชั้นหนึ่งค่ะ หาได้แยกออกไปเป็นจังหวัดซิงหนิง แต่อย่างใดไม่) มีอำเภอบริวาร อยู่ 7 อำเภอ ดังที่หลาย ๆ ท่านทราบกันดีอยู่แล้ว แต่จะขออนุญาต นำมาบอกในที่นี้อีก ครั้ง เพื่อประโยชน์สาธารณะ คือ

     1.อำเภอเหมยเสี้ยน เปรียบเป็นอำเภอเมือง มีเทศบาลนครเหมยโจวอยู่ในนั้น เปรียบเป็นไทยก็คล้ายกับสงขลา

     2.อำเภอซิงหนิง หรือ หินแหน่น มีเทศบาลนครซิงหนิง อยู่ในนั้น เปรียบคล้ายกับไทยก็ อำเภอหาดใหญ่ (เปรียบให้เห็นภาพเฉย ๆ นะคะ) อยู่ทางตะวันตกของเหมยโจวหรือเหมยเสี้ยนค่ะ

     3.อำเภอต้าผู่ หรือ ไท้ปู มีเทศบาลเมืองไท้ปู หรือตัวอำเภอ ที่มีความเจริญอยู่ในตลาด อย่างกับอำเภอใหญ่ ๆ ของไทยทั่ว ๆ ไป แต่ที่จีน หรือพูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ตัวอำเภอของเขาเจริญกว่าตัวจังหวัดหรือตัวเมืองต่าง ๆ ของไทย หลายเท่านัก หนูจึงเปรียบเมือง หรือ อำเภอเมือง ของจีัน เป็นเทศบาลนครเพืิ่อให้เห็นภาพยังไงละคะ

     4.อำเภออู่หวา หรือ อึ่มฝ่า อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอำเภอเมืองเหมยโจวหรืออำเภอเหมยเสี้ยน ่ติดกับถิ่นอาศัยของพวกกว่างตงทั้งหลาย

     5.อำเภอผิงหย่วน อยู่ทางทิศเหนือของเหมยโจวติดกับเจียงซี

     6.อำเภอเจียหลิง หรือเจี๋ยวเหลี่ยง อยู่ทางทิศเหนือของเหมยเสี้ยนหรือเทศบาลนครเหมยโจว ติดกับมณฑลฮกเกี้ยนหรือฝูเจี้ยน   และ

     7.อำเภอเฟิงซุ่น หรือ หงสุ่น (ฮงสุน) บ้านเกิดของพี่น้องฮากกาส่วนใหญ่ในประเทศไทย รวมถึงอาปา อาแม ของหนูด้วย ฮงสุนนี่แหละค่ะ ที่เป็นเขตที่ติดกับดินแดนแผ่นดินของพี่น้องแต้จิ๋ว เมื่อเรามาอยู่นานเข้า ๆ จึงรับเอาวัฒนธรรมและภาษาของชาวแต้จิ๋วซึ่งแรงมาก เข้ามาในภาษาพูดของเรา ไม่เหมือนกับฮากกาอำเภออื่น ๆ ในเหมยโจว และมณฑลต่าง ๆ ทั่วประเทศ จีน แต้จิ๋วถึงจะเป็นคนส่วนน้อยในประเทศจีน แต่วัฒนธรรมของเขาเจริญและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และเป็นหน่อเนื้อเชื้อสายของวัฒนธรรมฮกเกี้ยนใต้ จึงได้แผ่ขยายมาให้ชาวฮากกาฮงสุน ซึ่งอยู่ร่วมดินแดนแผ่นดินของแต้จิ๋วเขา (เหมือนกับหย่งติ้งที่รับเอาวัฒนธรรมภาษาหมิ่นหนานซึ่ีงเป็นภาษาแม่ของแต้จิ๋วมาพูดหล่อหลอมกลายเป็นสำเนียงฮากกาอีกแบบหนึ่งที่คล้ายหรือเหมือนกับสำเนียงฮงสุน) ่รับเอาสำเนียงเสียงศัพท์ของแต้จิ๋วมาพูดผสมผสานกับสำเนียงฮากกาหลัก กลายมาเป็นสำเนียงฮากกาแบบใหม่ที่ไม่เหมือนฮากกาถิ่นอื่น ๆ อันนี้ถิือเป็นความน่ารักของการเคลื่อนย้ายสำเนียงภาษานะคะ เราเข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตามค่ะ มันต่อเนื่องกันมาเป็นพัน ๆ ปี ก็ต้องกลายเป็นแบบนี้ใช่ใหมคะ ถามว่าเราภูมิใจไหม ก็ภูมิใจนะคะ หนูเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของฮงสุน หนูก็ภูมิใจในความเป็นฮากกาฮงสุน

     แต่ถ้าจะถามหนูว่า หนูมีความภูมิในใจความเป็นจีนอะไร หนูก็จะตอบว่า.....

     หนูมีความภูมิใจในความเป็น "ฮากกา" เหมือนกับพวกเราทุกคนทั่วประเทศทั่วโลก ที่ใช้คำว่า "ฮากกา" หนึ่งเดียวค่ะ 世 界 客 家 = Hakka World =ฮากกาโลก ยังไงละคะ ตอนนี้สังคมฮากกาโลก ในประเทศต่าง ๆ กำลังมาแรงเลยค่ะ กับชาวฮากกาทั่วโลก เกือบ 90 ล้านคน ในประเทศจีน 70 กว่าล้าน รวมกับ เกือบ20 ล้านคนในโลก ก็ปาเข้าไป 90 กว่าล้านคน มากกว่าประชากรไทยทั้งประเทศ ในขณะที่ประเทศไทย มีแต้จิ๋วมากที่สุดในโลก มากกว่าชาวแต้จิ๋็วในประเทศจีนเสียอีก ดังนั้นก็ต้องยอมรับค่ะว่าวัฒนธรรมแ้ต้จิ๋วมีอิทธิพลหรือเป็นวัฒนธรรมจีนหลักในประเทศไทย นะคะ

     มีเพลง ฮากกาเวิร์ล ที่ได้ลงในชุมชนนี้ เป็นเพลงที่ไพเราะจับจิตจับใจมากค่ะ อาโกหลี่ ลองค้นหาแล้วเปิดฟังนะคะ  แล้วน้ำตาจะร่วงเหมือนหนูเลยค่ะ ไม่ใช่ดอกพิกุลร่วงเหมือนหนูนะคะ

     ขอให้อาหลี่โก เข้ามาออกความเห็นเป็นประจำและถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆ ที่อาหลี่โก มีอยู่ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และน้อง ๆ เยาวชนที่เข้ามาเป็นจำนวนมากนะคะ

     แล้วพบกันค่ะ อาหลี่โก.

รูปภาพของ นายวีรพนธ์

น้องหลิวหย่งหวา, ยับสินฝ่าและท่านอื่น ๆ

ช่วยเล่าเรืองความเป็นมา หรือเรื่องเกี่ยวกับฮากกา ที่อยู่อำเภอหุ้ยตง 惠东县 จังหวัดหุ้ยโจว 惠州市 เห็นไม่ค่อยมีคนกล่าวถึง

รูปภาพของ อาคม

คุณวีรพนธ์ หล่อซินซาง

หงีเป็นคนที่ย้ายไปจากหาดใหญ่รึป่าวครับ เพราะแถวหาดใหญ่ สะเดา หรือที่ใกลัเคียงส่วนใหญ่เป็นฮากกาฟี้จู ฮุ้ยจิว ยิ่งแถวสะเดาจะมีคนที่มาจากฮุ้ยตุงเยอะมากเช่นมาจาก ตอจุก เป่าเฮ่ว มาซาน กาวถาม เซี่ยงจุง เซี่ยงหล่อ เซี่ยงอือ เซี่ยงฉี เซี่ยงจุงที่มาจากเป่าเฮ่วมีมากที่สุด คนสำเนียงอื่นที่อยู่สะเดาก็จะถูกคนฟี้จู ฮุ้ยจิวกลืนไปหมด ถึงขนาดพูดสำเนียงของตัวเองไม่ได้เลย ก็เหมือนกับสิ่งที่ไหงได้พบเห็นก็คือคนที่นี่นิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุก(Bul-Bul)กันมาก ก็มีที่หนึ่งเอานกเอี้ยงมาเลี้ยงใกล้กัน ปรากฎว่านกเอี้ยงร้องเป็นกิ้งกุ๋ยยิง เสียงเดียวกันกับนกกรงหัวจุกไปแล้ว เจ้านกเอี้ยงเสียชาติเกิดไปเลยไหมหว่า หรือเข้าทำนองเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม

求助:请求各位รบกวนทุกท่านค่ะ หนูอยากทราบประวัติศาสตร์ของฮากกาเชียงใหม่

求助:请求各位รบกวนทุกท่านค่ะ หนูอยากไดข้อมูลเกี่ยวกับ ขอความช่วยเหลือจากทุกท่านที่ทราบข้อมูลค่ะ

๑ ประวัติศาสตร์ของสมมาคมฮากกาเชียงใหม่แบบระเอียดค่ะ ตั้งแต่ใครเป็นผู้ก่อตั้ง ก่อตั้งยังไง จนถึงได้ร่วมใจร่วมเงินสร้างศาลกวนอูค่ะ

๒ ประวัติความเป็นมาของคนไทยเชื้อสายจีนฮากกาที่อยู่ในเจียงใหม่

รูปภาพของ YupSinFa

ฮากกาเชียงใหม่จัดให้คุณหวาน ๆ

     ขอออกตัวก่อนนะครับว่า ป่านนี้ เวลา ตี 2.00 น. ของเช้าตรู่วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2011 ตั้งแต่ตื่นเช้าเมื่อ ตีห้ากว่า ๆ ของเมื่อวานวันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ไหงมีภารกิจ จนป่านนี้ยังไม่ได้อาบน้ำนอนหลับพักผ่อนเลย มาเห็นคำถามของคุณหวาน ๆ จึงจำเป็นต้องตอบแต่ีขอตอบคร่าว ๆ ก่อนนะครับ เพราะเลยเวลานอนมานานมากจนจะฟ้าสางอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้แล้ว

     คุณหวาน ๆ ควรจะบอกที่มาที่ไปของตัวเองก่อนว่า เป็นใครอยู่ที่ไหน ถึงอยากรู้ความเป็นมาของฮากกาเชียงใหม่ เป็นคนเชียงใหม่เชื้อสายฮากกาหรือปล่าว หรืออยากล่อเสือออกจากถ้ำ อิอิอิ. เพราะไหงเป็นฮากกาเชียงใหม่ อยู่เชียงใหม่มาตั้งแต่เกิด และย้ายตัวเองไปอยู่เชียงรายเสีย 10-11 ปีเต็ม อากุงมาจากหมอยเย้น พาอาปามาเกิดที่มังกุ๊ และอาปาก็พาไหงมาเกิดเชียงใหม่ หลังจากอากุง อาผอย้ายหนีภัยสงครามกลับมาอยู่้บ้านเกิดอาผอที่เชียงใหม่

     ขอตอบแบบคร่าว ๆ ก่อนนะครับ

     1. เท่าที่ทราบนะครับ ฮากกาเชียงใหม่ ตั้งมาตั้งแต่ปีไหนไม่อาจทราบได้ เพราะไม่ได้คลุกคลีวงในมานานมาก ๆ แล้ว ตอนนี้ที่บ้านเป็นสมาชิกอยู่แต่อาผอแก่มากแล้ว ไม่สามารถเข้าไปได้แล้วจึงไม่ได้ไปสมาคมฮากกาเชียงใหม่มาได้ สิบกว่าปีเข้าไปแล้ว คงมีแต่เพียงเจ้าหน้าที่มาเก็บเงินค่าบำรุงศพแค่นั้น

         คงจะเกิดการรวมกลุ่มในบรรดาแกนนำในสมัยประมาณ 60 ปีก่อนได้กระมัง ที่ดินที่ตั้งสมาคมปัจจุบัน บริจาคโดย อากุง เปาเซ็น เซี้ยงหว่อง ต้นตระกูลเหลืองไชยรัตน์ เจ้าของร้านสรรพสินค้าภูธรในยุคอดีตก่อนที่นครบาลจะบุกภูธร อิอิ. และยังเป็นผู้ผลิตรองเท้าหนังชั้นดี อีกด้วย ท่านเป็นผู้เสียสละบริจาคที่ดินแปลงนี้ไว้และช่วยกันสร้างอาคารที่ทำการสมาคมได้เป็นผลสำเร็จ

     2.เรื่องการสร้างศาลเจ้ากวนอูนี้ ไม่ทราบเรื่องและรายละเอียดเลย เพราะไปอยู่เชียงรายกลับมา ก็เห็นเขาสร้างเกือบเสร็จแล้ว ปัจจุบันเป็นศาลกวนอูที่มีความโดดเด่นสวยงามในศิลปะจีนตอนใต้มาก ๆ เลย

     3.ในเจียงใหม่ ความเป็นมาของจีนฮากกา ก็เหมือนกับจีนทุกกลุ่มที่เข้ามาในเชียงใหม่ มีปริมาณมาก รองจาก แต้จิ๋ว และหยุนหนาน ตามลำดับ ซึ่งจีนในเชียงใหม่ มีมาจากทุกกลุ่ม แต้จิ๋วก็มีทุกตำบล อำเภอ จะเห็นได้ว่ามีทุกสมาคมแต้จิ๋ว มีหมด ทั้ง โผลเล้ง เท่งไฮ้ เตี้ยะเอี้ย เตี้ยะอัน เกียดหยอง เกียดซี กว่องสิ่ว ใหหนำ หยุนหนาน ฮากกา แต่ไม่มี ฮงสุน ไท้ปู หมอยเย้น หินแหน่น 

     ชาวฮากกาในเชียงใหม่ มีทั้งฉิ่ม และฮงสุน ในอัตราส่วน ฉิ่มจะมากกว่า ฮงสุน ราว ๆ 2 ต่อ 1 แต่มีความสมัครสมานสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวกันมาก ว่ากันว่า ชาวฮากกาหมอยเย้น นั้น มีมากที่สุดที่ หาดใหญ่ ภาคใต้ กรุงเทพ ปากน้ำโพ และเชียงใหม่ 4 ที่นี้แหละ นอกนั้น่ที่เหลือในแผ่นดินล้านนา เป็นฮงสุน 99.99 เปอร์เซ็นต์ 

     ความเป็นมาของชาวฮากกาที่เข้ามาในเชียงใหม่ ก็เหมือนกับคนจีนทุกกลุ่ม ยกเว้นหยุนหนาน ที่พอมาขึ้นฝั่งที่กรุงเทพ แล้ว ก็มักจะบอกต่อ ๆ กันมาว่า ตระกูลนั้น มาอยู่เชียงใหม่นะ ตระกูลนี้มาถึงเชียงใหม่นะ ตามมาสิ หมู่บ้านนี้มาอยู่ที่นี่นะ คือเป็นการบอกกล่าวกันมาเป็นทอด ๆ ยังไงล่ะ เพราะถ้าไม่บอกต่อกันมา ใครจะไปรู้ เพราะว่ามาขึ้นฝั่งไทยใหม่ ๆ ไม่รู้ประสีประสา ไม่รู้ที่ทางทำมาหากิน นอกจากการบอกต่อ ๆ กันไปก็เท่านั้น ซึ่งก็เหมือนกันทุกจังหวัดนั่นแหละ

     ไหงก็รู้เพียงแค่นี้จริง ๆ นะ ให้ตายสิ คุณหวาน ๆ หากคุณเป็นชาวฮากกาเชียงใหม่ ไหงขอรบกวนคุณช่้วยเข้าไปสัมภาษณ์หน่อยเถอะเพราะไหงก็อยากรู้รายละเอียดเหมือนกันนะ เพียงแต่ไหงคิดตามคุณนภดล แห่งศูนย์ฮากกาศึกษาเท่านั้นเองว่า สมาคมก็มีแต่ อาปัก อากุง อาเม อาปักเม แ่ก่ ๆ ที่มาร้องเพลง มาเถียงกันเดือนละครั้ง มากินโต๊ะกัน แล้วก็บช้องโก กันบ่อย ๆ เราเป็นคนรุ่นใหม่ อยู่ในสังคมออนไลน์ดีกว่า ได้ประโยชน์ให้กับสาธารณะได้หลากหลายทั่วโลกและได้เพื่อนทุกกลุ่มวัย ดีกว่าอยู่ในสมาคมที่เคร่งครัดในจารีตประเพณีนิยมเก่า ๆ เอาไว้อายุสัก 70 ค่อยไปสมัครเป็นสมาชิกหรือกรรมการกับเขาเพื่อไม่ให้สมาคมขาดสมาชิกอย่างนี้จะดีกว่า ไหงคิดอย่างนี้นะ คุณหวาน ๆ ที่รัก.

ศาลเจ้ากวนอูเชียงหม่

หนูเคยไปสัมภาษร์แล้วค่ะ แต่ได้ข้อมูลมาไม่เอยะเนื่องจากว่าเวลาสัมภาษณ์น้อย             สมาคมฮากกามีประวัติศาสตร์เป็นเวลา 40 ปีแล้ว      ส่วนศาลเจ้ากวนอู เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2007 เปิดให้ประชาชนเข้าไปกราบไหว้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม ปี 2009 โดยมีผู้คนชาวฮากกา และคนไทยทั่วไปที่นับถือศรัทธาท่านกวนอู เจ้าแม่กวนอิมช่วยกันบริจาคเงินซึ่งภายในพื้นที่ศาลเจ้าได้สร้างป้ายบันทึกรายชื่อผู้คนที่ใจบุญบริจาคเงิน      เห็นบอกว่าคนฮากกาที่เจียงใหม่ส่วนใหญ่มาจาก梅县ค่ะ  ใช่ไหมคะ

ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของคนฮากกาในเชียงใหม่ค่ะ

"ในเจียงใหม่ ความเป็นมาของจีนฮากกา ก็เหมือนกับจีนทุกกลุ่มที่เข้ามาในเชียงใหม่ มีปริมาณมาก รองจาก แต้จิ๋ว และหยุนหนาน ตามลำดับ ซึ่งจีนในเชียงใหม่ มีมาจากทุกกลุ่ม แต้จิ๋วก็มีทุกตำบล อำเภอ จะเห็นได้ว่ามีทุกสมาคมแต้จิ๋ว มีหมด ทั้ง โผลเล้ง เท่งไฮ้ เตี้ยะเอี้ย เตี้ยะอัน เกียดหยอง เกียดซี กว่องสิ่ว ใหหนำ หยุนหนาน ฮากกา แต่ไม่มี ฮงสุน ไท้ปู หมอยเย้น หินแหน่น "        ตรงที่เป็นสีแดงหนู งง ค่ะ ขออนุญาติถามเพ่ิมค่ะว่า "ตรงที่เป็นสีแดง หมายถึงว่า คนแต้จิ๋วมีอยู่ที่ต่างๆๆที่เล่านั้น หรือ หมายถึงฮากกามีอยู่ตามที่ต่างๆ "คะ                                                    ขอบคุณมากค่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

รูปภาพของ YupSinFa

ตอบหนูหวานๆ

    เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก และเครียดด้วย คืออย่างนีั้นะ ไหงกำลังนั่งคีย์คำตอบให้หนูหวาน ๆ อยู่ดี ๆ และคิดว่าเป็นคำตอบที่ดีมาก ๆ เมื่อคีย์ใกล้จะเสร็จ กำลังจะกดส่ง หงีรู้ไหม ไฟดันดับเสียดื้อ ๆ แค่ 5 วินาที่ แล้วมันก็มา

    จึงโมโหและเครียดเลย แต่ไม่เป็นไรนะ ยังจำได้อยู่ แต่เขียนใหม่มันคงไม่สวยงามเหมือนกับเขียนครั้งแรกแล้วละ (ไม่แน่อาจสวยงามกว่าครั้งแรก อิอิอิ.)

    แต่เวลาไหงหมดแล้ว ขอติดไว้เป็นครั้งหน้า อาจจะค่ำนี้ัก็ได้นะ คอยติดตามคำตอบก็แล้วกัน ขอไปทำงานก่อน สวัสดี

ขอโทษทุกท่านมากๆๆๆ

ต้องขอโทษด้วยจริง ๆค่ะ    ที่หนูมาแบบไม่ได้แนะนำตัวเลยค่ะ  คือเป็นแบบนี้ค่ะ

หนูเป็นคนจีนค่ะ我是中国广西人,ยายหนูก็เป็นคนพูดภาษา新民话 หนูอ่านมาจากinternetว่า  " 客家话分布的地区很广,在不同的地方有不同的称谓。在广东的西部和广西称之涯话、麻介话、新民话,湖南一些地方称客姓话,在江西则称之为“怀远话”。 "   

      ตอนนี้อยู่เจียงใหม่ค่ะ  แต่ไม่ได้โพ้นทะเลมาค่ะ  หนูตอนนี้เรียนป.โท ที่ม.ราชภัฏเจียงใหม่ สาขาภาษาไทย หนูสนใจเรื่องชาวจีนฮากกาที่อยู่ในเชียงใหม่ค่ะ และกำลังทำรายงานอยู่ด้วย จริงๆแล้ว รายงานหนูเริ่มทำมาเป็นเดือนแล้วค่ะ หนูก็เคยไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่หรือ อาโกอที่สมมาคม แต่เนื่องจากเวลาสัมภาษณ์น้อย เลยได้ข้อมูลมาไม่มากค่ะ  และเมื่อสามวันก่อน หนูได้เจอwebนี้ค่ะ ก็เลยมีโอกาสสมัครเป็นสมาชิกค่ะ เลยได้สอบถามข้อมูลจากท่านที่นี่ค่ะ  และทำไมหนูไม่ได้แนะนำตัวละค่ะ อันนี้ต้องกราบข้อโทษจริงๆๆค่ะ ที่ท่านขอตีหนู๑ที หนูก็ว่าสมควรแล้วที่จะโดน   คือนอกจากหนูเรียนหนังสือวันเสาร์ อาทิตร์แล้ว หนูยังทำงานเป็นเหล่าซือสอนภาษาจีนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเจียงใหม่เวลาวันจันทร์ถึงศุกร์ด้วยค่ะ  ช่วยนี้ช่วงเวลาใกล้จะสอบพอดีค่ะ ทั้งมหาลัยที่หนูเรียนและโรงเรียนที่หนูทำงานอยู่ งานเพียบ ยุ่งๆๆไปหมดค่ะ  หนูวางแผนไว้ว่า จะกราบขอโทษทุกท่านและแนะนำตัวสักอาทิตร์หน้าค่ะ ช่วงนั้นเวลาหนูจะว่างกว่าตอนนี้ค่ะ  แต่หนูเปิด webนี้มาดู รู้สึกว่าไม่รายงานตัว ไม่ขอโทษไม่ได้แล้ว รู้สึกผิดมากๆๆค่ะ 
หนูเป็นคนจีน นี่คือเหตุผลที่หนูพิมพ์ภาษาจีนได้ค่ะ และเวลาที่เรียนภาษาไทยของหนูไม่มากค่ะ การใช้ภาษาไทยของหนูอาจไม่ค่อยถูกต้องก็ขออภัยด้วย  ที่สำคัญอย่างยิ่งคือขอโทษที่ไม่ได้รายงานตัวตั้งแต่ต้นค่ะ   ท่านอาสุ่กอย่าโกรธหนูเลยนะ  นะคะ                         

รูปภาพของ หลิวหย่งหวา

หนูหวานๆ อาสุกยับเขาอยากเจอหนูมาก

     ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ หวานๆ หนูเรียนปริญญาโท มหาวิทยาลัยอะไรคะ เรียนเอกด้านไหน และเป็นครูสอนภาษาจีนที่โรงเรียนอะไร อาโกยับสินฝ่า ของหว่อ น่ะ เขาเป็นจีนฮากกาเกิดที่เชียงใหม่ เรื่องราวของชาวฮากกาเชียงใหม่ และ เชียงราย เขารู้มากมายเลยนะจ๊ะ ถ้าหนูอยากได้เรื่องราวต่าง ๆ กับจีนฮากกา ทั้งหมด ในประเทศไทย เขาก็พอจะรู้เท่าที่หนูอยากจะรู้นะ

     หนูไม่ใช่ชาวจีนโพ้นทะเล ไม่งั้นก็เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนโพ้นภูเขามาจากหยุนหนาน หรือปล่าวล่ะ เราชาวฮากกากับชาวหยุนหนานถือว่าเป็นญาติสนิทกันในหมู่ชนชาวฮั่นนะ เพราะบรรพบุรุษของหนูเป็นคนปักกิ่ง อันเป็นดินแดนแผ่นดินดั้งเดิมของบรรพบุรุษของเรา มณฑลเหอเป่ย ก่อนที่พวกเราจะอพยพลงมาเมื่อ 2700 ปีก่อน แต่บรรพบุรุษของหนูถูกเนรเทศมาอยู่หยุนหนาน เมื่อ กว่า 300 ปีก่อน เราจึงมีภาษาสำเนียงฟางเหยียนอยู่ในกลุ่มเดียวกัน คือเป่ยฟางเหยียน แต่ฮากกาเดี๋ยวนี้ถูกจัดเป็น ฮากกาฟางเหยียน คือเป็นภาษาฮั่นดั้งเดิมแล้วนะ

     ถ้าหวานๆ อยากรู้เรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับฮากกา และประวัติศาสตร์จีน หวานๆ ติดต่อเขาได้ ที่ 085-6242088 เขาจะดีใจมากและรับรองว่า หนูจะได้ความรู้เยอะแยะเท่าที่หนูอยากรู้ อาโกยับสินฝ่าของไหง่ หรือเท่ากับอายับสุ่ก หรือ สินฝ่าสุ่ก ของหนู เขาเป็นคนรักเด็กรักเยาวชนที่ใฝ่ดีมาก ๆ รับรองว่า หนูติดทำเนียบ "หลานรัก" ่ของเขาแน่ ๆ โดยเฉพาะอยู่ในเมืองเชียงใหม่เหมือนกัน เรื่องฮากกาหนูไปถามเขาดีกว่า จะได้คำตอบที่ดีกว่าคนเฝ้าสมาคมที่ไม่ค่อยทราบเรื่องอะไร จะต้องไปหาผู้ใหญ่ ในสมาคม หนูไปถามเขาได้

     ไหงอยู่ที่ประเทศจีน และสถิตย์อยู่แถว ๆ ชุมชนของเราด้วยความรักเป็นอย่างยิ่ง หนูสามารถติดต่อ ไหงได้ ที่อีเมลของไหง่ คือ yonghua819@gmail.com แลกเปลี่ยนความรู้กันได้นะจ๊ะ แต่ว่าทางที่ดี หนูติดต่ออาสินฝ่า สุ่ก ของหนูดีกว่านะจ๊ะ จะได้รู้อะไร ๆ อีกมากมาย จ๊ะ

     ขอให้โชคดีในการเรียนนะจ๊ะ ว่าง ๆ เข้ามาคุยกันได้จ๊ะ

     เข้าเฟซบุ๊คของเขาก็ได้นะ นายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร Klit Geammaethakorn แล้วหนูจะเห็นเขาในหลาย ๆ มิติ ค่ะ

คุณ yonghuaและอาสุกยับค่ะ

คุณ yonghuaและอาสุกยับ   หวานๆขอถามต่อว่า                                                                                                                      "บทบาทหน้าทีของสมมาคมและศาลเจ้ากวนอูที่มีต่อชาวฮากกาในเชียงใหม่เป็นอย่างไร"                 คือตามที่หนูเข้าใจ     การอพยพ---การตั้งชุมชน---การเริ่มต้นทำมาหากิน--- พฒันาของการทำอาชีพ---ปัจจุบัน  แล้วในขั้นตอนนี้ที่หนูคิด ไม่ทราบว่าถูกต้องหรือเปล่าคะ  การก่อตั้งสมาคมอู่ในขั้นไหน ตั้งขึ้นเพื่ออะไร ก็คือ บทบาทหน้าที่ของสมมาคมเป็นอย่างไร                                                                                              

  "พิธีกรรม และบทบาทของศาลเจ้ากวนอูเป็นอย่างไร"       รวบกวนอีกทีค่ะ ถ้าอาสุก คุณyonghuaหรือท่านอื่นก็ได้ถ้าทราบข้อมูล ก็ช่วยตอบหน่อยค่ะะ                                                                                                        

รูปภาพของ YupSinFa

สำหรับหนูหวานๆ

    ยับสินฝ่า มาแล้วจ๊า หนูหวานๆ แต่ก่อนอื่น อยากรู้นะว่าหนูเรียนมหาวิทยาลัยอะไร เอกวิชาอะไร ในระดับปริญญาโท และลูกสาวไหง่ก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนช่องฟ้าซินเซิง ดังนั้น ไหงก็จึงอยากรู้ว่าหงีทำงานเป็นเหล่าซือสอนภาษาจีนอยู่ที่โรงเรียนอะไร ในเชียงใหม่ ซึ่งมีสอนภาษาจีนไม่กี่โรง แต่โรงเรียนภาษาจีน ที่เป็นโรงเรี่ยนจีนแท้ ๆ คือโรงเรียนช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุง ซึ่งนับรวมกันแล้ว มีอายุได้ 109 ปี นั่นเอง

     พูดตรงตรงนะ ไหงไม่อยากตอบในที่นี้เลย ให้ตายสิ ไม่รู้นะว่าเป็นเพราะอะไร ซึ่งอันที่จริง การตอบในหน้าชุมชนมันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมาก ๆ แต่ไหงมีเซ็นท์บางอย่างน่ะ ไหงเป็นคนมีสัมผัสที่ 6 นะ ไหงอยากช่วยหนูมาก 

     ดังนั้น ถ้าหนูอยากได้ข้อมูล ที่ตรงกับความจริงที่สุด หนูควรเปิดตัวหนูกับไหง ด้วยการ โทร.เข้ามาที่ 085-6242088 ดังที่หลิวหย่งหวา ผู้ที่รู้ใจไหงมากที่สุด บอกหนูไว้นั่นแหละ

     เรื่องของเรื่อง ไหงอยากรู้ที่มาที่ไปเกี่ยวกับการเรียนของหนูน่ะ

     อีกอย่างหนึ่ง ไหงสนใจหนูด้วย เพราะสงสัยว่า หลิวหย่งหวาคงลืมอ่านที่หนูบอกว่า อาผอหนูเป็นฮากกกากว่างซี หลาน ๆ พนักงานประจำของไหง่ ที่เป็นคนจีน อยู่ 4 คน ก็เป็นฮากกากว่างซีซะ 2 คน อีก 2 คนเป็นรุ่นน้องของพวกเขา ดังนั้น ไหงจึงมีโลกทัศน์เกี่ยวกับฮากกากว่างซีด้วย ไหงขอบอกหงีว่า ถ้าหงีอยากไปเที่ยวเหมยโจว กับ หลาน ๆ ไหง่ ฮากกากว่างซี ซึ่งวี่ฟัดโก ของไหง๋ "จัดให้" พวกเขาและเธอ ได้ไปเห็นเมืองหลวงของฮากกาทั้งโลก ไหงก็คิดว่า อยาก "จัดให้" หนูได้ร่วมคณะไปด้วยนะ ถ้าหนู "กล้าพอ" อิอิอิิ.

     ไหงอนุมานว่า อากุงของหนู เป็นหยุนหนาน อาผอเป็นฮากกากว่างซีหรือ???

     หน้าที่ของสมาคมฮากกา ก็เหมือนกับสมาคมชาวไทยเชื้ัอสายจีน ทุกสมาคมในประเทศไทย และทั่วโลก คือ "เป็นที่รวมกลุ่มของชาวไทยเชื้อสายจีนกลุ่มนั้น ๆ เช่นสมาคมฮากกาเชียงใหม่ ก็เป็นที่รวมกลุ่มของชาวเชียงใหม่เชื้อสายฮากกาในรูปแบบเดิม ๆ คือ เก็บเงินค่าสมาชิกศพ ในแต่ละศพ ประชุมคณะกรรมการสมาคม เพื่อแต่ละเดือนจะได้มากินอาหารฮากกาฟรี ๆ ทุกเดือน โดยกุ๊กชาวฮากกาประจำสมาคม หาเรื่องจัดกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของสมาชิก แจกทุนการศึกษา(ที่ไม่ค่อยจะพอใช้) ร่วมด้วยช่วยกันบริจาคเงินเพื่อสาธารณกุศลต่อสังคมส่วนรวมหรือเฉพาะกลุ่ม ประสานงานกับองค์กรธุรกิจเอกชนและส่วนราชการภายในจังหวัด ร่วมกับกลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีนกลุ่มอื่น ๆ ในการจัดกิจกรรมที่สำคัญของจีน เช่น เทศกาลตรุษจีน ในตลาดวโรรส เทศกาลเฉลิมฉลองวันชาติจีน ให้การต้อนรับกงศุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ คนใหม่ อำลาคนเก่า จัดงานเทศกาลประจำปี เช่น วันเหงียนเซียว มีการขายโต๊ะจีน แจกบัตรให้ผู้อาวุโสที่ยังพอกระย่องกระแย่ง มาร่วมงาน ได้ มีการจัดการสังสรรค์ ในหมู่คณะกรรมการ เช่น ช้องโก ชมรมกีฬาต่าง ๆ เช่น ปิงปอง ฟุตบอล เทนนิส ประสานงานกับสมาคมฮากกาจังหวัดต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมฮากกาสัมพันธ์ในระดับประเทศ และระดับโลก จัดกิจกรรมเดินทางท่องเที่ยวดูงานในประเทศจีน และกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่หลี่ซื่อจ่อง จะมีความคิดและจินตนาการตามความฝันและสติเฟื่อง"

     บทบาทหน้าที่สมาคมฮากกาเชียงใหม่ ที่มีต่อศาลเจ้ากวนอู ที่แน่นอนที่สุดคือ สมาคมฮากกาเชียงใหม่ ในฐานะ "นิติบุคคล" ตามกฎหมาย เป็นเจ้าของศาลเจ้ากวนอู ซึ่งถือว่าเป็น "ศาสนสมบัติ" ของส่วนรวม โดยมีนิติบุคคลสมาคมฮากกาเชียงใหม่ ในฐานะเจ้าของสถานที่และผู้ดำเนินการจัดสร้าง เป็นเจ้าของและดูแลจัดสรร ผลประโยชน์ และรักษาศาลเจ้ากวนอู ให้เรียบร้อย ตามสมควร แก่การเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ฺ ในอนาคต เมื่อมีความเฮี้ยนขึ้นมา คนก็จะ "ขึ้น" มามาก โดยการแก้บนต่้าง ๆ อย่างหนาแน่น เมื่อถึงเวลานั้น ก็จะมีการ "จัดเก็บผลประโยชน์" โดยอาจจะมีการจ้าง "อาปักแก่ ๆ " คอยเป็นผู้เฝ้าศาลเจ้า และคอยอำนวยความสะดวก แก่ผู้มากราบไหว้แก้บน หรืออาจจะจัดทำตู้บริจาค เพื่อหารายได้ มาบำรุงศาลเจ้า ตามแต่อัตภาพ แต่ถ้าอนาคต ท่านเกิดเฮี้ยนสุด ๆ มีคนถูกหวยรวยแชร์ หลาย ๆ ล้าน มาก ๆ ราย ก็จะมีคนมาบริจาคมาก มาขึ้น มาก ผลประโยชน์ก็จะมีมากขึ้น ถึงตอนนั้น ก็น่าจะมีผู้ที่อยากจะมาเป็นกรรมการมากขึ้น ตามสัจจธรรม......

     เทพเจ้ากวนอูถือเป็นเทพเจ้าประจำเผ่าของชาวฮากกา

     ชาวจีนทั่วไปทั่วทั้งแผ่นดินจีนและทั่วโลก ยกย่องท่านว่าเป็น "เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์" ท่านซื่อสัตย์อย่างไร ขอให้หนูไปตามอ่าน "สามก๊ก" ของท่าน "หลอกว้านจง" ที่แปลโดยใครก็ได้ แต่ฉบับที่สวยงามที่สุดคือฉบับหลวง(ฉบับแรก) ที่แปลโดยท่านเจ้าพระยาพระคลัง(หน) และของท่านยาขอบ และของคุณวรรณไว พัทธโนทัย ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่ชื่อตัวละครและสถานที่เ็ป็นเสียงภาษาจีนกลาง ผู่ทงฮว่า (ประวัติท่านวรรณไว พัทธโนทัยนี้สุดแสนจะพิสดารยิ่งนัก เป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไทย-จีนถึงขนาดรัฐบาลจีนลงทุนสร้างเป็นละครโทรทัศน์ออก CCTV เลยนะ วันหลังนึกสนุก ๆ จะเล่าเป็นซีรี่ส์ให้อ่าน)

     ดังนั้น ในฐานะส่วนตัว ไหงจึงเคารพรักท่านกวนอูมาก โดยไม่จำเป็นต้องไปกราบไหว้ขอพรท่าน เพราะท่านอยู่ในใจไหงตลอดมากว่า 15 ปี คือเรายึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม เราก็ไม่จำเป็นต้องไปกราบไหว้ขอพรท่าน เพราะท่านไม่มีความเฮงในเรื่องโชคลาภ เมื่อเราไม่ซื่อสัตย์ท่านจะช่วยเราได้อย่างไร ดังนั้น เทพเจ้ากวนอูที่แท้จริง จึงอยู่ในใจของไหง่ ถ้าไหงจะไหว้ท่าน เพียงแต่ไหงต้องรักษาความสัตย์ เท่านั้น สิ่งดี ๆ ก็จะเกิดแก่ไหงและคนที่เคารพท่าน ด้วยความซื่อสัตย์ เท่านั้น

     แต่ในแง่ของการเป็นสาธารณสมบัติ และ ด้านศิลปกรรม ถือว่าเป็นสิ่งล้ำค่า ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และสืบทอด ดังนั้น การจัดสร้างศาลท่านเทพเจ้ากวนอู จึงเปรียบเสมือนการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงามของพวกเรา ชาวเืชื้อสายฮั่นฮากกา เพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานอย่างหนู ได้เกิดความภาคภูมิใจ ในเผ่าพันธุ์ของเรา

     หวังว่าหนูคงจะเข้าใจคำตอบไม่มากก็น้อย

     ส่วนในด้านพิธีกรรม ไหงขอตอบตามตรงว่า ฮากกาเรา ไม่ค่อยเน้นด้านพิธีกรรม มากมายจนไม่รู้จะทำอย่างไรก่อน เหมือนกับพวกเจ้าพิธี อย่างชาวฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว ใหหนำ ให้ตายสิ ฮากกาเราไม่เน้นพิธีกรรมจริง ๆ นะ เพียงแต่กราบไหว้ไปตามวัฒนธรรมประเพณีพอสังเขป ก็เท่านั้น ่เช่นเวลาไหงไปบ้านที่เหมยโจว เหมยเสี้ยน ก็มีการไหว้ศาลบรรพบุรุษ ศาลเจ้าปากทางเข้าหมู่บ้าน เจ้าที่เจ้าทาง ด้วยธูป 3 ดอก ตลอดทุกครั้้ง ไม่ว่าเจ้า เหนี่ยว เมี้้ยว หรือ ซื่อ หรือต้าฝอ มีการจุดประทัดเป็นพิธีเท่านั้น

     ที่เชียงใหม่ศาลเจ้ากวนอูก็เช่นเดียวกัน

     ถ้าหนูอยากเห็นพิธีกรรมการไหว้เจ้าที่ศาล อย่างอลังการณ์ ละก็ หนูควรไปที่ "ศาลเจ้าแม่ทับทิม" เชียงใหม่ ในวันเกิดของท่าน ซึ่งในอดีต ไหงไปร่วมทุกปี เพราะชอบชมพิธีกรรม อันน่าตื่นตาตื่นใจ และระรื่นหู ของพวกใหหนำ ซึ่งจะมีประมาณ กลางเดืิอนพฤศจิกายน ของทุกปี

     หวังว่าหนูคงเข้าใจ ในคำตอบนะจ๊ะ และไหงคิดว่า ได้กลั่นกรองตอบให้หนู อย่างระมัดระวัง และคิดว่า ดีที่สุด ง่าย ๆ แค่นี้เองจ๊ะ แต่ขอ เน้นว่า คำตอบในที่นี้เป็นความเห็นเฉพาะส่วนบุคคลของนายยับสินฝ่าเท่านั้่นนะจ๊ะ หนูสามารถนำไปอ้างอิงได้ แต่ต้องระบุว่า จากนายยับสินฝ่า แห่งชุมชนฮากกาออนไลน์ แต่ถ้าหนูอยากได้คำตอบที่มีน้ำหนัก ไหงแนะนำว่า ไปหา "หลี่ซื่อจ่อง" ซึ่งสมัยนี้ เป็นสุภาพสตรี ท่านแรก ในประวัติศาสตร์ฮากกาเชียงใหม่ ซึ่งคำตอบ น่าจะออกมาในแนว อนุรักษ์นิยม เป็นแน่ แต่แบบของไหง่ กึ่ง ๆ วิชาการ สุดแท้แต่ว่า หนูจะเลือกแบบไหน

     ขอให้ประสพโชคดีในการเรียน วิทยานิพพนธ์ผ่านฉลุย นะจ๊ะ จะรอรับโทรศัพท์จากหนู จ๊ะ

     ยับสินฝ่า

รูปภาพของ วี่ฟัด

เสี่ยวเถียน ( หวานน้อย )

     อาเสี่ยวเถียนเอ๋ยถ้าหนี่ไม่ได้มาแบบมั่วนิ่ม หว่อคิดว่าหนี่เป็นคนจีนที่ไม่ได้เกิดเมืองไทยที่ใช้ภาษาไทยได้ดีมากมาก การเขียน การเรียบเรียงประโยค ดีมากมาก สถาบันที่หนี่เรียนภาษาไทยมาถือว่าเป็นสถาบันที่ใช้ได้ทีเดียว หว่อว่าหนี่เขียนหนังสือไทยได้รู้เรื่องดีทีเดียวอ่านเข้าใจง่าย ยิ่งกว่าบางคนที่เกิดเมืองไทยมาค่อนอายุคนแล้วยังเขียนหนังสือไทยอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องเลย

          ที่หนี่ถามว่าทำไมคนฮากกา ต้องจัดตั้งสมาคม ขึ้นมาหาพระแสงดาบคาบค่ายกันทำไม ( เขียนอย่างนี้ถ้าหนี่เป็นคนจีนเกิดเมืองจีนจริงแล้วหนี่เข้าใจ หว่อว่าหนี่เก่งโคตร ) หว่อว่าหนี่ต้องเข้าใจคำว่า " สมาคม " ก่อนว่าคืออะไร สมาคมคือการวมกลุ่มทั้งทางกลุ่มสังคม และกลุ่มผลประโยชน์ สมาคมฮากกา จัดได้ว่าเป็นกลุ่มทางสังคม แต่ถ้า สมาคมชาวไร่อ้อย อันนี้ถือว่าเป็นการรวมตัวของกลุ่มผลประโยชน์

          การรวมกลุ่มทางสังคมเพื่ออะไร มันมีหลายเหตุผล แต่ถ้าเป็นสมาคมจีน หลักใหญ่ๆก็จะเป็นการรวมตัวเพื่อคานอำนาจกับกลุ่มคนจีนกลุ่มอื่นๆ สังเกตุดูซิว่า ถ้ามีเป็นจำนวนมาก เป็นกลุ่มใหญ่ จะไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีสมาคมขึ้นมาทำใม แต่ถ้ามีกลุ่มคนที่น้อยกว่า จะเห็นความจำเป็นขึ้นมาทันที ว่าจะต้องรวมตัวกันแสดงตนให้มากๆเข้าไว้ เหมือนกับสุภาษิตว่าเขียนเสือให้วัวกลัวนั่นแหละ ใครเคยเห็นสมาคมคนแต้จิ๋ว ตามจังหวัดต่างๆมั่งใหมละ ไม่มีเพราะคนแต้จิ๋ว มันเยอะอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าจะต้องตั้งสมาคมมันไปทำไม จึงไม่จำเป็นต้องเขียนเสือให้วัวกลัว เพราะเป็นเสือในตัวอยู่แล้ว

           ถ้าไม่เข้าใจทฤษฏีนี้ ลองไปดูที่จังหวัดกาญจนบุรี ซิว่ามีสมาคมฮากกาใหม ไม่มี เพราะกลุ่มคนฮากกา มันเยอะอยู่แล้ว มันเป็นเสืออยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องมีสมาคมเพื่อเขียนเสือให้วัวกลัว แต่ประการใด ดังนั้นตามทฤษฎีนี้ ( ของหว่อเอง ) ถ้าที่ใหนมีสมาคม บอกได้เลยว่าที่นั่นกลุ่มคนที่ตั้งสมาคม มีปมด้อยของตนเอง เป็นเด็กมีปัญหา อย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งเขียนก็ยิ่งงงว๊ะ เดี๋ยวหว่อขอกลับไปเรียบเรียงความคิดใหม่ ทฤษฎี นี้ เพิ่งตั้งเดี๋ยวนี้เอง ยังงงอยู่เลย เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะ อาเสี่ยวเถียนเอ๋ย ( ถ้าหนี่ไม่มาแบบมั่วนิ่ม หว่อว่าหนี่เก่งภาษาไทยมักมัก )

รูปภาพของ วี่ฟัด

小甜

         พออ่านๆที่เสี่ยวเถียนเขียน หว่อว่าหนี่รู้อะไรอะไรเกี่ยวกับฮากกาเยอะมากนะ รู้อาโก รู้อาสุก นี่ถ้าหนี่ไม่ได้มาแบบแอบแฝงนี่ถือว่าหนี่เก่งมากเลยนะอาเสี่ยวเถียนเอ๋ย

         แฝงหรือไม่แฝงไม่รู้หละ อยากตอบ เหมือนกับที่คนขายของตามตลาดนัดร้องตะโกนว่า " อยากขาย " อย่างไงอย่างนั้นเลยหละอาเสี่ยวเถียนเอ๋ย

         ที่อาเสี่ยวเถียนถามว่าทำไมคนฮากกาต้องมีศาลเจ้าเพื่อบูชากวนอู นั้นก็ตอบไม่ยากนักหรอก อาเสี่ยวเถียนคงจะพอทราบว่า กวนอูมีจุดเด่นเรื่องอะไร คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ ซึ่งคนฮากกาต่างก็มีจุดมุ่งหมายที่จะดำรงค์ชีวิตอย่างกวนอู คือคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ ยังไงหละคนฮากกาจึงต้องบูชาเทิดทูน กวนอู เหมือนกับคนจีนที่มีแนวทางความคิดเชิงปรัชญาในการดำรงค์ตน

            มีคนฮากกาบางคน ( คนกันเองในเว๊ปนี้เจ้าตัวคงรู้ ) บอกกับหว่อว่าคนฮากกาซื่อจนบื้อจึงไม่ค่อยมีคนฮากการ่ำรวยเป็นเศรษฐีมาหาเศรษฐีเป็นเจ้าสัวแบบคนแต้จิ๋ว อันนี้มันก็แล้วแต่มุมมองของชีวิตครับ เป็นเศรษฐีระดับเจ้าสัว แล้วจะมีความสุขเหมือนกับคนฮากกาที่มีชีวิตแบบรายเรียบไฝ่คุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต หรือเปล่านี่น่าคิดนะครับ เจ้าสัวแบบสแตนลี่ โฮ เจ้าพ่อคาสิโน ที่มีแต่เรื่องขัดแย้งฟ้องร้องในเครือญาติลูกเต้า นี่มันจะมีความสุขหรือเปล่าก็ไม่รู้

           

           

ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณค่ะๆๆๆSmile

รูปภาพของ หลิวหย่งหวา

เกี่ยวกัีบเสี่ยวเถียนหรือหวานๆ

     อายับสินฝ่า โก หรืออาหวาเกอ บอกกับไหง ว่า เมื่อตอนสาย ๆ ของวันนี้ น้องหวาน ได้โทรศัพท์เข้าไปหา เย่ซินหวา เกอ เกอ หรือ ยับสินฝ่า โก เขาบอกไหงว่า ดีใจสุด ๆ และรับรู้แล้วว่า หวานๆ มีตัวมีตนอยู่จริง ๆ ที่สำคัญ เป็นชาวมณฑลกว่างซี บ้านเดียวกับเด็ก ๆ หลาน ๆ พนักงานประจำของบริษัท เยี่ยมเมธากร จำกัด ของอาโกเขาด้วย

    หวาน ๆ บอก สินฝ่า โก ว่า เรียนปริญญาโท อยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สอนภาษาจีนอยู่ที่โรงเรียนโกวิทธำรงเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน สินฝ่า โก หรือ อาหวาเกอ แค่เดิน 10 นาทีถึง

    สินฝ่าโก บอกว่า ตอนแรกได้นัดน้องหวานๆ บ่ายสี่โมง ห้าโมงของเย็นวันนี้ แต่บังเอิญอาโกเขาไม่ว่างต้องไปรับคณะวิจัยของทางมหาวิทยาลัยมหิดล ของ ดร.ศิริเพ็ญ หรือ หวงลี่ผิง เจ่เจ๋ ที่ตอนนี้กลายเป็นคู่แฝดร่วมสาบาน กับ เย่ซินหวา เกอเกอ ไปแล้ว 

    ยับสินฝ่า หรือ เย่ซินหวา เกอเกอ จึงบอกน้องหวานๆ ไปว่า ขอเลื่อนเป็น บ่ายวันจันทร์ ที่ 28 แทน จะได้พบกับ เย่ซินหวาเกอเกอ กับ หวงลี่ผิง เจ๋เจ่ ทั้งสองคน และพบกับ หลาน ๆ ฮากกากว่างซี ที่เพิ่งเรียนจบการศึกษาและบรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัท เยี่ยมเมธากร จำกัด ทันที

    เขาถามหวานๆ ไปว่า ไหน่ไน หรือ อาผอ เป็นฮากกากว่างซีเหรอ? หวานๆ ตอบว่า ไม่แน่ใจ แต่ไม่สำคัญหรอก เพราะหวานๆ มีความจริงใจ ความสนใจในความเป็นฮากกา และได้เป็นสมาชิกชุมชนฮากกาแล้ว

    สินฝ่าโก หรือ ซินหวาเกอ บอกไหงว่า "ฟ้าส่งหวานๆ มาให้ไหงแล้ว" เขาหมายความว่า หวานๆ จะได้เป็นกำลังความคิดและช่วยงานเขาได้ในอนาคต เพราะหวานๆ ใช้ภาษาไทยในการเขียนได้ดีมาก ทั้ง ๆ ที่พูดยังไม่ค่อยชัด แต่ภาษาเขียนของหวานๆ ดีจริง ๆ สินฝ่าโก หรือ ซินหวาเกอ บอกไหงว่า งานแรกที่ต้องรีบให้หวานๆ ช่วย ก็คือ จะขอให้หวานๆ ช่วยแปลสัญญาซื้อ-ขายสินค้าของเขาที่จะต้องเอาไปใช้ที่ หนานหนิง-ซีอาน-เซี่ยงไฮ้ ที่เขาจะเดินทางไปรับคำสั่งซื้อ ในวันที่ 6 มีนาคม และกลับมาถึงไทย วันที่ 25 มีนาคมนี้

    ดีใจด้วยนะหวานๆ หนี่ได้พบกับคนที่จะทำให้หนี่มีการพัฒนาในการใช้ภาษาและได้ทำงานพิเศษเพื่อสร้างรายได้ให้กับหงีแล้ว-เมื่อถึงเวลาพบกัน ขอให้หนี่ พูดคุยกับเขาได้ อย่างเต็มที่นะ ไหงบอกได้เลยว่า เกอเกอคนนี้ ใจดีมาก ๆ เลยละ

ขอถามเพิ่

ขอถามเพิ่มนะคะว่า  เส้นทางการอพยพของชาวฮากกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่๒ และหลังสงครามโรกครั้งที่๒ ค่ะ

รูปภาพของ วี่ฟัด

ขอตอบเพิ่มจ๊ะ

        ส่วนมากชาวฮากกาที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ล้วนมาก่อนสงครามโลกครั้งที่สองทั้งสิ้น สงครามโลกครั้งที่สองที่มีผลกระทบในประเทศไทยโดยตรงอยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2484 - 2489 ( ญี่ปุ่นยอมแพ้ในเดือน สิงหาคม 2489 ) คนฮากกาอพยพเข้ามาในประเทศไทยล้วนเข้ามาก่อนปี 2470 ทั้งสิ้น ดังนั้นสงครามโลกครั้งที่สอง จึงไม่เกี่ยวกับการอพยพของคนฮากกาจากประเทศจีนเข้าสู่ประเทศไทยแต่อย่างใด

            แต่มีผลกระทบต่อชาวจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อชาวฮากกาหรือไม่ ตอบว่ามี เช่น ชาวจีนที่อยู่ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวฮากกา จะถูกกองทัพญี่ปุ่น ผลักดันออกจากจังหวัดกาญจนบุรี เกือบหมด เนื่องจากกองทัพญี่ปุ่น ถือว่าจังหวัดกาญจนบุรี เป็นเขตยุทธศาสตร์ ของญี่ปุ่น กลัวคนจีนจะมาเป็นใส้ศึก ไหง่มีญาติข้างบิดาจากเหมยเซี่ยน หลายคน ช่วงสงคราม ญาติไหง่จึงต้องมาอยู่กับบิดาไหง่ที่ราชบุรี จนสงครามเลิกจึงกลับไปอยู่ที่อำเภอท่าม่วงเหมือนเดิม ( บิดาเล่าให้ฟัง ไหง่เองก็เกิดไม่ทัน )

           ที่ฮากการาชบุรี มีอาปักท่านหนึ่ง เป็นคนไท้ปู้ เซี้ยงใช้เหมือนไหง่ ชื่อ " ใช้ปุ๊ฝ่า " ตอนนี้ท่านได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน สมัยสงครามโลกด้วยความโกรธแค้นญี่ปุ่นที่กระทำย่ำยีต่อคนจีน ท่านได้เดินทางจากเมืองไทย เข้าเวียดนามไปถึงหนานหนิง และไปสมัครรบกับกองทัพก๊กมินตั้งรบกับญี่ปุ่น พอสงครามจบก็กลับมาราชบุรี น่าทึ่งมากกับความกล้าหาญของคนฮากกา ต้องขอคารวะ สามครั้ง หยิดยกโย่ง งี้ยกโย่ง ซ้ำยกโย่ง สาธุ

           ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองคนฮากกาบางคนถึงกับนำลูกหลานของตนกลับไปอยู่เมืองจีนพอสงครามสงบก็นำกลับมาอยู่เมืองไทยเหมือนเดิม ดังเช่นคนเซี้ยงหว่องคนฮากกาเชียงใหม่คนหนึ่งที่นำบุตรของตนกลับไปอยู่เหมยเซี่ยน ตำบลซุงโข่ว พอสงครามเลิกก็นำกลับมาอยู่เชียงใหม่เหมือนเดิม บุตรสาวของเขาคนหนึ่งนั้นมีชื่อว่า " นางยินดี ชินวัตร "

            ดังนั้นสงครามโลกครั้งที่สองจึงไม่มีส่วนเกี่ยวขอ้งกับการอพยพใดๆ เป็นเพียงแต่จะกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวฮากกาเท่านั้นครับ อาเสี่ยวเถียน

ขอขอบคุณอ

ขอขอบคุณอีกครั้งค่ะCool เพราะว่าที่หวานๆหว่อไปสัมภาษณ์ที่สามคมฮากกาเชียวใหม่ มีอาลุกคนกนึ่งบอกหวานๆว่ามาประมาณ70กว่าปีก่อน อาโกอีกอีกคนบอกว่าประมาณ๖๐ปีก่อนค่ะ(ถ้าหวานๆจำไม่ผิดนะ) และหนูได้สัมภาษณ์คนฮากกาอีกท่านหนึ่ง บอกว่าแม่ของเขามาเมื่อปี1936ค่ะ   หนูก็เลยดีความเป็นช่วงสงครามโลกที่๒ และหลัง ค่ะ           

และมาด้วยเรืออะไร สภาพเรือเป็นยังไง มาทางท่าน้ำอะไรของจีน และขึ้นท่าอะไรของไทยคะ ใช้เวลาเดินทางมาถึงเมืองไทยนานแค่ไหนคะ

คำถามหนูเพียบ แยอะมากเลยค่ะ อาโกอย่าหรือท่านอื่นๆๆ เบื่อและกันนะ

รูปภาพของ วี่ฟัด

การอพยพจากจังหวัดกาญจนบุรีในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ของคนฮากกา

        ในช่วงมีการประชุมฮากกามิตรสัมพันธ์ ไหง่ได้คุยกับชาวฮากกาจากพื้นที่ต่างๆ มากมาย ทั้งฮากกาทางภาคใต้และ ฮากกาภาคอีสาน ไหง่สังเกตุว่า คนฮากกาที่อยู่ทางภาคอีสานหลายๆ จังหวัด ทั้งที่จังหวัดขอนแก่นหรือจังหวัดอื่น เช่นนายกสมาคมฮากกาขอนแก่น และผู้บริหารระดับสูงในจังหวัดของแก่น ล้วนแต่เกิดในจังหวัดกาญจนบุรี แล้วบิดามารดา พาอพยพมาอยู่ทางจังหวัดในภาคอีสานตั้งแต่ตัวเองยังเป็นเด็กเล็กๆอยู่ทั้งสิ้น

             พอไหง่เขียนเรื่องการผลักดันคนจีนออกจากจังหวัดกาญจนบุรี ของกองทัพญี่ปุ่น ทำให้ไหง่คิดขึ้นมาได้ว่า เพราะเหตุผลนี้หรือเปล่า จึงทำให้คนฮากกามากมายอพยพไปอยู่ทางจังหวัดในภาคอีสาน และเมื่อดูอายุของอาศุขทั้งหลายที่เคยให้ข้อมูลกับไหง่ว่า เกิดที่จังหวัดกาญจนบุรี ตอนเด็กๆเล็ก พ่อแม่พามาอยู่จังหวัดในภาคอีสาน การอพยพดังกล่าว น่าจะตรงกันกับในช่วงระยะเวลาตอนสงครามโลกครั้งที่สองพอดี กล่าวคือเมื่อประมาณ 60 กว่าปีก่อน ซึ่งอาศุขเหล่านั้นล้วนมีอายุ เกือบ 70 ปี ทั้งสิ้น

            ที่ไหง่เคยสงสัยมานานแล้วเรื่องการอพยพจากจังหวัดกาญจนบุรีไปสู่จังหวัดในภาคอีสานของคนฮากกาเพราะอะไร ไหง่คิดว่าเหตุผลดังกล่าวข้างต้นน่าจะเป็นเหตุผลที่ตรงกับความเป็นจริงที่สุด

             คนฮากกาที่ถูกญี่ปุ่นผลักดันออกจากจังหวัดกาญจนบุรีแล้วไปอยู่ในจังหวัดที่ไม่ไกลจากจังหวัดกาญจนบุรีมากนัก เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ก็จะเดินทางกลับไปอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี เช่นเดิม แต่ถ้าคนฮากกาที่อพยพไปอยู่ในจังหวัดที่ไกลๆออกไปมากมากเช่นจังหวัดในภาคอีสาน คงไม่คิดอยากกลับแล้ว จึงตั้งรกรากอยู่ทางภาคอีสานเลย ซึ่งชาวฮากกาที่มาอยู่ในจังหวัดภาคอีสานล้วนมีฐานะร่ำรวยระดับเศรษฐีมากมาย

           เมื่ออาเสี่ยวเถียนถามมาจึงขอบันทึกความคิดเห็นจากการตั้งข้อสังเกตุของไหง่เอง ช่วยกันเขียนเรื่องแบบนี้ทางวิชาการให้มากๆ ดีกว่า อย่าเขียนอะไรแบบง๊องแง๊ง เป็นจิวแป๊ะทง ( เฒ่าทารก )ไม่รู้จักโตเลยครับผม

อยากทราบว่า ทัศนคติของชาวฮากกาที่มีต่อฮากกา ความเป็นฮากกาค่ะ

อยากทราบว่า  ทัศนคติของชาวฮากกาที่มีต่อฮากกา ความเป็นฮากกาค่ะ    ตอนนี้ ที่ meixian นั้น ก็ได้มีการพัฒนาเป็นอย่างมาก ถ้ามีโอกาสให้ท่านเลือกอยู่ไทยกับจีน ท่านจะตัดสินใจอย่างไรคะ    ขอเชิญทุกท่านมาแสดงความคิดเห็นค่ะ  

รูปภาพของ YupSinFa

ตอบหนูหวานๆ อีกครั้ง

     เมื่อเช้าตรู่ของวันนี้ (พุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2011) ได้ตอบหนูหวานๆ ในชื่อความเห็นว่า "มาไม้ไหนเนี่ย?" ด้วยความที่งง ๆ หนูหวานๆ อยู่ เพราะตั้งข้อสังเกตว่า หนูหวานๆ พิมพ์อักษรจีนได้เป็นน้ำเป็นเนื้อ เรื่่องธรรมดาสามัญที่สุดของคนไทยเชื้อสายจีนทำไมไม่ทราบเรื่องเลย พอมาอ่านเห็นความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง "ศาลเจ้ากวนอู" ของสมาคมฮากกาเชียงใหม่ของ หนูหวานๆ เลยถึงบางอ้อ ว่าแท้ที่จริงแล้วหนูหวานๆ น่าจะเป็นนักศึกษาเอกภาษาจีน ของมหาวิทยาลัยแห่งใดแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ หรือปล่าว?

     น่าเสียดายที่มหาวิทยาลัยนั้น สอนแต่หลักภาษาจีน ที่หนูเรียนอยู่ หาได้สอนพื้นฐานสภาพสังคมจีน ทั้งในประเทศจีน และโพ้นทะเล ที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือในประเทศไทยเรานี้เอง "ชาวไทยเชื้อสายจีน" อย่างพวกเรา

     หนูหวานๆ ไม่ได้แนะนำตัวอะไรมาเลย ขอตีด้วยไม้เรียวสัก 1 ที เพราะว่า ไม่งามเลย อยู่ ๆ หนูก็ถามมาโดยไม่ได้แนะนำตัวเองทำเอา ไหง และผู้ใหญ่ท่านอื่น ๆ ต่อสายถามกันไปหมดว่าหวานๆ เป็นใคร ถามเรื่องราวมาอย่างนี้ งง ง่ะ

     ก็ไม่เป็นไร ยกประโยชน์ให้ แต่่ขอเสนอว่า ต่อไปหนูควรจะมีการอินโทรดักชั่น เกี่ยวกับตัวหนูก่อนนะ และถามแบบเน้น เนื้อ ๆ ไม่ใช่น้ำ ๆ แบบนี้ คนตอบหลงประเด็นน่ะ ถ้าหนูถามมา อย่างชัดแจ้ง แล้วบอกว่าจะเอาไปทำอะไร ที่นี่ มีจ้าวยุทธจักรที่เยี่ยมยอดอยู่มากมายหลายทั่น ทั้งด้านภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี ฯลฯ เกี่ยวกับจีนทั้งหมด และจีนฮากกาที่พวกเป็นอยู่

     เอ้า มาเข้าคำตอบกันเลย ร่ายเสียยาว แต่มันไม่ค่อยสวยงามเหมือนที่ตอบตอนรุ่งสางแล้วนะ

     จำได้ว่าเมื่อเช้านี้ตอบอย่างนี้

     ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ที่คำตอบมันกำกวม และเอามาเกี่ยวโยงกันทั้ง ๆ ที่มันไม่เกี่ยวกัน ขอแยกคำตอบที่หนูหวานขีดเส้นใต้ออกเป็นสองประเด็น ก็คือ ตอบใหม่ นั่นแหละ ดังนี้

     ที่บอกว่า แต้จิ๋วก็มีทุกตำบล อำเภอ ไหงหมายความว่า ชาวแต้จิ๋วนั้น เป็นคนจีน ที่ออกมาจากเมืองแต้จิ๋ว หรือจังหวัดแต้จิ๋ว มณฑลกว่างตง ประเทศจีน โดยที่สมัยก่อน เมืองแต้จิ๋ว อยู่ลึกเข้าไปในชายฝั่งและมีอำเภอ-ตำบล ในเขตเมืองแต้จิ๋ว หรือจังหวัดแต้จิ๋ว อยู่ตามชายฝั่ง เช่น ซัวเถา(ซ่านโถว) โผวเล้ง(ผู่หนิง) เตี้ยอัน(เฉาอัน) เตี้ยเอี้ย(เฉาหยาง) เกียดหยอง(เจียหยาง) เกียดซี(เจียบชิ่ง) เท่งไฮ้(ถ่งไห่) ฯลฯ

     ซัวเถา ในอดีตเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ เรียกว่าเป็นตำบลซัวเถาก็ได้ แต่เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ยึดประเทศจีนได้ทั้งหมดแล้ว ก็มีการพัฒนาทั่วทั้งประเทศ เติ้งเสี่ยวผิงหลังจากกลับมาเป็นใหญ่ที่สุด (จากการ "จัดให้" ของท่านจอมพลยับเกี้ยมยิน-อากุงของไหง่) ท่านก็ได้ นำ "นโยบาย 4 ทันสมัย" มาปัดฝุ่นใช้-นโยบายสี่ทันสมัยนี้ ท่านได้ร่วมกันร่างเป็นพิมพ์เขียวอย่้างลับสุดยอดด้วยกันกับ ท่านนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหล ท่านประธานาธิบดีหลิวส้าวฉี และท่านเติ้งเสี่ยวผิง แต่้ไม่มีโอกาสได้ใช้เพราะสติท่านประธานเหมาดันแตกเสียก่อน ท่านโจวก็ตายไป ท่านหลิวก็ถูกเรดการ์ดทรมานจนตายไป เหลือท่านเติ้งที่เป็นแมวเก้าชีวิตและเป็นความหวังของแกนนำพรรคฯ ที่ยังหลงเหลืออยู่ จนกระทั่งล้มแก๊งสี่คนได้สำเร็จ ท่านเติ้งมาเป็นผู้นำสูงสุดในบั้นปลายชีวิต จึงได้มีการพัฒนาประเทศจีนไปตาม แผน 4 ทันสมัย ที่ได้ร่างไว้เมื่อ 50 กว่าปีก่อน(อย่างลับสุดยอดแต่ก็ไปเข้าหูนางเจียงชิงจนได้) ประเทศจีนจึงได้เกิดการ "พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน" อย่างขนานใหญ่เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

     ซัวเถาจากการที่เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ในเขตแต้จิ๋ว ปัจจุบันกลายเป็นนครซัวเถา เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับเศรษฐีแต้จิ๋วทั่วโลก โดยเฉพาะที่เมืองไทย(ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีชาวเชื้อสายแต้จิ๋วมากที่สุดในโลก-มากกว่าในประเทศจีนปัจจุบันเสียอีก ซึ่งในจีนมีราว ๆ 10 กว่าล้านคนเท่านั้นต่างจากฮากกา ในจีนมี 70 กว่าล้านคน มากกว่าชาวไทยทั้งประเทศ) ได้เข้ัาไปลงทุนในประเทศจีน ที่บ้านเกิดเมืองนอนในซัวเถา (รหัสนักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในประเทศจีน ผู้ที่มีรหัสนักลงทุนชาวต่างชาติ หมายเลข 000001 คือ "นายธนินทร์ เจียรวนนท์"??? หรือ "เจี่ยก๊กมิ้น" เซี่่ยกว๋อหมิน อภิพญามหาเศรษฐีไทยตัวจริง เพราะจากการจัดอันดับ ในประเทศไทย คำนวนจากทรัพย์สินของท่านในไทยเท่านั้น หาได้เอาทรัพย์สินของท่านในจีนมารวมไม่ ถ้าเอามารวม ช้าง กระทิง ชิน ตกกระป๋องหมด) ซัวเถาจึงเป็นเมืองที่เจริญมากกว่าเมืองแต้จิ๋วเมืองแม่เสียอีก เจริญกว่ามาก

     ขอโม้เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนก่อนเข้ัาคำตอบ เขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน มี 5 เขต คือ 1.จูไห่ อยู่ตรงข้ามมาเก๊า ตั้งขึ้นเพื่อรองรับมาเก๊ากลับคืนสู่ปิตุภูมิ 2.เซินเจิ้น(เป็นหมู่บ้านชาวเลเช่นกัน-ปัจจุบันเจริญมากที่สุดในบรรดาเขตเศรษฐกิจพิเศษ) อยู่ตรงข้ามฮ่องกง ตั้งขึ้นเพื่อรองรับฮ่องกงกลับคืนสู่มาตุภูมิ 3.ซัวเถา ตั้งขึ้นเพื่อรองรับชาวแต้จิ๋วโพ้นทะเล 3 เมืองหรือปัจจุบันต้องเรียกว่า นคร นี้อยู่ในมณฑล กว่างตง 4.เซี้ยะเหมิน อยู่ตรงข้ามเกาะไต้หวัน รองรับนักลงทุนไต้หวัน ปัจจุบันเซียะเหมินเจริญและสวยงามมาก และ 5.ไห่หนาน เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่กว้างที่สุดเพราะกินพื้นที่ทั้งมณฑล ไห่หนาน ซึ่งเป็นเกาะ เป็นมณฑลน้องนุชคนสุดท้องที่ แยกออกมาจากมณฑลกว่างตง ตั้งขึ้นเพื่อรองรับพี่น้องชาว ไห่หน่ำหนั่ง บัดเด่งอวย ทั้งหลาย

     ขอแถมเรื่องมหานครให้อีก ดอก เพราะไหน ๆ ก็ไหน ๆ ในประเทศจีน มีมหานครที่ปกครองตัวเอง ไม่ขึ้นกับมณฑลที่ตัวเองตั้งอยู่ แต่ขึ้นกับรัฐบาลกลางปักกิ่ง คือ 1.มหานครปักกิ่ง เมืองหลวง 2.มหานครเทียนจินหรือเทียนสิน อยู่ในมณฑลเหอเป่ย เทียนสินอยู่ติดกับปักกิ่งและติดทะเลป๋อไห่ 3.มหานครซ่างไห่หรือเซี่ยงไฮ้ อยู่ในมณฑลเจ้อเจียง มหานครซ่างไห่ เป็นมหานครที่เจริญและใหญ่ที่สุดของประเทศจีน และอันดับ 3 ของโลก(หรือปล่าว?) และ 4.มหานครน้องนุชคนสุดท้องแต่บิ๊กเบ้อเริ่มเทิ่ม คือ มหานครฉงชิ่ง แยกออกมาจากมณฑลซื่อชวน มีประชากร 40 กว่าล้านคน ซื่อชวนเป็นมณฑลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ประชากรมากที่สุดในประเทศจีน แยกฉงชิ่งออกมาเป็นมหานครแล้ว ยังมีประชากรและพื้นที่ใหญ่ที่สุดอยู่ดี ไหงก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมรัฐบาลกลางปักกิ่ง ไม่ยกฉงชิ่งเป็นมณฑลเสียเลย เพราะมีพื้้นที่มากกว่าหนิงเซี่ย(เขตปกครองตนเองชนชาิติหุย-ระดับเทียบเท่ามณฑล) และมณฑลไห่หนานเสียอีก ฉงชิ่งถูกยกระดับเป็นมหานครเพื่อรองรับเขื่อนยักษ์ที่ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลกคือ เขื่อน "ซานเสีย" หรือเขื่อน 3 ผา หรือเขื่อน 3 โตรก นั่นแหละ

     โม้มามากแล้ว มาเข้าคำตอบกัน

     ไหงหมายความว่า ที่เชียงใหม่มีชาวจีนแต้จิ๋วเป็นอันดับ 1 ่และมีสมาคมของชาวจีนแต้จิ๋วอยู่ทุกสมาคม ที่มาจากทุกอำเภอที่ว่าไว้ตอนต้นนั่นแหละหนูหวานๆ เอ๋ย คือมีสมาคมแม่ คือสมาคมแต้จิ๋ว และมีสมาคมอำเภอต่าง ๆ ที่มาจากเขตเมืองแต้จิ๋วในอดีต พูดภาษาแต้จิ๋ว ในเชียงใหม่มีทุกสมาคมเลย (ของแต้จิ๋ว) คือ สมาคมแต้จิ๋วเชียงใหม่ สมาคมโผวเล้งเชียงใหม่ สมาคมเตี้ยเอี้ยเชียงใหม่ สมาคมจีนเตี้ยอันเชียงใหม่ สมาคมเท่งไฮ้เชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีสมาคมตระกูลแซ่ของชาวแต้จิ๋วอีก คือ สมาคมตระกูลอึ้ง(หวง)เชียงใหม่ สมาคมตระกูลเฮ้ง(หวาง)เชียงใหม่ สมาคมตระกูลตั้้ง(เฉิน)เชียงใหม่ ฯลฯ 

      ส่วนที่ไหงว่าที่มีมากเป็นอันดับ 2 ก็คือ จีนหยุนหนาน (หรือจีน.ฮ่อนั่นแหละนะ ขออำภัยเพื่อน ๆ ชาวจีนหยุนหนานของหว่อด้วย-ตุ้ยปู้ฉี-อิอิ.) มีสมาคมหยุนหนานเชียงใหม่ และมากเป็นอันดับ 3 คือ จีนฮากกา มีเพียงสมาคมฮากกาเชียงใหม่ สมาคมลูกหรือสมาคมอำเภอต่าง ๆ ของฮากกา มิมีในเชียงใหม่ คือ สมาคมฮงสุน(มีที่เชียงราย) สมาคมหมอยเย้น(ที่ไหงนำทีมไปสมัคร เป็นสมาชิก 5 คน กำลังรอเรียกให้ไปดูตัวในวันประชุมใหญ่อยู่-อิอิ.) สมาคมไท้ปู สมาคมหินแหน่น 5 สมาคมหลังนี้ไม่มีในเชียงใหม่ 

     จีนอื่น ๆ ที่มีปริมาณรองลงไปตามลำดับ (และมีสมาคมด้วย) คือ ชมรมจีนใหหนำเชียงใหม่และมูลนิธิศาลเจ้าแม่ทับทิมเชียงใหม่ สมาคมกว๋องสิ่ว(กว่องตุ๋ง)เชียงใหม่ สมาคมไต้หวันเชียงใหม่ (และพอจะรู้ว่ามีสมาคมเซี่ยงไฮ้เชียงใหม่ด้วยนะแต่เดี๋ยวนี้ไม่ทราบว่ายังมีหรือปล่าว) แต่ที่ไม่มี  คือ สมาคมจีนฮกเกี้ยน เชียงใหม่ไม่มี เพราะหาครอบครัวชาวฮกเกี้ยนในเชียงใหม่ไม่ได้เลย

     ขอแถมเรื่องศาลเจ้า ศาลเจ้าในเชียงใหม่ที่สำคัญ ตามลำดับความเก่าแก่คือ

     1.ศาลเจ้ากวนอู(บู้เบี้ย) ของแต้จิ๋ว สังกัดมูลนิธิกวนอู(บู้เบี้ย)

     2.ศาลเจ้าปุ่นเถ่ากงม่า จะมีพิธีฉลองวันเกิดท่านอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี เดืิอนหน้านี้แล้ว ของแต้จิ๋ว สังกัดมูลนิธิปุ่นเถ่ากงม่า

     3.ศาลเจ้าแม่ทับทิม(มาจู่) ของใหหนำ สังกัด มูลนิธิศาลเจ้าแม่ทับทิม และ ชมรมชาวใหหนำเชียงใหม่(ไม่ทราบว่าตั้งเป็นสมาคมแล้วหรือยัง) ที่นี่ไหงชอบไปดูงิ้วใหหนำที่ไหงชื่นชอบและมักจะไปร่วมงานวันเกิดเจ้าแม่บ่อย ๆ ไปกินเลี้ยงกับญาติ ๆ ชาวให่หน่ำหนั่งของไหง กินแพะตุ๋นอร่อย ๆ ปีละครั้ง ฟังงิ้วไหหลำอันไพเราะม่วนซื่นระรื่นหู

     4.ศาลเจ้าน้องใหม่ล่าสุดคือ ศาลเจ้าพ่อกวนอู ของฮากกาเชียงใหม่ ประวัติการก่อสร้างไหงไม่ทราบได้ เพราะสร้างตอนที่ไหงกลับมาจากเชี่ยงรายใหม่ ๆ และตอนนี้ที่บ้านก็เหลืออาผอคนเดียวเป็นสมาชิก ต่อไปคงต้องเอาอาปาและอาแม่ เป็นสมาชิกเพิ่มเข้าไป เป็นการต่อยอด นับว่าศาลเจ้ากวนอูฮากกานี้ เป็นศาลท่านเทพเจ้ากวนอู ที่สวยที่สุดในเชียงใหม่ และแห่งหนึ่งของไทย กวนอู ชาวฮากกา และชาวจีน ถือว่า เป็น เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ และชาวฮากกาเราก็รับว่า ท่านเป็นเทพเจ้าประจำเผ่าของเรา

     หวานๆ คงเข้าใจแล้วนะ ที่หนูระบายแดงนั้น หมายถึงสมาคมของคนแต้จิ๋วที่มาจากอำเภอต่างๆ ในเมืองแต้จิ๋ว และมาอยุ่เชียงใหม่ มาตั้งสมาคมของตัวเอง ซึ่งมีทุกสมาคม ในเชียงใหม่ ไม่ได้หมายความว่า มีชาวฮากกาอาศัยอยู่ (ความจริงมีชาวฮากกาอยู่ในเขตเมืองแต้จิ๋วในประเทศจีนจริง ๆ นะหนู เช่นในเกียดหยอง เกียดซี ไง ดร.หวงลี่ผิง ท่านก็เป็นฮากกาเกียดหยองนะ) และในแผ่นดินของฮากกา คือ อำเภอฮงสุน จังหวัดเหมยโจว เมืองหลวงของฮากกาจีน และฮากกาโลก ก็มีชาวแต้จิ๋วอยู่ผสมปนเปไปด้วยเหมือนกัน 

     ส่วนคำว่า แต่ไม่มี ฮงสุน หมอยเย้น ไท้ปู หินแหน่น อันนี้เป็นสมาคมของชาวฮากกา แต่ไม่มีในเชียงใหม่ มีแต่สมาคมฮากกาสมาคมแม่เพียงสมาคมเดียว ที่ภาคเหนือ สมาคมฮงสุนมีที่เชียงราย และน่าน ส่วนแพร่มีสมาคมฮากกา และลำปางไม่มีต้องไปขึ้นกับเชียงราย (ที่ลำปางและพะเยามีพี่น้องชาวใหหนำมากที่สุด)

     กว่ิองสิ่ว คือ สมาคมของชาวกวางตุ้งที่พูดภาษาเย่หยวี่ หรือภาษาไป๋ฮว่านั่นแหละ สมาคมหยุนหนาน ก็บอกอยู่แล้ว สมาคมใหหนำ ก็บอกอยู่แล้ว

     ขอโทษด้วยที่ตอบติดกันจึงทำให้หวานๆ งง ไปหน่อย แต่หนูก็ได้กำไรนะ เพราะเล่นแถมเสียยาว ขอบอกนะ ว่าตั้งใจตอบให้มากเลย เนี่ย เลยเวลานอนไปชั่วโมงครึ่ีงแล้่ว คงต้องพึ่งยาอีกตามเครยยย์ อิอิอิ. ไม่เป็นไรนะ เพื่อฮากกาของเรา เพื่อลูกหลานของเรา ถึงแม้ไม่ได้แนะนำตัวก็เถอะ เพื่อประโยชน์สาธารณะ

     หรือถ้าหนูหวานๆ สงสารคนแก่อย่างอาสุ่ก สินฝ่า ละก็ ช่วยแนะนำตัวมาหน่อยนะ ดีไม่ดี จะได้ขึ้นทำเนียบเป็น "หลานรัก" อีกคนก็ได้นา....เราเป็นคนเชียงใหม่ด้วยกันนี่ บอกหน่อยนะ ว่าเป็นเชื้อสายจีนหรือปล่าว ถ้าเป็น เป็นฮากกาด้วยไหม ถ้าเป็นฮากกานะ จะรักตายเลย ไม่เชื่อไปถามอาบัสสุ อาจุ๊งฟะ อาเป้หลานจีน และเจ๊แวนเลี่ยวซือย่า อีกคน อ้อ ยัยต้นกล้าอีก พักนี้ช่วงช่วงอีกแล้ว คือจะ หายไปเป็นช่วงช่วง แล้วก็จะ หลินฮุ่ย คือกลับมา และก็ช่วงช่วงอีก เป็นประจำ ไม่เข้าใจเลย ยัยต้นกล้าปุ้มปุ้ยจมูกกลมคนนี้ เฮ้อ!

 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal