![]() |
|
![]() |
|
|
||||||||
|
จะถึงฤดูชินหมินแล้ว![]() ชินหมิน (เช็งเม็ง) เป็นธรรมเนียมการไหว้บรรพบุรุษที่ฮวงซุ้ยในช่วงเดือน 3 จีน เมื่อกำหนดว่า ปีหนึ่งแบ่งเวลาเป็น 24 ช่วง เดือนหนึ่ง มี 2 ช่วง การไหว้เช็งเม้ง ถือเอาช่วงหนึ่งของเดือน 3 เป็นช่วงเวลาของการไหว้ ธรรมเนียมนี้มีผู้รู้เล่าว่าได้สืบทอดต่อกันมาประมาณ 3800 ปีแล้ว โดยคนจีนในไทยนิยมไหว้ในวันที่ 5 เมษายน ซึ่งยังตกอยู่ในช่วงเดือน 3 ของจีน ของที่ใช้ไหว้ก็เหมือนการไหว้ในเทศกาลอื่น ว่ามีของคาวพวก หมู เป็ด ไก่ มีการจัดการกับข้าวที่คิดว่าบรรพบุรุษชอบ บางบ้านก็เลือกชนิดที่ลูกหลานชอบด้วย แล้วก็มีขนมไหว้ มีผลไม้ มีการเผากระดาษเงิน กระดาษทองโดยต้องไหว้เข้าที่ก่อน แล้วจึงไหว้บรรพบุรุษ ฟังมาว่า มีเหมือนกันที่มีการนิมนต์พระจีนไปสวดด้วย แต่มีน้อยมากเรื่องที่น่าสนใจใน วันเช็งเม้งจึงน่าจะเป็นเรื่องของฮวงซุ้ย จริง ๆ
แล้วคำว่า ฮวงซุ้ย ในภาษาจีนไม่มี มีแต่คำว่า ฮวงจุ้ย ซึ่งคำว่า ฮวงจุ้ย นี้เป็นภาษาแต้จิ๋ว ได้สันนิษฐานว่า เป็นการเรียกเพี้ยนมาจากคำใดคำหนึ่ง แล้วกลายเป็นฮวงซุ้ยไป คำว่าฮวงจุ้ยนี้ มีผู้แปลว่า "ภูมิพยากรณ์" สำหรับฮวงจุ้ยนี้ คนจีนส่วนใหญ่มีความเชื่อถือมาก เรื่องการเลือกที่และการสร้างบ้าน ว่าต้องให้ถูกโฉลก หรือถูกต้องตามตำราฟุงซุ้ย โดยเชื่อกันว่าในแต่ละที่จะมี พลังลึกลับที่เรียกว่า "แสงที่" แฝงอยู่ การเลือกที่ได้ถูกต้อง และสร้างบ้านได้ถูกหลักฟุงซุ้ย แสงที่จะยิ่งช่วยเสริมให้ที่ตรงนั้นถูกโฉลกกับเจ้าของทำให้ผู้อยู่อาศัยอยู่เย็นเป็นสุข เจริญก้าวหน้า ศาสตร์เรื่องฮวงจุ้ยนี้ ไม่เพียงแต่ใช้กับที่อยู่อาศัยของคนเป็น ซึ่งคนจีนเรียกว่า "เอี๊ยงกัง" เท่านั้น กับ "อิมกัง" ซึ่งหมายถึงที่อยู่ของคนตาย หรือบ้านของบรรพบุรุษในปรโลก ก็ต้องดูให้ถูกโฉลกด้วย การเลือก "ฮวงซุ้ย" หรือสุสานของบรรพบุรุษ จึงต้องมีการเลือกที่และดูทิศทางให้ถูกต้องตามตำรา เพื่อให้ถูกโฉลกกับทั้ง "อิมกัง" และ "เอี้ยงกัง" จะได้ส่งผลสะท้อนถึงลูกหลานให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ฮวงจุ้ยที่นิยมกันมาก คือ ตรงหน้าที่ต้องให้มีน้ำเพราะคนจีนเปรียบน้ำเป็นเงินทองโชคลาภ เมื่อตีความให้ลึกลงไป จะพบว่าคนจีนมีความผูกพันกับการเกษตรกรรมมาแต่โบราณ การมีน้ำหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน ความสามารถในการเพาะปลูกที่จะทำได้ง่าย มีน้ำกินน้ำใช้ในการดำรงชีวิต และเป็นเส้นทางคมนาคมสัญจรไปมา ที่ใดมีน้ำ ที่นั้นย่อมเจริญ ด้วยมีผู้คนมาตั้งบ้านเรือน สำหรับการเลือกที่"ฮวงซุ้ย" ก็อนุโลมว่า น้ำที่อยู่หน้าที่อาจเป็น "น้ำไกล" คืออยู่ห่างออกไปเป็นกิโล ไม่จำเป็นต้องว่ามีน้ำอยู่ติดที่ แต่มองไปข้างหน้าแล้วแลเห็นน้ำ ส่วนข้าง ๆ ที่ที่นิยมกันมาก คือ ชอบให้ดูว่าที่นี้เสมือนหนึ่งมีแขนขา ถ้าเข้าตำรา "จ้อแชเล้ง" อิ๊วแป๊ะโฮ้ว" ได้ก็ยิ่งดี จ้อแซเล้ง แปลว่า ซ้ายมังกรเขียว ตรงนี้อธิบายลำบาก ต้องขอผ่าน ส่วนด้านหลังของที่นิยมให้เป็นภูเขา เปรียบเสมือนการนั่งเก้าอี้ที่มีพนักหลัง เวลานั่งจะได้พิงสบาย ยิ่งถ้าเป็นภูเขาโอบล้อมแล้วค่อย ๆ ลาดมาถึงข้าง ๆ ของที่ ก็ยิ่งดีมากเหมือนเก้าอี้ที่มีเท้าแขน นั่งสบายยิ่งขึ้นไปอีก มือไม้มีที่วางไม่เกะกะ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ฮวงจุ้ยใด ๆ จะให้ได้มา หรือจะให้มีคุณ ก็ต่อเมื่อเจ้าของที่หรือผู้อยู่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะให้มีคุณ ก็ต่อเมื่อเจ้าของที่หรือผู้อยู่มีคุณสมบัติ ครบถ้วน 2 ประการที่เป็นแก่นของปรัชญาแท้ ๆ เป็นคำจีนกล่าวได้ 3 คำ คือ ยิด-เต็ก, หงี-เห็ง, ซำ-ฟุงซุ้ย ยิด แปลว่า หนึ่ง ฮวงจุ้ยนั้น ในทางปฏิบัติ คือ การที่คนเราได้อยู่เย็นเป็นสุข เจริญก้าวหน้า รวมความแล้ว คนเรานั้น หนึ่งต้องมีคุณธรรม สองต้องมีบุญวาสนา จึงจะมีสาม คือ ชีวิตที่ดี ได้อยู่เย็นเป็นสุข ร่ำรวย ก้าวหน้าไม่ต้องดูอื่นไกล บรรดาราชวงศ์จีนที่พากันล่มสลายแม้ว่าจะสร้างปราสาทราชวังที่ดี ตามตำราฮวงจุ้ยที่ดีที่สุด สร้างสุสานราชวงศ์ด้วยที่ฮวงจุ้ยที่ดีที่สุด พร้อมบุญญาธิการอันเปี่ยมล้นที่ได้เป็นถึงจักรพรรดิ แต่ที่ล่มสลายไปจนหมดทุกราชวงศ์ ไม่ใช้เพราะผู้เป็นใหญ่ขาดคุณธรรมหรอกหรือ?
ไปเช็งเม้ง ตำนานการไหว้ที่ฮวงซุ้ย มาจากว่า เดือน 3 เป็นช่วงเวลาในฤดูใบไม้ผลิของจีน ต้นไม้ใบหญ้าเขียวชอุ่มสวยงาม สมควรแก่การไปชมทิวทัศน์ จึงเกิดเป็นธรรมเนียมไปไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน แทนการไหว้อยู่ในบ้านแต่ต้องไปไหว้ในช่วงเช้า อย่าให้เลย 12.00 น. เมื่อไปถึงสุสาน ให้ไหว้ศาลเจ้าที่แป๊ะกงด้วยของคาวของหวาน ผลไม้ ขนมอี๊ 5 ที่ 5 ถ้วย เพราะการไหว้เจ้าที่คือการไหว้ธาตุทั้งห้า เวลาจุดธูปไหว้ ก็ต้องไหว้ธูป 5 ดอก บางแห่งมีไหว้เจ้าประตู หรือที่เรียกกันว่า "มึ่งซิ้ง" ก็ต้องไหว้ธูปเพิ่มอีก 2 ดอก ปักที่เสาประตูข้างละดอก จากนั้นจึงเข้าไปไหว้บรรพบุรุษที่หลุม ซึ่งทางสุสานจะปัดกวาดทำความสะอาด ดายหญ้า และกางเต็นไว้ให้ ถ้าเราสั่ง โดยเสียค่าบริการให้เข้าไป ของไหว้ที่หลุมมี 2 ชุด ชุดหนึ่งไหว้บรรพบุรุษ อีกชุดหนึ่งไหว้โท้วตี่ซิ้ง คือ เทพยดาผืนดิน ของไหว้บรรพบุรุษมีของคาว ของหวาน ผลไม้ โดยนิยมกันว่าต้องมี ขนมไหว้เป็น "จูชังเปี้ย" หรือ "ขนมเปี๊ยะกรอบ" และมีกับข้าวที่บรรพบุรุษชอบ แถมด้วยอาหารน้ำ 1 อย่าง จะเป็นน้ำแกง หรือขนมอี๊ก็ได้ อย่างไรก็ตามแผ่นดินใหญ่และทำตาม ก็จะเอา "หอยแครงลวก" ไปไหว้ด้วย และจะช่วยกันกินหอยแครงตรงฮวงซุ้ยนั่นเอง ส่วนเปลือกหอยที่เหลือจะโปรยไว้บนเนินดิน จริง ๆ แล้ว ธรรมเนียมนี้มีลูกหลานจีนในไทยน้อยมากที่รู้ และตำนานที่มาของธรรมเนียมก็ยิ่งน้อยกว่าน้อยที่รู้ ซึ่งที่มาของธรรมเนียม มาจากตำนานของ 1 ใน 24 ลูกกตัญญูของจีนที่ขึ้นชื่อของจีนที่ขึ้นชื่อ เป็นลูกหลานกตัญญูสุดยอดจนถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตำนานเรื่องนี้ซินแสเล่าให้ฟัง แต่จำชื่อไม่ได้ จำได้แต่ว่าเป็นเรื่องของ 1 ใน 24 ลูกกตัญญูเกิดมาเป็นกำพร้าทั้งบิดามารดา ฐานะก็ยากจน แต่ที่สุดก็ตั้งตัวได้ กลายเป็นผู้มีอันจะกิน ด้วยความเป็นกำพร้าไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่เลย แต่ชายคนนี้ก็ยังอยากจะได้เห็นพ่อแม่สักครั้ง จึงไหว้เจ้าอธิษฐานขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตลอดมา ว่าอยากจะพบและเห็นหน้าบุพการี กุ๊ก แปลว่า กระดูก แปลทั้งความ คือ ให้กระดูกเนื้อเจอกัน จึงเป็นเคล็ดว่า เมื่อเอาหอยไปไหว้ ก็ต้องแกะเปลือกเอา "เนื้อ" ออกมากิน จึงจะเกิดการ "กระดูกเนื้อเจอกัน" ตกกลางคืน ชายหนุ่มก็ฝันว่า พ่อแม่ได้มาหา พร้อมทำนายโชคชะตาว่า เขาจะก้าวหน้าร่ำรวย และโชคดีมีสุขจากการเป็นลูกกตัญญู จึงกลายเป็นธรรมเนียมเอาหอยแครงไปไหว้เช็งเม้งสืบต่อมา นอกจากนี้ก็มีของไหว้ของเทพยดาผืนดิน ซึ่งเหมือนของไหว้แป๊ะกง การไหว้บรรพบุรุษที่ฮวงซุ้ย มีธรรมเนียมการเอาสายรุ้งไปแต่งโปรยไว้บนเนินดินเหนือหลุม ถ้าไหว้เป็นปีแรก จะใช้สายรุ้งสีแดงโดยเฉพาะ ปีต่อ ๆ มาจึงเล่นหลายสีได้ แต่มีบางบ้านลูกหลานเอาธงหลากสีไปปักไว้เต็มไปหมด ฟังมาว่า เรื่องการปักธงนี้ หลายบ้านจะถือมากว่าห้ามปักเด็ดขาด เพราะถือว่าการมีของแหลมทิ่มแทงเข้าใส่บนหลุม อาจทำให้หลังคาบ้านบรรพบุรุษในอิมกัง (โลกของคนตาย) รั่วได้ ในการไหว้ ต้องไหว้เทพยดาผืนดินก่อนด้วยธูป 5 ดอก เพราะถือว่าท่านเป็นเทพเจ้าที่ มีการถือกันว่าเพิ่มด้วยว่า ประทัดนี้ยิ่งดังยิ่งดี จะทำให้ลูกหลานยิ่งรวย ปีละครั้งที่ลูกหลานจะได้ไปเยี่ยมร่างของบรรพบุรุษที่แม้นสังขารท่านอาจสูญสิ้นไปแล้ว แต่บุญคุณที่เลี้ยงลูกมาจนเติบใหญ่ยังค้ำฟ้าอยู่ชั่วกาลนาน ความกตัญญูรู้คุณที่ลูกควรมี จะมากหรือน้อย ก็อยู่ที่การปฏิบัตินี้เอง ที่มา "จูชังเปี้ย ขนมเปี๊ยะกรอบ" China Radio International thai.cri.cn คลิดดูข้อมูลเพิ่มเติม เทศกาลเช็งเม้ง 清明节 ประเพณีเดือน 3 »
|
|
hakka@hakkapeople.com
คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม
|
Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal |
หยิดเต็ด
หยิดเต็ด
หงี่ฮิ้น
ซ้ำฟุ้งซุ่ย
ถ้าคนเรามีคุณธรรม3ข้อนี้
ก็ถือว่าเป็นคนดีที่สุดยอละครับ
แล้วอย่าลืมอีกคำก๊คือ
หงี่
ความกตัญญูเปงมงคลอันสูงสุด
บรรพชนยึดถือคุณธรรมข้อนี้เลย
ทำให้เกิดธรรมเนียม
ป้ายชิ่นหมินขึ้นมาครับ