การเก็บฮวงซุ้ย ไว้60ปี แล้วจึงไปเปิดป้ายไหว้เชงเม้ง
คือที่บ้านผู้ใหญ่บ้านไหงไปดูตำรามาว่า ผ่อไท้ไหง เสีย ชีวิตในเวลาไม่ดี เลยให้เก็บฮวงซุ้ยไม่ให้ลูกหลานเข้าไปกราบไหว้ ห้ามเอ่ยชื่อเวลาไหว้ตรุษจีน สาร์ทจีน
เเม้เเต่เวลาเชงเม้งก็ห้ามไปดูที่ฮวงซุ้ย หญ้าซะต้นก็ห้ามถอน จึงทำให้ลูกหลานบ้างคนไม่เชื่อแต่ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเพราะเชื่อฟังผู้ใหญ่ จึงทำให้ลูกหลานบ้างคนเกิดข้อสงสัยขึ้นว่า มีด้วยเหรอเก็บไว้ 60ปีห้ามไปไหว้ ถึงจะเก็บไว้แล้วรุ่นลูกก้คงไม่ได้ไปไหว้ ....จึงอยากสอบถาม บ้างที่อาจจะผู้รู้หรือเคยได้ยินกับเหตุการณ์แบบนี้บ้าง...
ผ่อไท้ ผู้อาภัพ
ฝนจะตก แดดจะออก หญิงท้องแก่จะเกิดลูก หรือคนจะตายไม่มีใครห้ามได้ ที่ว่าคนเราเวลาตายเป็นเวลาที่ไม่ดี ไม่ดีอย่างไร ไหงว่าทุกอย่างมีทางแก้มีทางออกกันทั้งนั้น ไม่น่ามาเก็บลืมท่านแบบนั้นเลย ท่านคงเหงาและขาดสน ไม่เคยได้รับของไหว้เลย เพราะไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงท่านเวลาไหว้ ถ้าได้ทำให้ถูกแก้ให้ถูกแต่แรกคงไม่ต้องเป็นแบบนี้ ไหงว่าโบราณเกินไปนะ ไหงว่าลูกหลานแหลนคนไหนที่กล้าๆเรียกท่านมาร่วมรับสิ่งของในโอกาสที่มีการไหว้บรรพบุรุษทุกครั้ง ลูกหลานแหลนผู้นั้นคงมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองเป็นแน่แท้...
คุ้งหมอง
กรณีนี้เขาเรียกว่าคุ้งหมอง มีคุ้งหมองหลายประเภท ห้าม ๑๒ ปี จนถึง ๖๐ ปี แล้วแต่จะตายช่วงเวลาไหนครับ เชื่อไว้ก็ดี แต่ถ้าเป็นแถวห้วยกระบอก เมืองกาญจน์ เขาก็จะเอาชื่อเหมือนป้ายวิญญาณที่ทำกันเอาไปไว้ที่วัดโพธิ์เย็น ที่วัดจีนแห่งนี้จะรับไว้และจะมีการสวดให้ทุกวันตอนเย็นเหมือนทำวัตรเย็นแล้วพระจุอุทิศส่วนกุศลให้ เราต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นการทำบุญให้วัด ประมาณ ๕๐๐ บาทต่อปี ถ้าไม่สบายใจก็น่าจะลองวิธีนี้ เราไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่เราทำชื่อป้ายไปให้พระทำพิธีให้ได้ครับ ถ้าไม่มีเหตุผลคนสมัยก่อนคงไม่มีความเชื่อสืบทอดกันมา ถ้าอยากได้ความรู้เรื่องนี้ หงีลองโทรถามพระอาจารย์เป้า วัดดอนมะนาว วัดญวณ โทร ๐๘๑ -๙๔๖๕๖๕๕ พระผู้เชี่ยวชาญเรื่องพิธีกรรมคนตายครับ
ประสพการณ์ คุ้งหมองสี
ไหงเห็นข้อเขียนคุณมะไฟเลยทำให้นึกขึ้นมาได้ กับครอบครัวไหงเอง เมื่อ
84 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเพิ่งจะมีไถ่เจ๋ไหงได้ 3 เดือน อากุ๊งไหงก็เสีย
อาหยาไหงก็นำลงเรือสำเภากลับไปฝังเมืองจีน ก็มีถี่ลี้ซินซั้ง ที่ตระกูล
บอกกับอาหยาไหงว่า หยุ่นก๊วน กลับมาก็ดีแล้ว แต่ห้ามอยู่ทำพิธีจนเสร็จ
ไม่อย่างนั้นจะต้องลำบากถึง 12 ปี
ปรากฏว่าอาหยาไหงไม่ยอม ยังไงก็จะขออยู่จนงานอากุ๊งเสร็จจึงกลับมาเมืองไทย
ครอบครัวไหงเป็นครอบครัวเกษตรกรรม ก็ปรากฏว่า ใน 12 ปี อาหยาไหง
ปลูกพืชผล ออกดอกเป็นตัวผู้หมด ปลูกกูไช่ แทนที่จะได้ดอกมาหัก
กลับมีแต่ใบอย่างเดียว ปลูกผักใบแต่กลับไม่งาม ขายไม่ได้ราคา พูดง่าย ๆ
คือลำบากสุด ๆ 12 ปีเต็ม ๆ จากนั้นมาจะปลูกอะไรก็กลายเป็นหนังคนละม้วนแล้ว
ขนาดว่าปลูกฟักทองขึ้นร้านบนท้องร่อง ลูกดกจนเก็บไม่ไหวก็แล้วกัน
ก็คือไหงเห็นด้วยกับคุณมะไฟ และก็คุณอาคมว่า ทุกสิ่งต้องมีทางแก้ไขได้
แต่ยืนยันได้ว่า คุ้งหมองสีนี้ มีจริงครับ คุณลูกหลาน เซี่ยงฉิน จุดไหนแก้ได้ จุดไหนไม่ได้ ค่อยปรึกษากันครับ ขอให้โชคดีครับ
ขอบพระคุณ คุณมะไฟนะครับ
ทางบ้านเเรกเริ่มก็ดูไว้ 3 ปี ต่อมา 5ปี พอคนสุดท้ายไปดูมา 60ปี
คนสุดท้ายไปดูมาเป็นน้องเขยของย่า เค้าอยู่ที่หนองก่าง
ตอนนี้ รุ่นย่าเหลืออยู่กัน 4 คนพี่น้อง อายุมากสุดก็ 84 ปี รุ่นหลานๆก็เลยประชุมกัน ว่าจะไปเขียนชื่อเป็นภาษาไทย แต่ไม่มีใครจำได้ว่าฝังไว้ส่วนไหนของสุสาน ผู้ใหญ่ในบ้านรู้สั่งห้ามไม่ให้ทำ ตอนนี้ เลยคิดว่าจะไปติดต่อมูลนิธิไปทำให้แทน แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้รึเปล่า....ยังคงเป็นข้อพูดคุยในหมู่ญาติๆส่วนตัวผมว่าจะเอาวันเดือนปีเกิด และวันเดือนปีตอนเสียไปดดูใหม่อีกที เพื่อจะมีอะไรดีขึ้นกว่าเดิม
ขอขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำ
จะนำคำแนะนำไปถามผู้ใหญดูนะครับ
คิดเห็นแบบนั้นเช่นกัน เเต่ที่บ้าน ยังหัวโบราณมาก
กำลังหาผู้รู้ศึกษาหา หนทางอยู่ ส่วนที่บ้าน เวลาใส่บาตรจะกรวดน้ำไปให้ครับ...เพราะหลังอาๆจะฝันเห็นกันบ่อย