![]() |
|
![]() |
|
|
||||||||
|
-จ- มิ่งมงคล ร้อยรัดคติจีน 5 จันทร์ในอุดมคติแบบจีน![]()
-จ- มิ่งมงคล ร้อยรัดคติจีน 5
นานาสาระมิ่งมงคล ร้อยรัดคติจีน 5
ตามด้วยอักษร-จ-
จันทร์ในอุดมคติแบบจีน
ภาพจาก: anthman.diaryis.com/ ฉังเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์
www.thaigoodview.com/ ตำนานวันไหว้พระจันทร์ค่ะ วันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปดของทุกปีเป็นวันไหว้พระจันทร์ของชาวจีน และในปีนี้ก็ตรงกับวันที่ 25 กันยายน ภาษาจีนเรียกวันไหว้พระจันทร์ว่า" จงชิว " ที่มาของคำว่าจงชิวนี้คือ เดือนแปดตามปฏิทินจันทรคติตกอยู่ช่วงกลาง ฤดูใบไม้ร่วง( เดือนเจ็ดและเดือนแปดอยู่ในฤดูใบไม้ร่วง หนึ่งฤดูแบ่งเป็น เมิ่ง จ้ง จี้ ) ดังนั้นก็เลยเรียกว่า " จ้งชิว " ประกอบกับวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปดก็ตกอยู่ในช่วงกลางของเวลาที่เรียกว่า จ้งชิวนี้ จึงเรียกเทศกาลดังกล่าวว่า " จงชิว " ด้วย ในคืนวันไหว้พระจันทร์ ดวงจันทร์สว่างและกลม ถือว่าสวยที่สุด ผู้คนถือว่าดวงจันทร์ที่กลมเป็นเสมือน สัญลักษณ์ของ ความสามัคคี ดังนั้นจึงเรียกเทศกาลนี้ว่า " เทศกาลแห่งความกลมเกลียว " เทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นเทศกาลดี เป็นเทศกาลที่มีความเกี่ยวข้องกับตำนาน เรื่องดวงจันทร์ของชาวจีนอย่างแนบแน่น เช่นเรื่อง " ฉังเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์ " ถือว่าเป็นเรื่องที่มีชื่อเสียงมาก เรื่อง " ฉังเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์ " ปรากฎเป็นครั้งแรกในยุคต้นของสมัยจั้นกว๋อ ( สมัยสงครามระหว่างรัฐ ) เล่าเรื่องราว ของฉังเอ๋อที่ได้กินยาอายุวัฒนะของเจ้าแม่ซีหวังหมู่ แล้วไปเป็นเทวีแห่งดวงจันทร์ เมื่อถึงสมัยราชวงศ์สุยและถัง เนื่องจากผู้คนในสมัยนั้นมีความนิยมที่จะชื่นชมดวงจันทร์ว่า สวยและดูน่ารักใคร่ ดังนั้นทัศนะที่มีต่อฉังเอ๋อ ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ บนดวงจันทร์ว่าเป็นผู้ที่อ่อนหวาน สวยงาม ฉลาด มีจิตใจดีงาม มีความสามารถในการร้องรำ เป็นต้น มีตำนานอีกเรื่องที่เล่าถึงเทวีแห่งดวงจันทร์ว่า สมัยโบราณนานมาแล้ว โลกเรานี้มิได้มีดวงอาทิตย์เพียงแค่ดวงเดียวเท่านั้น แต่มีถึงสิบดวง นำมาซึ่งภัยพิบัติแต่โลกมนุษย์ ทำให้โลกร้อนระบุเป็นเพลิง ส่วนที่เป็นน้ำก็เหือดแห้งไป ภูเขาถล่ม แผ่นดินแยก ต้นไม้ใบหญ้าแห้งกรอบ ผู้คนไม่มีที่จะไปหลบซ่อนอาศัย ในช่วงนี้เองได้ปรากฎวีรบุรุษคนหนึ่งชื่อ" โฮ่วอี้ " เป็นผู้ที่มีฝีมือในการยิงธนูได้อย่างมหัศจรรย์มาก เขาได้ยิงธนูขึ้นสู่ฟ้า เพียงดอกเดียวก็ยิงถูกดวงอาทิตย์ตกลงมาถึง เก้าดวง เหลืออยู่เพียงแค่ดวงเดียว ถือเป็นการขจัดทุกเข็ญให้กับบรรดาประชาชน ผู้คนจึงพากันยกย่องให้เขาเป็นกษัตริย์ แต่ทว่า พอเขาได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาก็ลุ่มหลงในสุราและนารี ฆ่าฟันผู้คนตาม อำเภอใจ กลายเป็นทรราช ราษฎรล้วนแต่โกรธแค้นและชิงชังเขาเป็นที่สุด โฮ่วอี้รู้ตัวว่าตัวเองคงจะอยู่เป็นสุขเช่นนี้ไปได้ อีกไม่นาน จึงเดินทางไปที่ภูเขาคุนหลุน ( คุนลุ้น ) เพื่อขอยาอายุวัฒนะจากเจ้าแม่หวังหมู่มากิน แต่ฉังเอ๋อ ภรรยาของ เขากลัวว่าถ้าสามีของเธอมีอายุยืนนานโดยไม่มีวันตายเช่นนี้ ก็จะเข่นฆ่าราษฎรต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้นเธอเลยตัดสินใจกิน ยาอายุวัฒนะนั้นเสียเอง แต่พอกินเข้าไป ในฉับพลันทันใด ร่างของเธอก็เบาแล้วก็ลอยขึ้นไปสู่ดวงจันทร์ ยังมีนิทานอีกเรื่องเล่าว่า ศิษย์ของโฮ่วอี้ชื่อ" เฝิงเหมิ่ง " อิจฉาฝีมือการยิงธนูของโฮ่วอี้มาก คอยคิดแต่จะสังหารโฮ่วอี้ อยู่มาวันหนึ่ง เฝิงเหมิ่งถือโอกาสตอนที่โฮ่วอี้ออกไปล่าสัตว์บังคับให้ฉังเอ๋อ ภรรยาของโฮ่วอี้มอบยาอายุวัฒนะให้ แก่ตนเอง แต่ฉังเอ๋อไม่ยอม โดยกินยาอายุวัฒนะที่มีอยู่ทั้งหมดลงท้องไป ผลก็คือ ร่างของเธอเบา และลอยขึ้นไป สู่ดวงจันทร์ในที่สุด นับแต่นั้นมา บนดวงจันทร์ก็ปรากฎนางฟ้าผู้งดงามและจิตใจดีเช่นฉังเอ๋อนี้ เนื่องจากตำนานเรื่องต่างๆที่เล่าขานเกี่ยวกับดวงจันทร์ทั้งหลายนี้ ดังนั้นนับแต่สมัยโบราณเป็นต้นมา ผู้คนก็จะมีประเพณี การชมและบูชาดวงจันทร์ จักรพรรดิถือความนิยมในการบูชาพระอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ และบูชาพระจันทร์ในฤดูใบไม้ ร่วง พวกราษฎรก็มีประเพณีการบูชาพระจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วงด้วยเช่นกัน ในการบูชาพระจันทร์นั้น ตามปกติพิธีจะเริ่มหลังจากที่ดวงจันทร์ขึ้นแล้ว บางท้องที่สิ่งที่นำมาบูชาดวงจันทร์ได้แก่ขนม ไหว้พระจันทร์ ผลไม้ ถั่ว ดอกหงอนไก่ หัวไชเท้า รากบัว เป็นต้น ในขณะที่ทำการบูชาดวงจันทร์นั้น เนื่องจากดวง จันทร์อยู่ธาตุหยิน ก็มักจะให้ผู้หญิงไหว้ก่อน แล้วถึงให้ผู้ชายไหว้ และก็ยังถึงกับมีความนิยมที่ว่าผู้ชายจะไม่ไหว้พระจันทร์ อีกด้วย หลังจากไหว้พระจันทร์เสร็จแล้ว คนในครอบครัวก็จะร่วมกันดื่มสุราแห่งความกลมเกลียว และกินข้าวชมจันทร์ วันนี้ผู้หญิงที่กลับบ้านแม่ไปเยี่ยมญาติก็ยังต้องกลับบ้านมาเพื่อความกลมเกลียว ในฐานะที่ขนมไหว้พระจันทร์เป็นสิ่งของสำคัญในการบูชาดวงจันทร์ หลังจากการบูชาจบลง คนทั้งบ้านก็จะแบ่งกันกิน เนื่องจากขนมไหว้พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความกลมเกลียว สะท้อนให้เห็นความหวังอันงดงามของผู้คนที่มีต่อ ชีวิตในอนาคตของพวกตน ดังนั้นบางที่ก็จะเรียก ขนมไหว้พระจันทร์ว่า " ขนมแห่งความกลมเกลียว " ตามที่เล่าขานสืบต่อกันมานั้น ขนมไหว้พระจันทร์ปรากฎขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง ครั้นถึงราชวงศ์ซ่ง ( ซ้อง ) ก็ยิ่งเป็นที่ นิยมมากยิ่งขึ้น ขนมไหว้พระจันทร์นั้นไม่เพียงแต่เป็นขนมที่สืบทอดกันมา โดยถือว่าเป็นผลิตผลจากสี่ฤดูกาลเท่านั้น ในด้าน การทำ รสชาติก็ยังแตกต่างกันไปในแต่ละถิ่นที่ด้วย เช่นขนมไหว้พระจันทร์แบบซูโจว ขนมไหว้พระจันทร์แบบกว่างตง (กวางตุ้ง ) ขนมไหว้พระจันทร์แบบเป่ยจิง ( ปักกิ่ง ) ขนมไหว้พระจันทร์แบบหนิงโป ขนมไหว้พระจันทร์แบบเฉาซาน ( แต้จิ๋ว- ซัวเถา ) ขนมไหว้พระจันทร์แบบหยุนหนาน ( ยูนนาน ) แม้แต่ในท้องถิ่นเดียวกัน ก็ยังมีการทำไส้ขนมที่ ต่างกัน ลวดลายบนผิวขนมก็ต่างกัน และก็เรียกชื่อต่างกันไป เช่น ไส้ผลไม้ ไส้ถั่วแดง ไส้ลูกบัว ไส้หมอนทอง ไส้ไข่เค็ม เป็นต้น
ภาพจาก: download.clib.psu.ac.th/.
ความเป็นมา
ขนมไหว้พระจันทร์นั้นถูกใช้เป็นเครื่องเซ่นไหว้ในวันไหว้พระจันทร์ ของชาวจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว จนมากระทั่ง ในปัจจุบันได้ถูกพัฒนามาเป็นขนม หรือของขวัญสำหรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ตามประวัติศาสตร์ชาวจีนเริ่มรับประทาน ขนมไหว้พระจันทร์กันตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ต่อมาในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือภายในวังมีขนมที่มีลักษณะเดียวกับขนมไหว้ พระจันทร์เรียกว่า 宫饼 จนมาในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้จึงได้มีการเรียกชื่อ ว่าขนมไหว้พระจันทร์จริงๆ ขนมไหว้พระจันทร์นั้น ในวิวัฒนาการจากรูปทรงต่างๆ จนกระทั่งมาเป็นรูปวงกลมจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งมีความหมายของการกลับมาอยู่ร่วมกัน ในสมัยราชวงศ์หยวน (มองโกล) ชาวฮั่นภายใต้การปกครองอย่างกดขี่ข่มเหงของราชวงศ์หยวน ซึ่งในขณะนั้นชาวฮั่นถูก บังคับให้ห้ามพกอาวุธและถูกจับตามองความเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา จูหยวนหยางผู้นำกองกำลังกบฎต่อต้านราชวงศ์และที่ ปรึกษาหลิวป๋อเวินจึงได้คิดแผนการที่จะสื่อสารกันภาย ในกองกำลังเพื่อทำการก่อการ โดยการใช้ขนมไหว้พระจันทร์เป็น สื่อกลาง จูหยวนจางได้ปล่อยข่าวลือว่ามีโรคระบาดกำลังระบาดในเมือง ซึ่งต้องกินขนมไหว้พระจันทร์ชนิดพิเศษเท่านั้น ถึงจะหายได้ โดยเจ้าขนมไหว้พระจันทร์ที่ว่านี้ ได้ถูกสอดไส้ด้วยรหัสลับกำหนดนัดหมายในการก่อการไว้ ด้วยเหตุนี้ขนม ไหว้พระจันทร์จึงมีบทบาทสำคัญในการกอบกู้แผ่นดินของชาวฮั่นกลับมา
ขนมไหว้พระจันทร์ในปัจจุบัน
ในปัจจุบันมีขนมไหว้พระจันทร์มากมายหลากหลาย ไส้วางขายอยู่ตามท้องตลาด ดังเช่น เม็ดบัว (เป็นไส้ดั้งเดิมของขนม ไหว้พระจันทร์), งาดำ, ถั่วสีต่างๆ (ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ), พุทรา , โหงวยิ๊ง (五仁, wǔ rén) ประกอบ ด้วยถั่วและเมล็ดพันธุ์ 5 ชนิด, ฟักทอง, เผือก, สับปะรด, กาแฟ, ช๊อกโกแลต และล่าสุดชาเขียว นอกจากนั้นขนมไหว้พระจันทร์หน้าตาแบบดั้งเดิมที่ใช้แป้งสาลีทำแล้ว ปัจจุบันยังมีการทำขนมไหว้พระจันทร์ในรูปแบบ ของเยลลี่เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่อีกด้วย
ภาพ แปลและเรียบเรียงบทความจาก
เล่าขานตำนานจันทร์...ในวันแสงนวล
จันทร์เต็มดวงใน คืน เดือนหงาย หรือจันทร์ครึ่งเสี้ยวในคืนข้างแรม ยามค่ำคืนมืดมิด แหงนมองท้องฟ้า มองเห็นพระจันทร์ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของโลกเราเห็นพระจันทร์ได้เหมือนกัน อดีตโลกยังไม่มีการสื่อสาร ไร้พรมแดน มนุษย์อุปโลกน์ให้พระจันทร์และดวงดาวช่วยเป็นสื่อกลางนำความรู้สึกห่วงหา คิดถึงฝากไปถึงคนไกล เพราะเชื่อด้วยว่าคนที่คิดถึงนั้น จ้องมองจันทร์เหมือนกัน ในอดีตมนุษย์ มิอาจรู้ได้ว่าบนดวงจันทร์เป็นอย่างไร ได้แต่จินตนาการว่าพระจันทร์สวยงาม สังเกตจากแสงสีเหลืองนวลที่ส่องมายังผิวโลก เชื่อว่าบนดวงจันทร์เป็นแดนของเจ้าชายเจ้า หญิง เป็นดาวศักดิ์สิทธ์ขอพรให้สัมฤทธิผล จน กระทั่งเมื่อ 389 ปีก่อน เมื่อ กาลิเลโอ ใช้กล้องจุล ทรรศน์ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นส่อง ดวงจันทร์ เขาเห็นว่าดวงจันทร์มีผิวขรุขระ เห็นภูเขาเป็นทิวยาว และเห็นอุกกาบาตจำนวนมาก กระจัดกระจายอยู่บนผิวหน้าของ ดวงจันทร์ต่อมาอีก 400 ปี วงการดาราศาสตร์ก็ได้ค้นพบอีกว่า ดวงจันทร์มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ยาว 3,475 กิโลเมตร คือยาวประมาณ 1 ใน 4 ของโลก ต่อมาปี พ.ศ. 2512 สหรัฐส่ง ยานอวกาศไปสำรวจ นีล อาร์ม สตรอง เป็นนักบินอวกาศคนแรกที่เหยียบพื้นดวงจันทร์ ทำให้มีความชัดเจนเพิ่มขึ้นว่าพระจันทร์ขรุขระ ไม่สวยงามตามตำนาน อีกทั้งยังเป็นดินแดนที่ปลอดสิ่งมีชีวิต มีวงโคจรอยู่ห่างจากโลกเป็นระยะทางโดยเฉลี่ย 384,400 กิโลเมตร การได้ไปเยือนดวงจันทร์ของมนุษย์ แล้วนำข้อมูลมาหักล้างกับความเชื่อของคนโบราณที่มีมานานนับพันปี มิได้ ส่งผลใด ๆ ต่อความเชื่อเรื่องของ ดวงจันทร์ให้เลือนหายไป ผู้คน ทั่วโลกยังเล่าขาน และสืบสานประเพณีบูชาพระจันทร์กันต่อไป
นอก จากนี้ วันไหว้พระจันทร์ยังเกี่ยวกับประวัติศาสาตร์จีน ตอนที่ ?จูง่วนเจียง? ผู้นำชาวจีนสมัยนั้นได้นัดแนะชาวจีนขึ้นต่อต้านกษัตริย์ชาติมองโกล ที่ยึดครองจีนอยู่ โดยให้แต่ละ ครอบครัวจัดทำอาวุธ และเอกสารนัดหมายแอบซ่อนไว้ใน หรือใต้ขนมโก๋ หรือขนมเปี๊ยะ ที่มีขนาดใหญ่ โดยแกล้งทำ เป็นธรรมเนียมแลกเปลี่ยนขนมระหว่างญาติเพื่อตบตาชาวมองโกล ใน อดีตประเพณีวันไหว้พระจันทร์จะเป็นวันที่สาว ๆหนุ่ม ๆ ชาวจีนจะได้มีโอกาสออก มาพบปะกันด้วย ทำให้หลายคู่ได้แต่งงานกันเพราะประเพณีนี้
คน ไทยกับพระจันทร์มักผูกโยงกันทางโหราศาสตร์ ว่าเป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระจันทร์ถูกสร้าง ขึ้นมาจากเทวธิดา (นางฟ้า) 15 องค์ บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวลแล้วเสกให้เป็นพระจันทร์ มีสีวรกายขาวนวล มีม้าเป็นพาหนะ พระจันทร์สถิตอยู่ทางทิศตะวันออก
ผู้ คนในเอเชียสืบสาน ประเพณีเกี่ยวกับพระจันทร์มาหลายร้อยปี จะเห็นได้ว่าแต่ละประเพณีในแต่ละประเทศเจือแฝงไว้ด้วยความสามัคคีกลมเกลียว ให้ผู้คนได้มาพบปะพูดคุย อันเป็นคุณความดีที่เห็น ชัดจากพระจันทร์ในวันแสงสวยกว่าปกติ.
นิทานเรื่องเล่าเกี่ยวกับ ?ข้างขึ้น ข้างแรม?
จบตอนอักษร จ (คติจีน)
27 พค. 52
รวบรวมโดยเฉินซิ่วเชง
»
|
|
hakka@hakkapeople.com
คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม
|
Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal |
ความคิดเห็นล่าสุด
51 min 5 sec ก่อน
42 min 20 sec ก่อน
11 hours 18 min ก่อน
13 hours 42 min ก่อน
14 hours 18 min ก่อน
21 hours 50 min ก่อน
1 วัน 9 hours ก่อน
1 วัน 10 hours ก่อน
1 วัน 10 hours ก่อน
1 วัน 15 hours ก่อน