圣寿无疆 หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน hakkapeople.com

ตอนที่ 2 เฟิงสุ่ย ดินแดนแห่งบ่อน้ำร้อน 1

รูปภาพของ อาฉี

ในการเดินทางจาก ซัวเถาถึงเฟิงสุนนี้ แต่เ้ดิมต้องขับรถเลียวเลาะไปตามไหล่เขา กว่าจะถึงก็หลายชั่วโมง นั่งกันเอวเคล็ดเอวบิด แต่หลายปีมานี้มีทางด่วนให้ขึ้นใช้เวลาแค่ชัวโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้ว ก็ยอมรับว่าคนจีนนี้สร้างทางกันเก่งจริงๆ เจอเขาเจอเหวก็บ่ยั่น ข้าจะไปซะอย่างพี่ท่านเล่นเจาะอุโมงค์ทะลุเขาสูง ต่อสะพานข้ามเหวลึกกันเป็นว่าเล่น ถึงค่าทางด่วนจะแพงก็คุ่มค่าแก่การเดินทาง

หมายเหตุ การเหมารถเช่าในเมืองจีน จะต่างจากเมืองไทย (ที่คิดเฉพาะราคาเช่าเป็นวัน ไม่รวมค่าทางด่วน และน้ำมันเติมเอง) คือ เขาคิดค่าเช่าเหมารถ จะรวมค่าน้ำมัน ค่าด่าน ค่าผ่านประตูสถานที่ท่องเที่ยว และค่าใช้จ่ายอื่นๆไว้แล้ว ดังนั้นถ้าจะเหมารถในจีน ต้องตกลงเส้นทาง จุดแวะเยี่ยมชม จำนวนวัน จำนวนผู้โดยสาร ให้เรียบร้อยก่อน เขาจึงจะบอกราคาค่าเช่าเหมาได้


เมื่อไปถึงเฟิงสุ่น (ฟุงสุ่น / ทองคัง / ทึงแค) ก็พบค่ำพอดี (แหมก็เสียเวลาอยู่ที่ด่านซัวเถาตั้งนานกว่าจะหลุดมาได้นี่นา) เริ่มต้นประเดิมรายการด้วยอาหารพื้นเมืองรสเลิศกันเลย

การสั่งอาหารของที่นี้ พนักงานสาวจะมานั่งแนะนำอาหารจดรายการ กันที่โต๊ะเสร็จแล้วก็จะไปจัดอาหารมาเสริฟ ระหว่างรออาหารเขาก็จะแวะวียนมาเสริฟน้ำชา และพูดคุยทักทายยิ้มแย้มแจ่มใสดี (ก็ช่างบังเอิญมีพนักงานอยู่คน แซ่เดียวกัน มาจากหมู่บ้านเดียวกันกับอาปาอีกแนะ เลยถามปุ่ยก็ได้ความว่าชั่นไล่ๆกันเสียอีก เลยหาเรื่องได้เมาท์กัน แต่อยู่เมือนนี้ไปสักระยะก็จะรู้ว่าเป็นเรื่องปรกติไม่ใช่บังเอิญ) พอทักทายกันสักระยะ เธอก็แจกนามบัตรให้อีก ปล่อยให้คนแก่หลงดีใจ

(ภาษาที่ใช้ในเมืองนี้ ภาษาพูดทั่วไปจะเป็น ปันซันขัก (กินข้าวว่าซิดผ่อน) ภาษาที่เป็นทางการและใช้ในโรงเรียนคือจีนกลาง แต่ในการพูดคุยเจรจาซื้อขาย ใช้ได้ทั้งแคะลึก แคะตื้น แต้จิ๋ว และจีนกลาง ไม่แบ่งแยกในเรื่องชนชั้นภาษาและวัฒนธรรม ที่ดูกลมกลืนกันได้อย่างลงตัว เมืองนี้จึงมีเมนูอาหารพื้นบ้านให้เลือกได้หลากหลายกว่าชาวฮากกาที่อยู่ตอนบน)

เมื่ออาหารมาถึง ก็ขอเก็บภาพมายั่วน้ำลายกันก่อน มีรายการอาหารดังนี้

ไก่ต้มเกลือ ก็เหมือนๆกับไก่ตรุษจีนที่ดูไปธรรมด้าธรรมดา แต่ไม่ธรรมดาตรงที่เนื้อนุ่มร่วน หนังเป็นหนัง กลิ่นหอม ออกเค็มเล็กน้อย ไม่ชืดคาวเหมือนไก่ไหว้เจ้า รสนุ่มลิ้น พร้อมน้ำจิ้มรสเผ็ดถูกใจคนไทยยิ่งนัก

ผักลวกต้ม ที่อยู่บ้านเราถึงมีกรรมวิธีจุ่มน้ำร้อนเหมือนเขา แต่ไม่สามารถเลียนแบบได้เหมือนคือ ผักบ้านเราจะเหนียว เส้นใยแข็ง ขิว ไม่นุ่มผุเหมือนผักบ้านเขา

เช่าเหมี่ยนเสี้ยน หรือที่ติดปากกันว่าผัดหมี่สั่ว สำหรับชามนี้รสชาติคุ่นลิ้นไม่แต่ต่างที่ป่าป้าทำให้กิน

ต้มจืดลูกชิ้นหัวผักกาด ชามนี้มีดีที่ลูกชิ้นกรอบเด่งดึง ยังกะลูกเทนนิส พอเข้าปาก แค่กัดเบาๆก็เหมือนจะแตกแยกจากกันตามรอยฟันทันที เผยความหอมของเนื้อคลุกกระเทียมพริกไทย และเครื่องเครื่องเทศออกจากภายในลูกชิ้น

หยองแถ่วฝู่ (ชื่อยังไม่เพี้ยนเป็นเย็นตาโฟนะ) เป็นเต้าหู้อ่อน(แถ่วฝู่) ทอด แล้วมาต้มทรงเครื่อเลิศรส เนื้อเต้าหู้จะเหนียวนุ่มคล้าไข่เจียว และไม่มีกลิ่นถัวเหลืองเลย จึงหอมกรุ่นชวนรัปทานยิ่งนัก

ปลาน้อยทอดเกลือ เป็นปลาแม่น้ำตัวเล็กๆ เขาบอกชื่อปลามาเหมือนกัน แต่ขออภัยลืมชื่อแล้ว จำได้แต่ว่ากรอบนอกนุ่มใน เคียวกินได้ทั้งตัวไม่เหลือก้าง เป็นอาหารเสริมแคลเซี่ยมเป็นอย่างดี

ส่วนชามตรงกลาง คิดว่าทุกคนคงรู้จักดี มันคือ ผ่อนซั่ม หรือขาวสวนร้อนๆ นั่นเอง

 

ระหว่างทานอาหาร พนักงานเขาก็แวะวียนเข้าห้องโนนออกห้องนี้ คอยดูแลแขก และคอยเติมน้ำชามิให้พร่อง พอทักทายกันกับคนไหนๆ เขาก็แจกนามบัตรให้อีก จึงมารู้ว่ากติกาที่นี้เขาให้พนักงานช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับร้าน ใครเรียกลูกค้าได้มาก็จะมีค่าคอมมิชั่ให้มากนั่นเอง

เมื่อกินอิ่มก็เข้าที่พัก เป็นโรงแรมที่สร้างใหม่ มีสวนน้ำแร่อุ่นๆจากธรรมชาติ ที่ทันสมัย แต่ยังม่ดูตอนี้ จะเช็กอินเพื่อเอาสัมภาระขึ้นเก็บบนห้องก่อนแล้ว จะไปเดินสำรวจตลาดตัวเมืองยามหัวค่ำก่อนที่ร้านรวงจะปิดหมด แล้วค่อยกลับมาชมสวนน้ำในโรงแรมอีกครั้ง


ณ ตลาดเก่า กลางเมืองทองคัง เดินเข้าตามตรอกซอกซอย ก็จะพบร้านอาหารแบบชาวบ้านมากมายซึ่งเมื่อก่อนจะเห็นแต่เตาถ่าน เหมย เป็นส่วนใหญ่ แต่มาเที่ยวนี้มีใช้เตาแกสกันอย่างแพร่หลาย เหลือแต่เตาหม้อน้ำซุป ก็ยังใช้ถ่านเหมยกันอยู่

(ถ่านเหมย ทำมาจากถ่านหินอัดเก็นก้อนมีรูๆ เหมือนรังผึ่ง เป็นแผ่นกลมขนาดเส้นผ้าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว จุดติดยาก แต่ทนทานก้อนหนึ่งใช้ได้หลายๆชั่วโมง ถ้าใช้ไม่หมดเอาขี้เถ้ากลบไว้ได้ข้ามวันข้ามคืน จะใช้เมื่อไหล่ก็เขี่ยขี้เถ้าออกก็ใช้ได้ เดี๋ยววันหลังจะหารูปมาให้ดู)

นี้เป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีส่นผสมจากแป้งถั่วเขียว แล้วหนุ่มถอดเสื้อผู้นี้เป็นคนขาย พอเห็นกล้องพวกเราพี่แกรีบหาเสื้อมาใส่ทันที แต่ช้าไปเราเก็บภาพธรรมชาติท่านไว้แล้ว 555

นี่ไง ร้านกีฟช๊อบ สินค้าสำหรับวัยรุ่นกิฟเก๋ก็มีนะจะบอกให้

ส่วนร้านนี้ เห็นเปิดประตูแง้มๆ ไว้ จึงขอเข้าไปดู มีเซียงเซิงท่านหนึ่งกำลังเขียนกระดาศแดงสำหรับติดหน้าประตูไว้ขาย

จากคำบอกเล่าว่า เป็นแผ่นคำอวยพรทั้งที่ใช้งานทั่วไป และใช้ในพิธีมงคลต่างๆ เห็นท่านว่ายิ่งตัวเล็กยิ่งเขียนยาก และเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนเขียนได้แล้ว ลูกหลานก็ไปทำงานในเมืองกันหมด ไม่ค่อยมีคนสนใจจะสืบทอดกันแล้ว

แล้วนี้เป็นบรรยากาศตามท้องถนนยามค่ำคืน ในเมืองทองคัง

หลังจากที่เดินในตลาดจนเมื่อยแล้วก็กลับเข้ามาในโรงแรม ลงลิฟท์จากล๊อกบี้ เดินทะลุออกประตูหลัง ก็จะพบกับทางเข้าสวนน้ำแร่อุ่นๆจากธรรมชาติ ที่ปรับปรุงสถานที่ไว้อย่างดี

เมื่อเข้าไปจะพบด่านเก็บค่าเข้าสวนน้ำ เขาคิดเป็นรายหัว หัวละ 30 หยวน (ประมาณ 150 บาท) สำหรับการแช่น้ำแร่ที่ดีและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจีน เพราะน้ำแร่สายนี้อุดมไปด้วยแร่ธาตุ แต่ไม่มีกลิ่นกำมะถัน มีน้ำใสสะอาด มาสม่ำเสมอตลอดทั้งปีจึงถือว่าไม่แพงเลยเมื่อเที่ยวกับคุณภาพ แต่คณะเราไปเจรจา บอกว่ามาถ่ายทำสารคดีเพื่อการประชาสัมพันธ์ จากเมืองไทย ไม่ได้ลงเล่น จึงได้อภิสิทธิเข้าฟรีไม่ต้องเสียเงินสักหยวน

เมือดู(คนใส่ชุดว่ายน้ำแต่เจตนาเลือกมุมที่ไม่ติดบุคคลมาให้ดู) จนพอใจแล้ว ก็ชวนกันขึ้นห้อง (ต่างคนต่างไปห้องตัวเองนะอย่าเข้าใจผิด) ก็เก็บภาพสวนน้ำจากหน้าต่างห้องพักที่อยู่ชั้น 4 มาฝาก

ชมพอใจแล้วก็อาบน้ำในห้องพักตัวเองก็ได้ เป็นน้ำแร่เหมือนกัน แถมมีสุขภัณฑ์ทันสมัยเสียอีก หุหุ.

แล้วก็เข้านอนหลับอย่างมีความสุข

 

พบกันใหม่ตอนหน้า เฟิงสุ่นยามเช้า


ตั้งค่าการแสดงผลความคิดเห็น

Select your preferred way to display the comments and click "Save settings" to activate your changes.
รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

สนุกมาก

กำลังรอนศ.ส่งงาน (พิเศษวันเสาร์)  มีเวลาจึงแวะเข้ามาดูสารคดีกับอ่านและอ่าน  สนุกมาก

ละเอียดจนนึกภาพออก.....คิดว่าความเจริญมาเยือนคงเสียดุลเสรีแบบขักว่อย  ที่รักสงบไปอีกนานนะ

รูปภาพของ ท้ายแถว

ปูเสื่อรอ

เสื่อรออยู่นะครับ

เคยไปพักท

เคยไปพักที่ ร.ร นี้เมื่อห้าปีที่แล้ว ไปไหว้บรรพบุรุษ และเยี่ยมญาต ที่ ส่งอั้มเฉียน แต่ไม่มีเวลาแช่นำแร่  อาหารเช้าที่นี่อร่อยมาก โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้ห่ามโฉ่ย นึ่งแบบแห้งๆ ไม่เป็นน้ำๆ เหมือนพวกกวองฮู้   ส่วนพนักงานในรร. ไม่มีใครพูด ขักโว้ย เลย เห็นภาพนี้แล้วก็อยากจะไปอีก คิดว่าน่าจะไปเร็วๆนี้

นึกถึงความหลัง

เคยไปมาเหมือนกัน เมื่อปี 2538 ดูจากรูปแล้ว ไม่มีสภาพเดิมๆให้เห็นเลย เพราะเมืองจีนพัฒนาเร็วมาก

หากสร้างเว็บเป็น จะนำที่บันทึกไว้ในนาม ตี๋ไทยไปเมืองจีน มาให้อ่นกัน

 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal