![]() |
|
![]() |
|
|
||||||||
|
กลับบ้านเกิดอากุ๋ง ตอนที่ 3
เขียนโดย HeZhenFang เมื่อ จันทร์, 07/09/2009 - 22:13.
นี่ครับบ้านอากุ๋งของผม อยู่ในหมู่บ้านหน่านคาง ต้าปู (มีใครเคยผ่านไปดูไหมนี่) หมู่บ้านนี้อยู่เกือบจะถึงยอดเขาแล้ว อากาศดีมากๆ ตัวบ้านนี่อยู่กันมา 8 ชั่วอายุคนแล้ว อายุบ้านก็เกือบ 200 ปีได้ ลองดูสไตล์การตกแต่งสิครับ แบบโบราณดูขลังดี นอนที่นี่คืนแรกผมก็รู้สึกหวั่นๆ ว่าจะมีใครออกมาทักทายอยู่เหมือนกัน
แน่นอนว่าคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะแซ่เดียวกันหมดและรู้จักกันทุกหลัง เพราะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งตอนนี้ก็มีปัญหาคล้ายในชนบทของไทย ก็คือประชากรส่วนใหญ่ จะเป็นเด็กเล็กประมาณชั้นประถมและผู้สูงอายุ ผมสังเกตุดูคนหนุ่มสาวน้อยมาก เพราะลงเขามาหางานทำทั้งในเมืองและต่างเมืองกันหมด บางคนไปแล้วก็ไปลับ บางคนก็ส่งเงินมาให้พัฒนาหมู่บ้าน อย่างถนนขึ้นเขานี่สมัยก่อนรถขึ้นมาไม่ได้ ต้องเดินเท้าอย่างเดียว ก็ได้คนที่ไปร่ำรวยอยู่ในสิงคโปร์ส่งเงินมาให้สร้างเป็นสายหลัก ส่วนสายย่อยๆ ก็ลงขันกันมากบ้างน้อยบางแล้วแต่กำลังของแต่ละบ้านครับ
ที่จริงตัวอาปะของผมก็มีความคิดที่จะมาเมืองไทยเหมือนกันครับ ตอนสมัยหนุ่มๆ (ก็ตอนอายุ 18 นั่นแหละครับ) ท่านเล่าว่าเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าแล้ว ลงมาที่ท่าเรือ ขึ้นไปแล้วด้วยซ้ำ โดนเขาไล่ลงมา คนคุมเรือเขาไม่ยอมให้ขึ้นครับ เขาไล่กลับบ้าน เนื่องจากสมัยนั้น(ไม่แน่ใจว่าช่วงสงครามหรือเปล่า)ชีวิตความเป็นอยู่ลำบากมาก อดๆ อยากๆ จนร่างกายผอมโซ เขาเลยไม่กล้ารับเพราะเกรงว่าจะไปไม่ถึงฝั่ง สุดท้ายท่านจึงต้องหอบเสื้อผ้ากลับมาอยู่บ้านดังเดิม ว่าแล้วก็ภูมิใจนำเสนอ ท่าเรือประวัติศาสตร์แห่งนี้แหละครับที่ชายหนุ่มในหมู่บ้านหลายต่อหลายรุ่นเริ่มต้นการเดินทางหาฝันกันที่นี่
ขึ้นเรือกันแล้วก็ตรงไปยังช่องแคบข้างหน้านั่นแหละครับ เราจะพาท่านมุ่งหน้าสู่ซัวเถา เพื่อต่อเรือใหญ่มุ่งหน้ามาเวียดนาม ไทย สิงคโปร์ ฯลฯ แล้วแต่จะเลือก จากนั้นก็แล้วแต่ชะตาฟ้าลิขิตล่ะครับ ต่อมาครอบครัวของอาปะเริ่มจะมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นบ้าง ท่านจึงไปเรียนหนังสือเพิ่มเติม แล้วจึงเริ่มอาชีพครู ของโรงเรียนในนหมู่บ้านตั้งแต่อายุประมาณ 20 กลางๆ สอนอยู่จนเกษียณด้วยตำแหน่งครูใหญ่ ท่านเล่าว่าสมัยก่อนเด็กนักเรียนทั้งโรงเรียนประมาณ 400 คน(เยอะเหมือนกันนะเนี่ย) ตอนนี้อาคารโรงเรียนเก่าทรุดโทรมลงไปมาก จึงได้ช่วยกันบริจาคสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ขึ้น ใหญ่โตทันสมัยกว่าเดิมมาก แต่...อนิจจา ปัจจุบันมีนักเรียนเหลือเพียง 60-70 คนเท่านั้น
ภาพด้านซ้ายคือโฉมหน้าของอาคารโรงเรียนหลังเก่าที่อาปะผมสอนครับ ส่วนด้านขวาเป็นโรงเรียนที่สร้างใหม่จะเห็นว่ามีเสามือถือด้วยนะครับ ขนาดที่ห่างไกลแบบนี้รับรองว่าอย่างไรก็ไม่ขาดการติดต่อ ผมทดสอบแล้ว สัญญาณชัดเจน ส่วนระบบน้ำ-ไฟ ไม่ต้องห่วง โดยระบบน้ำที่นี่เป็นน้ำจากบนเขา ชาวบ้านลงขันกันต่อท่อลงมาจากยอดเขาเข้าสู่ถังเก็บน้ำตามบ้านเลยครับ ห้องน้ำ-ห้องส้วมทันสมัยกันเกือบหมดแล้ว เหลือห้องน้ำแบบเก่าไว้ให้ดูเป็นที่ระทึก แต่ไม่มีคนใช้แล้วครับ มีแบบบ้านมาโชว์เผื่อใครกำลังมองหาบ้านใหม่ ผมขอนำเสนอ "ป๊านหวุก" หรือบ้านแบบครึ่งวงกลม ตอนแรกมองจากบ้านอาปะ พวกผมก็คุยกันว่าบ้านใครหว่าช่างน่าอภิรมย์ วันรุ่งขึ้นท่านเลยพาไปทัวร์เสียเลย ปรากฏว่าเป็นบ้านของลูกเขยคนโต แหม ที่แ้ท้ก็คนกันเอง โปรดสังเกตุด้านซ้ายจะดูแหว่งไปบ้างเพราะเป็นส่วนที่กำลังซ่อมแซม เนื่องจากตัวบ้านทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ส่วนนายช่างก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คุณลูกเขยกับคนในหมู่บ้านช่วยๆ กันทำไปนั่นแหละครับ
»
|
|
hakka@hakkapeople.com
คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม
|
Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal |
ขอบใจมากๆ
ขอบใจมากๆ ชื่นชมกับที่ได้พบญาติ ดีใจจัง
ชิ้งกุ้ย