圣寿无疆 หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน hakkapeople.com

ขอเชิญเที่ยวงานแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่เมืองอุทัยธานี ชมคณะสิงโตจีนแคะ (ฮากกา) คณะเก่าแก่ของประเทศไทย

ขอเชิญร่วมสักการะ องค์เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม ปุงเถ่ากง-ปุงเถ่าม่า ในงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่เมืองอุทัยธานี  ปี 52

เสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิต พร้อมชมการแสดงดนตรีจีนของคณะล่อโก๊วโป่วเจ่ง หรือคณะอุปรากรจีน โดยฝีมือลูกหลานชาวอุทัยธานีร่วมกันบรรเลงเพลงอวยพร ชมเกี้ยวหามกลองเก่าแก่ หรือโก๊วเต็ง  อายุ 78 ปี  ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองอุทัยธานี และชมการเชิดสินโตจีนแคะ และเสือไหหลำ ที่ยังคงความดังเดิมเป็นเอกลักษณ์เหมือนเมืองจีนแผ่นดินใหญ่  

ถ้าจะพูดถึงงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่เมืองอุทัยธานีแล้ว หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยิน เพราะงานประเพณีนี้เป็นงานประเพณีที่จัดทุก ๆ 3 ปี โดยเมื่อครบกำหนดถึงจะเชิญเจ้าออกแห่รอบเมืองอุทัยธานี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พี่น้องชาวอุทัยธานี พร้อมกับการแสดงล่อโก๊ว ดนตรีจีนที่ยังคงเหลือในจังหวัดอุทัยธานี และการเชิดสิงโตของชาวจีนแคะ ที่เรียกว่าสิงโตแคะ หรือสิงโตทองฮากกา ในท่าทางการเล่นของแป๊ะยิ้มที่สนุกสนาน ตลอดจนการเชิดเสือไหหลำ หรือสิงโตไหหลำ ที่มีท่าทางการต่อสู้ระหว่างคนกับเสือ  ที่บรรพบุรุษชาวจีนได้ถ่ายทอดให้ลูกหลานจากรุ่นสู่รุ่น มานานกว่า 80 ปี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในงานแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา

นายจรรยง วงศ์กาญจนา ประธานคณะกรรมการจัดงานแห่เจ้าพ่อ – เจ้าแม่เมืองอุทัยธานี ประจำปี 2552 เปิดเผยว่า ในปี พ.ศ. 2552 ได้ถึงกำหนดครบวาระการแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่เมืองอุทัยธานี ที่กำหนดออกแห่ทุก 3 ปี  โดยจะทำพิธีอัญเชิญเจ้าพ่อเจ้าแม่เมืองอุทัยธานี ออกแห่รอบตลาดเมืองอุทัยธานี เพื่อประชาชนได้สักการบูชา เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยในปีนี้ทางคณะกรรมการได้กำหนดวันแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่เมืองอุทัยธานี ตรงกับวันที่ 22 พฤศจิกายน 2552  และกำหนดจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่เมืองอุทัยธานี ระหว่างวันที่   21 - 26 พฤศจิกายน 2552  ภายในงานจัดให้มีงิ้วสมโภชรวม 6 คืน และในวันแห่เจ้าได้จัดให้มีขบวนแห่องค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่เมืองอุทัยธานี และขบวนกระถางธูป รถเจ้าแม่กวนอิม รถนางฟ้า แปดเซียนอวยพร ฮกลกซิ่ว ขบวนล่อโก๊ว สิงโตโป่วเจ่ง สิงโตจีนแคะ และเสือไหหลำ ขบวนสาวงามถือเปีย และหนูน้อยจุดประทัด  โดยได้จัดให้มีขบวนต่าง ๆ ร่วมแห่ในขบวนแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่เมืองอุทัยธานี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ พี่น้องประชาชนชาวอุทัยธานี งานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่เมืองอุทัยธานี เป็นงานประเพณีที่เกิดขึ้นจากความศรัทธาของชาวตลาดอุทัยธานี ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อสืบทอดประเพณีสำคัญ ที่บรรพบุรุษได้ยึดถือปฏิบัติและสั่งสอนลูกหลานให้ร่วมกันสืบทอด โดยเมื่อครบกำหนดก็จะเชิญองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่จาก 4 ศาล ได้แก่ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิมองค์พี่ เจ้าแม่ทับทิมองค์น้อง เจ้าพ่อหลักเมือง และเจ้าแม่ละอองสำลี ออกแห่รอบตลาดเมืองอุทัยธานี

สำหรับประวัติศาลเจ้าต่าง ๆ ในตลาดเมืองอุทัยธานี พอสรุปได้ดังนี้  ศาลเจ้าพ่อกวนอู สร้างในสมัย พ.ศ. 2465 องค์เจ้าสร้างจากท่อนไม้ที่ไหลวนอยู่ในน้ำวนหน้าที่ตั้งศาลเจ้า และแกะสลักเป็นองค์เจ้าพ่อกวนอู ต่อมา พ.ศ. 2493 ได้สร้างศาลเจ้า เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นอาคารสองชั้นทรงจีน และได้ทำพิธีอัญเชิญเจ้าพ่อกวนอู เข้าไปประทับในศาลเจ้าในปี พ.ศ. 2494

                ศาลเจ้าจุ๊ยบ๊วยเนี้ย หรือ ศาลเจ้าแม่ทับทิม มีอายุโดยประมาณ 124 ปี สร้างโดยชาวจีนในตลาดสะแกกรัง ร่วมกันบริจาคสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ แล้วเสร็จในปี 2417 และเชิญองค์เจ้าแม่ทับทิม ซึ่งนำมาจากเมืองจีนมาประทับ ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ กินบริเวณกว้าง ห่างจากศาลเพียง 100 เมตร โดยศาลเจ้ราไม่ไหม้แต่อย่างใด ศาลเจ้าเจ้าพ่อปุงเถ่ากง มีผู้รู้ บอกอายุว่า ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างมาแล้วเกือบ 200 ปี เดิมเคยเรียกว่า ศาลเจ้าท่าช้าง เพราะอดีต เคยมีท่าให้ช้างลงมากินน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง จึงตั้งชื่อถนนเป็นท่าช้างด้วย ในปี 2477 ได้สร้างอาคารศาลเจ้าขึ้นมาทดแทนหลังเดิม พร้อมกับสร้างองค์เจ้าพ่อขึ้นใหม่อีก 1 องค์ เป็นแบบไทยสวมชฏา นุ่งโจงกระเบน มือซ้ายถือดอกบัว ได้นำมาจากประเทศจีนพร้อมเกี้ยวเจ้า โดยเกี้ยวเจ้าหลังนี้แกะสลักในรูปลายมังกร สวยงามมาก เป็นของล้ำค่าหาชมได้ยาก

ศาลเจ้าแม่ละอองสำลี เนื่องด้วยมีความนับถือว่า เมื่อมีศาลเจ้าพ่อปุงเถ่ากง ก็เปรียบเสมือนมีอากง ก็ควรต้องมีอาม่า จึงได้พิจารณาร่วมกันสร้างศาลเจ้าแม่ละอองสำลี โดยศาลเจ้าแห่งนี้สร้างมาแล้วกว่า 60 ปีเศษ มีความศักดิ์สิทธิในด้านการขอมีบุตรซึ่งผู้ที่ขอได้รับตามปรารถนาจะนำละครรำไปแก้บน ต่อมาละครรำหาได้ยาก เลยใช้งิ้วและลิเกในการแก้บนแทนสำหรับงานแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่โดยทั่วไปก็จะเหมือนเช่นจังหวัดอื่น ๆ แต่ในความเหมือนแตกต่าง ที่จังหวัดอุทัยธานี ยังคงมีการแสดงคณะล่อโก๊วหรือ อุปรากรจีน ที่ยังคงสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น และมีโก๊วเต๊ง เก่าแก่ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ ที่ยังคงอยู่คู่กับลูกหลานชาวอุทัยธานีคณะล่อโก๊วที่อุทัยธานี มีความแตกต่างจากคณะอื่น โดยทั่วไป ทั้งเอกลักษณ์การแต่งตัว การฝึกซ้อมเยาวชนลูกหลานชาวจีนและชาวอุทัยธานี ที่สอดแทรกความผูกพันระหว่างคนไทย กับคนไทยเชื้อสายจีนอย่างแนบแน่น และมีสิ่งที่น่าภาคภูมิใจอีกอย่างหนึ่งคือ โก๊วเต๊ง  หรือเกี้ยวหามกล้องของคณะล่อโก๊ว ซึ่งได้นำมาจากประเทศจีน ถือว่าในประเทศไทยมีเพียงแห่งเดียวที่ยังคงรักษา โก๊วเต๊งที่มีอายุเก่าแก่ 78 ปี ให้อยู่คู่จังหวัดอุทัยธานีได้  อีกทั้งยังเคยนำไปรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมา เมื่อครั้งอดีต และยังเคยออกร่วมงานแห่เจ้าที่ ตลาดบางลำพู กรุงเทพฯ สร้างความประทับตาประทับใจ แก่ผู้ที่พบเห็นได้ชมกันเลยที่เดียว 

สำหรับความเป็นมาของโก๊วเต๊ง หรือ เกี้ยวหามกล้อง ที่ได้รับการบอกเหล่าจากชาวจีนคนเฒ่าคนแก่ในเมืองอุทัยธานี ผ่านการเรียบเรียงของ คุณสุธรรม นิลสุวรรณ์ ที่ใคร ๆ เรียกว่า เฮียเก๊า ได้เล่าให้ทีมงานเดลินิวส์ประจำจังหวัดอุทัยธานีฟังว่า สำหรับความเป็นมาของโก๊วเต๊ง หรือ เกี้ยวหามกลอง และ โพ่งเผี่ยต่า หรือ กระเช้าหาบประทัด ในคณะล่อโก๊วโป่วเจ่ง ของชาวจีนในตลาดเมืองอุทัยธานี นั้น  มีความเป็นมาตั้งแต่กลางปี 2474 มีพ่อค้าคหบดีและประชาชนชาวจีนที่เดินทางอพยพมาประกอบกิจการค้าขายที่จังหวัดอุทัยธานี กลุ่มชาวจีนในจังหวัดได้ตกลงกันว่า ที่เมืองจีนเวลามีงานของเจ้า หรืองานพิธีสำคัญ ก็จะมีการแสดงของคณะล่อโก๊ว แล้วที่อุทัยธานีก็ควรต้องมีคณะล่อโก๊วเลยตกลงให้ นายจ๊กซอย แซ่ตั้ง เจ้าของร้านยาฝิ่นในสมัยนั้นเป็นหัวหน้า และได้ให้น้องชายของตนคือ นายก๋วยเท๊า เดินทางไปจัดหาอุปกรณ์ล่อโก๊วที่เมืองจีน ผ่านไปประมาณ 2 เดือนกว่า ๆ  นายก๋วยทั้ง ก็ได้นำโก๊วเต้ง และโพ่งเผี่ยต่า และ อุปกรณ์ล่อโก๊วทั้งหมดเดินทางมาทางเรือสำเภาถึงเมืองไทย แล้วขนส่งมาถึงจังหวัดอุทัยธานี โดยขนส่งด้วยเรือแดงมาลงที่ท่าเรืออุทัยธานี นายสุธรรม กล่าวในที่สุด

ในด้านการฝึกซ้อมเตรียมการ ชาวตลาดที่เป็นครูฝึกจะสอนให้เยาวชนรุ่นใหม่ที่เป็นลูกหลานชาวอุทัยธานี ที่มีใจรักดนตรี โดยเฉพาะดนตรีจีน ที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ โดยจะใช้เวลาหลังเลิกเรียน ในยามค่ำคืน เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ และสติปัญญาในการจดจำตัวโน๊ตเพลง ที่มีมากกว่า 10 เพลง ที่หน้าร้านเม้งเป็ดพะโล้ บ้านของสมาชิกคณะล่อโก๊ว ที่เสียสละสถานที่ให้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมของเยาวชนที่สนใจในอุปรากรจีน มิใช้เพื่อกิจการทางการค้าแต่ทุกอย่างทำด้วยจิตใจ และตั้งใจถ่ายทอดความรู้ เพียงเพื่อหวังให้คณะล่อโก๊วโป่วเจ่ง เป็นของส่วนรวมและอยู่คู่อุทัยธานีตลอดไป ( โป่วเจ่ง หมายความว่า ส่วนรวม )

นอกจากจะมีคณะล่อโก๊วโป่วเจ่ง ยังมีวัฒนธรรมจีนแท้ ๆ ที่ยังคงสืบทอดมาจากบรรพบุรุษชาวจีนแคะโพ้นทะเล ที่เดินทางเสื่อผื่นหมอนใบ มาที่เมืองอุทัยธานีอีกอย่างหนึ่ง คือ คณะสิงโตจีนแคะ ศิษย์เจ้าพ่อกวนอู หรือสิงโตทองฮากกา ที่หัวสิงโตได้ทำขึ้นเอง ตามที่ได้รับการสืบทอดจากครูชาวจีนในอดีต ที่ในประเทศไทยยังไม่มีที่ใดทำหัวสิงโตแคะในแบบนี้ และเวลาเชิดมีท่าทางที่ดุดัน น่าเกรงขาม เสริมสิริมงคล และฝูงลิงที่น่ารัก และซุกซน และการลีล่ากันหยอกล้อของแปะยิ้ม ที่แสดงออกมาได้อย่างสนุกสนาน

                การเชิดสิงโตไหหลำ ได้รับการถ่ายทอดมานานแสนนานจากรุ่นสู่รุ่น การเชิดเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะ การหลอกล่อของผู้ล่าที่ใช้อาวุธในการล่อหัวสิงโต ที่เหมือนธรรมชาติที่มนุษย์ล่อสัตว์ร้าย ที่สุดท้ายก็ชนะ การถ่ายทอดการเชิดสิงโตที่เลียนแบบธรรมชาติ และความแตกต่างของการเชิดสิงโต กับการเชิดเสือ ของคณะสิงโตไหหลำ ศิษย์เจ้าแม่ทับทิม ที่ยังหาชมได้ที่อุทัยธานี คณะสิงโตและล่อโก๊วทุกคณะมิได้เสียเงินจ้างมา แต่เป็นการฝึกซ้อมลูกหลานชาวอุทัยธานี ให้เชิดและเล่น ศิลปวัฒนธรรมจีน ที่ถ่ายทอดมานานแสนนาน เหมือนดังความสัมพันธ์ไทย-จีนที่มีมายาวนาน

ความมีน้ำใจของชาวไทยเชื้อสายจีนยังไม่ขาดสาย ประเพณีแห่งความศรัทธา เพื่อสิริมงคลแก่ทุกท่าน อย่าลืมมาเที่ยวงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ เมืองอุทัยธานี ปี 2552 และร่วมสักการะองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่เมืองอุทัยธานี งานนี้ขอเชิญทุกท่านจะอิ่มบุญ อิ่มใจ ที่อุทัยธานี อีกครั้ง


 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal