圣寿无疆 หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน hakkapeople.com

ไม่แบ่งแยกระหว่าง " ป้าน " กับ "ชิม "

รูปภาพของ วี่ฟัด

ไหงว่าทุกคนคือลูกหลานชาวฮากกาแท้ๆทุกคน อย่าได้แบ่งแยกเลยว่าเป็นป้านหรือเป็นชิม ในประเทศไทยระหว่างภาษากรุงเทพ กับภาษาสุพรรณหรือภาษาราชบุรี ที่ออกแสนจะเหน่อๆ แบบไหง ไม่เห็นมีใครบอกว่าเราไม่ใช่คนไทย

ไหงเข้าใจว่าบางทีชาวฮากกาที่พูดภาษาป้านซานคักมักจะเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจบ้าง แต่ไหงไม่เคยคิดว่าป้านซานคักไม่ใช่คนฮากกา

ตัวไหงเองมีบิดาเป็นคนเหมยเซี่ยน มาจากเหมยเซี่ยนเลย มีอาเม(มารดา ) เป็นป้านซานคัก มาจากลูกแก กาญจนบุรี ดังนั้นในตัวไหงจึงเป็นทั้งชิมทั้งป้าน

ในเวปนี้ไหงเคยพูดหลายครั้งว่าไหงมี CD ซึ่งได้ซื้อมาจากไปเหมยเซี่ยนครั้งล่าสุด เป็นการประชันตอบโต้ การร้องเพลงซันเกอของอำเภอต่างๆในเหมยโจว เช่น ฟุงซุ่น , ฮิลแหน่น , อึ้งฮั้ว , หมอยแย้น , เจียวเลี้ยง , ไท้ปู้ ฯลฯ

เขาก็ร้องตอบโต้กันอย่างสนุกสนาน ไม่ได้เกิดการแบ่งแยกกันเลย แล้วลูกหลานชาวฮากกาในเมืองไทยเราจะมาแบ่งแยกกันทำไม ไหงขอถามหน่อย

ไหงอยากให้ลูกหลานชาวฮากกาถามกันว่า " หงี่เฮ้ฮักกาหงิ่นหมอ "

เท่านั้นพอ  อย่าถามว่า " หงี่เฮ้ป้านซานคักหงิ่นหมอ " หรือ หงี่เฮ้ชิมฮักหงินหมอ " เลยครับไหงว่า

ไหงเป็นลูกหลานคนฮากกาอยู่ราชบุรี ป้านซานคัก ชิมฮัก รักนับถือกันทุกคน ไม่มีการแบ่งแยกเลย

ถ้าอาโก , อาจี้  ต้องการ CD เพลงซันเกอประชันระหว่าง ฟุ้งซุ่นกับหมอยแย้น ส่งที่อยู่มาได้ที่ vs-chai@hotmail.com ไหงจะไร้ท์ส่งไปให้ เพราะที่ราชบุรีไหงก็ไร้ท์ แจกมาเยอะแล้วเพื่อทุกคนจะได้เข้าใจว่า ป้านซานคัก กับชิมฮัก ไปด้วยกันได้ ไม่ได้แตกต่างอย่างที่ทุกคนเข้าใจเลย


ตั้งค่าการแสดงผลความคิดเห็น

Select your preferred way to display the comments and click "Save settings" to activate your changes.

วีฟัดโก๊

ยังไง ไหงก็ต้องขอบคุณอาโก๊อยู่ดี  เห็นโปรแกรมอาโก๊ 26 เมษา-3 พฤษภาแล้วเสียดายไม่ว่างพอดี

แล้วอีกอย่างไหงไม่รู้อาโก๊ไปอย่างไรด้วยคงไม่สดวก  คราวหน้าอาโก๊มีโปรแกรมใหม่บอกให้ไหงรู้

ล่วงหน้าหน่อย  ไหงอยากไปจริงจริง  แต่ไม่มีเพื่อนไป  เรื่องภาษาไหงก็ไม่กลัวเพราะ 2 ปีใต้หวัน

กับที่อาป๊าสอนไว้  ยังไงยังไงก็พอส่งภาษากันรู้เรื่อง  จะไปแบบทัวร์  แบบแบกแพ็ก  ไหงก็ยังไหว

อย่าลืมล๊ะไหงขอไปด้วยคน

รูปภาพของ วี่ฟัด

ปู้ฮ่าวอี้ซี่อ

           โก๊sorapoom แล้วไหงจะจัดส่งให้ใหม่ บางทีต้องนำแผ่นต้นฉบับมาไรท์ถึงจะดี แต่ที่ส่งไปให้ไหงนำแผ่นที่ไรท์มาไรท์ จึงไม่ค่อยดีเท่าไร

            ช่วงนี้ไหงไม่ค่อยว่างเท่าไรต้องขึ้นศาลทุกวัน จึงไม่ได้เข้ามาส่งข้อมูล ไหงว่าถ้าคนฮากกาจะรักความเป็นฮากกามากๆอย่างไหงต้องเดินทางไปเยี่ยมถื่นปิตุภูมิ มาตุภูมิ บ่อยๆ

             ไหงเคยเดินทางในเหมยโจวมาแล้วหลายเมือง ไม่ใช่หมอยแย้นอย่างเดียว ไหงเคยไปมาแล้วทั้ง ฟุงซุ่น ฮิลแหน่น ไท้ปู้ เจียวเลี้ยง นอกจากนี้ไหง ยังเคยไปทั้ง จี้หยาง ( เก็กเอี๋ยว )  จี้ซี ( เก็กไซ ) ซานโถว แล้วยังเคยไปหย่งติ้ง ไปดูถู่โหลวมาแล้ว

              การเดินทางของไหงในระแวกนี้ไม่เคยไปทัวร์เลย ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเองทุกครั้ง บางทีก็ไปคนเดียว ไปแบบแบกแพ็ก สนุกสนานมาก ไหงพูดภาษาฮากกาได้น้อยมาก จึงใช้ภาษาผู่ทงฮั่วตลอด แต่ก็สนุกดีเพราะเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ใช่ผู้สูงอายุมากๆ พูดภาษาผู่ทงฮั่วได้ทุกคน

             ไหงว่าพวกเราชาวฮากกาในเว็ปนี้น่าจะจัดทัวร์ไปเยือนถิ่นมาตุภูมิคนฮากกากัน แล้วไปดูถู่โหลวกันด้วย โก้ว่าดีใหม

             ส่วนปีนี้วันที่ 26 เมษา - 3 พฤษภา ไหงจะไปต้าลี่ ลี่เจียง เมืองจีนไหงไปเกือบทุกปี ตอนนี้ก็ไปเมืองจีนสิบกว่าครั้งแล้ว

             แล้วไหงจะส่งซีดีไปให้ใหม่

วีฟัดโก๊

ซีดีไหงได้รับหลายวันแล้วด้วยความขอบคุณยิ่ง ยุ่งๆอยู่เพิ่งได้เปิดดูเมื่อวานนี้เอง  แผ่นแรกเที่ยวเหมย

โจวดูแล้วตื่นเต้นดี ฟังยังไม่ค่อยทันอีกอย่างไม่มีพื้นฐานของเมืองก็เลยไม่ค่อยเข้าใจ  จะเปิดดูใหม่และ

จะพยายามหาโอกาสไปเที่ยวสถานที่จริงสักครั้ง  ถ้าคุณวีฟัดจะไป ชวนไหงบ้างตอนนี้ว่างอยู่ อยากไป

อยากไป  ส่วนแผ่นซันเกอแผ่นที่ 1 เพลงที่ 2-3-4 ดูไม่ได้เสียงขาดๆหายๆภาพก็เต้นต้องข้ามไป แผ่นที่

2 เพลงที่ 1-2 ดูไม่ได้เหมือนกัน  วีฟัดโก๊ไม่ต้องส่งมาใหม่นะครับ  ไหงไปกรุงเทพฯคราวหน้าจะแวะไป

เยี่ยมค่อยเอาไปเปลี่ยนใหม่  คงพอเข้าใจนะครับว่าเวลาเปิดแล้วภาพเต้นเสียงกระท่อนกระแท่นทำให้ไม่

อยากดูไม่อยากฟัง  แต่อย่างไรก็ขอขอบคุณอยู่ดี  ถ้านะครับ ถ้าวีฟัดโก๊สามารถทำให้ทุกคนสามารถเปิด

ดูในเวปได้เหมือนที่คุณเฉินซิ่วเชงลงเวปมหาวิทยาลัยก็ดี  จะได้ดูได้ทุกคนไม่ต้องก๊อปปี้ส่งไป

อาฉี

บังเอิญเมื่อกี้เปิดกลับไปพบข้อเขียนอาฉีวันที่ 08/03/10 มีภาษาอังกฤษผิดอยู่ตัวหนึ่ง  discut  ต้อง

เขียนว่า discuss ที่แปลว่า  สนทนา โต้ตอบ พิจารณา โต้เถียง นำขึ้นมาพูด และต้องขออภัยที่ต้องยก

ขึ้นมาบอก  กลัวว่าคนอื่นมาเห็นเข้าจะตำหนิเอาว่าเราเขียนคำศัพท์ผิดๆ  เมื่อวานพบกับเพื่อนคนหนึ่งที่

ไม่ได้พบกันหลายวันนับเป็นเดือนทักว่า  พักนี้กลับไปเที่ยวบ้านรึเปล่า? ไหงก็เลยงง  เพื่อนถามคำถามนี้

หมายความว่าอะไร  ก็เลยตอบไปว่า  กลับไปบ้านต้องไปเที่ยวด้วยหรือ?  เพื่อนบอกว่า  ไม่ใช่บ้านนี้ที่

หาดใหญ่บ้านเก่าที่บ้านโป่งโน่น  นี่เองที่ทำให้ไหงงงแบบตอบไม่ถูก  ไหงเป็นคนที่ไหนกันแน่  และ

ถ้าไหงบอกว่าเป็นคนบ้านโป่งจะผิดไหม๊เนี่ย  เพราะคนบ้านโป่งต้องเป็นคนจังหวัดราชบุรี  ไหงต้อง

บอกว่าเป็นคนราชบุรีหรือไม่?  กื๋อก็เลยบอกกับไหงว่า  กื๋อเป็นคนปั้นซั้นขักบ้านเดิมอาป๊าเขาอยู่ฟุ้งสุ่น

เลยเป็นสมาชิกทั้งสมาคมฮากกาและสมาคมปั้นซั้นขักเพราะอยู่หาดใหญ่ก็เพื่อนๆกันทั้งนั้น   

รูปภาพของ อาฉี

ขอบคุณครับ

ขอบคุณที่ช่วยดูให้

จะไปแก้ไขให้ถูกต้องครับ

แจวซิ้นสุ้ย

ขอบคุณสำหรับปั้นเถียวเก๊าวบู๊ถอง  ต้องหาโอกาสทำกินสักวัน  เพราะผมจำได้เหมือนกันว่าเคยกินอะไร

แบบนี้แต่ก็ไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์  ท่านใดมีของกินดีๆของพวกเราที่หากินที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว  เอามา

เล่าสู่กันฟังเพื่อจะได้หาเวลาเอาบรรยากาศเก่าๆมาทำกินกันอีก  ก้องต้อปั้นเถียว หันยิ้ว ก๊าอ้ำหว่าเป๊า

ปั้นเถียว  ไม่รู้ผมจำผิดหรือเปล่า?  เขาเอาถั่วงอกผัดกับหำฉ่อย จู๊หยุกช่อใส่กระเทียมพริกไทย บาง

บ้านใส่ถั่วฝักยาวหั่นซอยเล็กๆด้วย  เวลากินต่างคนต่างเอาแผ่นก๊วยเตี๋ยววางที่จานแผ่นเล็กแผ่นใหญ่

ต่างคนต่างตัดเอาจากแผ่นก๊วยเตี๋ยวที่ซื้อมาจากตลาด  แล้วตักเอาไอ้ที่ผัดไว้เป็นใส้ห่อพับตามใจแล้ว

โรยกระเทียมเจียว พริกน้ำส้มตำ พริกไทยป่น แถมบางคนใส่ซี้อิ้วหวาน ก้มหน้าก้มตาต่างเอร็จอร่อย

กันทั่วหน้า  จะบ่นไม่อร่อยก็ไม่ได้ต่างคนต่างลงมือทำกันเองปรุงกันเองสนุกสนานกันทั่วหน้า  บรรยา

กาศเก่าๆแบบนี้ครอบครัวไหนยังมีอีกบ้าง  บอกหน่อย อยากจะไปร่วมวงด้วยจริงจริง  อ้อลืมไปยังมี

ใส้ที่จะห่ออีกอย่างเกือบลืม  สำหรับคนที่ไม่ชอบถั่วงอก ไม่ชอบผัก เขาจะมีเต้าหู้ซอยเป็นเส้นเล็กๆ

คล้ายกับที่เขาใช้ผัดไทยผัดกับหมูบ๊ะช่อ และบางทีก็มีกุ้งแห้งปนด้วยหรือไม่ถ้าหน้าที่มีมันแกวเขาก็

จะซอยมันแกวลงไปผัดด้วยรสชาดอร่อยไปอีกแบบ

ปั้น เถียว เก๊าว บู๊ ถอง

ไหงมีของกินเล่นอร่อยๆของงาแม้อย่างหนึ่ง ถ้าได้กินตอนเย็นๆ ฝนตกๆด้วยละก็ บรรยากาศจะเข้ากันดีมาก คือเมื่อก่อนในคลองบ้านไหง ตอนเย็นๆจะมีเจ้าของโรงทำก๋วยเตี๋ยว นำก๋วยเตี๋ยวที่เพิ่งนื่งเสร็จใหม่ๆ ตัดขนาดความกว้างประมาณ 1 คืบ ยาวประมาณ 2 ฟุต พับซ้อนกัน ลงเรือพายร้องขายไป  เขาจะแบ่งขายเป็นกิโลๆละ 2 บาท ได้มาแล้วก็ไปนำน้ำตาลทรายแดงออกมา ซึ่งน้ำตาลทรายแดงสมัยก่อนนั้น ไม่รู้ว่าสมัยนี้ยังมีโรงงานน้ำตาลโรงไหนผลิตออกมาหรือเปล่า คือเนื้อจะละเอียดเป็นผง บางส่วนจะเป็นเม็ดเป็นก้อน ประมาณปลายนิ้วก้อย หรือปลายนิ้วโป้งก็ยังมี วิธีทำก็ทำง่ายๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร คือนำแผ่นก๋วยเตี๋ยวมาแผ่บนถาด วางน้ำตาลทรายแดงที่ปลายด้านหนึ่ง ในปริมาณที่ตนเองพอใจ แล้วก็ม้วนไปจนสุดปลายอีกด้านหนึ่ง ก็จะได้เป็นโรตีก๋วยเตี๋ยวแบบง่ายๆ ไม่ได้พิศดารอะไร ใครมีโอกาสลองทำทานดูนะครับ ม้อย เอ้าว ถ่าย ว้อย หล่อย จ้อ เตี้ยม ซิ้ม ซิด เค่า หยัง

นั๋น เซี่ย ขัก ฝ่า

ไหงเท้นต้อ ย้าเห่อั้นฟั้นฮี่  โม๊ย หว่า เฉี่ยง ก้อง เสียม ฝ่า ม่อง กี้ เอ้น ถอง ฝ่า ขื้อ

ไหงดีใจจริงที่ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมพูดคุยกันกับคนบ้านเดียวกัน จิก๊างิ๋น

พูดถึงเรื่องของอาหาร  ตั้งแต่เด็กผมยังจำได้ไม่ลืมก็คือ เก๊จิ้ว คนภาษาอื่นผมไม่รู้

แต่เอ้นปั้นซั้นขักงิ๋น อาเม้จ้อเงี๊ยดฉิ่วยิ้วฮ้อซิด  ก็ไก่ต้มใส่ขิงใส่เหล้าแดงนี่ไง  บางที

เราเรียก จู๊จิ้ว เพราะเปลี่ยนจากไก่มาเป็นเนื้อหมูแทน ที่น่าจดจำที่สุดเพราะน้องคนเล็ก

ในขณะนั้นจะได้ของโปรดคือ เก๊ปี้ ที่ทุกคนหมายปองแต่ห้ามแย่งน้องเด็ดขาด  ทุกคนจะ

เอร็ดอร่อยมากและรักใคร่กลมเกลียวกัน  อาหารอีกอย่างที่ผมกินตั้งแต่เด็กและยังชอบกิน

อยู่จนถึงเดี๋ยวนี้คือ ข้าวต้มถั่วฝักยาวกระดูกหมู ไผกุดเถ่วจุก การทำไม่ยากเริ่มจากการผัด

กระเทียมให้พอหอมใส่ถั่วฝักยาวตัดเป็นท่อนๆขนาดยาว 1 นิ้วหรือนิ้วครึ่งแล้วแต่ชอบและ

ใส่กุ้งแห้งไปผัดด้วยเสร็จแล้วเทใส่ลงในหม้อข้าวต้น  ที่ต้มไว้ก่อนแล้วพร้อมซี่โครงหมู 

สมัยก่อนไม่ใส่น้ำปลาจะใส่เกลือและเติมซี่อิ้วเล็กน้อย  ตอนตักกินค่อยใส่พริกไทยอีกที 

รับรองอร่อยสุดๆ  ยังมีก๊วยเตี๋ยวผัดบวบ  ใครเคยกินบ้างเพื่อนๆผมหลายคนงงมากที่เอา

ก๊วยเตี๋ยวมาผัดใส่กับบวบได้ไงและที่เข้ากันด้วยดีต้องใส่กุ้งสด ตุ้งฉ่อย โรยพริกไทย เวลา

กินต้องใส่พริกน้ำส้มตำ อ้อ ก๊วยเตี๋ยวต้องเป็นก๊วยเตี๋ยวเส้นเล็กนะครับ ใช้เส้นใหญ่ผิดสูตรนะ

ส่วนเต้าหู้ยัดใส้หมูสับกุ้งแห้งผมก็ไม่ลืมเพราะที่บ้านก็กินประจำ  แกงจืดไข่น้ำก็วิเศษจริงๆ

พูดแล้ววันนี้ต้องลงมือสักหน่อย  ถ้าไม่มีสาระอะไรอภัยด้วย  นึกแล้วก็ระลึกถึงเรื่องเก่าๆขึ้นมา

หลี่ สา หัน ยิ้ว หมัก ไก้ ก้อง หลอย ปุ้น เพ็ด สา เท้น  ตอ เชี่ย

 

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

จิ ก๊า งิ๋น

เป็นกำลังใจเจ้า  ทุกๆๆบทบาทคือ จิกาหงิ๋น  จริงๆๆ  ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเลย...คงได้มีโอกาสได้พบปะอาโกที่ลำปาง...จิกาหงิ๋น ลำปาง   มีมากมายและมีความรู้หลากหลาย ที่เราควรดูเป็นแบบอย่างที่ดี    อาโกเขียนถึงลูกชิ้นปลา ไหงคิดถึงอาม่าที่ท่านสับกุ้งแห้งใส่ในหมูบะช่อ  และยัดใส้ในเต้าหู้สามเหลี่ยมทอด   ก่อนนำไปต้มจืดที่แสนอร่อย  และต้มจืดไข่น้ำที่แสนธรรมดาและอร่อยของท่าน   ขาดหายไปจากชีวิต  บางครั้งบรรพบุรุษพวกเราที่แสนเก่งของทุกท่าน   อาจกำลังรอพวกเราอยู่     ไหงมั่นใจว่าท่านภูมิใจที่ทุกท่านไม่ลืมตัวตน  ไม่ลืมรากเหง้าของพวกเราต่างหากนะเจ้า  จิกาหงิ๋นทั้งนั้น จริงๆๆเจ้า

ขัก งิ๋น ฉิ่ว เห่

ยังไง ยังไง ย้า เห่ จิ ก๊า งิ๋น คิดมากไปทำไมมี  ไหงไม่ควรบอกว่า  ไหงเป็นคนปั้นซั้นขักเลย  มันทำให้

คนอื่นสบสนวุ่นวายไปหมด  แต่ความจริง มันก็เป็นความจริงอยู่ดี  ความที่ตั้งแต่เด็กจำความได้รู้เรื่องพูด

เข้าใจ  ไหงก็ถูกสอนและบอกมาว่า  ไหงปั้นซั้นขักงิ๋น  ซิดผ่อน เซ่เหลียง เถวขี้ จ๊นวุกฮ้า มาตลอดแม้

ไม่ชัดถ้อยชัดคำเพราะเกิดเมืองไทย  แต่ก็เข้าใจมาตลอด  อายุ 13-14 ปี มีคนชิ้มฮักย้ายมาอยู่ใกล้บ้าน

ก็เลยรู้เพิ่มขึ้นว่ามีแคะมาใหม่ไม่ใช่ปั้นซั้นขักเหมือนเรา  เขาเรียกตัวเองว่า ชิ้มฮัก ไม่ออกเสียง ชิ้มขัก

เหมือนคนปั้นซั้นขักเรียก  จึงแยกออกไปจาก  ซิดผ่อน เป็น ซิดฝั่น   เซ่เหลียง เป็น ฉุงเหลียง  เถวขี้

 เป็น ฮ่องซิ้น ส่วน จ๊นวุกฮ้า กลับบ้านชิ้มฮักเรียกอะไรจำไม่ได้แล้ว  ที่ไหงจำได้สนิทและจำจนบัดนี้ก็

คือเขาจะทำลูกชิ้นปลาเองที่ไม่เหมือนกับที่ไหงเคยกินมาตั้งแต่เด็ก  เพราะเขาจะใส่ปลาหมึกแห้งสับ

ลงไปด้วยและมารู้ที่หลังว่านี่คือสัญญาลักษณ์ลูกชิ้นปลาของคนชิ้มฮักหรือฮากกานั่นเอง  ตอนนี้ลูกชาย

คนหนึ่งของเขาบอกชื่อคนฮากกาหลายคนคงรู้จัก  ก็นายสุวิทย์  วงศ์ศรีวงศ์  สามีของคุณลัดดาวัลย์

วงศ์ศรีวงศ์  เคยเป็นพิธีกรทางทีวี เคยเป็น ส.ส.จังหวัดเชีนงรายซึ่งเดี๋ยวนี้แยกเป็นจังหวัดพะเยา เคย

เป็นรัฐมนตรีด้วย  ส่วนคุณสุวิทย์เองเป็นอาจาร์ยอยู่มหาวิทยาลัยไหนไหงก็จำไม่ได้ล๊ะซี  ไปๆมาๆไหง

ก็พูดเรื่อยเปื่อยไป  ขออภัยด้วยถ้ามันไร้สาระ 

หวุ่นเซี่ยงก๊อซิ้มเหลวี่ยงๆ

ไหงเองก็ยอมรับว่ามารู้จักชื่อฮากกาเมื่อตอนที่มีสมาคมฟุตบอลล์ฮากกาเกิดขึ้นแล้ว ตอนนั้นก็ไม่รู้เลยว่าคือสมาคมฟุตบอลล์จากที่ใด มารู้ก็จากหนังสือที่ไปซื้อมาตอนออกใหม่ๆว่า ฮากกาคือจีนแคะนี่แหละ ที่จริงไหงก็ว่า ภาษานั้นสำคัญไฉน?เพราะความเป็นจริงมันก็คือความเป็นจริงของมันโดยไม่มีใครไปเปลื่ยนแปลงมันได้อยู่แล้ว ยังกับทุกท่านในที่นี้หรือที่ไหนก็แล้วแต่ที่เกิดมาเป็นทองหงิน โดยเฉพาะเกิดมาเป็นขักหงิน ฮากกาหงิน จู้กุ๊งจู้ม่าฮ้อยถองซั้นหลอย มันก็คือขักก๊าจื้อซุ้น ฮากกาจื้อซุ้นโดยอัตโนมัติอย่างไม่ต้องสงสัย(โดยภาษาสมมุติ) ไหงว่าคุณsorapoomกี๋ทำงานเพื่อส่วนรวมให้กับสมาคมฯ.นั้นโดยพื้นเพของชักหงินแท้ๆเป็นคนชิดเสวี่ยงชิดก้องอยู่แล้ว(ดีกว่าเสวี่ยงหย่องก้องหย่อง)เราน่าจะนั่งลงค่อยปรึกษากัน เพราะดูแล้วมันก็แค่คำว่าขักกาหงินหรือฮากกาหงินนั่นเอง เราลองมากำหนดกันได้ "เอ๊นลุ้งจีก๊าหงิน"ทั้งนั้น ณที่นี้ขอเชิญคุณอาฉีช่วยกำหนดดูก่อนนะครับแต่ผมว่าที่คุณsorapoomพูดมานั้นถูกต้องดีอยู่แล้วเพราะตั้งแต่้กิดมาก็ได้ยินอากุ๊งอาม่างาหยางาแม้ก็เรียกขักหงินทั้งนั้น แล้วคุณอาฉีช่วยชุ้งฉาเผื่อไหงอีกถ้วยแล้วกันนะครับ ชักเฮวเหลนเจ๊าแหล่ว ตอเซี่ย

รูปภาพของ อาฉี

คาราวะอีกจอก

ไหงก็ได้ยิน คำว่า ฮากกา เอาตอนพอรู้ความแล้วเช่นกัน

เพราะเมื่อก่อนได้ยินแต่ชาวแต้จิ๋วที่มีมาก (เฉพาะในเมืองไทย) นำเรียกชาวเราว่า จีนแคะ

คงเหมือนเรารู้จัก บางคนที่เรียกชื่อเล่นบ้าง ตามลักษณะนามตามภาษาตลาดบ้าง พอได้ยินคนกล่าวถึงชื่อจริงที่เขาใช้เป็นทางการ (ชื่อสากล) เรากลับไม่รู้เป็นใครซะงั้น

ส่วนท่านใดใคร่จะเสนอ อย่างไร ยินดีรับฟังเหตุผลทุกท่านครับ (ถ้าต้องจะ discuss เรื่องนี้จริง ขอให้ตั้งเป็น บล๊อกใหม่ เฉพาะเรื่องดีกว่าเพราะจะได้คุยกันตรงเรื่อง และ บล๊อกนี้ อยู่ระหว่างผลโหวด ยังไม่รู้จะอยู่อีกนานไหม

 

ด้วยความยินดี คาราวะอีกจอก

(ยืมรูปมาจาก mthai.com/topic/3448)

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

จีนแคะทั้งแผ่นดินนะเจ้า

ไหงเดินทางมาดูงานที่ม.มหาสารคาม  พักที่รร.ตักสิลา ใช้เวลาเดินทางจากลำปางถึงขอนแก่น  มาทางลัดเข้ามหาสารคาม 9 ชม.  ได้สูดกลิ่นอารยธรรมแบบอิสาน  น่าทึ่งมากกับผู้คนมากมาย  ไหงว่ามากเสียจนมหาวิทยาลัยเล็กๆๆแบบโยนกตกใจ   ป้ายโฆษณามากมายจนน่าหงุดหงิด  และรำคาญกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว  สงสัยไม่เคยชิน  แต่ที่ีเห็นร้านค้ากว่าแปดสิบเปอร์เซนต์น่าจะเป็นคนจีน   น่าชื่นชมที่ร้านค้ามากมาย  ช่างใหญ่โตกิจการรากเหง้าการค้าแบบจีนมวลชน   คงเช่นเดียวกับสัญชาติของพวกเราต่างมีมที่ไปและที่มา  ที่ลำปางจะเรียกเราว่าจีนแคะ  จีนไหหนำ  จีนแต้จิ๋ว  คือเรียกชินปากไม่ใครเรียกตัวเองว่าฮากกา  เพราะคงเป็นศัพย์ชั้นสูง  เราเรียกพื้นๆๆ  แต่เวลาส่งสำเนียงจะอ๋อเอง  ว่ามาจากไหน  ไหงไม่สันทัดเรื่องเหล่านี้  สมัยที่ไหงเรียนจบ  ไหงบรรจุรับราชการครั้งแรกที่วท.โพธาราม  ราชบุรี  เรียกว่าชดใช้ทุนกระทรวงศึกษาธิการ  ให้บรรจุที่ไหนก็ต้องไปอยู่  ก็มีโอกาสไปบ้านโป่งบ่อยมากทุกอาทิตย์  อาหารอร่อย  ร้านค้ามากมาย  มีคนจีนมากที่สุดทั้งราชบุรี  บ้านโป่ง  นครปฐม  ค้าขายกันรุ่งเรือง  ถ้ามาที่เยาวราชบ้านอาแจ๋  อาโกวก็ค้าขายยาสมุนไพรจีน  ฮกอันตึ้งน้ำผึ้งเวชพง  พูดจีนแคะบ้าง  แต้จิ๋วบ้างเพราะอาโกแต่งงานกับคนตระกูลหยาง   ผสมปนเปและพูดกันหลายภาษาในบ้านเดียวกัน  เราเป็นเด็กก็งง  ภาษาที่ดูจะง่ายคือจีนแคะของเรา  แต่ก็งงกับคำศัพย์บางคำเช่นกัน  อาศัยใบบุญได้ฝึกพูด  ฟัง  กับคนสูงอายุที่รายรรอบตลอดเวลา  ญาติของเรากลุ่มฮกอันตึ้งที่พิษณุโลก  และจว.อื่นแคะบ้างแต้จิ๋วบ้าง  ไม่แบ่งแล้วเจ้า.. บอกว่าไหงเป็นอาอี้  อาหยี่  อาโกว  ไหงก็ทราบเท่านี้  จึงคิดว่าธรรมดาที่สุดต่อการอยู่ร่วมกัน  ของตระกูลไหง  ใครไปใครมาก็ฮ่อเสี๊ยก  อั้นเคี่ยง  งาไก่จื้อซุน งาไก้ม่อย  งาไกซุน  นี่เพียงเท่านี้ไหงก็ภูมิใจที่เหล่าญาติรับรู้ว่า  เป็นลูกเป็นหลานจากสายของท่าน  คำว่า งาไก้......นี่เพราะมาก  คลาสิกมาก  บ่งบอกยี่ห้อมากกว่าใด...คือความคิดไหงนะเจ้า  ไม่มีภาษาจีนไหนแล้วที่ออกเสียงเพราะ  สุภาพ  และบ่งถึงรสนิยม  จงภูมิใจที่ได้เกิดมาใช้ภาษานี้ด้วยกันเถิด  ต้องยอมรับว่าการบอกว่าแคะลึก แคะตื้นแสดงถึงสายสัมพันธ์แบบมาตรฐานที่ลงถึงรากเหง้า  บรรพชนไปอีกนิด   แคะลึกคลาสสิกน่าทึ่งเช่นคำว่าฉุงเหลี่ยง  หมายถึงการค่อยๆๆอาบน้ำแบบละเมียดละไม  แต่แคะตื้น  เป็นแซ่เหลียง(ไหงเคยมีเพื่อนเป็นชาวจียแคะยะลา)  เขาหัวเราะและบอกว่าเธอบ้านนอก  บอกว่าแช่น้ำอาบหรื่อไง  ไหงงงและอ้อ..เข้าใจ  บัดนั้น  และคำว่ากินโต๊ะ  เขาจะถามว่าแข็งไหม  เก่งนะกินได้  ทำไมไม่บอกว่าไปกินเลี้ยงแบบจีนของเขา..ไหงฟังก็เข้าใจว่าจีนเขาลึกมากเสมือนเข้าถึงสำนักพระราชวัง  แต่ของไหงมันพื้นบ้าน  บนดอยจริง....น่ารักมากภาษาจีนของเรา  อย่ากระไรเลยมาหัดพูด  หัดอ่านให้ลูกหลานได้ฟัง  พูดช้าๆๆ ชัด  ๆๆ เพียงเท่านี้จีนภาษาอื่นๆๆที่เจี้ยวจ้าว  เร่งรีบ  ต้องหันกลับมาชมเราว่าเสียงไพเราะ  และช่างเป็นเสียงที่มีรสนิยมรื่นหูกันดีกว่านะเจ้าทุกท่าน.........จะไพเราะอีกนิดว่า ฮากาหงิน  เชิงวิชาการก็ดูดี  จะแคะลึก  คนในเวียง  คนล้านนารู้จักกันทั้งนั้นนี่นา  พรุ่งนี้ไหงดูงานเสร็จก็กลับลำปางทันที....อู้กำเมืองกัน  ม่วนกันงัน  คนอิสานก็พุดอิสาน  คนใต้ก็พูดใต้  ก็การพูดเป็นแบบนี้ละเจ้า  บ่งบอกถิ่นฐานที่เคบชุมนุม  ไม่น่าแปลกใจใดๆๆทั้งสื้น...นะ.อาโกวทั้งหลาย   

 

รูปภาพของ อาฉี

Happy Endding

ข้าน้อยขอคาราวะใน Spirit ของทุกท่าน

ถ้าชวนซิดฉา ผ่านเว็บได้ก็ดี จะผูซุ้ยไว้รอ

Laughing

(ขอยืมรูปมาจาก jibcha.com )

 

ไหง เห่ปั้นซั้นขักงิ๋น 我 是半山客人

อ่านให้จบก่อนนะครับ  อย่าคิดว่าผมผ่านเข้าเวปนี้แล้วนำความแตกแยกมา

ผมบอกว่า  ผมเป็นคนไทยเชื้อสายคนจีนปั้นซั้นขัก  ผมพูดถูกนะครับ

อาป๊าอาเม้ไหงเป็นคนจีนปั้นซั้นขัก  อาป๊าเป็นคนปุ๊นสุ้ยไฉ่ เกียดหย๋อง ก้วงตุ้ง

อาเม้เป็นคนกิ้วเต้วพู๊ เกียดซี ก้วงตุ้ง  อาป๊าอาเม้มีบ้านอยู่ตลาดลูกแก

ตำบลดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เกิดสงครามย้ายไปนครปฐม

ผมเกิดที่จังหวัดนครปฐม เมื่อ ปี 2487  อายุปีกว่าครอบครัวย้ายไปอยู่อำเภอบ้านโป่ง

จังหวัดราชบุรี อายุ 18 ปีไปเรียนหนังสือกรุงเทพฯ 3 ปี จบแล้วไปทำงานที่เหมือง

อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพรเกือบปี แล้วไปเรียนอยู่ใต้หวัน 2 ปี ต่อไปเรียนอยู่อเมริกา 3 ปี

กลับมาไปทำเหมืองที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา 6 ปี สุดท้ายมาอยู่ที่อำเภกหาดใหญ่ตั้งแต่

ปี 2519 จนถึงปัจจุบัน  ถ้าถามผมว่าเป็นคนที่ไหน?  ผมต้องตอบว่า  ผมเป็นคนหาดใหญ่

เพราะทั้งชีวิตจนถึงขณะนี้ผมอยู่ที่หาดใหญ่นานที่สุด  แต่ถ้านับตามหลักฐานที่รัฐธรรมนูญ

กำหนดไว้สำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้ง  ผมสามารถลงสมัครได้ถึง 5 จังหวัด 1. จังหวัด

นครปฐม  บ้านเกิดตามใบเกิด  2. จังหวัดราชบุรี  ทะเบียนที่อยู่เกิน 3 ปี  3. จังหวัด

กรุงเทพฯ  เรียนในทะเบียนเกิน 3 ปี  4. จังหวัดชุมพร ทะเบียนที่อยู่เกิน 3 ปี(ตอนเรียนจบที่

กรุงเทพฯผมย้ายทะเบียนไปอยู่ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร) และ 5. จังหวัดสงขลา  ผม

ย้ายทะเบียนจากจังหวัดชุมพร  ตอนที่กลับจากอเมริกามาอยู่ที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

จนถึงปัจจุบัน  ภาษาไทยผมคงพูดเหน่อแบบคนบ้านโป่ง สำเนียงราชบุรี นครปฐม และก็

คงไม่เหน่อมากเหมือนคนท่ามะกา คนท่าม่วง คนเมืองกาญน์ และคนสุพรรณบุรี  แถวๆนั้น

มาอยู่กรุงเทพฯ 3 ปี สำเนียงก็เพี้ยนๆไป ไปบ้านโป่งเพื่อนตำหนิเสียงเพี้ยนแล้ว  ย้ายไปอยู่

หลายแห่งมากจนถึงเดี๋ยวนี้  คนที่พูดคุยกับผมแทบบอกไม่ถูกว่าผมเป็นคนที่ไหนหรือมาจากไหน?

เพราะสำเนียงที่พูดมันเพี้ยนปะปนคำโน้นคำนี้มั่วๆไปหมด  แล้วจะให้ผมบอกว่าผมเป็นคนอะไรดีล๊ะ? 

เพราะถ้าบอกเป็นคนหาดใหญ่ผมก็พูดภาษาปักษ์ใต้ไม่ได้  ถึงได้บ้างคำสองคำมันก็ออกทองแดง

ผมก็จะต้องบอกกับคนที่คุยด้วยว่าผมเป็นคนภาคกลางแต่มาอยู่หาดใหญ่  กลับมาที่ภาษาจีน

ถึงยังไงผมก็ต้องบอกว่าผมเป็นคนปั้นซั้นขักอยู่ดี  ผมไม่ได้คิดแตกแยก  แยกตัว หรือแบ่งแยก

แต่จะบอกว่าผมเป็นคนจีนภาษาอะไรเท่านั้น  ขอโทษด้วยที่ผมไม่สามารถบอกว่าผมเป็นฮากกา

เพราะหนึ่งตั้งแต่เด็กจนโตเพื่อนๆคนรู้จักจ ะรู้ว่าผมเป็นคนแคะ หรือคนจีนแคะ แต่ถ้าเป็นคนสนิท

เขาจะบอกว่าผมเป็นคนปั้นซั้นขักก็เพราะคนที่บ้านโป่งเขาพูดกันอย่างนี้  อีกอย่างผมมาอยู่

หาดใหญ่คนที่หาดใหญ่เขายังบอกเลยว่าผมเป็นป้านซานฮัก ปั้นซั้นขัก ปั๊วซัวแขะ  ไม่เคยมีใคร

เรียกผมว่าฮากกาเลย  ตอนที่ผมแต่งงานจัดงานแต่งที่สมาคม  ผมก็จัดงานแต่งงานที่สมาคมแคะ

มันเพิ่งมาเปลี่ยนตอนหลังนี่เอง  ในตอนนั้นเขาบอกว่าผมจัดงานที่ ฮักซุกฟุ่ยกวั้น 客 屬 會 舘

สมาคมแคะนี่เอง ผมไม่สามารถก๊อปปี้รูปมาลงให้ดูได้  แต่จะฮากกา ฮักเหง๋น หักงิ๋น ชิ้มฮัก ชิมขัก 

หม๋อยเหย่นฮัก ฟุยจิ้วฮัก ฟุงสุ่นฮัก ป้านซานหัก ป้านซันฮัก ปั้นซั้นขัก ปั้นซันขัก มันก็คือคนจีนแคะ

 ด้วยกันนั่นเอง  ผมไม่เคยคิดนับว่าแตกแยก แบ่งแยก กันออกเพียงแต่ว่า  เราสามารถบ่งบอก

ความเป็นคนแต่ละสำเนียง คนละท้องถิ่นกำเหนิด  ซึ่งความจริงผมอยู่ไกลสุดจากหม๋อยเหยิน พ้น

เลยฟุ้งสุ่นในเขตเกียดหย๋องนั่นเอง  ผมก็ไม่เคยกลับไปบ้านเกิดอาป๊ารู้แต่ว่าที่บ้านชนบทที่นั่นเขา

พูดสองภาษาทั้งปั้นซั้นขักและแต้จิ๋ว  ขอให้ทุกท่านจงเชื่อไว้เลยว่า  ผมมิได้เจตนาทำให้มันยุ่งยาก

เพราะผมก็มีญาติพี่น้อง ที่เป็นคนหม๋อยเหยิน ฟุ้งสุ่น เกียดซี  คิดว่าทุกท่านจะเข้าใจลึกซึ้งกว่านี้

ถ้าได้มีโอกาสพบกันและได้พูดคุยกันมากกว่านี้  ขอบคุณครับ

เห็นด้วยอีกหนึ่งเสียง

เห็นด้วยอย่างมากกับคุณวี่ฟัด และทุกข้อความจากใจของทุกท่าน แม้ผมเพิ่งจะเป็นสมาชิกใหม่(เพิ่งใช้้เน็ทเป็นครับ)แต่ความรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นขักหงินโดยเฉพาะทองหงินหยุ่งเซี่ยงที่ได้รับการถ่ายทอดจากงาหยางาแม้มาโดยอัตโนมัตินั้นผมว่าทุกท่านจะณที่นี้หรือณที่ไหนก็แล้วแต่ ก็ย่อมมีความรู้สึกลึกๆที่พวกเราได้รับมาโดยสายเลือดจากบรรพชนของพวกเราไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันอยู่แล้ว ก็ในเมื่อทุกท่านก็คือฮากกาแล้วยังจะคิดแบ่งฮากกาไปเพื่ออะไร? นี่ถือเป็นนิมิตหมายอันดีแล้วที่ได้รู้เจตนาอันแท้จริงของฮากกาณแว้บแห่งนี้ และขอให้ฮากกา ให้ฮักกันให้เหนียวแน่นเช่นนี้ตลอดไปนะครับเพื่อจื้อซุ้นของพวกเราในวันข้างหน้าไงครับ

ไหง

ไหง ขักหงิ่น

ชอยซ่งข่า

 

เห็นด้วยๆๆ

ฮากกาต้องฮักกัน มีบรรพบุรุษเดียวกัน

ต้องรักกัน สามัคคีกันคั๊บ

เห็นด้วยเช่นกัน

   เห็นด้วยกับคุณวีฟัดเป็นอย่างยิ่ง  และโดยเฉพาะเจตนารมณ์ของชุมชนแห่งนี้ตามที่คุณอาฉีได้กล่าวไว้ชัดเจนที่สุดแล้ว  ชาวฮากกาไม่ว่าจะมาจากส่วนไหนของจีนและปัจจุบันจะอยู่ส่วนไหนของโลก  พวกเราล้วนก็เป็นสายเลือดฮากกาด้วยกันทั้งสิ้น  ต้องช่วยกันรักษาสืบทอดประเพณีและวัฒนธรรมของพวกเราให้คงอยู่สืบไป  ชุมชนแห่งนี้จึงเป็นจุดรวมที่ลงตัวสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันโดยเฉพาะผู้ที่มีความรู้มากกว่าสู่คนที่รู้น้อยกว่า  สำหรับไหงแม้จะพูดภาษาฮากกาได้น้อยมากแต่ไหงก็ภูมิใจที่มีสายเลือดฮากกา  พวกเรามีน้อยอยู่แล้วอย่าแบ่งแยกกันอีกเลย

รูปภาพของ อาฉี

เห็นด้วยครับ

เห็นด้วยเรื่องไม่ควรแบ่งแยกครับ

ที่ทุกท่าน สามารถเปิดเผยตัวตน และแสดงจุดยืนที่เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ยอมรับเหตุผลเข้าใจกันแล้ว พวกเราก็สามารถอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชุมชนแห่งนี้ ได้ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่า ยินดีต้อนรับผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมของชาวฮากกาทุกท่าน

ไม่ว่าจะเป็นคนสันชาติใด ภาษาใด ที่หัวใจยังเป็นฮากกา ก็สามารถเปิดใจคุยกันได้เสมอ

และก็นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่ได้เห็นพวกเราได้เปิดใจคุยกัน ที่ช่วยกันสนับสนุน และตักเตือนกันฉันพี่น้อง  เมื่อเวลาผ่านไปแล้วเราก็จะรักกันมากขึ้น
ยกันสนั


เหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้น ก็นับเป็นอีกก้าวที่ได้เห็นเป็นวิวัฒนาการบนเว็บนี้ ที่ได้จารึกไว้เป็นเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

เห็นด้วยอีกเสียงนึงครับ

ไหงขอยกมือสนับสนุนการไม่แบ่งแยกระหว่าง ชิ้มขัก กับ ปั้นซั้นขัก เต็มที่อีกคนนึง (ถึงแม้อาปักอาแม้ของไหงจะมาจากฮงสุนก็ตาม) เพราะไหงเชื่อว่าทุกคนต่างก็มาจากรากเหง้าเดียวกันครับ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

เห็นด้วยเจ้า!!!!!!!!!!!!!!

ไหงว่าความรู้สึกที่ติดตัวกันมาทำให้พวกเรารู้สึกอึดอัดใจไปพร้อมๆๆกัน   จริงเจ้าควรหลอมละลายไปได้แล้ว   ไหงมีอากุงเป็นแคะลึกแซ่เล้าที่น่ารักมาก   มีอากงอาม่าจากฮ่องสุน แคะตื้นที่ก่งดนตรี  เก่งอาหาร   ได้ครบศาสตร์และศิลป์พร้อมๆๆกันทั้งตื้นและลึก  ได้พบหน้าและลองส่งเสียงสำเนียงขับขานกันเอง เป็นเครือญาติกันทั้งนั้นรุ่นนี้คงไม่ถามว่ามาจากไหนของเมืองจีนแน่ๆๆ    คงไม่มี  พวกเราต่างเป็นคนไทยฮากกาดีกว่า  สมเด็จฯท่านกล่าวว่าให้คนจีนข้ามาพึ่งพักพิงเมืองไทย   สักสามชั่วอายุเราจักได้ลูกหลานที่มีเชื้อสายคนจีนที่ขยัน  เก่งและดีทั้งหมด   จักกลายเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์แบบ  นี่เป็นเรื่องจริงแล้วเจ้าทุกท่าน   และพวกเราก็ไม่เคยลืมบรรพบุรุษของเราเลย   เราเคยได้รับการฟูมฟักเลี้ยงดูตามแบบประเพณีจีนแบบเข้มข้น   และเป็นเล่าจื้อหงิน(ปล่อยวาง  บรรลุธรรม)     แบบเต๋าที่เข้าถึงปรัชญาจีน   ขงจื้อ (แบบเราๆๆนี่แหละ ที่หล่อหลอมกันมาแบบขนบธรรมเนียมประเพณีจีน)ไหงจะถูกเรียกว่าเป็นเล่าจื้อขักม่อย....(ยินดีได้เป็นเครือข่ายโสเคตริส.....แบบคาดไม่ถึง)     โสเคตริสเป็นนักปรัชญาแบบตะวันตกที่มีมาก่อนนับพันปีก่อนเล่าจื้อและขงจื้อเราจะเกิดนะเจ้า    และทั้งสองเมธีปรัชญาของจีนมีระเบียบแบบแผนการดำเนินชีวิตแบบตะวันออก   สอนสั่งลองผิดลองถูกกับบรรพบุรุษของเรา   ทำให้จีนรุ่งเรือง   แต่ไหงคิดว่าถึงเวลาที่พวกเราควรปรับให้ทั้งสองเป็นแบบพุทธธรรมแบบจีน    แบบเราๆๆนี่แหละให้ละเลยไปเสียไม่ว่าจะเป็นลึกหรือติ้น   ยึดแบบเต๋านะเจ้าทุกท่าน  ยึดธรรมชาติ  ยึดการดำเนินชีวิตว่า  ให้ภาคภูมิใจและยึดมั่นในคำพูดคำสอนที่ออกมาจากตัวเอง   (มาจากปัญญาของตนเอง)  แบบปกติที่ไหงเห็นนี่มีหลายคนที่ได้บรรลุปัญญาเช่น  แนวคิดทางอุดมการณ์เช่นคุณอาฉี  คุณวี่ฟัด  คุณยิบสินฝ่า  คุณมงคล คุณท้ายแถว คุณเคว  คุณอาคม คุณจองอาแก้ว คุณอาเป้หลานจีน คุณต้นกล้า คุณสรภูมิ และทุกทุกท่าน ที่ไม่ได้เอ่ยนาม   เห็นผลงานที่ทำส่งกันมา   ล้วนเป็นมนุษย์ปรัชญาตัวจริงเสียงจริง  ไหงมีความสุขมากกับการได้รู้จักกับทุกท่าน   ทำให้มีกำลังใจจากหญิง  ทั้งที่เมื่อก่อนเขาจะไม่ให้ผู้หญิงเล่าเรียนกันแต่โชคดีที่อากุงอาม่าส่งเสริมอย่างดี   เพราะท่านได้รับแนวคิดปรัชญาโดยมิรู้ตัวติดรากเหง้ากันมาเป็นพวง  เผอิญบวกกับความเชื่อเรื่องดวงไหง   จึงโชคดีได้เรียนด้านศาตร์ที่ไหงรักคือสอนออกแบบ  เป็นการสอนที่ต้องใช้พลังหยินหยางเข้าไปจนเหนื่อย  กว่าจะได้ปรัชญาแบบจีนออกมาสอน  ออกมาถ่ายทอด   ไหงเห็นพวกหงีออกมาคอมเม้ม  นี่ใช่เลยการถกเถียงแบบแนวปรัชญา    ถูกต้องแล้วเจ้าทุกคน  เป็นมนุษย์สุกสดใสกระจ่างที่ปัญญา  หาใช่ฐานะและการเรียนที่จบสูงสุด   และสังคมมวลชนชั้นสูงร่ำรวยเงินทอง   แต่เป็นสังคมที่รู้จักและพัฒนาตัวตนนะเจ้า   แบบนี่เลยยอดเยี่ยมมากเจ้าฮากกาหงิน  ฮากกาหงิน   ให้ดูฮากาหงินของสิงคโปร์นะเจ้า  นักวิชาการฮากกาหงินหลุดพ้นแล้ว  ประเสริฐมากต่อการคิดเรื่องน้ำออกมาช่วยแผ่นดินนี้ในอนาคต   ไม่นานเจ้าทุกคนจะได้ประจักษ์ว่าฮากกาหงินนะเก่งมาก    ไม่ได้เก่งอาหาร  ร้องรำทำเพลงอีกต่อไป...คอยจับตามองสังคมโลกให้ดี......ทำน้ำทะเลให้จืด  เป็นพลังงานทดแทนทุกด้านที่จะหมดไปจากโลกนี้   ไหงว่าทุกคนจะได้ภาคภูมิใจกับฮากกาหงินแบบนี้แทนการส่งเสริมการเมือง  ที่มีให้กันมา  แบบนี้ไหงชื่นชอบมากนะเจ้า.....ฮากกาหงิน  ฮากกาหงิน   จับมือกันไว้ให้มั่นคง 

รูปภาพของ ยับสินฝ่า

เห็นด้วยกับคุณวี่ฟัด(อีกครั้ง)

          ความคิดของคนเรานั้น ยากที่จะลบล้างกันได้ง่าย ๆ อย่างเช่น ความรู้สึกของการเป็นชาวฮากการะหว่าง ฉิ่มขัก กับ ป้านซานขัก นั้น มีคติที่เกิดขึ้นยาวนานมาหลายสิบปี นับตั้งแต่อพยพมาอยู่ในประเทศไทยกัน (ในประเทศจีนไม่มีคติเช่นที่ว่านี้หรอกครับ เหมือนที่คุณวี่ฟัดว่าไว้ตอนดูการประชันเพลงซานเกอนั่นแหละ)

          ไหงมีความเชื่ออย่างสนิทใจว่า ในชุมชนของเรา นับตั้งแต่ก่อตั้งมา ไม่มีสมาชิกเพียงสักคนเดียวเลย ที่มีความรู้สึกแบ่งแยกว่าเป็นฉิ่มขัก หรือ ป้านซานขัก โดยเฉพาะเว็บมาสเตอร์ ท่านได้จัดสร้างชุมชนฮากกานี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้พวกเราชาวฮากกาทั้งหลายแหล่ ในประเทศไทย หรือในโลกนี้ ที่อ่านเขียนภาษาไทยได้ ได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ในเว็บนี้ ชุมชนนี้ โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นกลุ่มไหน เพราะพวกเราทุกคน ล้วนเป็นชาวฮากกา เหมือนกัน (อีกทั้งยังมาจากจังหวัดเดียวกันอีกด้วยคือจังหวัดเหมยโจว มณฑลกว่างตง) และยังไม่พบเลยว่า มีชาวฮากกาจากมณฑลอื่น เข้ามาเป็นสมาชิกชุมชนของเรา

          การแบ่งแยกที่ได้เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ได้เกิดขึ้นจากสมาชิกใหม่ ที่เข้ามาพบกับชุมชนของเรา แล้วบังเอิญท่านเป็นป้านซานขัก (ไม่เอาเลี่ยงคำว่าป้านซานขักดีกว่า-ขอใช้คำว่าเป็นชาวอำเภอฮงสุนก็แล้วกัน) ท่านสมาชิกใหม่ที่เป็นคนฮงสุน คงยังไม่ทราบเจตนารมย์ของชุมชนของเรา ว่าเราเน้นถึงความเป็นชาวฮากกาเพียงหนึ่งเดียว ท่าน ยังคงมีความภูมิใจในความเป็นฮงสุนของท่านอยู่ โดยที่ท่านอาจลืมคิดไปว่า ทุกอำเภอ ล้วนเป็นชาวเหมยโจวด้วยกัน ซึ่งก็คือชาวฮากกาทั้งหมด

          ไหงคิดว่า ลักษณะเช่นนี้ ยังคงมีอยู่ต่อไป ตราบเท่าที่ยังมีสมาชิกใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะในประเทศไทยนี้ มีชาวฮงสุนอยู่มากที่สุด ดังนี้น หน้าที่ของพวกเรา จึงจะต้องพยายามเปลี่ยนแนวความคิดที่ว่านี้ ไปตลอด ขอคุณวี่ฟัดอย่าเพิ่งรู้สึกเบื่อหน่าย และอย่าท้อแท้ เพราะยังไง ความจริง ก็ยังคงความเป็นจริงอยู่เรื่อยไป ตลอดกาล นอกเหนือจากความคิดของอัตตบุคคลเท่านี้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแนวความคิดกันได้

          นะครับ เรามาร่วมด้วยช่วยกัน เผยแพร่แนวทางอุดมการณ์อันนี้ไว้ ตราบเท่าที่ยังมีสมาชิกใหม่ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ นะครับ คุณอาฉี คุณวี่ฟัด คุณเฉินซิ่วเซง คุณมงคล คุณท้ายแถว คุณเคว  คุณอาคม คุณจองอาแก้ว คุณอาเป้หลานจีน คุณต้นกล้า คุณสรภูม และทุกทุกท่าน ที่ไม่ได้เอ่ยนาม

           

 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal