圣寿无疆 หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน hakkapeople.com

หยวนซื่อไข่ ประธานาธิบดีผู้ทรยศ

รูปภาพของ ยับสินฝ่า

ไม่ทราบว่า ไท้กา รู้จัก นายพลหยวนซื่อไข่ หรือไม่ นายคนนี้ เป็นบุคคลที่น่าเกลียดที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติจีน มันเป็น คนในสมัยปลายของราชวงศ์ชิงในสมัยพระนางฉืซีไท่โฮ่ว และต่อด้วยสมัยสาธารณรัฐจีน มันเป็นผู้ซึ่ง ทรยศได้กับ ทุก ๆ คน ยกเว้นตัวเอง

หยวนซื่อไข่ ไต่เต้ามาจากนายทหาร กองทัพแมนจู ทำตัวเป็นทหารกล้า ค่อย ๆ เลื่อนระดับความสำคัญขึ้นมาเรื่อย ๆ (แต่ซูสีไทเฮาไม่รู้จักมันหรอกนะ) มาในช่วงหนึ่ง ที่หยวนซื่อไข่ เริ่มเป็นนายทหารระดับสูงแล้ว เกิดไปเข้าตาของฮ่องเต้กวางสู ทรงฝากความหวังไว้กับเจ้าหยวนซื่อไข่ ในการปฏิรูประบอบการปกครองประเทศจีน โดยเป็นประเทศประชาธิปไตยพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเหมือนกับประเทศอังกฤษ สรุป ว่า เจ้าหยวนซื่อไข่ ได้ทรยศต่อฮ่องเต้กวางสู นำความไปบอกกับ ซูสีไทเฮา จนฮ่องเต้กวางสูถูกกักขังอยู่แต่ในตำหนัก

เมื่อกองทัพแปดชาติ บุกกรุงปักกิ่ง พระนางซูสี ตาลีตาเหลือก รีบปลอมตัวเป็นหญิงสามัญชาวนา หนีออกไปจากวังโดยเอากวางสูพร้อมครอบครัวไปด้วย โดยหนีไปทางตะวันตกเข้าสู่มณฑลกานสู ไปหลบลี้หนีภัยประมาณกี่เดือนไหงจำไม่ได้เพราะไม่ได้เปิดตำรา ต่อมาทางขุนนางจีน เจรจาตกลงกับกองทัพ 8 ชาติ ได้แล้ว พระนางถึงได้กลับเข้ามาปักกิ่งตามเดิมโดยมาทางรถไฟ ในขณะที่รถไฟกำลังจะเคลื่อนขบวน ได้มีโบกี้คันหนึ่ง แล่นเข้ามาต่อท้าย พระนางซูสี ถามว่า เป็นตู้ของใคร เมื่อข้าหลวงทูลว่าเป็นของนายพลหยวนซื่อไข่ ฮ่องเต้กวางสูก็ไม่ยอมให้ร่วมเดินทางด้วย พระนางซูสี กำลังมีพระอารมย์ดี จึงตามใจกวางสู เป็นอันว่า หยวนซื่อไข่ตกขบวนรถไฟลำนั้น เมื่อมาถึง ปักกิ่ง ทัศนคติของซูสี ที่มีต่อชาวฝรั่ง ก็เปลี่ยนไป เป็นให้ความเป็นมิตร ขบวนของพระนางมาถึงประตูวัง มีฝรั่งชาติต่าง ๆ ทั้งหญิง ชาย มารุมล้อมห้อมมอง อย่างดูละคร เห็นเป็นของประหลาด พระนางทรงยิ้ม และโบกมือให้กับบรรดาฝรั่งเหล่านั้น นับแต่นั้นมา สังคมชั้นสูงของปักกิ่ง โดยบรรดาแหม่มทั้งหลาย จึงได้มีโอกาสเข้าเฝ้ารับเลี้ยงสังสรรค์ภายในวังกับซูสีไทเฮา

ตัดมาที่หยวนซื่อไข่ คนผู้นี้ ทรยศได้กับทุก ๆ คน แม้ประเทศชาติของตัวเอง มันตั้งตัวเป็นขุนศึกปักกิ่ง หลังจากที่ท่านด๊อกเตอร์ซุน ได้ปฏิวัติ ตั้งประเทศสาธารณรัฐจีนได้สำเร็จ แต่ มีหยวนซื่อไข่นี่แหละ ที่เป็นตัวปัญหา ท่านซุน ได้เป็นประธานาธิบดีรักษาการคนแรกได้ไม่นาน ด้วยความวุ่นวายและความสับสน ทางประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ในตอนนั้น ท่านซุน ได้สละตำแหน่งให้ หยวนซื่อไข่ เป็นประธานาธิบดี ของจีน คนต่อไป มันผู้นี้ เป็นต้นตำรับ อภิพญามหาคอรัปชั่น อย่างยิ่งใหญ่ มันซื้อ ทุกคน ที่สามารถซื้อได้ มันฆ่า ทุกคน ที่มันต้องการฆ่า เพราะซื้อไม่ได้ ปกครองประเทศแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้ประเทศจีน แตกออกเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายเหนือ ของหยวนซื่อไข่ กับฝ่ายใต้ ของท่านด๊อกเตอร์ซุน แต่ด้วยความปราณีประนอม ท่านซุน ก็ได้ยอมเสียสละและเจรจากับหยวนซื่อไข่เพื่อให้ประเทศเป็นหนึ่งเดียว มันตั้งท่านซุน เป็นที่ปรึกษา และ ผู้สำรวจเส้นทางรถไฟสายเหนือ - ใต้ ท่านซุน ได้ยอมช่วยงานมันในระยะหนึ่ง

ความโอหังบังอาจของมันก็คือ คิดรื้อฟื้นระบบกษัตริย์ ขึ้นมาใหม่ ภายใต้ ราชวงศ์หยวน โดยไม่มีความพอใจในตำแหน่งประธานาธิบดี เป็นการทรยศท่านซุน และนักปฏิวัติรวมทั้งคนทั้งประเทศจีน มันจึงถูกประนามจากผู้ไม่เห็นด้วยทั่วประเทศจีน แต่แล้ว มันก็สามารถทำพิธีปราบดาภิเษก จนได้ ที่เทียนถาน กรุงปักกิ่ง แต่ไม่มีผู้ใดและรัฐบาลประเทศใดยอมรับ ปรากฏว่า ขี้กลากขึ้นหัว มันปราบดาได้ไม่กี่วัน ก็มีอันเป็นไปคือป่วยตาย เป็นอันหมดยุคขุนศึกตัวพ่อ ที่เพี้ยนสุด ๆ และน่าเกลียดน่าชังที่สุดของประวัติศาสตร์จีนยุคใหม่

นึกถึงคนไทยเชื้อสายจีนคนหนึ่ง ซึ่งบังเอิญเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับพวกเรา และบังเอิญอีกเหมือนกัน ที่บรรพบุรุษของเขา มาจากอำเภอเดียวกันกับบรรพบุรุษของผู้เขียน และบังเอิญอีก ที่เขา เกิดจังหวัดเดียวกันกับผู้เขียน แต่เขาโชคร้ายที่เกิดก่อนผู้เขียน ทัศนคติและการประพฤติปฏิบัติตัวของเขาเป็นอย่างไรในช่วงที่ปกครองประเทศ และหลังจากถูกตัดสินจนหนึออกนอกประเทศ เป็นอย่างไร เข้าใจว่า ไท้กา คงทราบกันดี


ตั้งค่าการแสดงผลความคิดเห็น

Select your preferred way to display the comments and click "Save settings" to activate your changes.

ระหว่างซู

ระหว่างซูสีไทเฮากับหวยนซื่อไข่ใครอันตรายกว่ากัน

การเอ่ยนาม อดีตนาย ก.

อ่านแล้วไม่สบายใจ จะโกรจหรือไม่ชอบใครป็นการส่วนตัวไม่ควรเอามาเขียนต่อว่าใน website ซึ่งเป็นที่สาธารณะประโยนช์ ควรเป็นที่เผยแพร่ความรู้สิ่งที่เป็นประโยนช์ หากเด็กหรือเยาวชนเข้ามาอ่านหาความรู้จะได้ประโยนช์จากพวกท่านที่มีอายุมากกว่า จะดีหรือไม่ 
รูปภาพของ ชิงชิง

เรียน คุณประยุทธ กายจนจงกล(ทุกท่านโปรดอ่านด้วยนะครับ)

                    กราบเรียนว่า ไม่ได้โกรธ หรือไม่ชอบ อดีตคนไทยคนนั้น เป็นการส่วนตัว ครับ แต่เป็นการแสดงออกเพื่อความรับผิดชอบครับ(รับผิดชอบอย่างไรเดี๋ยวค่อยว่ากันต่อครับ) ประเด็นที่ว่า การต่อว่าใครในเว็ปไซด์นั้น ซึ่งเป็นที่สาธารณะประโยชน์ ที่นี่ เป็นที่สาธารณะประโยชน์ ของพวกเรา ชาวไทยเชื้อสายฮากกา ที่คนที่เป็นสมาชิก มี ศักดิ์ และ สิทธิ์ อย่างเท่าเทียมกัน ในการแสดงออกครับ แต่ถูกต้อง เราไม่แสดงการต่อว่าต่อขานกันในระหว่างสมาชิกหรอกครับ ถึงแม้จะมีบ้าง ก็เป็นการตักเตือนกัน เล็ก ๆ น้อย ๆ ในฐานะ พี่-น้อง กัน นึกออกไหมครับ ว่า เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน

                    ส่วนการต่อว่า คนที่เป็นคนหนักแผ่นดิน ทำระยำตำบอนให้แผ่นดิน อย่างร้ายแรงที่สุด เท่าที่มีประวัติศาสตร์ชาติไทยมา 800 กว่าปี นับตั้งแต่กรุงสุโขทัยมาจนถึงปัจจุบัน ปีที่ 228 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เขาเป็นอย่างไร คงไม่ต้องมาสาธยายให้เปลืองเนื้อที่ อย่างน้อยที่สุดที่ศาลฏีกาท่าน อ่านคำภิพากษาต่อเนื่องยาวนานถึง 18 ชั่วโมง ประจานไปทั้งโลก คุณประยุทธก็คงทราบดี  ขอให้เป็นสามัญสำนึกของแต่ละบุคคลก็แล้วกันนะครับ

                   ส่วนการต่อว่า อดีตคนไทยคนนั้น เราแค่ระบายความอัดอั้นตันใจ เท่านั้นเองครับ ไม่ได้ประจานหรือต่อว่าต่อขานอย่างไม่สิ้นสุด เหมือนกับเว็บชุมชนอื่น ๆ เช่น พันทิบ oknation.net  หรือ ผู้จัดการออนไลน์ ฯลฯ นี้ ลองเข้าไปดูสิครับ มีทั้งด่า ทั้งสาบ ทั้งแช่ง ทุกวันและทุก บล๊อกเกอร์ เห็นไหมครับ นี้คือคำตอบ ที่การเขียนต่อว่า ใครคนหนึ่ง ซึ่งทำร้ายประเทศชาติ มีมากมายมหาศาลแค่ไหน และถือเป็นเรื่องธรรมดามาก

                  คุณประยุทธ เพิ่งเข้ามาใหม่ กรุณาเริ่มอ่าน จากข้อเขียนต่าง ๆ ที่สมาชิกเก่าแก่แต่ละท่าน ได้เขียนเรื่องราวสาระ ที่เป็นประโยชน์ ทั้งด้านชาวฮากกา ชาวจีนทั่วไป และเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมจีน สาระ บันเทิง ต่าง ๆ มากมายนับไม่ถ้วนครับ ตั้งแต่ชุมชนเราตั้งขึ้นมา เข้าปีที่ 5 แล้วมั้ง การที่เราระบายถึงอดีตคนไทยคนนี้ แค่นี้นั้น มันไม่ถึง 0.5 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อเรื่องทั้งหมดด้วยซ้ำไป

                 นี่แหละครับคือคำตอบ ซึ่งอดีตคนไทยคนนั้น เป็นชาวไทยเชื้อสายฮากกาเหมือนพวกเรา ตากับยายของเขา มาจากเหมยเสี้ยน เหมือนกับปู่ของผม และอาไท้(พ่อ-แม่ของย่าผม) และ ปู่กับย่า ของเขา มาจาก ฮงสุน เหมือนกับ ตาของผม ดังนั้น ผมถือว่า ผมมีความใกล้ชิดทางสายเลือดกับอดีตคนไทยคนนั้น มากหน่อย ที่สำคัญ ผม ดันมาอาศัยแผ่นดินไทยเกิด ที่เชียงใหม่ เหมือนกับที่อดีตคนไทยคนนั้น มาอาศัยแผ่นดินเชียงใหม่เกิดที่สันกำแพง ก่อนหน้าผมไม่กี่ปี

                เมื่อเขา "เป็นแบบนี้" ผมจึงไม่สบายใจ และคิดว่า ตัวเอง เป็นคนเชียงใหม่ เป็นคนบ้านเดียวกับเขาทั้งบ้านเกิด และ ที่มาของบรรพบุรุษ จึงอยากแสดงความรับผิดชอบด้วยการแสดงออกถึงความไม่สบายใจ ที่คน ๆ  นี้ ทำระยำตำบอนให้กับ ผืนแผ่นดินไทย อันเป็นที่รักยิ่ง ของพวกเรา หรือคุณประยุทธจะบอกผมว่า คุณประยุทธ กายจนจงกล ไม่รัก เมืองไทย ไม่รักองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงตรากตำลำบากมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่าน ซึ่ง เหน็ดเหนื่อยมา ถึง 65 ปี ตอนนี้ พระองค์ ควรจะอยู่อย่างสุขสบาย ได้พักผ่อน ในกาลอันสมควรที่ผู้ทรงอาวุโสควรจะได้พักผ่อน เห็นลูกหลานของพระองค์ท่าน รักใคร่สมัครสมานสามัคคีกัน แต่พระองค์ท่าน มาเห็น คนไทยทะเลาะกัน ถึงขั้น เผาบ้านเผาเมือง ปล้นทรัพย์สินคนอื่นซึ่งเขาใช้ทำมาหากินเลี้ยงชีวิตครอบครัวของเขา จนหมดเนื้อหมดตัว รัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาช่วย โดยอาศัยเงินภาษีของพวกเรานี่แหละ ครับ แต่พวกเรา ไม่เสียดายเลย กลับสนับสนุนให้รัฐบาลรีบ ๆ ช่วยพวกเขาเหล่านั้น ถ้ารัฐบาลเงินมีไม่พอ จะขอรับบริจาค หรือ ขายพันธบัตร เพื่อเอาไปเยียวยาคนที่น่าสงสารเหล่านี้ ผมคนหนึ่งละครับ ที่จะช่วยรัฐบาล ด้วย

                  อันที่จริง ถ้าคุณประยุทธ ศึกษาให้ถ่องแท้ จะพบว่า บรรพชนชาวฮากกามีคุณูปการต่อประชาชาติจีนมากมายมหาศาลเพียงใด มหาบุรุษของจีนหลายท่านมาก และสำคัญมาก ๆ ด้วย ที่เป็นชาวฮากกา ผู้นำประเทศต่าง ๆ หลายประเทศในโลกนี้ เป็นชาวฮากกาก็หลายคน เช่น หลี่กวงโย่ว คอราซอนอาคีโน(เธอแซ่คู) อดีตนายกของกายอาน่า และที่สำคัญ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เป็นชาวฮากกา ซึ่งบรรพบุรุษต้นตระกูลของท่านมาจากเหมยเสี้ยนบ้านของผม หลานสาวของผมยืนยันมาแล้วว่า บ้านเดิมของ ตระกูลเวชชาชีวะ ยังถูกรักษาไว้ในเหมยเสี้ยนนี่เอง

                หลี่เติงฮุย เป็นอดีตประธานาธิบดีไต้หวัน เป็นชาวฮากกาครับ รวมถึง เฉินสุยเปี่ยน ก็เป็นชาวฮากกาครับ แต่ ท่านยอมรับกรรม เข้าไปอยู่ในเรือนจำอย่างลูกผู้ชาย เห็นไหมครับว่า ท่านไม่ได้ทำร้ายประเทศชาติบ้านเมืองของเขาเหมือนกับอดีตคนไทยคนนั้น ท่านโกงทั้งครอบครัวเหมือนกัน ภรรยาท่านก็หมดสภาพแล้วด้วย ท่านยังยอมรับ บุคคลเช่นนี้สิครับ ที่น่ายกย่องและให้อภัยกันได้เสมอ  คุณประยุทธ ลองนึกดูสิครับว่า ประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมา เอาแค่ 2000 ปีก็พอ มีอดีตผู้นำประเทศไหนบ้างครับ ที่พ่ายแพ้แล้ว ทำร้ายชาติบ้านเมืองของตนเอง เผาบ้านเผาเมืองของตนเอง อย่างย่อยยับ แล้วยุยงปลุกปั่นให้คนในชาติของตนเอง โกรธเกลียดกันอย่างนึกไม่ถึงเช่นนี้มาก่อน โดยที่ปากก็บอกว่า รักชาติ-เคารพสถาบัน แต่สิ่งที่เขาทำนั้น เขาข้ามพระเศียรของสถาบันสูงสุดเลยนะครับ

                  ขอประทานโทษนะครับ กรุณาอย่าคิดว่าผม สอนหนังสือสังฆราชเลยนะครับ ผมเพียงอยากทำความเข้าใจให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ สมาชิกใหม่ ๆ อย่าง คุณประยุทธ เข้าใจผิดในเจตนารมย์ ของชุมชนของเรา

                 ผมเพียงอยากจะเรียนให้ทราบว่า บุคคลท่านนี้ เป็นโมฆะบุรุษไปแล้วนะครับ คนเชียงใหม่เชื้อสายฮากกาประกาศไม่ยอมรับแล้วนะครับว่า คน ๆ นี้ ไม่ถือว่าเป็นคนฮากกาเชียงใหม่แล้วนะครับ ส่วนญาติของเขา ที่บังเอิญนามสกุลเดียวกัน แต่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมในการกระทำของเขา แถมไม่พอ ยังต่อต้านการกระทำของเขาด้วย คนเชียงใหม่รู้ดีครับและแยกแยะออกครับ พวกเขา ยัง ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเชียงใหม่ได้ ตามปกติครับ จะบอกให้ทราบนะครับ ตอนนี้ คุณพายัพ คุณเยาวลักษณ์ คุณเยาวภา คุณยิ่งลักษณ์ และลูกของเขาทั้งสาม ไม่กล้าเดินในที่สาธารณะของเชียงใหม่หรอกครับ ตามห้างต่าง ๆ ไม่กล้าเดินครับ จะถูกรุมด่าแน่นอนครับ

                ครับ นี้คือคำชี้แจงจากคนไทยเชียงใหม่เชื้อสายฮากกาอย่างเข้มข้น คนหนึ่งที่อาศัยแผ่นดินไทยเกิด และรักเชียงใหม่ รักประเทศไทยทั้งประเทศ รักองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพวกเราทุกคน อย่างสุดขั้วหัวใจเลยละครับ ศรีษะของผม ได้ถวายในหลวงไปเรียบร้อยแล้วครับ กลัวคุณพงษ์พัฒน์ จะโดดเดี่ยวนะครับ แต่ปรากฏว่า คุณพงษ์พัฒน์ กลายเป็นวีรบุรุษในชั่วไม่กีนาทีเองเลยนะครับ เห็นด้วยกับผมไหม?

               ยับสินฝ่า

หมายเหตุ-ถ้าคุณประยุทธ เห็นด้วยในเหตุ-และผล ที่ผมชี้แจงมานี้ ก็ยินดีและขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ ขอยินดีต้อนรับด้วยความจริงใจนะครับ อยู่ร่วมกับชุมชนของเรา ช่วยสร้างสรรค์ชุมชนนำเรื่องราวดี ๆ มีความรู้ทั้งสาระและบันเทิง ในด้านฮากกาและจีน มาให้เด็กหรือเยาวชนเข้ามาอ่านหาความรู้จะได้ประโยชน์จากพวกเราที่มีอายุมาก อย่างที่คุณประยุทธ ว่าไว้ไม่ผิดเลยครับ และผมนี้แหละครับ ที่เริ่มเป็นคนแรก โดยให้ลูกสาวคนโตของผมเข้ามาเป็นสมาชิกเด็กคนแรก ของชุมชน ด้วยวัยเพียง 12 ปี ชั้น ประถม 6 เป็นตัวอย่างให้กับ สมาชิกทุก ๆ ท่านได้ชักชวน ลูกหลานเข้ามา อ่านสิ่งดี ๆ เพื่อปลูกฝังให้เขามีความภาคภูมิใจในความเป็นฮากกาของพวกเรานั่นเองครับ

แต่ถ้าคุณประยุทธ เป็นคนที่ชื่นชอบอดีตคนไทยคนนั้น  (ผมขออนุญาตอนุมานเอานะครับ) คุณประยุทธคงพูดกับพวกเราไม่รู้เรื่องแล้วละครับ แต่ผม ขออธิษฐานว่า อย่าให้คุณประยุทธ เป็นคนนิยมชมชอบอดีตคนไทยคนนั้นเลย สาธุ.

หมายเหตุอีกครั้ง-ขอประทานโทษครับตอนเปิดเครื่องเข้ามาไม่ได้ดูล๊อกอิน ซึ่งมันอัตโนมัติเพราะตอนออกไม่ได้ sign out ออก ตอนพิมพ์ความเห็นนี้ เข้าใจว่าเป็นล๊อกอินของตัวเอง พอส่งเข้ามาแล้ว ดันกลายเป็นของ น้องชิงชิง ลูกสาวสุดที่รักไปเสียนี่.(อย่างงนะครับ)

ขอบคุณ คุณยับสินฝ่า

ต้องขอบคุณมากที่รีบตอบข้อข้องใจ ผมเองเพิ่งเข้ามาใหม่ อาจจะอ่านเรื่องราวไม่ได้หมดในขณะนี้ แต่จะพยายามอ่านให้มากที่สุด สิ่งแรกของคนที่เข้ามาใหม่ ที่ทำให้ผมประทับใจมากคือเมือเปิดอ่านเกี่ยวกับเรื่องบรรพบุรุษจนได้พบและคิดว่าน่าจะเป็นญาติกันทั่งที่ไม่รู้จักมาก่อน ประทับใจมาก หลายคนได้อ่านแล้วต่างแสดงความยินดีและตื่นเต้นกับพวกเราด้วย แสดงความช่วยเหลือหลายเรื่องที่ผมไม่เข้าใจ บอกตรงๆประทับใจมากในไมตรีจิตของพวกเราชาวฮากกา กรุณาลอง click ไปอ่านเล่นๆได้  คนเราเมือเกิดความประทับใจแล้วก็อยากจะเข้าอ่าน เข้าใช้มากขึ้น นี้ละที่ทำให้ website ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเราก็อยากแนะนำให้คนอื่นเข้ามาอ่าน เพราะคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเขา  ต้องขอขอบคุณ webmaster ขอเอาใจช่วยทำ website ที่มี่ดีและมีคุณภาพ
รูปภาพของ ยับสินฝ่า

ตอเซี้ย-คุณประยุทธครับ-ยินดีมากครับ

              ต้องตอเซี้ย-หรือขอบพระคุณคุณประยุทธ กายจนจงกล มาก ๆ ครับ ที่เข้าใจ ขอยอมรับครับ ว่า ในตอนตอบ มีความรู้สึก เครียด และ กังวลใจ ครับ กลัวว่า จะมีบุคคลที่ รัก และ นิยม อดีตคนไทยท่านนั้น เข้ามาอีก แต่ด้วยความยุติธรรม ความรักชาติ ความรับผิดชอบ รวมแล้วกลายเป็น จุดยืน อันเข้มแข็ง จึงจำเป็นต้องตอบและอธิบายเสียยืดยาว

             ครับ ก็สรุปว่า เรา เป็นญาติพี่น้องกัน เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข เผ่าพันธุ์ชาวฮั่นเชื้อสายฮากกาด้วยกันทุกคน จึงต้องรัก และ สามัคคีกัน จุดนี้ ทำให้ ไหง(ผม) รู้สึกปีติยินดี และปราบปลื้มมาก ที่ คุณประยุทธ เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจ ก็ต้องถาม คนที่ รู้ ก็ต้องตอบ เป็นธรรมดาสากลนะครับ

            จึงขอต้อนรับคุณประยุทธ กายจนจงกล อีกครั้ง ด้วยความยินดียิ่งนะครับ เข้ามาอยู่ร่วมกันที่นี่  "อบอุ่น"  แน่นอนครับ ถึงแม้ว่า อาจจะไม่ได้พบหน้าค่าตากัน แต่โลกออนไลน์เดี๋ยวนี้ แคบนิดเดียวเองครับ อยากคุยกัน ก็โพสต์หากันได้ ดีขึ้นมาหน่อย ก็ คอนแทรกซ์จดหมายถึงกันได้ ดีขึ้นมาอีก ก็ต่อสายโทรศัพท์พูดคุยกันได้  ดีมากกว่านั้น หลาย ๆ ท่าน ก็มีโอกาสได้พบตัวจริง ๆ กันมาก็มากมายหลายท่านแล้ว

           หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คุณประยุทธ จะมีอะไรดี ๆ มานำเสนอ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ลูกหลานของพวกเรา ในชุมชนนี้นะครับ ไหงจะติดตามผลงานของหงี นะครับ - ตอเซี้ย-สินฝ่า

ดีใจที่ๆได้รู้จัก

เรียนอาโกสินฝ่า ที่นับถือ

ในปัจจุบันสังคมบ้านเรามันผิดปกติวิกลจริตไปทั่ว สังคมในบ้านพ่อแม่ ลูกๆ พูดคุยกันได้ไม่สนิทใจเ พราะไม่รู้อยู่สีอะไร กลุ่มเพือนๆยิ่งไปกันใหญ่ เวลานี้นั่งกินข้าวกินเหล้าบรรยากาศน่ากลัว สังเกตุต่างคนต่างระมัดระวังคำพูด แสดงความคิดเห็น

จนไม่อยากไปนั่งกินข้าวด้วยกัน ผมไม่อยากเห็นสังคมไทยที่เคยอบอุ่น เป็นกันเอง สนุกสนาน สามารถคุยกันได้ทุกเรื่องแม้กระทั่งเรื่องการเมือง อย่างสมัยก่อนการสนทนาเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทุกคนเปิดใจรับฟัง แม้จะมีความคิดเห็นที่ต่างกัน แต่รับฟัง เคารพความคิดเห็นของคนอืน สังคมที่เจริญแล้วการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นเรื่องที่สำคัญมาก สร้างความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศชาติ ผมจึงอยากให้พวกเราช่วยกันทำสังคมให้อบอุ่นเหมือนเดิม ขอให้เห็นแก่คนรุ่นลูกรุ่นหลานเราด้วย นอกเหนือจากความรู้ เงินทองที่เราจะมอบให้พวกเขาแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะมอบความสันติสุขให้แก่พวกเขาด้วย

ด้วยความนับถือ

รูปภาพของ ยับสินฝ่า

ยินดีอย่างยิ่งเช่นกันครับอาโกประยุทธ

                     ยิ่งดีใจเป็นอย่างมากครับ ที่มีผู้อาวุโสถึงพร้อมด้วยวุฒิภาวะเข้ามาเป็นสมาชิกของชุมชนฮากกาเราอย่าง อาโกประยุทธ ครับ ดีใจที่ชุมชนของเรา มีสมาชิกที่เป็นชาวไทยเชื้อสายฮากกา เข้ามาเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ตอนนี้เข้าใจว่า มีตั้งแต่ เด็กประถม วัยหนุ่มสาว วัยกลางคน และ ผู้อาวุโส พวกเรา ต่างให้ความรัก ซึ่งกันและกัน มีไมตรีจิตที่ดีต่อกัน แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ที่ตนเองมีหรือได้รับมาให้แก่กันและกัน อย่างนี้นับว่าหายากนะครับในชุมชนชาวไทย เชื้อสายต่าง ๆ

                    ตอนนี้สังคมบ้านเรา มันผิดมาก ๆ อย่างที่อาโกประยุทธว่าไว้นั้นแหละครับ ที่นี่(เชียงใหม่) ยิ่งเลวร้ายใหญ่เลยครับ คนแบ่งออกเป็น 3 พวก คือ อย่างที่ทราบ และ พวกที่มีใจเป็นกลาง และพวกที่อย่างไร ก็ไม่เอาท่านผู้นั้น สองพวกหลัง หากว่าไป รวมแล้ว ก็น่าจะเท่ากันกับพวกที่มีความภักดีต่อท่านผู้นั้นอยู่นะครับ แต่อย่างที่อาโกพูดนั่นแหละครับ คนต่างพวก จะพูดคุยในเรื่องการเมืองไม่ได้เป็นอันขาด จะต้องพูดในกลุ่มที่รู้ว่า มีแนวความคิดแบบเดียวกัน ส่วนในสังคมส่วนรวม จะไม่มีการพูดถึงเรื่องการเมืองอย่างเด็ดขาดครับ ที่นี่ ถึงแม้ว่า จะเป็นถิ่นกำเนิด บ้านเกิดของเขา แต่ในฐานะที่พวกเรา(ชาวฮากกาเชียงใหม่) ก็มีความรู้สึกเสียใจ ที่คนของเรา ไปทำอย่างนี้กับบ้านเมือง  สุดท้าย ก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ต่อไป เรามาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่เป็นความรู้มีประโยชน์ ทั้งสาระและบันเทิง กันดีกว่า นะครับ อย่าลืมติดตามผลงานของไหงด้วยนะครับ ตอนนี้กำลังเขียนเรื่อง พระนางชูศรี อยู่ พอเสร็จเมื่อไหร่ ก็จะส่งเข้ามาในเนื้อหาที่ขึ้นบล๊อกไว้ก่อนแล้วให้เรียบร้อยทีเดียวเลยครับ-สินฝ่า

รูปภาพของ วี่ฟัด

เรียน อาปัก ประยุทธ

                     ไหงอยากจะบอกว่านี่แหละคือความเป็นจริงของชีวิต " คนรักเท่าผืนหนังคนชังเท่าผืนเสื่อ " คนรักเขาก็บอกว่า " ไปว่าเขาทำไม " คนชังเขาก็บอกว่า " แค่นี้มันน้อยไป " และต้องทำให้นึกถึงธรรมของพระพุทธองค์เกี่ยวกับโลกธรรม 8 ประการ ว่า

                        มีลาภ - เสื่อมลาภ   ,   มียศ  - เสื่อมยศ

                           สุข  - ทุกข์         , สรรเสริญ - นินทา

                 คนเราพอถือกำเนิดขึ้นมาบนพื้นภิภพที่เรียกว่าโลกนี้แล้วบางที ( ไหงว่าทุกที ) เราจะให้อะไร..อะไรเป็นไปตามความพอใจของเราไปทุกเรื่องและตลอดเวลาคงไม่ได้หรอก เพราะมันมีโลกธรรมอยู่ 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกคือโลกธรรมฝ่ายอิฏฐารมณ์ ( สิ่งที่ตนอยากให้เป็น หรือปารถนา อยากจะให้เป็น - ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ ( ไม่รวมไก่อูนะครับ ) ) และฝ่ายที่สองคือโลกธรรมฝ่ายอนิจฐารมณ์ - สิ่งที่ตนไม่อยากให้เป็น หรือไม่ปารถนาให้เป็น -  เสื่อมลาภ , เสี่อมยศ , ทุกข์ , นินทา

                 อยากจะบอกอาปักว่านี่แหละความเป็นจริงของชีวิตเราต้องมองโลกธรรมที่ผ่านชีวิตของเราและวางใจเป็นกลาง ( อันนี้นี่แหละกลางแท้เพราะเป็นกลางแบบพุทธธรรมกลางแบบใช้ปัญญา ไม่ใช่กลางกลวงแบบไร้ปัญญา ) ไม่ยึดมั่นถือมั่น แล้วเราจะมีความสุขกับสิ่งเปลี่ยนผ่านเข้ามาและออกไปในโลกด้วยเหตุและปัจจัยหรือที่เขาชอบพูดกันว่า " เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป " สรรพสิ่งย่อมเป็นไปตามกฏพระไตรลักษณ์ ( อนิจจัง , ทุกขัง , อนัตา ) อยากหลีกหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น ( แต่ก่อนนี้เคยเห็นแต่ผีหลอกคนเดี๋ยวนี้ชอบกลเจอแต่คนหลอกผี - เอ้ยนี่มันเพลงนี่หว่า )  ไม่ว่าจะเป็นใครศาสนาอะไร เพราะนี่คือกฏธรรมชาติ ซึ่งมีอยู่ก่อนตถาคต ( พระพุทธเจ้า ) เสียอีก

                  ดังนั้นสรรพสิ่งย่อมเป็นเช่นนั้นเอง แม้แต่พระพุทธองค์ยังทรงเรียกตนเองว่า " ตถาคต " ซึ่งความหมายก็คือ " ผู้ซึ่งเป็นเช่นนั้นเอง " แม้แต่พระพุทธองค์ก็ทรงต้องอยู่ในกฎเกณฑ์นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                                ไหงจึงขอจบวิสัจณาเอวังด้วยประการะฉะนี้

                                        ใช้วี่ฟัด ( ฉั่วอุ้ยฮวด ) ( ไช่เหวยฟา )

                                          ลูกหลานคนหมอยแย้น ตำบลไท้เผี่ยง

                                           หมู่บ้านหมอยหลิมชุน

 

อริยสัจจ์ 4

ขอบคุณที่ให้เกียรติเรียก อาปัก ผมอาจจะไม่แก่ถึงขนาดนั้น แต่แสดงถึงเป็นคนที่มีวัฒนธรรม อย่างบรรพชนเราสอนไว้เสมอ การให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่ควรทำ  วันนี้ผมได้เข้าอ่าน พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ในปฐมเทศนาแก่ เบญจวัคคีย์ปตนะ ใกล้เมืองพารณสี พระองค์ทรงแสดงอริยสัจจ์ 4 ประการ

อริยสัจจ์ 4 ประการ คือ

1. ทุกข์

2. สมุทัย การเกิดขี้น หรือสาเหตุแห่งทุกข์

3. นิโรธ ความดับทุกข์

4. มรรค ทางที่นำไปสู่ความดับทุกข์

ขอให้อ่านและทำความเข้าใจ อย่างมีสติ เมือมีสติ ปัญญาก็จะเกิด

ขอให้ธรรมะคุ้มครองท่านและผู้ที่อ่านทุกท่าน

รูปภาพของ วี่ฟัด

เรียน อาโกประยุทธ ที่นับถือ

                อ๋อไหงเพิ่งรู้ว่าอาโกประยุทธก็กลัวแก่ด้วย ( เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาครับ ) โดนเรียกอาปัก ( โกไม่ย้อม  ไม่ยอม ) ไหงก็คิดแบบที่โกประยุทธกล่าวถึงนั่นแหละ ว่าต้องให้เกียรติบุคคลอื่นอย่างสูงสุดไว้ก่อน (พ่อสอนไว้ ) นี่โกประยุทธโดนเรียกแค่อาปักนะยังน้อยไปนะครับ เวลาไหงไปเยี่ยมญาติไหงที่หมอยแย้นไหงถูกเรียก ( ฮั้ม ) ว่าศุขกุงแล้วนะครับ ( เพราะมีญาติระดับรุ่นเหลนเยอะ ) ไหงเคยไปหมอยแย้นมาสี่ห้าครั้งแล้ว

                ในชุมชนคนฮากกานี้พวกเรามีคำขวัญว่า " ฮากกาทั้งผองพี่น้องกัน " ไม่มีการแบ่งแยก " ป้าน " " ชิม " เป็นอันขาด ถ้าใครแบ่งไหงโกรธตายเลย เพราะหากมีการแบ่งตัวไหงก็ต้องถูกแบ่งเป็น 2 ซีกอย่างแน่นอน เพราะไท้ปักไหงเป็นชิมฮัก หมอยแย้น  ส่วนอาเม้ไหงเป็นป้านซานขัก เซี้ยงหว่องคนลูกแก ( ไหงไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับบรรพบุรุษทางอาเม้มากนักเพราะท่านเสียไปก่อนไหงเกิดแต่รู้ว่าน่าจะมาจากฟุ้งสุ่นเท่านั้น )

                  ไหงจึงเรียนมายังอาโกประยุทธ เพื่อทำความรู้จักและขอคำชี้แนะด้วย ด้วยความเคารพครับ

อาโกวีฟัด ที่นับถือ

ดีใจมากที่เรียก อาโก เช้านี้ตื่นขี้นมาเปิดอ่านเห็น อาโกประยุทธรู้สึกกระชุ่มกระชวยขี้นมาทันที่ มันแปลกแต่จริง ไม่เชือลองแก่ดู แล้วจะเชือ อากงและพ่อแม่ของผมมาจากฟุ้งสุน มาตั้งหลักครั้งแรกที่ ห้วยกระบอก จ.กาญจนบุรี มีญาติอยู่แถวลูกแกด้วย คุณแม่ของอาโกวีฟัด รุ่นพ่อแม่ผมน่าจะรู้จัก คนเมืองกาญเจอใคร(ผู้ชาย)จะเรียกอาโก เป็นการให้เกียรติและยกย่อง เช้านี้ตั้งใจจะเปิดอ่าน spirit of asia ตอนไป เยี่ยมฟุ้งสุน ดีใจมากที่มี website ดีๆแบบนี้ให้พวกเราให้อ่าน  เมือก่อนนี้ผมเคยเป็นห่วงว่าความเป็นคนจีน hakka ของคนไทยจะสูญหายไปเพราะสังเกตุดูคนรุ่นลูกและหลานผมของพวกเรา ส่วนใหญ่จะรู้แค่ว่าตัวเองมีเชื้อเป็นคนจีน แม้บางคนอาจจะไม่รู้ว่าตัวเอง แซ่อะไร ภาษาอะไร เรื่องพูดภาษาแคะลืมไปเลยพูดไม่ได้ฟังยังไม่รู้เรื่อง คุณพ่อคุณแม่สมัยใหม่ ถ้าจะให้เรียนภาษาจีน ก็ตัองไปเรียน ภาษาจีนกลาง  น่าเป็นห่วงจริงๆ ผมอาจจะคิดผิดก็ได้ ( ขอให้ผิดจริงๆ )

ขอบคุณโกวีฟัด มาก

รูปภาพของ วี่ฟัด

ไหงว้าอาโกประยุทธว่าไหงไม่รู้ภาษาฮากกาเลย

              ไม่รู้ว่าโกประยุทธจะผิดหวังใหม ? ถ้าไหงจะบอกว่าไหงไม่รู้ภาษาฮากกาเลย.....แต่ไหงรู้ภาษาผู่ทงฮั่ว และที่รู้ก็รู้ตอนอายุ 30 ปีแล้วเมื่อปี 2537 ตอนปี 2536  ไหงได้มีโอกาศเดินทางไปท่องเที่ยวปักกิ่ง ซึ่งการได้ไปปักกิ่งนี่เองทำให้ไหงหลงไหลเรื่องราวของความเป็นจีนมาก แต่กลับมาก็ยังไม่สนใจในการเรียนภาษาจีนเท่าไรนัก จนมาเมื่อปี 2537 ได้มีโอกาศคุยกับล่ามจีนประจำศาลจังหวัดราชบุรี เนื่องจากไหงมีอาชีพทนายความอยู่ที่ราชบุรี  ล่ามจีนนี้นี่แหละคือครูภาษาจีนคนแรกของไหง

                 ตอนแรกๆไหงก็คุยเรื่องราวความเป็นจีนกับล่ามจีนคนนั้นเมื่อได้พบกันที่ศาล ซึ่งล่ามจีนคนนี้ตอนเย็นๆ แกสอนภาษาจีนอยู่ที่สมาคมโผ่วเล้งราชบุรี สมาคมนี้เขาสอนฟรีนะครับไม่เก็บตัง ล่ามจีนนี้แกชวนให้ไหงไปเรียนภาษาจีนตอนเย็นๆ ตอนแรกๆไหงก็ไม่ค่อยได้สนใจเลย ล่ามจีนนี้เวลาแกเจอไหงแกก็ชวนตลอด ตื้อไหงอยู่หลายเดือนไหงจึงไปเรียนภาษาจีนกลางตอนเย็นๆ เรียนอยู่ประมาณแค่ 2- 3 เดือนไหงก็ไม่ได้ไปเรียนแต่ใช้วิธีเรียนด้วยตนเองมาตลอดจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว

                 จึงถือได้ว่าจ้วงเหล่าซือนี้เป็นผู้มีบุญคุณต่อไหงมากที่ชักชวนให้ไหงมาเรียนภาษาจีนกลาง ( ผู้ทงฮั้ว ) มิฉะนั้นไหงคงเซ่อๆซ่าๆเกี่ยวกับภาษาจีน เวลาไหงไปหมอยเย้นไหงก็พูดภาษาจีนกลาง เพราะไหงพูดภาษาฮากกาไม่ได้เลย จนไหงไปหมอยแย้นมาสี่ห้าครั้งแล้วแบบพูดภาษาฮากกาไม่ได้เลย ซึ่งแต่ละครั้งไหงไปเองทุกครั้ง ( ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเอง ) มีหลายครั้งที่ไหงเดินทางไปเพียงคนเดียว แต่ถ้าไปเมืองจีนไหงไปมาสิบสามครั้งแล้ว ครั้งล่าสุดไหงเพิ่งกลับมาเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2553 นี่เอง ( ไปคุณหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง จงเตี้ยน ตี้ชิง แชงกรีล่า )

                    แต่ไหงก็กำลังพยายามเรียนรู้ภาษาฮากกาอยู่นะ เห็นเขา ต้น - หยก กันแล้วไหงได้แต่มองเฉยๆ ไม่รู้เรื่องเลย ( โง่จริงๆ ) กำลังพยายามอยู่ เหมือนพวกพนักงานใหม่ตามบริษัทที่มีหน้าที่ให้บริการแก่ลูกค้าจะต้องมีป้ายติดที่หน้าอกว่า I 'm new,  I 'm try,

 

ขอบคุณ คุณวี่ฟัด

ทีแรกก็ดีใจ ที่เห็นหงีบอกเข้ามาดู ต้น หยก แต่พออ่านที่หงีกับประยุทธปัก เอ๊ย!อาโกสิ(หาเรื่องจะโดนทับเปี้ยนซะแล้ว)ที่จริงไหงก็ทดลองแก่ดูแล้วนารู้สึกหลายอย่างมัน(ดีขึ้นเปล่าน้า)ตึงขึ้น ขาวขึ้น โดยเฉพาะสายตานี่ บอกได้เลยว่าตอนนี้ กลายเป็นคนมองการณ์ไกลขึ้น นี่แค่ยกตัวอย่างนะครับ เข้าเรื่องดีกว่า ไหงอ่านที่คุณวี่ฟัดเขียนมาเมื่อคืนนี้ เลยไปนอนคิดทั้งคืน ว่าไหงจะเขียน ต้น หยก ยังไงดีต่อไป เพราะขนาดหงีอ่านแล้วยังบอกว่าไม่รู้เรื่องเลย แล้วที่ไหงเขียนมาแต่ต้น จะมี เห่วซั้ง สักกี่คนที่อ่านเข้าใจ ทีแรกที่เห็นคุณต้นกล้า กี๋ว่าอยู่ ก็ไม่รู้ว่ากี๋แซวเล่นหรือไง ก็ยังคุยกับคุณอาคมว่า จะเอาตัวหนังสือใส่ไปด้วย แต่มาคิดว่า เรามาเอาแค่คำพูดก่อน หนังสืออ่านกันทีหลังได้ ก็มาได้ที่หงีติเข้ามาอีก ไหงเลยมานอนคิดว่า ทีนี้ไหงจะแปลแบบ คำต่อคำ ตำแหน่งต่อตำแหน่ง น่าจะดี แล้วที่เขียนมาแล้ว ไหงก็จะเข้าไปแก้ด้วย ถ้าแบบนี้ไม่รู้ว่าหงีมีความเห็นเป็นอย่างไร ขอบคุณหงีมากที่ช่วยชี้แนะมาได้ผลประการใด แล้วช่วยโปรดชี้แนะเข้ามาใหม่นะครับ แล้วก็เลยขอถือโอกาสชวนคุณประยุทธ เข้ามาช่วย ใส่ต้น ใส่หยก ให้ด้วยครับ ถ้าไม่แล้วไหงจะเรียกหงีเป็น ล่ออาปัก ไปเลยทีนี้ ตอเซี่ย ตอเซี่ย
รูปภาพของ วี่ฟัด

ตอบโก้แจวชิ้นสุ้ย ที่นับถือ

                     ตรงที่ไหงเคยกล่าวถึง " ต้น - หยก " ว่าไม่ค่อยรู้เรื่องนั้นไหงหมายถึง " ภาคภาษาฮากกา " ส่วนตรง " ภาคภาษาไทย " ไหงรู้เรื่อง แต่ไหงคิดว่าหากจะเล่น " ต้น - หยก " ให้ได้สมบูรณ์แบบจริงๆและได้ประโยชน์จริงๆ ควรจะเข้าใจ " ภาคภาษาฮากกา " ภาคภาษาไทย " นั้นไหงเข้าใจดี ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด การแปลใช้ได้แล้ว ไหงเพียงรำพึงรำพันด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่าไหงช่างโง่เง่าเต่าตุ่นเองที่ไม่รู้ภาษาฮากกาเลย ทั้งๆที่ตนเองเป็นลูกหลานชาวฮากกา ไหงเป็นแค่รุ่นที่สองเท่านั้นเอง ( ไท้ปักมาจากหมอยแย้น )  มิได้มีเจตนาที่จะ ดูถูกดูแคลนว่า โก้แปลไม่ดีแปลไม่รู้เรื่องแต่อย่างใด แล้วไหงจะเรียนรู้ " ต้น - หยก " ไปเรื่อยๆก่อน ถ้าวันใดที่ไหงมีความเข้าใจ " ภาษาฮากกา " ไหงจะต้องเข้ามาร่วมแจมด้วยอย่างแน่นอน
รูปภาพของ webmaster

แก้ไขให้แล้ว

ก็ขอขอบคุณ คุณประยุทธ ที่กรุณาเสนอความเห็นด้วยเจตนาดี ให้ได้ทราบกันว่า ยังมีคนอีกหลายๆกลุ่มที่มองกันอยู่

เห็นด้วย เพราะ

การเอ่ยนาม พาดพิงบุคคลที่กำลังมีทั้งคนรักและคนชัง อย่างรุนแรงหลายฝ่าย (กำลังร้อน)  ก็เหมือนการจุดประเด็นให้ ทั้งสองฝ่ายแสดงข้อคิดเห็นได้ตามสิทธิของตน หากมีผู้ต่อประเด็นต่อๆไป เกรงว่าจะหลีกเลี่ยงเรื่องการเมืองได้ยาก หรือไม่ก็ ผู้ที่ไม่เห็นด้วย อาจจะหายหน้าไป ทั้งที่ต่างก็มีใจเป็น 客家 เหมือนกัน และเรื่องการเมืองไม่ใช่เป็นเรื่องหลักของเว็บนี้

แม้นว่าจะเป็น ข้อเท็จจริง หรือเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล ก็ตามที  แต่เราเน็นเรื่องอารยธรรมมากกว่าการเป็นข่าวสด ไว้ให้บรรยากาศเย็นๆก่อน หรือไว้กล่าวในเชิงประวัติศาสตร์ ก็ยังสามารถทำได้

จึงขออนุญาตท่านทั้งสอง โดยลบนามคนที่รู้ว่าใครออกจากชื่อเรื่องทั้งสองท่าน เพื่อมิให้ล่อเป้าเด่นชัดเกินไป เพราะ

อาจมีบางท่านที่เห็นแค่ชื่อก็เกิดความรักความชังบังตายังไม่ทันได้อ่านแล้วเข้าใจตามที่ตนคิดไว้ก่อน   แต่จะยังคงเนื้อหาทั้งหมดไว้คงเดิม เพราะถือว่าเป็นการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ กับสถานการปัจจุบันในมุมมอง ของท่านต่างๆ 

และไหนๆก็แก้ชื่อต้นเรื่องแล้ว ก็ขอแก้ชื่อเรื่องผู้เสนอแนะด้วย จะได้สอดคล้อง และทัดเทียมกัน

ด้วยความเคารพ

วันวิสาขบูชา

วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา ขับรถเปิดวิทยุพอดีมีการสนทนาธรรมะมีหัวข้อน่าสนใจและทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน กล่าวคือมีเจ้าผู้ครองเมืองท่านหนึ่ง ได้ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า " เหตุใดคนเราชอบทะเลาะกัน " พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า " เพราะความชอบ และ ไม่ชอบ "  เมือคนหนี่งชอบ อีกคนหนี่งไม่ชอบ เมือเจอกันก็ต้องทะเลาะกัน เจ้าผู้ครองเมืองถามต่อ " แล้วจะแก้ไขอย่างไรดี ไม่ให้ทะเลาะกัน

พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า " ความชอบของเราต้องไม่ทำให้ผู้เดือดร้อน และความไม่ชอบของเราก็ต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน "  คำสอนของพระพุทธเจ้าแม้ล่วงเลยมาแล้ว สองพันกว่าปี ก็ยังทันสมัยอยู่ ขอให้ทุกท่านจงมีสติ และปัญญา

รูปภาพของ ยับสินฝ่า

อดีตประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยนกับทักษิณ

                   เป็นที่ภาคภูมิใจของชาวฮากกาทั่วโลก ที่มี ฮากกาหวาเฉียว ออกจากประเทศจีนไป มีลูกหลาน ได้เจริญเติบโตเป็นผู้นำประเทศต่าง ๆ หลายประเทศทั่วโลก และนับว่า เป็นประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้นำที่ดี เป็นมหาลบุรุษ เช่น หลี่กวงโย่ว ของสิงคโปร์ นายกอภิสิทธิ์ ของไทย ประธานาธิบดี คอราซอน อาคีโน ของฟิลิปปินส์

                   แต่มีผู้นำประเทศชาวฮากกาอยู่ สองท่าน อันเป็นที่ทราบกันดี ว่า โกงกิน คอรัปชั่น อย่างมโหฬาร เช่นที่ไต้หวัน มีชาวฮากกาอาศัยอยู่ถึง ครึ่งหนึ่ง ของประชากรไต้หวัน ไต้หวันจึงมีอดีตประธานาธิบดี ที่เป็นชาวฮากกาอยู่ สอง ท่าน คือ หลี่เติงฮุย กับ เฉินสุยเปี่ยน หลี่เติงฮุย ไม่มีปัญหา พ้นตำแหน่งไปอย่างสวยงาม แต่เฉินสุยเปี่ยน นี่สิ มีพฤติกรรมและการกระทำหลาย ๆ อย่าง ที่เหมือนกับทักษิณ มาก แต่โดยรวมแล้ว ประเทศไทยเรา โชคร้ายกว่าไต้หวัน ที่ทักษิณ มีพฤติกรรมหนักหนาสาหัสกว่า เฉินสุยเปี่ยน อีกทั้ง ยังไม่ยอมรับ ความจริง มันยังได้หนีออกนอกประเทศ ยังไม่พอ ได้ออกมาเชิญชวนบรรดาสาวกชาวรากหญ้า ที่ลุ่มหลงศรัทธามัน ด้วยอวิชชา ด้วยความไม่รู้ ทำลายแผ่นดินไทยอย่างยับเยิน

                  เฉินสุยเปี่ยน ต่างหาก ที่เป็นสุภาพบุรุษ เป็นลูกผู้ชาย เมื่อทำผิด ถึงแม้ว่า จะปฏิเสธ แต่ต้องยอมจำนนด้วยหลักฐาน และท่าน ก็ไม่ได้หนีไปไหน ท่านยอมรับโดยดุษฏี ยอมให้ถูกจับ ยอมเข้าเรือนจำ ด้วยความเย่อหยิ่ง ในความเป็นตัวของตัวเอง ที่สำคัญ ท่านไม่ได้หนีออกนอกประเทศ เพื่อโฆษณาชวนเชื่อให้ผู้ที่ศรัทธา ออกมาทำลายประเทศของตัวเอง  นี่นับว่าเป็นลูกผู้ชายตัวจริง ถึงแม้ผิด ก็ก้มหน้าก้มตาชดใช้กรรมที่ก่อไว้ ไม่นาน ผู้คนก็ให้อภัย เมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

                 มีมหาบุรุษของโลกอีกท่านหนึ่งในยุคปัจจุบัน คือ ท่าน เนลสันแมนเดลล่า ผู้ซึ่งต่อต้านนโยบายแบ่งสีผิว จากฝรั่งตาน้ำข้าว ที่เข้ามายึดเอาอาศัยดินแดนแผ่นดินของท่านอย่างหน้าด้าน ๆ แล้วปกครองดินแดนของท่าน ภายใต้ชื่อประเทศแอฟริกาใต้ ท่านถูกชาวผิวขาวจับกุมคุมขัง นานนับสิบ ๆ ปี (น่าจะ 40 กว่าปี) ท่านผู้นี้ ถูกทักษิณ บังอาจเอาตัวเองไปเปรียบเทียบ โธ่เอ๋ย ความคิดบ้องตื้น เด็กประถมยังรู้เลยว่า ต่างกันราวฟ้า กับบัวใต้โคลนตม ท่านเนลสันเมนเดลล่า ถูกจองจำ โดยไม่มีความผิด แต่ท่าน ก็มีสุขภาพจิตดี เปลี่ยนวิกฤติ เป็นโอกาส ท่านได้ศึกษาหาความรู้จากโลก ในเรือนจำ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี เป็นหลายสิบปี จนกระทั่ง ท่านได้รับการปล่อยตัว ตามกระแสของโลก ที่บีบบังคับให้รัฐบาลแอฟริกาใต้ เปลี่ยนนโยบาย ท่าน ออกจากเรือนจำมา ในวัย ชรา เจ็ดสิบกว่า ๆ ปรากฏว่า ท่านได้เป็นประธานาธิบดีผิวสี คนแรก ของแอฟริกาใต้ ที่สำคัญ ท่านมิได้เคียดแค้นแต่อย่างใด ท่านปกครองแอฟริกาใต้ ระหว่างคนขาว กับ คนดำ จนอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขมาในเช่นทุกวันนี้ โลกจึง ยกย่องท่าน เป็นมหาบุรุษ แห่งศตรวรรษที่ 21 ที่ยังมีชีวิตอยู่

                   คุณุปการของท่านท่านนี้ ทักษิณยังบังอาจนำตนเองไปเปรียบเทียบกับท่านเนลสันแมนเดลล่า น่าหัวร่อไหม ไท้กา?

รูปภาพของ วี่ฟัด

เห็นด้วยกับยับซินซาง

                   เวลาไหงไปเมืองจีนแล้วนั่งแท็กซี่ในเมืองต่างๆในประเทศจีน เวลาแท๊กซี่เขารู้ว่าเรามาจากเมืองไทย เขาก็มักจะถามถึงเรื่อง " ทาสิ้นจงหลี่ " ตั้งแต่ยังเป็นจงหลี่จนถึงเป็นเฉียนจงหลี่ ไหงก็จะอธิบายให้พวกแท๊กซี่ในเมืองจีนว่า " ทาสิ้น " กี่ไม่ใช่คนดีนัก

                   ตอนที่ " ทาสิ้น " ไปหมอยแย้น ญาติไหงที่หมอยแย้นก็เล่าให้ไหงฟัง รู้สึกพวกญาติไหงจะภูมิอกภูมิใจต่อ " ทาสิ้นจงหลี่ " กันมากมาย แต่ไหงบอกพวกญาติไหงว่าไม่ต้องไปภุมิอกภูมิใจกับกี่มากมายนักหรอกเพราะ " หว่อปู้สีฮวนทา " เพราะกี่ " ทาซื่อปู้ฮ่าวเหริน "

                  ในเมืองจีนเขาจะเรียกว่า " ทาสิ้น " แต่ไหงว่าตอนนี้ " ทา ไกล้ สิ้น ( ใจ ) " แล้วหละ ......เวรกรรม.....เวรกรรม

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

โดนด้วยอีกคน...เช่นกัน

ไหงนะเกี่ยวข้องกับเวช(นามสกุล)  ที่ติดสอยห้อยกันมาจากเมืองจีน  ทุกคนที่กำลังสร้างปัญหาล้วนเป็นเวช   ที่มาจากเผ่าพันธุ์ยา  ที่มีฮากกาในสายเลือดเช่นทักษิณ ปั้นซังขัก  ส่วนอภิสิทธิ์  มาจากฉิมขัก  ส่วนที่ประกาศเป็นอำมาตรเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์  คือดร. สุเมธ ตันติเวชกุล  ล้วนสายในจี้กาหงึน  ไหงว่าจี้กาหงึนแบบเรา   คงลำบากใจมากมายที่เกิดเหตุแบบนี้   ไหงรับเมล์ทั้งสองฝ่าย  และมิกล้าส่งต่อทั้งสิ้น  รุนแรงขึ้นทุกวัน   ต้องยอมรับว่ามังกรแดง  มังกรเขียว และมังกรเหลือง  ออกมาพ่นไฟแบบนี้  ถอยออกมายืนดูและสวดมนต์กันเถิด  จี้กาหงินแท้ๆทั้งสามต่างไม่ปรับกันแบบนี้  บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร   สำคัญมาก.....   

โดนใจจริงๆ

    ปกติไหงจะไม่ค่อยวิจารณ์การเมืองเนื่องจากที่บ้านค้าขาย  หากเราแสดงตัวว่าเป็นสีอะไรก็ตามลูกค้าจะหายไปครึ่งหนึ่งทันที  ใครมาคุยกับไหงก็จะตอบเลี่ยงๆว่าไหงไม่มีสีแต่ไหงไม่ชอบคนที่สร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมือง  วันนี้ไหงอ่านข้อเขียนของท่านยับสินฝ่าแล้วยอมรับว่าโดนใจจริงๆ  เพราะปกติไหงจะพูดกับคนอื่นอย่างภูมิใจเสมอว่าคนฮากกาส่วนใหญ่เป็นคนดีมีคุณธรรมไม่ชอบเอารัดเอาเปรียบคน    แต่ทุกครั้งที่ได้ยินคำว่าทักษิณก็เป็นฮากกาเหมือนกันไหงรู้สึกเจ็บปวดมาก  ทำไมมันมาเกิดในเผ่าพันธุ์เดียวกับพวกเราด้วย

    เมื่อเดือนก่อนไหงมีโอกาสไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน  มีสามีภรรยาคู่หนึ่งวานให้ไหงช่วยถ่ายรูปให้  หลังจากนั้นเขาถามว่าไหงเป็นคนจีนใช่ไหมไหงตอบว่าเป็นคนไทยแต่อาปาเป็นคนจีนเชื้อสายฮากกา  เขาพูดว่าเขาเป็นคนไหหลำเกิดในมาเลย์และพูดต่อว่า"ทักษิณเหยียชื่อเค่อเจี๊ยเหริน"ไหงอยากจะบ้าตายมาอยู่เมืองจีนแล้วยังได้ยินคำนี้อีก  สุดท้ายขอชมเชยท่านยิบสันฝ่าที่กล้าแสดงออกให้พวกเราได้รับรู้ซึ่งไหงคิดว่าหลายคนคนคงมีความคิดคล้ายๆกัน  บรรพบุรุษของพวกเราได้อาศัยแผ่นดินเขาอยู่อย่างสุขสบายแล้วยังมาสร้างความแตกแยกให้กับพวกเขาอีกน่าเศร้าใจจริงๆ

 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal