Shanghai China
1,039 km – about 13 hours 25 mins Xiamen, Fujian China
193 km – about 3 hours 33 mins Yongding, Longyan, Fujian China
70.4 km – about 1 hour 48 mins Meizhou Da Bu China
86.1 km – about 2 hours 12 mins Meizhou, Guangdong China
83.4 km – about 1 hour 17 mins Fengshun, Meizhou, Guangdong China
77.2 km – about 1 hour 21 mins Shantou, Guangdong China
437 km – about 5 hours 45 mins Guangzhou, Guangdong China
139 km – about 1 hour 43 mins Shenzhen, Guangdong Chin
เริ่มตื่นเต้นแล้ว
โปรแกรมยังไม่ออกไม่เป็นไร แค่อ่านความคิดเห็นของทุกคนก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นราวกับจะได้ไปอาทิตย์หน้าแล้วค่ะ
วันนี้เป็นวันที่น่ายินดีตั้งแต่เช้า
อรุณสวัสดิ์ ครับ ไท้ก๋าหยิ่น ทุก ๆ ท่าน วันนี้ (13 พ.ค. 53 เวลา 8.00นฺ ณ เวลาที่โพสต์ข้อความ) เป็นวันดีจริง ๆ เป็นวันมงคล วันพืชมงคล เป็นวันเริ่มต้น ที่พี่น้อง หนงหมิน ทั้งหลาย จะได้เริ่มต้น วันแห่งการหว่านพืช ตาม พระราชพิธี อัน ศักดิ์สิทธิ์ ของไทยเรา ที่มีมาแต่โบราณ
ที่ไหงว่า วันนี้เป็นวันดีจริง ๆ คือ เช้านี้ เห็นสมาชิกหลาย ๆ ท่านมาก ๆ ที่คิดถึงอยู่เสมอ อย่าง วี่ฟัดโก คุณท้ายแถว นี่คิดถึงจริง ๆ เพราะหายไปนานมาก คุณ ปีเตอร์แพนครับ ก็กลับมา คิดถึงเช่นกัน หายไปนาน อาฉีโก อาฮยุ๋งโก แหม พร้อมหน้าพร้อมตากันดีจริง ๆ ฝากคุณท้ายแถว และ คุณปีเตอร์แพนครับ ด้วยนะ ขอให้อ่านเรื่องราวต่าง ๆ ที่มากมาย และมีสาระสนุกสนาน เพราะหงี ทั้งสองท่าน ไม่ได้เข้ามาตั้งนาน อยากอ่านความเห็นของ ท่านทั้งสองบ้าง
สวัสดีเช่นกันครับ
เพิ่งจะเห็น post อันนี้ของคุณยับสินฝ่าครับ อรุณสวัสดิ์เช่นกัน ในระยะหลังๆมานี้(ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว) ไม่ค่อยได้เข้ามา หรือเข้ามาได้แค่แว๊บๆ เพราะมีเรื่องราวมากมายที่ต้องจัดการดูแล
ตั้งแต่ได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของอากุง เมื่อปลายพ.ย.52 ที่หน่ำซาถ่อง ทั้งที่มีข้อมูลเพียงชื่อบุคคล และหมู่บ้าน ไม่กี่คำ แต่ก็สามารถไปได้ถึงที่และเจอญาติที่ไม่เคยรู้ว่ายังมีหรือมีอยู่(เค้ามีหลักฐานยืนยัน เรามีความทรงจำยืนยัน) ก็รู้สึกเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง หลังจากที่กลับมาก็บันทึกเรื่องราวพร้อมรูปถ่าย ในเวปนี้ ปรากฎว่าพอบันทึกเสร็จคลิกส่ง เน็ตล่ม ข้อมูลหายหมด จนถึงวันนี้ยังไม่ได้เริ่มใหม่เลยครับ
เรียนอาฉีโกครับ(ยับสินฝ่า)
อาฉีโกครับ ขอรบกวนขอที่อยู่ อีเมล์ หงีด้วยครับ มีข้อความที่อยากจะเรียนปรึกษา หลังไมล์
ขอบคุณครับ-ยับสินฝ่า
E-mail-morakot.alfalfa@gmail.com
การติดต่อตรง ทาง Email
วิธีการติดต่อเฉพาะบุคคล (หลังไมล์)
แล้วระบบ จะส่ง Email ไปให้ บุคคลที่ต้องการติดต่อให้เอง
วิธีนี้มีข้อดีกว่าตรงที่ ไม่จำเป็นต้องเปิดเผย Email ตรงๆ บนพื้นที่สาธารณะ อันเป็นเป้าหมายของพวกเมล์ขยะขายของ เมล์ลูกโซ่ ฯลฯ และผู้รับ สามารถเลือกตอบกลับ ผู้ขอติดต่อได้โดยตรง เพราะระบบจะส่ง Email ของผู้ขอติดต่อไปให้ด็วย
แต่มีข้อเสียสำหรับ ผู้ที่ไม่ Update email address ของตนเองที่แจ้งไว้กับทางเว็บ ให้เป็นปัจจุบัน ระบบจะไม่สามารถแจ้งข่าวสาร หรือกู้รหัสผ่าน กรณีที่ login ไม่ได้ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ (ท่านสามารถ ตรวจสอบ Email ของตนเองได้ โดยคลิกที่ [บัญชีผู้ใช้ของฉัน] แล้วคลิก [แก้ไข]
ขอบคุณค่ะ
ยังไม่ได้คิดราคา
ตอนนี้ยังไม่ได้คิดราคา
เพราะจำนวนวันสถานที่ใดต้องไป ไม่ต้องไป และช่วงเวลาก็ยังไม่ได้กำหนด
ประมาณว่า ที่ Save ไม่ลงคือค่าเดินทางหมื่นกว่า แล้วที่เหลือเป็นค่ากิน-อยู่-เที่ยว-ค่าผ่านจุดเข้าชม ซึ่งแต่ละทิป จะเลือกลดต้นทุน แลกกับจุดแวะชม และค่าความสะดวกสบาย และการจ่ายจุกจิกรายทางเอง
ที่เคยไปกับคณะอื่นๆ มา เจอราคาถูกมากก็แย่ แพงมากก็เวอร์ กลางๆ ก็ชืดๆธรรมดา ค่อนข้างสูงมักจะได้ผลตอบแทนเกินคุ้ม เขาจึงตั้งราคาสูงกว่าคนอื่นได้
สำหรับรายการที่คิดไว้ ต้องต่างจากทัวร์เชิงธุรกิจเต็มรูป ที่เขาจัดเพ็กมาแล้ว คือควรเป็นทัวร์ที่พวกเรา มีส่วนช่วยกันวางแผนกันเดินทาง จนลงตัวก่อนแล้ว ค่อยคำนวนค่าใช้จ่าย ค่าดำเนินการต่างๆ แล้ว ค่อยมาหารแบ่งกัน
ข้อมูลเพิ่มเติม
การเช่าเหมารถในจีน จะไม่เหมือนบ้านเราที่บอกค่ารถตามจำนวนวันเวลา น้ำมัน ด่าน ต่างหาก คือ เขาจะบอกราคารวมค่ารถ ค่าด่าน ค่าเข้าชม ค่าน้ำมัน ในราคาเหมารวม ดังนั้นถ้าไปตกลงราคาว่าไปที่หนึ่ง แต่วิ้งคนละเส้น จุดแวะชมต่างกันราคาต่างกันมากๆ เช่น แวะทัวร์ไหว้พระ นี้ราคาถูก แต่ถ้าแวะชมวิวของโรงแรมไร่ชา (ไม่ได้พักหรือกิน) นี้ก็แพงมากขึ้นแล้ว (เนื่องจากค่าเข้าแพงมาก)
อาหาร-โรงแรม ก็มีหลายเกรด หลายราคา บางคณะก็จัดได้ลงตัวว่าเวลาอาหาร ให้อยู่บนเครื่องหรือที่พัก ที่มีอาหารให้แล้ว หรือบางมื้อ ก็เป็นเวลาที่ปล่อยให้ช๊อปปิ้งอิสระ ราคาค่าทัวร์ก็ ประหยัดลงได้เยอะ
จึงเป็นเหตุว่าบางทัวร์ถูก บางทัวร์แพง เมื่อเที่ยบค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว ทัวร์ถูกมาก ก็ไม่ทำให้ประหยัดกระเป๋าได้สักเท่าไหร่
ดังนั้นถ้าตัดเซี่ยงไฮ้เอ็กโป (ซึ่งนอกเส้นทางเกินเท่าตัว) คาดว่าเตรียมไว้ สักสองหมื่นกว่ากำลังเหมาะ
หรือท่านอื่นมีความเห็นอย่างไร เสนอมาได้นะครับ
ยินดีต้อนรับคุณnina22099
ไหง ยับสินฝ่า นับว่าเป็นสมาชิกอาวุโส รุ่นแรกของการเปิดเว็ปเลยละครับ แต่วัยยังหนุ่ม(เหลือ)น้อยอยู่ ตั้งตัวเป็น หัวหน้ากลุ่มยังบลัด ทั้ง ๆ ที่ อายุน้อยกว่าอาโกทุก ๆ ท่านพวกเรา ถือว่า เป็นผู้อาวุโสในวัยกลางคนของชุมชนของเรา ส่วนสมาชิก ที่สูงวัย มีอยู่ 3-4 ท่าน (ท่านสูงแต่วัยแต่ใจยังหนุ่มมาก ๆ ) เดี๋ยวคุณ nina ก็จะเห็นเองครับ ว่าใครเป็นใคร
ตามธรรมเนียม เมื่อมีน้องใหม่มา ก็จะต้องแนะนำตัวเองก่อน ไหง ยับสินฝ่า เป็นฮากกาเหมยเสี้ยน จากตำบลเปี่ยงชุน บ้านเดียวกันกับท่านจอมพลยับเกี้ยนยิน นั่นแหละครับ อยู่ใกล้กันเลย ไหงยังอนุมานเอาเองว่า เป็นญาติกันกับท่าน ถ้าได้กลับไปอีกคราวหน้า จะต้องสืบเชื้อสายกันเสียหน่อย ไหง เป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิดครับ เรียนจนจบที่เชียงใหม่นี้แหละและช่วง อายุ 30 ปี ย้ายไปอยู่ในเมืองเชียงราย(ไปอยู่ที่อำเภอพานก่อน 1 ปี) แล้วไปอยู่ในเมือง รวมอยู่เชียงราย 13 ปี เพิ่งย้ายกลับมาในเมืองเชียงใหม่ได้ 4 ปี ไหงเป็นลูกครึ่งเชียงราย-เชียงใหม่ด้วย อาเว่ยกุงของไหง่ เป็นชาวฮงสุน เซี้ยงซือ มาจากปู้จือไช่ ไหงมีเชื่อสายล้านนาอยู่ 25% จากคุณยายสุดที่รักและเคารพของไหง่ ตอนนี้ ไหง่เหลือ อาผอ(ย่า) อยู่เพียงคนเดียว 93 เซ้ แล้ว ยังมีเค้าว่า จะอยู่ได้อีกนาน (ท่านเป็นลูกจีนฮากกาเหมยเสี้ยนเกิดในเชียงใหม่ มีพี่น้อง 7 คนเป็นผู้หญิงหมด ท่านเป็นน้องสาวคนสุดท้อง สถิติ อาจี้ของท่าน ทุก ๆ คน ลาจากโลกไป ในวัย 80-90 กว่า กันทั้งนั้น ล่าสุด เมื่อปีกลาย พี่สาวของท่านที่ยังเหลืออยู่กับท่าน อีก 1 คน ได้ลาจากโลกไป ด้วยวัย 102 ปีเต็ม อ้อ? อาผอไหง กี๋ เซี่ยงไช้ ครับ)
ไหงไม่ค่อยเก่งฮากกากับผู่ทงฮว่าเท่าไหร่แต่ตอนนี้ กำลังเรียนผู่ทงฮว่าด้วยตัวเอง คือเรียนพร้อมไปกับลูก ที่อยู่ ป.1 โรงเรียนจีน ส่วนการพูดคุย ทั้งฮากกาและผู่ทงฮว่า พอพูดคุยได้เข้าใจครับ บางที ฮากกากับผู่ทง ผสมกันกลายเป็น หัก-ทง ไปเลยก็มี
ลองเข้าไปติดตามอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ดูนะครับ จะได้พบกับความรู้ และความบันเทิง ไม่น้อยเลย ถ้าหงี มีความสามารถ ในเรื่องของความเป็นจีน ไม่ว่าจะเป็นฮากกา หรือจีนสากล สามารถนำมาเล่าให้ไท้ก๋าหยิ่นอ่านได้ ครับ ยินดีด้วยครับ
ขอแจมด้วยคน เพิ่งสมัครเป็นนัองใหม่ แต่อาวุโสแล้วค่ะ
ยินดีต้อนรับครับ ฟ้อนเหงียง ฟ้อนเหงียง
คุณnina22099 บ้านที่เมืองจีนเกียดซี ตำบลอะไรครับ หงีเซี้ยงมักไก๊ ไหงเป็นลูกครึ่ง อาแมเกียดซี ฝอยไฉ่ เซี่ยงลี่ (李) ส่วนไหงเซี่ยงจอง (张) ไท้ปู ในชุมชนเราถือว่า4-5สิบก็อาวุโสแล้ว มืผู้อาวุโสดี จะได้มีประสบการณ์ดีๆ มาแบ่งปัน
ยินดีต้อนรับคุณ nina22099 ด้วยอีกคนครับ
ไหงก็ปั้นซั้นขักเหมือนกัน อาปักเป็นคนฟุ้งสุ่น ปู๊จื้อไฉ่ ส่วนอากุ๊งของอาแม้เป็นคนฟุ้งสุ่น หยิวช่อหยอง ครับ
ขอแนะนำวิธีใส่รูปดังนี้
1. กดที่เมนู “วิธีใช้” ที่อยู่ด้านบนของหน้านี้
2. ใต้หัวข้อ “สารบัญ วิธีใช้” เลือก “การใส่รูปภาพ”
3. ปรินท์รายละเอียดที่ขึ้นมาทั้งหมดใส่กระดาษไว้เลย จะช่วยให้ทำงานได้สะดวกที่สุด
4. หลังจากนั้น ก็ค่อยๆ อ่านไปทำไปตามขั้นตอนจนเสร็จ
ที่ไหงอยากจะเน้นก็คือ ควรจะปรินท์รายละเอียดใส่กระดาษไว้ก่อน (ข้อ 3) จะช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
ขอให้ทำสำเร็จครับ.
ห้องน้ำด้วยคน
ตั้งแต่ไหงไปเมืองจีนครั้งแรกเมื่อปี 2536 จนถึงปัจจุบัน ห้องน้ำก็ดีขึ้นตามลำดับ " แต่ " ต้องเป็นในเมืองที่ค่อนข้างใหญ่และมีความเจริญพอสมควรนะครับพี่น้อง
แต่ถ้าเป็นในเขต " หนงชุน " ชนบท ก็จะมีห้องน้ำที่คนไทยจะอึ้งไปนานแสนนาน
แต่ไหงคิดว่าในเขตกวางตุ้งถึงฟูเจี้ยนที่พวกเราอยากจะไปนั้นห้องน้ำคงดีหมดแล้ว นอกจะออกไปเยี่ยมญาติตามเขตหนงชุน(ชนบท ) จริงๆเท่านั้นที่อาจจะไม่สะดวกนัก
ที่ไหงไปตี้ชิง จงเตี้ยน ซึ่งถือว่าเป็นเขตหนงชุน ( ชนบท ) ห้องน้ำยังมีชนิดรับลมไม่มีประตู โล่งแจ้งดี เหมือนห้องน้ำในสวนสาธารณะในปักกิ่ง หรือตามสถานีรถไฟในเมืองจีนเมือ่เกือบยี่สิบปีก่อน
เรื่องห้องน้ำแม้จะอยู่ในสภาพดีก็ตามแต่บางทีไม่ดูแลเอาใจใส่ให้ดีก็มีปัญหาได้ แม้แต่ในฮ่องกงเองอาจจะมีการ " ต่อยอด " ทับถมของคนอื่นต่อๆกันบ้าง ( อ๊วก ไหงเคยเจอมาแล้ว ทำเอาไหงหดเลย )
ถ้ากลุ่มของเราอยากจะไปตามหาราก...กรุณาแจ้งล่วงหน้านานๆ( หลายๆเดือน ) ด้วยนะครับ เพราะไหงจะได้จัดวันว่างไว้เพื่อไหงอยากมาสบทบด้วยคน ในฐานะพี่น้อง....ฮากกาหงิ่นอิดย่อง
ห้องน้ำในเมืองจีน
อยากไปเที่ยวด้วยจัง
อยากไปเที่ยวด้วยจัง อยากพาอาปา อามะ ไปด้วย แต่อามะตอนนี้71ปีแล้ว มีโรคประจำตัว ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ถ้าไปกับทัวร์กลุ่มใหญ่คงลำบากแย่ อยากให้อาปาอามะได้ไปเยือนถิ่นจีนแคะก่อนที่จะเดินไม่ไหว ใครมีคำแนะนำดีๆ ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ
สบายมากครับ ถ้าอยากไปจริงๆ
เดี๋ยวนี้ห้องน้ำดีขึ้นแล้ว
เดี๋ยวนี้ ในระหว่างเส้นทางต่างๆ ห้องน้ำดีขึ้นมากแล้ว
ถ้ารู้กันว่าในคณะมี สว.(ผู้สูงวัย) บอกันก่อน จะได้เผื่อเวลาเดินทาง เมื่อแวะทุกป้ายแล้วยังถึงที่หมายได้ตามเวลา ยกเว้นบนทางด่วนแต่ละป้ายห่างกันยาวร่วมชั่วโมง ที่สำคัญเขามีกฏห้ามจอดด้วย (ดูภาพปลากรอบข้างล่าง) โชวเฟอร์เขาว่า แค่จอดแผลบเดียว สายตรวจตามมาดูแลทันที (เขามีวงจรปิดส่องเป็นระยะๆ) ถ้าไม่เหตุสุดวิสัยจริงๆ เขาเก็บใบอนุญาตทำมาหากินกันยาว กว่าจะได้งานคืนก็สาหัด
ภาพประกอบ ที่เก็บมาเป็นหลักฐานอ้างอิง
นี่เป็นภาพห้องน้ำของปั้มน้ำมันเล็กๆ (มีแค่ 2 หัวจ่าย) ระหว่างเส้นทางชนบท ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ เดี๋ยวนี้แยกห้องมีประตูมิดชิด
ในเมืองใหญ่ คงไม่ต้องพูดถึง
เรียกว่า เป็นการปฏิรูป รูปแบบเดิมมาเป็นสุขภัณฑ์ใหม่กันหมด จนหาแบบเดิมที่โจทย์ขานว่า ชวนสยอง (ที่ยังใช้งานอยู่โดยไม่มีหลังใหม่มาแทนที่) แทบไม่ได้แล้วในเส้นทางนี้ เรียกว่าต้องซอกแซกหาจุดที่หลงหูหลงตา หรือว่าเป็นของชาวบ้าน ชาวสวน เท่านั้น ก็พอเหลืออยู่ เพราะเขายังเห็นประโยชน์ในทางกสิกรรม
โดยรวม รูปลักษณ์ พอใช้ได้ ขาดแต่ความปราณีตงานฝีมือช่าง และกลิ่น อาจเป็นเพราะเพิ่งเริ่มต้นใหม่ ช่างติดตั้ง และการใช้ข้องอ หรือถ้วยดักกลิ่น ยังไม่คุ้นเคย แม้แต่ใน รร. 5 ดาวยังมีที่ติดตั้งถูก-ผิด (อาจเป็นเพราะช่างมือใหม่) อันเป็นสาเหตุเรื่องกลิ่น หลงเหลืออยู่บ้า่ง
แบบนี้ดักกลิ่นได้ แต่ถ้าตันข้างในเรื่องใหญ่
อันนี้ไม่ดักกลิ่น และตันข้างใน เรื่องใหญ่(กว่า)
แต่ถ้าดูในภาพรวม ไม่หาจับผิดกัน ก็ถือว่า OKแล้วครับ
ทางด่วนเขาเป็นแบบนี้ คือ มีรั้วตลอดทาง เจอภุเขา ก็เจาะทะลุ
เจอเหว ก็ทำสะพานข้าม
หย่งติ้ง-เหมยโจว-น่าสนใจมาก
การทำทัวร์เยี่ยมบ้านเกิดบรรพชน ถ้าเริ่มที่หย่งติ้ง นับว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่สุด คือ เราทั้งหลาย จะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของตึกดิน หรือ ถู่โหลว ที่น่าภาคภูมิใจของฮากกาเรา เพราะโด่งดังไปทั่วโลก ใครเป็นชาวฮากกา ถ้ายังไม่มีโอกาสไปสัมผัสถู่โหลวถือว่า ไม่ใช่ลูกหลานฮากกาที่แท้จริง คำนิยามนี้ ต่อไปอาจจะมีคนพูดถึงกันมากก็ได้
อีกอย่าง จากหย่งติ้ง เข้าไปเหมยโจว ใกล้กันมาก เพราะมีพื้นที่ติดกัน เดินทางจากหย่งติ้ง ไม่กี่กิโล ก็ถึงไท้ปูแล้ว และอีกเส้นทางหนึ่ง จากหย่งติ้ง สามารถเข้าสู่เหมยเสี้ยนได้ แล้วไปตั้งต้นกันที่ ตัวเมืองเหมยโจว อีกวันหนึ่ง น้อง ๆ คนใด จะไปเยี่ยมบ้าน ของแต่ละคน ก็แยกย้ายกันไป ตามแต่ละอำเภอ โดยมี พี่ ๆ ที่ช่ำชอง ตามไปส่ง อยู่บ้านกับญาติพี่น้องสัก 1 คืน ก็กลับมารวมพลกันที่เหมยโจว แล้วก็อาจจะเข้ากว่างโจวหรือไม่ก็ เซินเจิ้น ก็ได้ เพื่อเที่ยวเอากำไร แล้วก็บินกลับเมืองไทย
หมายเหตุ-ไหงอุตส่าห์เขียนความเห็นเสร็จไปหลายวัน วันนี้กลับมาเห็น เป็นหน้าของชิงชิงลูกสาวอีกแล้ว-ต่อไปต้องระมัดระวังเรื่องการล๊อกอิน-เอ้าท์ เสียแล้ว
เสนอเส้นทางน่าสนใจ
ได้เห็นที่เสนอกันมา ดูเหมือนจะมีผู้สนใจให้อุ่นใจขึ้นบ้าง ว่าพอมีความเป็นไปได้
จึงขอเสนอเส้นทางน่าสนใจ ไว้ให้ปรับแต่งกันนะ
ถู่โหล
อาจจะไปลงเซี่ยเหมิน เดินทางไปพักที่หย่งติ้ง เพื่อชื่นชมสถาปัตยกรรมบ้านดิน (ถู่โหล) ซึ่งเป็นมรดกโลก อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวฮากกา (แต่อยู่ในเขตฮกเกี้ยน) ถ้าประสงค์จะสัมผัสบรรยากาศจริงๆ ก็สามารถเข้าพักแรมในถูโหลเลยก็ได้ แต่แนะนำว่าน่าจะพัก รร.หรู (เพิ่งสร้างใหม่ระดับ 5 ดาว) ในตัวเมืองหย่งติ่งมากกว่า (ถึงแม้ว่า รร.ที่เป็นถู่โหล จะเป็นห้องสะอาดติดแอร์อย่างดีก็ตาม แต่มักจะมีห้องน้ำแยกส่วนลงมา) เพราะยามเย็นจะได้ไปเดินในตัวเมือง ที่ขึ้นชื่อเรื่องฝีมือช่างตัดผม ที่เห็นแล้วต้องบอกได้ว่าการบริการแตกต่างจากที่คุ้นเคยในเมืองไทยมากมาย และบ้านเมืองส่วนใหญ่ยังคงสภาพร้านค้าความเป็นอยู่แบบชาวจีน ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงหัวค่ำ ชาวบ้านร้านค้าจะพาครอบครัวลากเก้าอี้มานังคุยกัน ตากอากาศกันหน้าบ้านเป็นกลุ่มๆ มีผู้สูงวัย นั่งดูเด็กๆ ก้องกู้สื่อ เล่นสันทนาการกัน ในหมู่ครอบครัวซึ่งจะไม่ค่อยได้พบเห็นบรรยากาศแบบนี้ในเมืองใหญ่ๆ
ภาพ รร. ในเมืองหย่งติ้ง และในตัวเมือง
เช้ารุ่งขึ้น ก็เดินทางไปชมถู่โหล ที่ตั้งเรียงรายตามสองฝั่งน้ำน้อยใหญ่ หลายร้อยพันหลัง ซึ่งปัจจุบัน ได้กลายสภาพเป็นแหล่งท่องเทียวเต็มรูปแบบ และทานอาหารเที่ยงสูตรตำหรับฮากกาถึงถิ่นขนานแท้ ถ้ามีสนใจในสถาปัตยกรรมบ้านดินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เชื่อว่าจะต้องตื่นตาตื่นใจ เ้ดินได้ทั้งวัน เข้าหลังนู้น ออกหลังนี้จนลืมเหนื่อย
ส่วนถูโหล่อีก หมู่บ้านที่น่าสนใจคือ หมูบ้านชุนซีชวน ซึ่งถูโหลที่นี่ยังไม่ถูกแปรรูปเป็นแหล่งธุรกิจท่องเที่ยวสุดกู่ ที่ทัวร์ต่างๆ ไม่ค่อยได้พาไปลงเหมือนที่แรก จึงจะได้เห็นสภาพที่เขาอยู่กันเป็นหมู่บ้านคนในถิ่นจริงๆ ที่มีทั้งร้านค้าหมู่บ้าน โรงเรียน (เสี้ยวฮ๊อก) และมีการจัดนิทรรศการถาวร ที่แสดงเครื่องใช้ ภาพความเป็นอยู่ให้สาระแก่ผู้มาเยือน และที่สำคัญที่สุด ถูโหลที่นี่ มักจะเป็นดาราหน้ากล้องอาชีพ ที่จะเห็นในภาพตามในเอกสารต่างๆ เป็นภาพที่ได้มุมดีกว่า ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เที่ยวเฉพาะที่แรกจะมีแต่ภาพถ่ายด้านข้างผนังเท่านั้น แต่ถ้ามาหมู่บ้านนี้ ทุกท่านสามารถภาพในมุม "เบริดอายวิว" ให้สวยเหมือนวารสารได้ ทุกท่าน เพราะที่นี่ มีภูขาที่เขาทำจุดชมวิว อยู่ฝั่งตรงข้ามให้ชมได้อย่างเต็มตา
สำหรับถูโหลนี้ น่าจะใฃ้เวลา สักวันครึ่ง (เศษอีกครึ่งวันไว้เดินทางผ่านเส้นทางแหล่งผลิตถ่านเหมย ไปเปิปกันต่อเมืองถัดไป หรือแวะชมบ้านเจ้าของยาหม่องตาเสือด้วยก็ได้) และถ้ามีผู้สนใจอาจจะแวะผ่านๆ ไปทางไท้ปูบ้างก็ได้
ภาพเจดียของยาหม่องตราเสือ
ภาพเสาหินแสดงคนในตระกลูที่ได้เป็นจองหงวน
เหมยโจ
เมืองนี้ ถือว่าเป็นเมืองหลวงของชาวฮากกาเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นศูนย์กลางที่รวบรวมทุกสิ่งของชาวฮากกาไว้ที่นี่ มีหลายสิ่งที่กล่าวถึงในเว็บนี้ เช่น บ้านท่านขุนพลยับ ศูนยฮากกาอาคาดามี่ในกายิมไท่ฮอก พิธิภัณฑ์ชาวจีนโพ้นทะเล ศูนย์แสดงประวัติความเป็นมาของชาวฮากา โครงสร้างบ้านดินแบบเหวยหลงอู่ การละเล่นร้องเพลงซานกอในสวนสาธารณะ ฯลฯ
อนุเสาวรีย์ท่านจอมพลยับ
โครงสร้างแบบเหวยหลงอู่
ไร่ชาสุดหรู
การร้องเพลงซันกอในสวนสาธารณะ
บรรยากาศในเมืองเหมยโจ
สำหรับเมืองนี้ ถ้าไม่เจาะลึกนัก น่าจะใช้เวลาสัก 2 วันขึ้นไป และอาจต้องเผื่อเวลา ให้ไปตามหาที่อยู่บรรพชนเพิ่มเติมไว้บ้าง
ฟุงสุ่น
หรือเมืองทองคังที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองบ่อน้ำร้อน มีสายน้ำแร่คุณภาพสูง ให่อาบแช่ เล่นน้ำกันได้อย่างเต็มที่
มีเขามังกร ที่บันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ชาติจีน ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จนถึงปัจจุบัน และมีศาลเจ้าแม่ที่ผู้คนให้การสักการะสามารถเดินต่อเนื่องถึงกันได้
และภายในตัวเมืองมีทั้งบ้านเก่า และสิ่งก่อสร้างใหม่อยู่ในส่วนต่างๆของเมือง เรียกได้ว่าเป็นเมืองหลักของ ปันซันขัก
เมืองนี้น่าจะพักนอนแข่น้ำแร่สักคืน และเปิดโอกาสให้เยียมเยือนหมูาบ้านของบรรพชนเช่นกัน
กาเดินทางถัดลงมา จะผ่านเกียดหยอง ไม่รู้จะแวะเยี่ยมยือน หมู่บ้านที่เป็นชาวฮากกา ที่รายล้อมด้วยชาวแต้จิ๋วบ้างหรือเปล่า แล้วแต่เหตุการณ์ ไว้คุยกันต่อ
ถ้าไม่แวะไปซัวเถา ก็ตียาวไปกวางโจ เลยก็ได้ เมืองนี้มีแหล่งท่องเทียว ช๊อปปิ้ง เมืองจำลอง สถานบันเทิง การแสดงมากมาย และที่สำคัญ มีเทียวบินสำหรับเดินทางกลับไทย ใด้้สะดวกมาก จึงหมาะไปเป็นขากลับ
ได้ชอบปิ้ง เมืองชิมจุ่นก่อนกลับ หรืออยากไปฮ่องกงก็อยู่ใกล้กันมากๆ
หรือใครประสงค์จะบินขึ้นเหนือไป เซี้ยงไฮ้ ก็ได้ แต่ดูเหมือนย้อนเส้นทางที่กล่าวมานี้ ดังนั้นถ้าเริ่มต้นเดินทางจากกวางเจา หรือซัวเถาไล่ขึ้น จนถึงหย่งติ้ง แล้วขึ้นเหนือไปเซี่ยงไฮ้ ก็ได้ (แต่เส้นทางจากเซี้ยเหมินไปเซี่ยงไฮ้ก็ยังไกลเป็น 1000 กม. (ยังไงควรขึ้นเครื่องอีกหนึ่งครั้งอยู่ดี ถ้าจะไปเซี่งไฮ้) และจะได้อารมณ์การเดินทางจากเมืองใหม่ย้อนไปเมืองโบราณ แล้วไปต่อเมืองใหญ่อีกครั้ง (ถ้างบไม่ใช่อุปสรรค)
เส้นทางประกอบการพิจารณา
View Larger Map
1,039 km – about 13 hours 25 mins
193 km – about 3 hours 33 mins
70.4 km – about 1 hour 48 mins
86.1 km – about 2 hours 12 mins
83.4 km – about 1 hour 17 mins
77.2 km – about 1 hour 21 mins
437 km – about 5 hours 45 mins
139 km – about 1 hour 43 mins
เห็นด้วยกับวี่ฟัดโกมาก ๆๆๆ
การที่พวกเราแต่ละคน โดยเฉพาะ น้อง ๆ รุ่นใหม่ ๆ เพิ่งเรียนจบ หรือ เพิ่งทำงาน ตามที่หนูต้นกล้าว่าไว้ คนหนุ่มรุ่นใหม่ ๆ ที่ อาปา อาแม หรือ อากุง อาผอ ไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว ควรอย่างยิ่ง ที่บรรดา อาโก ทั้งหลาย รวมถึงไหงด้วย ที่จะพายุวชนเหล่านี้ กลับไปมองหาราก รากเหง้า ของบรรพชนเรา วิธีการ อาจจะให้ อาโกแต่ละคน เป็นพี่เลี้ยง ในการนำพาน้อง ๆ ไปหาบ้านเกิดบรรพชน
ส่วนเรื่อง ซ่างไห่เอ็กซ์โปนั้น มันยาวไกลเหลือเกิน เอาเป็นว่า เล่าหยิ่นกา หรืออาวุโสทั้งหลาย มีชีวิตบั้นปลายที่สงบสุขสบาย ยิวอั้นโตเฉียน อยากจะไปเที่ยวซ่างไห่เอ็กซ์โป ก็สุดแต่อัธยาศัยของแต่ละท่าน
ไหงว่า เรามาจัดทำโครงการ พาน้อง ๆ กลับไปเยี่ยมบ้าน ที่เหมยโจว และแต่ละอำเภอ ตามรากเหง้าของแต่ละคน ดีกว่าครับ
10-12 วันเลยเหรอคะ
แนวความคิดถือว่าดีมากค่ะ จนทำให้อยากไปด้วยอีกคน แต่ว่าตั้งเกือบ 2 อาทิตย์จะลางานยังไงคะเนี่ย โปรแกรมนี้น้องๆนักเรียน หรือว่าวัยทำงาน(ขั้นเริ่มต้น) จะมีสิทธิ์ร่วมได้บ้างรึเปล่านะเนี่ย แต่ขอสนับสนุนให้มีการจัดทริพด้วยค่ะ เพื่อนๆสมาชิกเราจะได้ไปถิ่นฐานบ้านเกิดอะไรทำนองนี้ ที่ไหนบ้างก็ว่ากันไป แต่คนที่ไม่แน่ใจในหมู่บ้านที่มาคงไม่มีที่ไปรึเปล่า แซวเล่นค่ะ ^^)
tonkla
t
ง
เซี่ยงไฮ้
ไหงเคยแบ็กแพ็คไปเซี่ยงไฮ้มาแล้ว สนุกมาก ตอนไหงไปไหงก็ไปซื้อทัวร์ที่อยู่ในสนามกีฬาเซี่ยงไฮ้ ( ซ่างไห่สะเตเดี้ยม ) มีทัวร์เยอะมา ไม่ว่าจะไปเที่ยวเขาหวงซาน...ผู่ถัวซาน...หางโจว....ซูโจว ...ไหงเคยซื้อทัวร์จีนไปเที่ยว ซูโจว....หางโจว....เต่าโหยว (มัคคุเทศ ) พูดจีนตลอดรายการเราจะได้ฝึกภาษาจีนอย่างเต็มที่
ไหงจึงขอแนะนำให้ไปเองดีกว่า....มันกว่า....ได้ประโยชน์มากกว่า.....ได้ฝึกฝนภาษามากกว่า ที่เซี่ยงไฮ้ตี้เถี่ย ( รถไฟใต้ดิน ) สะดวกมากมายกว่าเมืองไทยเยอะ อาการประจำคือเสี่ยวหลงเปา...กันหิวตาย
ช่วงเอ็กโปร ไหงกะเอาว่าไหงจะไปเซี่ยงไฮ้เอง พอไปดูเอ็กโปรเสร็จ แล้วซื้อทัวร์ไปเที่ยว ...เขาหวงซานมณฑลอันฮุย...ด้วย
ไปเองได้ฝึกภาษา....ได้สัมผัสผู้คนแบบปรกติที่เขาเป็นจริงจริง......ได้สนทนากับผู้คนจริงจริง......ได้รับรู้ความเป็นไปในทางสังคมจริงจริง
ไปทัวร์เหมือนเด็นอนุบาล...มีคนถือธงเดิมนำ.....เดินตามกันเป็นแถว....ห้ามแตกแถว.....เด๊ยวถูกครูตีเอา....อยากตามใจตัวเอง...ไม่มีทาง
ดังนั้น....ไปเอง....ไปเอง...ไปเอง....โตแล้ว...เป็นผู้ใหญ่แล้ว...ฝึกการเอาตัวรอดให้ได้
webmaster
พอดีเมื่อเช้านี้ไหงพบเพื่อนฮากกาที่หาดใหญ่ เขาชวนว่าจะไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ไหม๊?
ไหงก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าเห็นแวปๆที่ไหน มาเปิดก็เลยเจอบล๊อกของจ๊องหยิ่งฮยุ๋งโก๊
ก็อยากจะชักชวนเพื่อนในเวปนี้ไปเที่ยวด้วย ถ้าเวปสเตอร์สามารถจัดทัวร์ได้ก็ดีจะได้
มีโอกาสร่วมเดินทางไปด้วยกันถือเป็นกิจกรรมของเวปด้วย แต่ถ้าไปไม่ได้ ไหงก็คง
ไปกับที่หาดใหญ่นี่ ลองๆซาวเสียงดู
ออกความเห็นด้วยอีกคน
อันที่จริงช่วงเวลานี้ ฝน ฟ้าก็เริ่มตกแล้วนะ เผลอ ๆ เจอหิมะตกด้วย (แต่คนไทยชอบที่จะเจอ) ซึ่งอาจต้องคำนวณให้ดี เพราะเกี่ยวเนื่องกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
ส่วนกิจกรรม ขอแสดงความเห็นด้วยกับหลายคนที่ต้องการไปเยี่ยมญาติ ควรเริ่มต้นที่ เหมยโจว เสร็จจากเยี่ยมญาติแต่ละอำเภอแล้ว ก็รวมพลไปเที่ยวที่ บ้านดิน หย่งติ้ง ซึ่งไม่ไกล เดินทางสะดวก (ไหงให้รถตู้จากถู่โหลมารับจากเหมยโจว ไปเที่ยวบ้านดินตามที่เราต้องการจะไป ถู่โหลแรกที่ไหงไป คือ ชุกชี Chuxi Tulou และ Hongkeng Tulou ราคาค่ารถตู้ประมาณวันละ 450 หยวน- สำหรับ 3 คน สามารถพักโรงแรมในบ้านดินได้เลย ราคา ไม่แพง (ไม่เกิน 100 หยวน ต่อห้อง พร้อมข้าวต้มอาหารเช้า) นอกจากนี้ยังสามารถซื้อแพจเกจการเที่ยวถู่โหลแต่ละแห่งได้เลย พร้อมรถตู้บริการ ราคามิตรภาพ บริการประทับใจ เมื่อเที่ยวถู่โหลวพอใจแล้ววันต่อไปก็ไปพักที่เมืองหย่งติ้ง ขากลับจากรถไฟเมืองหย่งติ้งมาถึงเซิ้นเจิ้นได้สะดวกมาก (96 หยวน เท่านั้นเอง) เส้นทางนี้ไหงไปมาแล้ว ประหยัดมาก เพียงแต่ว่า อาจจะไม่ค่อยสะดวกสำหรับผู้อาวุโสเล็กน้อย แต่ก็จะช่วยให้ไม่ต้องเดินเท้าไกลมากนัก
อ้อ.. ส่วนเรื่องห้องน้ำ ยังพบว่า แล้วแต่โชคว่าใครจะเจอดีแล้วกัน สุดจะบรรยายได้ ชายหรือหญิงไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ หย่งติ้ง ฟูเจี้ยน หรือ ปักกิ่ง สภาพห้องน้ำมีทั้งแบบ Chinese และ แบบ Western แต่ที่ไหงเจอ หรูสุด ๆ ดีสุด ทันสมัยสุด ๆ เห็นจะเป็นที่ Tianluokeng Tulou Cluster
บางคนคิดว่าไหน ๆ ก็ไปแล้ว ก็อยากไปเที่ยวที่งานเอ็กโปรด้วย หรือเมืองใหญ่ ไหงเองก็คิดแบบนั้นมาแล้วและไปมาแล้ว เพียงแต่ไปที่ปักกิ่งแทน การเดินทางจาก กวางตุ้ง ไหงเดินทางไปด้วยเครื่องบินภายในจีน สะดวกกว่าเยอะ ราคาก็ไม่แพงนัก พอ ๆ กับบ้านเรา แต่ประหยัดเวลากว่าเยอะ แต่ถ้ามีเวลาค่อนข้างมากเดินทางด้วยรถไฟก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สุดคุ้มค่ะ ปล. อันที่จริงมีรูปแสดง แต่ทำยังไง ๆ ก็ไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำไงได้ แม้ว่าจะพยายามทำตามที่ Webmaster เคยให้คำแนะนำ มีวิธีการอื่นอีกไหม
สำหรับผู้ที่ส่งรูปไม่ได้
ตอนนี้พบปัญหาที่บางท่านได้พยามส่งรูป ตามที่แนะนำแล้ว ยังทำไม่ได้ ว่า เป็น
ข้อผิดพลาดของระบบจริงๆ
ก็ต้องกราบขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย
ขณะนี้ได้แก้ไขให้กับ ทุก user ที่เคยพยามส่งรูปมาแล้วแต่ไม่สำเร็จแล้ว
กำลังหาทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ กับผู้ที่จะส่งรูปรายใหม่อยู่ครับ
สำหรับผู้ที่ส่งรูปไม่ได้ ให้ลองพยามส่งดูอีกครั้ง น่าจะส่งได้ทุก User แล้ว ถ้ายังมีท่านใด ลองใหม่แล้วยังไม่ผ่าน ติดในขั้นตอนไหนแจ้งมาำทาง Contact ได้นะครับ
ปัญหาเดิมจะเกิดขึ้นกับผู้ User ได้หมายเลข UserID 3 หลักไปพร้องเลขกับผู้เคยส่งรูปมาบ้างแล้ว มี UserID 2 หลัก ที่ รวมกับหมายเลขกลุ่ม 1 หลัก เป็น 3 หลัก ตรงกันพอดี ระบบเ้ริ่มทำงานผิดฟลาด แล้วบาง user ระบบ system recovery กลับคืนมาให้ได้โดย admin แต่เจ้าของไฟล์ เลยไม่ใช้สิทธิของ user เดิม (ตอนนี้ได้แก้ไขให้แล้ว)
ที่เดิมไม่พบปัญหาเพราะ จำนวนผู้เคยส่งรูป มีไม่ถึง 3 หลัก พอหลักเกินแล้ว Directory ที่แบ่งไว้ให้ทุก User เลยเริ่มชนกัน จนมีปัญหาเพิ่มขึ้น และยังไม่เคยเจอปัญหากับตนเองที่เป็นเลขหลักเดียว
ต้องขอขอบพระคุณ คุณจ๊องหยิ่นฮยุ๋ง ที่ช่วยบอกเบาะแสของปัญหา คือท่านช่วยแจ้งรายละเอียดว่า ที่ทำไม่ได้ ติดที่ขั้นตอนใด แล้วเครื่องแจ้ง Error มาว่าอย่างไร จึงแก้ไขได้ถูกจุด
น่าสนใจครับ
เป็นกิจกรรมที่ น่าสนใจครับ
แต่ก็ต้องศึกษาหาข้อมูล และซาวเสียงดูก่อน ว่าสมควรและเป็นไปได้แค่ไหน อย่างไร เช่น
ก็ขอเปิดใจว่า มีแนวคิดว่าอยากจะไปอีกเหมือนกัน จะได้ไปศึกษา ตามรอยอารยธรรม โดยมีการติดต่อวิทยากรไว้บ้าง และอยากเปิดโอกาสให้หมู่คณะใด้เยือนหมู่บ้านต้นตระกลูของลูกทัวร์ที่ (สมัครใจให้ตามหา) และอยู่ในเส้นทาง ของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เราได้เข้าใจความเป็นมาของบรรพชนและรู้จักกันมากขึ้น ที่สำคัญต้อง กินอิ่ม-นอนหลับ (กับอาหารในแหล่งต้นตำหรับฮากกา) เพื่อความสนุกเพลิดเพลิน
แต่ที่ไม่เคยปริปากเพราะกลัวทำไม่ไหว ยังใจไม่ถึงในเรื่องการกำหนดวันเวลา ที่จะมีแนวร่วมได้จำนวนคนที่ลงตัวเพียงพอ เมื่อคิดคำนวนค่าใช้จ่ายแล้วราคาที่พวกเราไม่ตึงจนเกินไป
ตัวแปรที่นำมาคิด คือ จำนวนคน และวันเวลา ดังนี้
- ถ้าจำนวนคน ลงตัวรถ ตู้ / มินิบัส / ทัวร์ จะได้ค่าเดินทางที่คุ้มค่า
- ถ้าเปิดโรงแรม มากกว่า 5 ห้อง จะจองได้ในราคากรุ๊ฟทัวร์ ที่ต่ำกว่าค่าห้องปรกติมากมาย
- ถ้าได้คน 15 คนขึ้นไป จะประหยัดค่า ผู้ติดตามประสานงานนำทาง และมีอำนาจต่อรองในเรื่องขอให้ทางนู้นเปิดให้ชมบางสิ่งอย่างเป็นทางการได้ง่ายขึ้น
- วันน้อยก็เที่ยวเหนื่อย(ชะโงกทัวร์) สิ้นเปลืองไปกับค่าเครื่อง ค่าเดินทางมาก เมื่อมากวัน ก็คุ้มค่าเดินทาง แต่หาโอกาสที่จะไปพร้อมกันได้ยาก
- ช่วง Hi-Season แย่งกันกินแย่งกันนอน ค่าใช้จ่ายสูง Lo-Season ไปกินอยู่ได้สบายๆ ไม่ต้องเข้าคิวชมสถานที่ต่างๆ แต่แหล่งท่องเที่ยวบางแห่งจะพร้อมสมบูรณ์เฉพาะบางเวลา ติดแต่เรื่องสมาชิกเราจะสะดวกเดือนไหน ถ้าได้พาคนในครอบครัวมาด้วยก็ดี เป็นการปลูกฝังสำนึกให้ลูกหลานเรามีความผูกพันธ์กันมากขึ้น
- เวลาในการเตรียมตัว ประกาศประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า ถ้ามีเวลานาน ก็หาลูกทีมได้มาก แต่นานเกินไปก็เซ็ง แล้วจะไม่ทันงานเอ็กซ์โป ที่มีแค่ 6 เดือน ที่ต้องเร่งเตรียมการกันแล้ว
ถ้าสมาชิกท่านใด มีความเห็นอย่างไร เสนอมาได้ กระผมยินดีรับใช้ และอำนวยความสะดวกตามกำลังความสามารถครับผมหมายเหตุ
ถ้ากิจกรรมนี้ เป็นที่น่าสนใจ มีผู้สนทนากันต่อ จะย้ายข้อความนี้ไปเปิดเป็น บล๊อกใหม่ ให้เป็นเรื่องเป็นราว อาจจะร่างแผนคราวๆให้มาช่วยกันปรับแต่ง เพื่อให้พวกเรามีส่วนร่วมในการจัดทัวร์กันอย่างสมานฉันท์ ถ้าเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาอันควร หรือไม่ค่อยมีใครพูดถึงก็พักรอไว้โอกาสอื่นก็ได้
ข
4
ความเห็นในการจ๊อนถ่องซานของชุมชนเรา
ไหงเห็นด้วยกับ แนวความคิดของ เว็บมาสเตอร์ ที่น่าจะได้เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของบรรพบุรุษกันเสียก่อน ที่เหมยโจว แล้วแต่ละท่าน ก็แยกไปอำเภอใคร อำเภอมันหรือหมู่บ้านของใครของเขา เมื่อเสร็จจากการพบบ้าน พบญาติ แล้ว ก็กลับมารวมกลุ่มกัน ที่เหมยโจว แล้วอาจจะตีตั๋วทางรถไฟ ไปซ่างไห่ เอ็กซ์โป อย่างนี้ น่าจะถูกต้อง กับแนวความคิด คือไปทั้งที ขอให้ได้ไปถึงบ้านก่อน ส่วนที่อื่น ค่อยว่ากันทีหลัง ยิงปืนนัดเดียว ได้เที่ยว 2 ที่
ส่วนจำนวนคน นั้น ไหงว่า สมัครเข้ามาได้ มากเท่าไหร่ ยิ่งดี หรืออย่างน้อย ไม่น่าจะ ต่ำกว่า 15 น้อยที่สุด แค่ 10 คน แต่ไหงว่า ถ้าจะจัดจริง ๆ 15 คน น่าจะถึง ความเห็นของไหง่ ไหง ว่า ไม่น่าจัดผ่านบริษัททัวร์ พวกเรา น่าจะจัดกันไปเอง โดยรวบรวมเงิน ให้หัวหน้าคณะ ซึ่งอาจจะเป็นท่านใดท่านหนึ่ง หรือ อาฉีโก เว็ปมาสเตอร์ ในการซื้อตั๋ว เดินทาง ต่าง ๆ ค่าโรงแรม อาหารการกิน ก็ใช้วิธี ฮากกาแชร์ หลาย ๆ ท่าน ชำนาญ ภาษาผู่ทงฮว่า อยู่แล้ว และอีกหลาย ๆ ท่าน ก็ชำนาญ หักก๋าฟ้า เพราะฉะนั้น ภาษา จึงไม่ใช่สิ่งสำคัญ ผู้รู้เรื่องจีน มีอยู่ในชุมชนของเราตั้งมากมาย มิสู้เราจัด ไปรเวททัวร์ เอง มิดีกว่าหรือ จะใช้บริการทัวร์ ให้เสียเงินเพิ่ม และต้องไปตามเส้นทางหรือโปรแกรมที่เขากำหนด ทำไม?
ไท้ก๋าหยิ่น โปรดชี้แนะ
หารากก่อน
ในฐานะฮากกาหงิ่น ผมเห็นด้วยที่จะรวบรวมคนฮากกาหงิ่นที่เข้ามาในเว๊บนี้ เพื่อตามหารากตัวเองที่เหมือนผมได้ทำมาแล้วและจะทำต่อไป ถ้าเรายังไม่รู้ว่าเราเป็นใคร...มาจากใหน.....กำลังทำอะไรอยู่...และจะทำอย่างไรต่อไป
ผมเชื่อว่าคนที่รู้ว่าเราเป็นใคร.....มาจากใหน....คงไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไรที่จะทำร้ายสังคม....ประเทศชาติได้.....เพราะรากจะเสีย
ส่วนคนที่ไม่เคยสนใจอะไรเกี่ยวกับที่มาที่ไปของตัวเอง หารากตนเองไม่เป็น....ไม่จริงใจ......ทำเพื่อแค่หาเสียง.....คนนั้นแหละที่จะทำร้ายสังคม....ประเทศชาติ.......อย่างไม่ใยดี......แค่เพื่อประโยชน์ของคนเอง
คนที่รู้ราก......เคารพราก......เชื่อมั่นในรากของตนแล้ว.....คงไม่ทำชั่วช้าเลวทราม.......เพราะกลัวรากจะเสียหาย
ดังนั้นผมยินดีที่จะพวกเราจะไปรู้ราก....เคารพราก....เชื่อมั่นในราก......รักในราก.....และบอกเล่าถึงรากของตนอย่างเต็มภาคภูมิ
ผมจึงอยากให้พวกเราไปหากรากแห่งฮากกา.....ให้ดีเสียก่อน....ที่จะไปเสาะแสวงหายอด.....เอ็กโปร.....เซี้ยงไฮ้.....รากไม่ดีแล้วยอดจะอยู่ได้เหรอ.....คิดดูให้ดีดี
สนใจมากครับ
ไหงเป็นสมาชิกใหม่ สนใจมาก จะพาอาเม้ไปด้วย ขอให้ได้เที่ยวกับกลุ่มหักก๊าด้วยกัน
จะไปแน่ๆ 1 ชุดครับ...
สวัสดีครับ..ผมเพิ่งจะเป็นสมาชิกใหม่หลังจากเข้ามาดูที่นี่หลายวันแล้ว...
เดิมทีผมก็ยังไม่รู้สึกอะไรมากกับเชื้อชาติที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด พ่อผมก็ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง เพียงแต่เคยบอกให้ได้ยินเมื่อตอนเด็กๆ ว่าปู่ผมมาจากเมืองจีน เป็นจีนแคะ แซ่ยับ ผมก็รับทราบเพียงเท่านั้นมานานแต่ก็ไม่เคยถามต่อ พ่อผมก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังอีกเลย(ปู่กับพ่อผมลำบากตั้งแต่เด็กๆทั้งคู่) พี่ๆและผมในครอบครัวผมก็ไม่เคยได้เล่าเรียนภาษาจีน ไม่เคยพูดภาษาจีน ไม่รู้ภาษาจีนเลยว่างั้นเถอะ...ปู่ผมก็แต่งงานกับลูกครึ่ง(ไทย-จีน) พ่อผมก็แต่งกับแม่ซึ่งเป็นคนไทย..ผมก็เลยมีความรู้สึกว่าเป็นไทยแท้ๆเลยทีเดียวทั้งครอบครัว...
จนอาทิตย์ก่อนไม่รู้อารมณ์ไหนพาไป ผมมาค้นดูเล่นๆ แล้วเกิดสนใจมากถึงภูมิหลังของตนเอง(จะได้เอาไปโม้ให้ลูกๆฟัง) และสนใจโปรแกรมนี้มาก เลยได้นำไปคุยกันในบ้านตอนมีงานรวมตัวกันประจำปี
ได้ความมาว่า..ครอบครับผมจะไป 1 ชุด ครับ(ตอนนี้คร่าวๆ ก็ประมาณ 6 คน) แต่ติดเรื่องเวลา ตั้งใจว่าจะไปช่วงปิดเทอมกลางนี้ อีกประมาณ 4 เดือน เพราะเป็นช่วงที่สะดวกสุด และด้วยงานที่ทำอยู่ไม่อาจไปนานนัก กะไว้ว่า 5-7 วัน(ไม่เน้นงานที่เซี่ยงไฮ้ กะไปเทียวดูความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษ หาญาติก็คงไม่เจอะเจอแน่ เพราะเวลาผ่านมาโดยไม่รู้อิโหน่อิแหน่ตั้ง 87 ปีแล้ว)
สรุปว่าผมจะคอยติดตามบอร์ดนี้อย่างสนใจ และจะยินดีมากหากได้มีโอกาสได้ร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ไปด้วยกัน... แต่หากว่าเวลาไม่ได้กัน ผมคงต้องหาซื้อทัวร์ที่เวลาเหมาะๆภายหลัง....
ขอขอบคุณมากครับ ที่ทำให้ผมได้คิดถึงบรรพบุรุษ และเริ่มมีโอกาสดีๆให้กับชีวิต...
คุณเปี๊ยกครับเราเป็นญาติกันครับ
คุณเปี้ยกครับ เช้านี้เปิดเว็บชุมชนของเรามา เห็นคุณเปี้ยก เป็นสมาชิกใหม่ ซึ่งจะไป เยี่ยมญาติที่เมืองจีน ตอนปิดเทอมตุลานี้.......
ขอแนะนำตัวหน่อยนะครับ ไหง(ผม) มีชื่อในภาษาจีน ฮากกา ว่า "ยับ สินฝ่า" เข้าใจว่า คุณ เปี้ยกคงไม่รู้หนังสือจีนใช่ไหมครับ ภาษาฮากกา(แคะ) ของเราพอรู้บ้างไหมครับ
ผมขอเล่าก่อนนะครับ คุณเปี้ยก แซ่ ยับ ผม ก็แซ่ยับ ดังนั้น คุณเปี้ยกเป็นคนบ้านเดียวกันกับผมแน่นอนครับ เพราะที่จังหวัดเหมยโจว มณฑลกว่างตง(กวางตุ้ง) มีอำเภอเหมยเสี้ยน ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวฮากกา หรือ จีนแคะ เรา นี้ หนาแน่นที่สุดในประเทศจีนครับ ส่วนอำเภอเหมยเสี้ยน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของจังหวัดเหมยโจว เป็นอำเภอที่ มี แซ่ ยับ มากที่สุดในอำเภอครับ ดังนั้น พอจะอนุมานได้ในระดับหนึ่งว่า คุณเปี้ยก อาจจะเป็นคนเหมยเสี้ยนเช่นเดียวกันกับผม ดีไม่ดี อาจจะเป็นญาติใกล้ชิดกันหรืออยู่ในตำบลหมู่บ้านเดียวกันก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะครับ แต่อย่างน้อยที่สุด คนจีน ที่มีแซ่เดียวกัน ก็ถือว่าเป็นญาติกันแล้วนะครับ โดยเฉพาะเป็นคนจีนเชื้อสายเดียวกันเสียด้วย สายเลือดเดียวกันอยู่แล้วครับ
ส่วนการไปเที่ยวบ้านเกิดของบรรพบุรุษเรานั้น ไหงขอเสนอว่า ไปแบบไม่ต้องใช้บริการทัวร์ จะดีกว่าครับ ถ้าหากว่า มีคนรู้ภาษาจีน ติดตามไปด้วย พอดี เดือนตุลาคมนี้ หลานสาวของผมที่โน่น จะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย เพื่อเยี่ยม อาผอไท้(ยายทวด) ของเธอน่ะครับ ผมจึงมีโปรแกรมว่า เวลาเธอกลับไป จะไปกับเธอด้วย ถ้าคุณเปี้ยกสนใจ ก็ลองพูดคุยกันดู แต่ว่า ถ้าอยากจะไปกับทัวร์ ก็มีบริการทัวร์นำไปยังบ้านเกิด ได้ด้วย ซึ่งก็เป็นทัวร์ของชาวฮากกาสมาชิกในชุมชนของเรานี่แหละ
คุณเปี้ยกเป็นชาวจังหวัดอะไรครับ ผมเป็นคนในเมืองเชียงใหม่ครับ อยู่กลางเมืองเก่าเลยครับ ถ้ามีโอกาสผ่านมาที่นี่ บอกด้วยนะครับ จะยินดีต้อนรับครับ
กรุณาตอบผมด้วยนะครับ ทั้งหน้าจอ หรือหลังจอก็ได้ โดยคลิกที่ คอนแทร๊ก ด้านบนของบล๊อคของผมนะครับ จะสามารถเขียนจดหมายเข้าอีเมลล์ของผมได้เลยครับ
ยินดีต้อนรับการเข้ามาสู่การเป็นสมาชิกชุมชนฮากกาอันอบอุ่นของพวกเรานะครับ
ยับ สินฝ่า
ยินดีต้อนรับ
ยินดีอย่างยิ่งครับ
อย่างน้อยท่านก็ได้ช่วยปักธง ให้ร่วมกันพิจารณากันว่า
ควรเป็นปิดเทอมกลาง ซึ่งน่าจะเป็นปลายฝนต้นหนาวพอดี และเสนอว่าใช้เวลา 5-7 วัน ไม่ใส่ใจเรื่องเซี่ยงไฮ แต่เน้นเรื่องตามรอยอารยธรรมฮากกา ก็ไม่รู้พวกเราคิดกันว่าอย่างไรขอบคุณครับ
สวัสดี ยินดี และขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับคุณยับสินฝ่า..ผมเองเป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ครับ เกิดที่นี่ เรียนที่นี่ และเริ่มทำงานที่นี่เหมือนพี่ๆของผมทุกคน แต่ตอนนี้ผมมาอาศัยอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ดครับ ยินดีมากครับที่ได้รู้จักคนแซ่เดียวกันเป็นครั้งแรกในชีวิต ..เรื่องอื่นๆเดี๋ยวขอคุยทางเมลล์นะครับ..เกรงว่าจะรบกวนท่านอื่นๆที่สนใจเนื้อหาในกระทู้นี้มากกว่า..
สวัสดีครับคุณอาฉี(ผมคงเรียกอย่างนั้นได้นะครับ)..ขอขอบคุณมากครับที่ให้เกียรติว่าเป็นการปักธงช่วงวัน และระยะเวลาที่จะไปกัน..ผมเองตั้งใจให้เป็นเพียงการแจ้งความประสงค์ว่าต้องการจะไปในบอร์ดนี้ แต่หากสถานที่และเวลาที่ผมต้องการอยากจะไปนั้นตรงกัน ผมจะยินดีมากครับ..เพราะผมรู้สีกว่าจะเป็นการไปเที่ยวชมความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษครั้งนี้จะทำให้มีความสุขมากกว่าการไปหาซื้อท้วร์ที่ใช้เวลาในสิ่งที่เราต้องการจะไปน้อยเกินไป เหมือนการไปผ่านๆไม่ได้ความรู้สึกที่ดีๆกลับมามากนัก
ไม่ทราบว่าจะรบกวนมากไปรึเปล่าครับ..หากจะรบกวนคุณอาฉีลองตั้งโปรแกรมเลย..(ผมเองไม่มีประสพการณ์และความรู้ด้านนี้ แถมยังไม่รู้ภาษาจีนเลยครับ) หากว่าตรงใจหลายคน คงจะได้คำตอบที่เร็วขึ้น หากว่ายังติดขัดอยากจะปรับเปลี่ยนส่วนใด ต้องการอย่างไร ท่านอื่นๆจะได้แจ้งความต้องการออกมา และคงจะได้คำตอบ และงบประมาณต่อคนง่ายขึ้น จำนวนผู้ที่จะไปก็คงจะชัดเจนขึ้น...หลักการง่ายๆตั้งแต่กระทู้นี้เริ่มคุยกันมา..กิน อยู่ เดินทาง ไม่ต้องหรู แต่ไม่ถึงกับลำบากมากนัก...อย่างที่หลายๆท่านต้องการ(ผมเข้าใจเอาเองจากการอ่านในกระทู้นี้)..หากไม่ลำบากมากนัก ให้เอนเอียงโปรแกรมมาทางผมหน่อยนะครับ..อิ..อิ...
ขอบคุณครับทุกท่าน..และหวังว่า เราคงจะได้ไปพร้อมกันทุกคนที่สนใจเช่นกัน..
ขอเสียงดูก่อน
ขอลองฟังหลายๆ เสียงดูก่อนนะ
จากความเห็นที่ผ่านมา พอสรุปได้ว่า
โปรแกรมคราวๆ ขอเสนอว่า น่าจะเริ่มตั้งแต่ ถู่โหลที่เป็นมรดกโลกอันมีชื่อเสียงเป็นมรดกโลกของชาวฮากกา ลงมาผ่านบ้านเมืองของชาวฮากกาในปัจจุบัน และเข้าชมสถานที่ ที่เป็นแหล่งข้อมูลของชาวฮากกา และต้องมีโอกาสให้ได้เห็นชาวบ้านชาวเมือง (ไม่ใช้เฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่เขาจัดฉากไว้แล้ว) ให้ได้เห็นของจริง รำลึกถึงคำบอกเล่าของอาปาอาแมที่เคยได้พังกันมา และควรได้พักค้าง ลงแช่ในแหล่งน้ำแร่จากธรรมชาติเกรด A ของจีน และลงมาจนถึงเมืองท่าที่บรรพบุรุษเรา ออกทะเลที่จะมาไทย ก่อนกลับอาจจะมีแถมไป ชิมจุ่น ชมเมืองใหญ่ เพื่อดูความเปลี่ยนแปลง ความศิวิไล แบบคนจีนรุ่นใหม่ที่เป็นอยู่เปลี่ยนไปอีกรูปแบบหนึ่ง และมีของติดไม้ติดมือก่อนกลับบ้าน
หมายเหตุ
สมุตติว่า ถ้าตั้งเป้าควบคุมค่าใช้จ่าย ในการเลือกระดับบริการที่ได้รับหรือแหล่งที่เข้าชม (ค่าเครื่อง ค่ารถ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าด่าน สำหรับ 5-7 วัน ) น่าจะอยู่ที่สองหมื่นกว่าต่อคนกำลังเหมาะ คิดว่าถ้าเดินทางไปกันเองส่วนตัว ที่ได้แวะเที่ยวเท่าๆกัน เมื่อรวมค่าใช้จ่ายเบี้ยใบ้รายทางแล้ว ก็คงไม่น้อยไปกว่านี้สักเท่าไหร่ ถ้าอยากให้ราคาประหยัดกว่านี้ก็พอทำได้ แต่เกรงว่าจะลดความสะดวกเกินไปจนหมดสนุก และอาจต้องตัดบางรายการที่มีค่าเข้าชมสูงออกไป แต่ถ้าเอาแบบหรูกว่านี้ก็เกินความจำเป็น ไม่รู้พวกเราคิดว่าไงกับบ้าง
(No subject)
ปิดเทอมเมื่อไหร่ครับ
อยากทราบว่า ผู้ที่สนใจ เสนอว่าเป็นปิดเทอมกลาง ประมาณตุลาคม
ก็อยากทราวว่า แซ่หงิน ท่านใดปิดเทอมเมื่อไหร่กันบ้างจะได้พยามหาวันที่ชี้ชัดมากขึ้น
ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
ไหงไม่กล้าฟันธง
พอดีว่า ในเดือนตุลาคม หลานสาวไหง ซึ่งเกิดที่เหมยเสี้ยน ตอนนี้ทำงานอยู่ที่จงซาน เธอจะกลับมาเยี่ยมญาติและอาผอไท้(ทวดของเธอและย่าของไหง)) และอาคิวกุงอาหยีกุง ของเธอ อาสุก อากู (รุ่นไหง) ของเธอ และพี่ ๆ น้อง ๆ (รุ่นของเธอ)
เธอยังไม่บอกมาว่า จะมาวันที่เท่าไหร่ กลับวันที่เท่าไหร่ ถ้ารู้ว่าวันไหนที่เธอกลับ ไหงอาจจะเสนอเป็นวันนั้น โดยไปพร้อมกับเธอเลย
เธอทำงานบริษัทเอกชน สะสมสิทธิวันลาพักผ่อนไว้แล้ว น่าจะไม่เกิน 2 สัปดาห์ หรือ สัก 20 วัน
ตอนนี้ไหงจึงขอสแตนบายไว้ก่อนไม่สามารถออกความเห็นได้
ความเห็นท่านอื่นๆ
เรื่องสถานที่....ตามที่ท่านคุณอาฉีเสนอมานั้น ผมโอเคเลยครับ ไม่ทราบท่านอื่นๆที่สนใจจะไปเหมือนกัน จะเสนออย่างไรครับ จะแวะไหนเพิ่มบ้าง? อยากไปพบญาติด้วยรึเปล่า?
เรื่องช่วงเวลา...ตามที่ท่านคุณอาฉีเสนอมานั้น ผมโอเคเลยครับ ประมาณตุลาคม 5-7 วัน ไม่ทราบว่าท่านอื่นๆคิดว่ามากไป น้อยไปรึเปล่า?
เรื่องค่าใช้จ่าย...ใจผมคิดว่าเหมาะสมดี(ใกล้เคียงทัวร์ทั่วๆไป แต่ได้ใช้เวลาในสถานที่ต่างๆได้ตามใจชอบได้มากกว่า )
ผมเองก็อยากทราบความเห็นของท่านอื่นๆ ที่คิดว่าอยากจะไปเหมือนกันครับ...
รบกวนทุกท่านหน่อยครับ...จะได้ถูกใจทุกคน...
1 ตุลาคม ดีมากครับ
1 ตุลาคม เป็นวันชาติจีน เป็นวันหยุดที่สำคัญของชาวจีนทั้งประเทศ มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ทั่วประเทศจีน ถ้าไปเที่ยวต้าลู่ ช่วงเวลานี้ ก็น่าจะได้บรรยากาศของการเฉลิมฉลองไปกับพี่น้องบนแผ่นดินใหญ่ของเราด้วย แต่ว่า 1 ตุลาคม อาจจะยังปิดเทอมไม่ทัน และ ข้อด้อยอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ เราจะไปพบกับบรรยากาศที่มีการเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวอย่างสามัญ หดหายไปบ้าง มีดีมีด้อย เท่ากันครับ
ส่วนตัวไหง ไหงคิดว่า หลานสาวไหง คงมาไทย ช่วง 1 ตุลาคมแน่ ๆ ครับ เพราะเป็นวันหยุดยาวและเธอคงจะเอาวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมมารวมกันเพื่อให้ได้อยู่บ้านเรานาน ๆ นั่นเอง อันนี้ไหงคิดเองนะครับ ยังไม่ได้คอนเฟิร์มกับเธอ