圣寿无疆 หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน hakkapeople.com

ท่ามกงเยี้ย ยุวเทพที่เป็นชาวฮากกา (จบ)

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง
จากเมืองจีนสู่เมืองไทย

นับจากอดีตเมื่อปีพุทธศักราช 2428 ในท้องถิ่นหุ้ยโจว มณฑลกวางตุ้ง มีชาวจีนผู้หนึ่งแซ่เจ็ง (จง) ไม่ปรากฏนามชัดเจน บ้านของท่านอยู่ไม่ไกลจากวัดเก้ามังกรนัก คตินิยมในสมัยนั้นชายหนุ่มในหมู่บ้านต่างลงเรืออพยพเพื่อหนีความยากจนแร้นแค้น ท่านจึงอยากไปบ้าง โดยที่ยังไม่มีเป้าหมายว่าจะไปที่แห่งใด เพียงขอให้พ้นจากความยากลำบากก็เพียงพอ การรอนแรมจากถิ่นฐานเดิมนั้นต้องล่องเรือออกกลางทะเล ไม่ทราบเป็นตายร้ายดี จะมีชีวิตรอดพ้นจากคลื่นลม หรือเรือล่มกลางทะเลหรือไม่

เนื่องจากท่านอยู่ใกล้วัดเก้ามังกร ท่านจึงอธิษฐานจิต หากแม้นว่ามีชีวิตรอดปลอดภัย เรือเข้าถึงฝั่งใดก็จะตั้งรกรากทำมาหากินที่นั้น โดยท่านได้ขอให้องค์ยุวเทพท่ามกงเยี้ยซึ่งเป็นที่นับถือของชาวบ้านท้องถิ่นนั้น ให้คุ้มครองป้องภัยตลอดการเดินทาง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ สิ่งที่ท่านนำพกติดตัวมาด้วยในเวลานั้น คือยันต์พระและเถ้าธูปขององค์ยุวเทพท่ามกงเยี้ย

ในที่สุดลำเรือของท่านมาขึ้นฝั่งที่เมืองไทยโดยรอดปลอดภัย ท่านก็หางานทำไปเรื่อยๆจนมาถึงเมืองตรัง บริเวณที่ท่านลงหลักปักฐานครั้งแรกคือ ตำแหน่งศาลเจ้าในปัจจุบันนั่นเอง

ท่านสร้างกระท่อมมุงจากเล็กๆ ปลูกผักขาย พร้อมจัดหาโต๊ะบูชาขึ้นมาพร้อมกระถางธูป เพื่อบูชาสักการะผืนยันต์และเถ้าธูปขององค์ยุวเทพท่ามกงเยี้ยที่ได้นำมา ท่านบูชาทุกวันมิได้ขาด เป็นตามปกติและไม่มีสิ่งพิเศษใดๆ ปรากฏ ต่อมามีชาวบ้านมาร่วมขอสักการะบูชาด้วย และจากจุดนี้จึงเป็นที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าผู้คนมาบูชาขอความช่วยเหลือใดๆ ล้วนประสบความสำเร็จ รักษาโรคภัยให้หายเจ็บ

ต่อมา ชาวบ้านใกล้ไกลเมื่อทราบข่าว ได้หลั่งไหลมาบูชามากขึ้น จนต้องขยับขยายกระท่อมให้ใหญ่กว่าเดิม แต่ก็ไม่เพียงพอ กระท่อมต้องขยับขยายถึงสามครั้ง แล้วจึงก่อสร้างเป็นตึกถาวรดังปัจจุบัน สร้างในปีพุทธศักราช 2496 ช่วงที่มีการขยับขยายนั้น องค์ยุวเทพท่ามกงเยี้ยจึงได้เริ่มเข้ามาประทับทรงครั้งแรก ท่านได้ชี้แนะการจัดวางโต๊ะหมู่บูชาด้วยตนเอง ให้ถูกต้องตามคติดั้งเดิมเหมือนวัดเก้ามังกร ซึ่งขณะนั้นการก่อสร้างอยู่ภายใต้การดำเนินการของนายสิน แซ่บู้ จนกระทั่งสำเร็จ

แต่ยังต้องขยับขยายสร้างห้องเสมียนและคลังเก็บของ เงินทองที่ใช้ก่อสร้างก็มีไม่เพียงพอ แต่องค์ยุวเทพท่ามกงเยี้ยท่านได้สั่งให้ดำเนินก่อสร้างต่อไป ท่านกล่าวว่าต่อไปเงินเพิ่มขึ้นเอง พร้อมขยายสร้างห้องรักษาผู้ป่วยและโรงทาน

พร้อมขุดสระน้ำขนาดใหญ่ 2 สระ สระหนึ่งสำหรับปล่อยปลา อีกสระหนึ่งสำหรับปล่อยเต่าและตะพาบน้ำ ปัจจุบัน สระเต่าและตะพาบน้ำได้ถูกยกเลิกไป เพราะมักมีคนมาแอบขโมยจับกิน และทำความสะอาดลำบาก จึงเป็นสระน้ำที่ไม่มีเต่าและตะพาบน้ำ

ระยะเวลาที่องค์ยุวเทพท่ามกงเยี้ยถูกอัญเชิญมาจากเมืองจีน จนถึงเมืองตรังจากช่วงแรกที่ไม่ปรากฏเหตุการณ์ใดๆ เป็นเวลา 68 ปี อีกประมาณ 50 ปีต่อมา ท่านได้แสดงบุญญาภินิหาร นับรวมระยะเวลาทั้งสิ้น 120 ปีที่ท่านสถิตย์เป็นมิ่งขวัญเป็นศูนย์รวมจิตใจของพีน้องชาวตรัง ทั้งจังหวัดใกล้ไกลทั่วไทยและต่างแดน

เทศกาลสำคัญขององค์ยุวเทพฯ

ปัจจุบัน ศาลเจ้าท่ามกงเยี้ยได้จดทะเบียนเป็น มูลนิธิธรรมคง โดยถูกต้องตามกฎหมาย วัตถุประสงค์เพื่อกิจการสาธารณะ เช่น ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและให้ทุนการศึกษาแก่บุตรธิดา เป็นต้น

ศาลเจ้าท่ามกงเยี้ยหรือชาวบ้านเรียกว่า โรงพระท่ามกงเยี้ย นับเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวตรังอย่างแท้จริง นับตั้งแต่แรกเกิดจากครรภ์มารดา เมื่ออายุครบเดือนบิดามารดาจะพามาไหว้เพื่อขอให้องค์ยุวเทพท่ามกงกงเยี้ยรับไว้เป็นบุตร โดยการบอกวันเดือนปีเกิดให้เจ้าหน้าที่ศาลเลือกชื่อให้โดยสมควร แล้วจึงเสี่ยงโพยถามพระ โดยมากบุตรของท่านทุกคนจะมีชื่อกลางเดียวกันว่า ท่าม

ไม่ว่าชาวบ้านจะมีทุกข์โศกโรคภัย วาระดิถี งานเทศกาลหรือประสบความสำเร็จใดๆ ก็จะมีลูกหลานมากราบไหว้สักการะบูชาสม่ำเสมอ กล่าวว่าเซียมซีของท่านแม่นยำ ผู้คนมักนิยมบนท่านด้วยหมูย่างทั้งตัวหรือย่อมลงมาตามกำลังศรัทธาและทุนทรัพย์ หรือความเกี่ยวข้องและสำเร็จในกิจการนั้นๆ โดยเฉพาะวันหยุดหรือช่วงเทศกาลสำคัญ ลูกหลานพร้อมใจกันมาสักการะบูชาท่านอย่างเนืองแน่น ถึงแม้ว่าองค์ยุวเทพท่ามกงเยี้ยท่านไม่ลงประทับทรงเลย หลังจากนายเหล่าซาม ชาวย่านตาขาว ร่างทรงได้ถึงแก่กรรมเมื่อปีพุทธศักราช 2516 นับจนปัจจุบันเป็นนานกว่า 30 ปี

ทางศาลเจ้าจังหวัดตรังกำหนดงานฉลองประจำปีขององค์ยุวเทพท่ามกงเยี้ยดังนี้

1.) วัน 8 ค่ำ เดือน 4 (จันทรคติจีน) ซึ่งถือเป็นวันคล้ายวันประสูติท่าน ในวันนี้จะเป็นวันที่ท่านถือศีลกินผัก ผู้คนเป็นจำนวนมากจากทั่วประเทศจะหลั่งไหลมาสักการะบูชาท่าน เชื่อว่าหากได้มาสักการะและร่วมรับประทานบะหมี่เจของท่านในวันนี้ จะเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง จนมักประสบปัญหาบะหมี่เจไม่เพียงพอเป็นประจำ เนื่องจากผู้มีจิตศรัทธาซึ่งเพิ่มทวีคูณขึ้นนั่นเอง ผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองตรังจึงมักนิยมตื่นแต่เช้าเพื่อไปสักการะท่านในยามเช้าตรู่

2.) วัน 26 ค่ำ เดือน 6 จีน ทางศาลเจ้าถือเป็นวันคล้ายวันละสังขาร สำเร็จธรรมเต๋า

3.) วัน 29 ค่ำ เดือน 11 จีน เป็นวันสักการะตอบแทนคุณหรือแก้บน ซึ่งกำหนดไว้ 3 วัน ในเดือนเล็ก คือ 29 ค่ำ เดือน 11 และวัน 1- 2 ค่ำ เดือน 12 จีน ในเดือนใหญ่ คือ 30 ค่ำ เดือน 11 และวัน 1- 3 ค่ำ เดือน 12 จีน

อย่างไรก็ตาม วันกำหนดดังกล่าวมีความไม่ตรงกันกับวัดเก้ามังกรในประเทศจีน ซึ่งกำหนดดังนี้

•    วัน 5 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันคล้ายวันละสังขาร สำเร็จธรรมเต๋า
•    วัน 8 ค่ำ เดือน 4 เป็นวันเกษตรพืชมงคล
•    วัน 26 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันคล้ายวันประสูติท่าน

โดยกล่าวว่าฤกษ์ที่ถือกันมาในเมืองจีนอาจไม่ได้สะท้อนความจริง ดังปรากฏว่า ทั้งเกาะฮ่องกงและมาเก๊าที่จัดงานสมโภชน์วันคล้ายวันประสูติขององค์ยุวเทพท่ามกงเยี้ยเป็นงานสำคัญระดับประเทศ ที่เชิญชวนผู้คนจากทั่วโลกไปร่วมงานนั้น ต่างกำหนดเป็นวัน 8 ค่ำ เดือน 4 จีน เช่นเดียวกับชาวตรังทั้งสิ้น สาเหตุอาจเนื่องจากที่เมืองจีนกำหนดโดยถือเอาความสะดวกและปลอดช่วงฤดูเก็บเกี่ยวเป็นสำคัญ ตลอดจนในเมืองจีนนั้นได้ผ่านการทำลายล้างวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างรุนแรงและกำหนดการประเพณีของชาวตรังมีมานาน จนยากเกินกว่าเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ต้องกันกับเมืองจีนในภาวะกาลปัจจุบัน

ขอขอบคุณ

ประวัติศาลเจ้าดังกล่าวได้บันทึกไว้เนื่องจาก เมื่อปีพุทธศักราช 2537 คุณสมเกียรติ แซ่ตั้ง (เฉินเถียะหลิน) คุณสิน แซ่บู้ (ฟู่ถานซิ่น) และคุณสายน้ำ เรืองชัยปราการ (เหลียงเจิ้นหนาน) ได้เข้าพบคุณลุงท่ามหว่า แซ่เจ็ง (จงถานหวา) อายุกว่า 90 ปี ที่บ้านพักของท่านแถวกะพังสุรินทร์ ครั้งนั้น ท่านได้เล่าประวัติกำเนิดศาลเจ้าองค์ยุวเทพท่ามกงเยี้ยให้ลูกหลานได้รับทราบ จึงขอกราบขอขอบคุณท่านทั้งหลายมา ณ ที่นี้ ให้มั่นใจว่าลูกหลานจะช่วยกันถ่ายทอดประวัติและเผยแพร่เกียรติคุณแห่งองค์ท่ามกงเยี้ย ให้ขจรขจายกว้างไกลอันประมาณมิได้ สืบไปชั่วกาลนาน

เรียบเรียงโดย บุนเต้หลาง (ตรัง)
27 มกราคม 2550

ที่มา: http://www.tewaracha.com/history-tamKongy.shtml

ตั้งค่าการแสดงผลความคิดเห็น

Select your preferred way to display the comments and click "Save settings" to activate your changes.
รูปภาพของ Mr.Xiong

ท่ามกุงหย่า

ไม่ทราบว่า  จะเข้าใจตรงกันมั้ย  ภาษาฮากกาเรา จะเรียกว่า ท่ามกุงหย่า

ส่วนท่ามกงเยี้ีย และ ท่ามกงเอี้ย น่าจะเป็น ภาษาฮกเกี้ยน และแต้จิ๋ว รบกวนคุณจ๊องหยิ่นฮยุ่ง ช่วยไขความสงสัยด้วยครับ

รูปภาพของ จ๊องหยิ่นฮยุ๋ง

ตอบ คุณ Mr.Xiong

譚公爺 / 谭公爷 (ตัวเต็ม/ตัวย่อ) ภาษาฮากกา เรียกว่า ท่ามกุงหย่า หรือ ท่ามกุ๊งหยา (คำหลังเป็น ปั้นซั้นขัก) ส่วนแต้จิ๋ว เรียกว่า ท่ามกงเยี้ย หรือ ท่ามกงเอี๊ย

คำว่า หย่า / หยา แปลว่า พ่อ, ปู่ ครับ.

ขออนุญาตบอกเล่า

ขออนุญาติบอกเล่า ตั้งแต่จำความได้บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากโรงพระท่ามกงเยี้ยมากนัก โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหนที่เป็นชาวแคะโดยเฉพาะแถวบ้าน (ถนนรักษ์จันทร์และกะพังสุรินทร์) จะเรียกท่านว่าท่ามกุงหย่า แต่ด้านหน้าโต้ะพระเขียนเป็นท่ามก๋งเยีย ก็ยังงงๆนะครับ ตามรูป

ปกติเมื่อ

ปกติเมื่อลูกหลานชาวตรังได้กำเนิดครบ 1 เดือนพ่อแม่จะนำลูกหลานไปกราบไหว้ขอพรและตั้งชื่อตามวันเดือนปีเกิด โดยนำชื่อขององค์เทพเจ้าเป็นชื่อกลาง คือ "ท่าม" เช่นชื่อลูกชายผมแซ่หม่า ชื่ออู๋ จะใช้ชื่อเต็มว่า หม่าท่ามอู๋ และวันที่ไปกราบไหว้ขอพรและตั้งชื่อนั้นจะนิยมนำหมูย่างเมืองตรังไปไหว้องค์ท่ามกงเยี้ยด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วชาวแคะในจังหวัดจะให้ความเคารพนับถือมาก คุณลุงท่ามหว่า แซ่เจ็ง (จงถานหวา) ก้เป็นปั้นซานฮักด้วย เนื่องจากผมรู้จักตอนสมัยผมเด็กๆเพราะเป็นญาติกับทางอาแมผมครับ

องค์ท่ามกงเยี้ย

องค์ท่ามกงเยี้ย

 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal