ด้วยความปราถนาดีจาก www.hakkapeople.com
ผมว่า สำเนียงฮากกา มีความใส และ คล้ายจีนกลาง อยู่ ถึงแม้บางคำจะออกเสียงคล้ายภาษาถิ่นอื่น
ขอบคุณมากครับ สำหรับการชี้แนะจาก เจ้าของภาษาที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน
เพราะผมเช่อว่า ภาษาฮากกาที่ไทยก็น่าจะมีความพิเศษกว่าที่จีนเพราะ ฮากกา ที่ไทยอาจได้กลมกลืนไปกับภาษาและวัฒนธรรมธรรม
ภาษาทุกภาษาจะถูกกลมกลืนไปตามท้องถิ่นและกาลเวลา
ไหงมาอยู่หาดใหญ่ 40 ปี ได้พยายามพูดทั้งไทยกลางและไทยใต้
แต่สำเนียงก็ยังคงเป็นกลางเหน่อๆที่พูดมาตั้งแต่เด็ก
แบบคนนครปฐม บ้านโป่ง กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี
ส่วนไทยใต้ก็ออกเป็นทองแดงปนกลางปนใต้แปร่งๆอยู่ดี
ภาษาจีนของไหง โดยที่อาป๊าเป็นคนปั้นซั้นขักก็ได้ยินตั้งแต่เกิด
ดีที่อาป๊ามีทั้งเพื่อนเป็นฉิ้ม เป็นแต้จิ๋ว อาป๊าก็เลยคล่องทั้งหมด
ไหงรับได้บ้าง ฟังออกได้เกือบหมด แต่พูดออกเสียงไม่ค่อยได้
และแต่ละภาษาที่พูดออกไป ก็เพี้ยนไปเพี้ยนมาปะปนกันหมด
ดีที่สามารถสื่อสารกันได้เข้าใจแม้นบางครั้งต้องใช้ภาษามือช่วย
ดังที่ไหงเคยได้ยินอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า ภาษาเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
ไม่มีภาษาใดภาษาหนึ่งที่ถูกต้องทั้งหมด 100 %
เพียงแต่ให้จดและจำสิ่งที่เป็นของเดิมไว้ให้นานที่สุด แม้เพี้ยนไปบ้างก็ตาม
คิดว่า ภาษาฮากกาในไทย กับในจีน ยังไม่น่าจะต่างอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ
ภาษาฮากกาในไทย เป็นสำเนียงที่มาจากคนจีนโพ้นทะเล (ขอนับเป็นรุ่น 1ST original) ซึ่งบางคนก็ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนรุ่นที่ 2nd ที่จะคุ้นเคยกับสำเนียงบรรพบุรุษรุ่น Org. ก็ยังมีอยู่มากๆ และรุ่นที่ 3rd ขึ้นไปแม้จะไม่ได้ยินกับหูโดยตรง แต่ก็มีไม่น้อยที่ได้ศึกษาจากแหล่งที่มีต้นกำเนิดจากจีนทั้งนั้น
จึงไม่น่าจะเพี้ยนตามถิ่นที่อยู่ในไทย แต่อาจมีเพี้ยนแบบที่ตัวเองก็รู้ว่าเพียนเพราะออกเสียงไม่ชัด เนื่องจากเป็นเสียงที่ไม่มีพยัญชนะหรือตัวสะกดในอักษรไทย ที่ไม่เคยฝึกการออกเสียงมาก่อน จึงออกเสียงไม่ถูก(แต่รู้ตัวว่าผิด จึงยังไม่น่าจะถือว่าเพี้ยนโดยสมบูรณ์) แต่ถ้าให้คาดเดาว่า ถ้าจะเพี้ยนไปทางสำเนียงจีนกลาง ก็อาจจะเป็นไปได้มากกกว่าเพี้ยนเพราะท้องถิ่นไทย
แต่ทีสำเนียงที่ได้ยินในไทยแตกต่างกันบ้างเพราะ ชาวฮากกาที่มาอยู่ในไทย ไม่ได้มาจากหมู่บ้านเดียวกัน ต่างคนต่างพกสำเนียง ท้องถิ่นในจีนที่กว้างใหญ่มาด้วย จึงมีหลายสำเนียงดังที่เคยได้ยิน
สมาคมต่างๆ
ภาษาสำเนียง
ภาษาทุกภาษาจะถูกกลมกลืนไปตามท้องถิ่นและกาลเวลา
ไหงมาอยู่หาดใหญ่ 40 ปี ได้พยายามพูดทั้งไทยกลางและไทยใต้
แต่สำเนียงก็ยังคงเป็นกลางเหน่อๆที่พูดมาตั้งแต่เด็ก
แบบคนนครปฐม บ้านโป่ง กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี
ส่วนไทยใต้ก็ออกเป็นทองแดงปนกลางปนใต้แปร่งๆอยู่ดี
ภาษาจีนของไหง โดยที่อาป๊าเป็นคนปั้นซั้นขักก็ได้ยินตั้งแต่เกิด
ดีที่อาป๊ามีทั้งเพื่อนเป็นฉิ้ม เป็นแต้จิ๋ว อาป๊าก็เลยคล่องทั้งหมด
ไหงรับได้บ้าง ฟังออกได้เกือบหมด แต่พูดออกเสียงไม่ค่อยได้
และแต่ละภาษาที่พูดออกไป ก็เพี้ยนไปเพี้ยนมาปะปนกันหมด
ดีที่สามารถสื่อสารกันได้เข้าใจแม้นบางครั้งต้องใช้ภาษามือช่วย
ดังที่ไหงเคยได้ยินอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า ภาษาเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
ไม่มีภาษาใดภาษาหนึ่งที่ถูกต้องทั้งหมด 100 %
เพียงแต่ให้จดและจำสิ่งที่เป็นของเดิมไว้ให้นานที่สุด แม้เพี้ยนไปบ้างก็ตาม
คิดว่ายังไม่ต่าง
คิดว่า ภาษาฮากกาในไทย กับในจีน ยังไม่น่าจะต่างอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ
ภาษาฮากกาในไทย เป็นสำเนียงที่มาจากคนจีนโพ้นทะเล (ขอนับเป็นรุ่น 1ST original) ซึ่งบางคนก็ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนรุ่นที่ 2nd ที่จะคุ้นเคยกับสำเนียงบรรพบุรุษรุ่น Org. ก็ยังมีอยู่มากๆ และรุ่นที่ 3rd ขึ้นไปแม้จะไม่ได้ยินกับหูโดยตรง แต่ก็มีไม่น้อยที่ได้ศึกษาจากแหล่งที่มีต้นกำเนิดจากจีนทั้งนั้น
จึงไม่น่าจะเพี้ยนตามถิ่นที่อยู่ในไทย แต่อาจมีเพี้ยนแบบที่ตัวเองก็รู้ว่าเพียนเพราะออกเสียงไม่ชัด เนื่องจากเป็นเสียงที่ไม่มีพยัญชนะหรือตัวสะกดในอักษรไทย ที่ไม่เคยฝึกการออกเสียงมาก่อน จึงออกเสียงไม่ถูก(แต่รู้ตัวว่าผิด จึงยังไม่น่าจะถือว่าเพี้ยนโดยสมบูรณ์) แต่ถ้าให้คาดเดาว่า ถ้าจะเพี้ยนไปทางสำเนียงจีนกลาง ก็อาจจะเป็นไปได้มากกกว่าเพี้ยนเพราะท้องถิ่นไทย
แต่ทีสำเนียงที่ได้ยินในไทยแตกต่างกันบ้างเพราะ ชาวฮากกาที่มาอยู่ในไทย ไม่ได้มาจากหมู่บ้านเดียวกัน ต่างคนต่างพกสำเนียง ท้องถิ่นในจีนที่กว้างใหญ่มาด้วย จึงมีหลายสำเนียงดังที่เคยได้ยิน
สระสามฐานเสียง
หมายเหตุ ข้อเขียนนี้ เป็นความเห็น และข้อสังเกตุส่วนตัว ที่พบและรู้มาเช่นไร ก็เขียนไปตามที่รู้ที่เห็นครับ