圣寿无疆 หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน hakkapeople.com

อ่าน ภาษาจีนแบบฮากกา ให้ด้วยครับ สมัย ผมเป็น นักเรียน มัธยม ครับ

รูปภาพของ หลัวจินไฉ

 

ขอบคุณมากนะครับ

 

 


ตั้งค่าการแสดงผลความคิดเห็น

Select your preferred way to display the comments and click "Save settings" to activate your changes.
รูปภาพของ วี่ฟัด

การโพสแบบถามคำตอบคำ

                           ทำไม ( เว่ยเสินเมอ ) เดี๋ยวนี้ทำไมการเขียนข้อความจึงเขียนกันสั้นๆ ชนิดถามคำ - ตอบคำ ไปเรื่อยๆ เหมือนกันคุยโต้ตอบกันทาง MSN หรือทาง facebook มากว่า ไหงจึงใคร่อยากเสนอให้มีการทำหน้าต่างใหม่ให้เป็นการคุยโต้ตอบกันในระหว่างผู้ที่กำลังออนไลน์อยู่ จะได้ไม่มีการโพสแบบถามคำ - ตอบคำแบบนี้

                            ไหงจึงใคร่อยากเสนอให้ผู้ถามรวบรวมคำถามของตนหลายๆคำถาม แล้วค่อบเขียนถามภายใน ช่วงการเขียนเดียวกัน ไม่อย่างนั้น จะเสียเวลาของคนติดตามมาก ในการถามคำ - ตอบคำ และยังเสียเนื้อที่ของหน้าเว็ปไปมาก บางทีอยากรู้อะไรใหม่แทนที่จะไปตั้งคำถามในหน้าที่มีอยู่แล้ว แต่กลับไปตั้งเป็นประเด็นใหม่อีกหน้าหนึ่ง แบบถามคำ ตอบคำอีกนั่นแหละ

                            ไหงจึงใครอยากให้ สมาชิกเขียนอะไรยาวๆบ้างเพื่อเป็นการฝึกการเขียน เพื่อเป็นการฝึกฝนทักษะทางภาษาให้ครบสูตรที่เขาเรียกกันว่า สุ ( ฟัง ) จิ ( คิด ) ปุ ( ถาม ) ลิ ( เขียน ) ไม่ใช่แบบถามคำ -ตอบคำไปเรื่อยๆแบบนี้ ซึ่งมันเหมือนการสนทนากันมากกว่า

 

รูปภาพของ webmaster

สนทนาถามตอบ

ท่านวีฟัดว่าก็มีเหตุผล การเขียนบล๊อกเป็นเรื่องราว จะนอกจากจะช่วยฝึกให้เป็นนักเขียนที่ดีได้แล้ว ยังช่วยฝึกทักษะหลายอย่างพร้อมๆกันไปด้วย เช่น การค้นหาข้อมูลมาเสริมบทความ เทคนิกการเรียงประโยค และการจัดลำดับขั้นตอนทางความคิดที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

แต่บางครั้งที่มีความจำเป็นต้อง สนทนากันด้วยคำสั้นๆ หรือทักทายถามตอบกัน ที่จะช่วยให้พวกเราสนิทสนมกันมากขึ้น ก็ยังมีอีกช่องทางคือ คลิกไปที่ กระดานสนทนา แล้ว ตั้งกระทู้คุยกันได้ ก็จะช่วยให้ เรื่องพูดคุย ไม่ปะบนอยู่กับ บล๊อกที่เป็นสาระเรื่องราว ที่ควรจะมีความคิดเห็นที่ตรงกับสาระหลักของบล๊อกนั้นๆ

รูปภาพของ ยับสินฝ่า

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับเว็ปมาสเตอร์พิจารณาเลยครับ

                      คิดแบบวี่ฟัดโกมาหลายวันแล้ว แต่ปัญญาน้อยนึกภาพไม่ออก แต่ตอนนี้เก็ดเลยครับ จึงขอเห็นด้วยกับความเห็นข้างต้นนะครับ และขอความร่วมมือพวกเราด้วยกันเองซึ่งตอนนี้ก็สนิทสนมชิดเชื้อกันมาก ช่วยกันทำอย่างความเห็นที่สมาชิกท่านนี้ให้ความเห็นมาว่า ถ้าเราจะเขียนอะไร ช่วยกันประมวลข้อมูลให้เต็มที่ก่อนแล้วรวบรวมเขียน-ถามมา ในคราวเดียวกัน (แต่บางครั้งก็อาจจะคิดได้เป็นเรื่อง ๆ ไป ดังนั้น การที่เพิ่มเวอร์ชั่น ในการ เปิดหน้าต่างสนทนากันแบบผู้ที่กำลังออนไลน์กันอยู่ 3-4 คน ประมาณนี้ ไม่ทราบว่า ทำได้หรือปล่าวครับ)
รูปภาพของ webmaster

เห็นด้วยครับ

ก็เห็นด้วยครับ

สำหรับการพูดคุยทั่วไป ทำได้ หลายแบบ เช่น

  • ส่งข้อความถึงกันเฉพาะบุคคล (Contact)
  • กระดานสนทนา (Forum)
  • ห้องสนทนา (Chat room)

ซึ่งแต่ละวิธีมีจุดแข็งจุดอ่อนแตกต่างกันคือ

  • Contact เหมาะสำหรับติดต่อกันหลังไมล์เป็นการส่วนตัว ดีตรงที่มีความเป็นส่วนตัวสูง และไม่เผยแพร่สู่สาธารณะ จึงไม่เหมาะสำหรับการถ่ายทอดเรื่องราว
  • Forum (กระดานสนทนา) มีข้อดีที่ทุกคนสามารถติดต่อพูดคุยเป็นวงกว้างได้ ใครผ่านไป มาเมื่อไหร่ ก็แปะถามตอบคุยกันได้ ไม่จะเป็นต้อง Online พร้อมกันก็ยังได้ และถ้า online พร้อมกัน ก็ยังสามารถโต้ตอบกันได้ เพียงแต่ว่าเมื่อคู่สนทนาส่งข้อความแล้วมันไม่ยิงมา update หน้าจอทุกคนแบบ real time แต่มันจะปรากฏที่ กระทู้ใหม่ หรือ กระทู้มีผู้ตอบล่าสุด ทันทีเมื่อผู้ใช้คลิกดูหน้าจอต่างๆ หรือกด reload ในหน้าจอเดิม ก็จะเห็นข้อความใหม่ทันทีเหมือนกัน
  • Chat room (ห้องสนทนา) การใช้งานก็ไม่ต่างจาก Forum มากนัก จุดที่ต่างชัดเจนก็คือ เมื่อมีผู้ส่งข้อความมา จะปรากฏบนเครื่องอื่นๆ ที่ online ในเวลาเดียวกัน เกือบทันที* ส่วนผู้ที่ไม่ได้ Online ในเวลานั้นก็ไม่สามารถใช้งานได้
ขณะนี้ทางเว็บเปิดบริการไว้ 2 อย่างคือ Contact กับ Forum ส่วน Chat กำลังอยู่ระหว่าการพิจารณาความเหมาะสม ว่ามีแล้วดีขึ้นหรือไม่ เพราะถ้าเมื่อเปิด chat room อาจจะมีผลข้างเคียงอยู่บ้างเช่น
  • ถ้าไม่มีผู้คน online ในเวลานั้น หรือผลัดกันเข้ามาคนละเวลา ก็เจอแต่ห้องว่าง บ้างก็ เข้ามา ฮันโหล.ๆๆ มีใครอยู่ไหม.. และก็ออกไป ทำให้ภาพรวมไม่ค่อยหน้าดู ในเมื่อ Forum ที่มีอยู่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ คือใครว่างก็มาเขียนแปะไว้ ใครมาทีหลังก็เห็นแล้วตอบได้  ถึงเปิดเครื่องพร้อมกัน ก็สามารถผลักกันตอบได้เหมือนกัน (แต่ต้อง Manual reload ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการคลิกดูหน้าต่างๆ แทน Auto reload ที่มีใน chat room)
  •  ถ้ามีคน online อยู่ การ Chat ก็จะสามารถเพิมอรรถรสในการคุยมากขึ้น จึงเป็นการฝึกการใช้ภาษาย่อ และความปากไว มือไว ที่ผู้คุยควรจะโต้ตอบกันทันที (จนบางครั้งเผลอเรอ จนใช้ภาษาที่ไม่ทันคิด) หรือบางครั้งไม่มีเวลาไปหาข้อมูลให้แน่ชัดเสียก่อน เหมือนวัยรุ่นคุยกัน ดังนั้น chat จึงไม่นิยมใช้สิ่งที่เป็นสาระ ที่สมควรบันทึกไว้เป็นข้อมูลสำหรับการค้นคว้าอ้างอิงกันได้ ถ้ามีการสอบถามและตอบเรื่องที่น่าสนใจแก่บุคคลทั่วไปได้ ก็น่าเสียดายที่สาระดีๆ ก็ตกไปตามกาลเวลา  จึงต่างกับ Forum ที่ผู้เสนอต้องใช้ความคิดในการเขียนสำนวนต่างๆ มากว่า chat และผู้ตอบก็มีเวลาหาข้อมูล หรือสะดวกเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วสาระที่พูดคุยกัน ซึ่งจะบันทึกไว้ให้ดูย้อยหลังได้ตลอดไป
  • และอีกประการ (อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัว ผู้อื่นเห็นต่างได้นะ) คือมีความรููสึกว่า Chat ในบางครั้ง ก็เป็นการรบกวนเวลาส่วนตัวเพื่อนสมาชิกด้วยกันมากเกินไป เช่น บางครั้งมีเวลาเพียงเล็กน้อยเข้ามา พอเพื่อนเห็น Online ก็เข้ามาทักทาย จะไม่ตอบก็กลัวเสียมรรยาท ตอบแล้วบางครั้งก็ยาว หรือบางทีมีเวลามากพอ ก็พูดคุยกันจนลืมว่ามีสิ่งใดที่ตั้งใจจะทำ แล้วไม่ได้ทำ คุยกันเพลินลืมงานไปเลย ก็คงเคยเ็ห็นวัยรุนติดเน็ด ส่วนใหญ่ไม่เกมส์ ก็ chat นี้แหละ จึงอยากให้ทุกคนมีเวลาทำสาระที่ควรได้โดยไม่ถูกรบกวนโดยไม่ได้เจตนา

ดังนั้น ก็ขอความร่วมมือกันว่า

  • ถ้าเราจะพูดคุยถามตอบเรื่องสั้น ให้ไปใช้ที่ กระดานสนทนา
  • ถ้ามีสาระเป็นเรื่องราว  คิดว่าเนื้อหาน่าสนใจ ก็ใช้ เว็บบล็อกส่วนบุคคล หรือ เป็นบทความทางวิชาการที่ต้องการนำเสนอก็ได้
  • ถ้าคาดว่า จะมีหลายตอนจบ หรือมีเรื่องเกี่ยวเนื่องไปเรื่อยๆ ควรทำเป็นเล่มหนังสือ คือ หน้าแรกทำเป็นบล๊อก หรือบทความ ที่เกรินนำ แล้วหน้าต่อๆไป (ที่คิดว่า ไม่อยากขึ้นบล๊อกใหม่) ใช้วิธีเพิ่มหน้าย่อย เพื่อเป็นหน้าในของหนังสือ ระบบจะสร้างเมนูเข้าถึงตอนต่างๆ ให้โดยอัตโนมัติ
  • สำหรับความคิดเห็น ควรเสนอในเรื่องที่ตรงกับเรื่องแรกของบล๊อก เพื่อเวลาผู้ชมมาเห็น หรือ ค้นหา  ก็จะรู้ว่าคุยเรื่องอะไรกันอยู่ แต่ถ้าเป็นความเห็นในมุมอื่น ก็พิจารณาดูว่า สมควรเป็นอย่างไรจึงเหมาะ เช่น
    •  ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวโดยตรง หรือมองต่างมุมกับบล๊อกนี้ ก็ตั้งเป็นข้อสนทนา หรือบล๊อกใหม่ก็ได้
    •  ถ้ามีสาระต่อเนื่องมาขยายความ โดยยังไม่อยากให้ขึ้นเรื่องใหม่ อาจใช้วิธี เพิ่มเป็นหน้าย่อย** 
    •  แต่ถ้าอยากให้ขึ้นเป็นเรื่องใหม่ที่สัมพันธ์กัน  ก็สร้างบล๊อกใหม่ แล้วจัดโครงสร้างมาสัมพันธ์กับบล๊อกนี้ก็ได้
    ถ้าทำได้ดังนี้ แต่ละหน้าจะไม่ยาวเหยียดเกินไป และความเห็นของแต่ละเรื่องก็จะไม่มากจนสับสน เพราะความเห็นจะกระจายไปตามเรื่องย่อยๆ ที่ถามตอบได้ตรงเรื่องกัน

    เมื่อมีข้อดี ก็มีข้อเสีย คือ
    เมื่อเนื้อหาถูกแบ่งเป็นตอนๆ ที่มี สารบัญย่อยทำ link ให้ เข้าถึงเรื่องเฉพาะที่ต้องการโดยตรงอย่างรวดเร็ว และสามารถติดตามได้เป็นเป็นตอนๆ ได้ แต่มีข้อเสียคือ มันจะไม่แสดงเนื้อหาทั้งหมดในหน้าเดียวเหมือนเคย แต่ก็มีทางออกให้คือ คลิกที่ เวอร์ชั่นสำหรับพิมพ์ในหน้าต้น(ที่มีสารบัญย่อยใต้หน้านี้) แล้วมันจะดึงเนื้อหาทั้งหมด ที่เป็นหน้าย่อยของมันมาให้

หมายเหตุ

* การทำให้เครื่องส่วนตัวเห็นข้อความที่คนอื่นส่งมาเกือบทันที ใน chat ทำได้หลายวิธีเช่น

  • ส่งโปรแกรมไว้ตอบสนองการ chat มาฝังอยู่ในเครื่องที่จะใช้ chat online เพื่อให้มันเฝ้าคอยนำข้อมูลใหม่มาแสดงอยู่เสมอ (ซึ่งต้องติดตั้งโปรแกรมหรือต้องอนุญาตใน firewall เครื่องส่วนบุคคลก่อน)
  • หรืออาจใช้วิธีให้มัน Reload บ่อยๆ เช่นทุก 3 วินาที ก็จะเห็นข้อมูลปัจจุบันช้าไปไม่เกิน 3 วิ หรือให้เร็วกว่านั้นก็ได้แต่มันกิน network ไปมากขึ้น
** เพิ่มหน้าย่อย จะมีเฉพาะ เรื่องที่ได้จัดโครงสร้างชึ้นชันหนังสือแล้ว ซึ่งสมาชิกที่ระดับชั้น "ว่าที่ซิ่วไฉ" ขึ้นไปสามารถจัดโครงสร้างเองได้  สำหรับสมาชิกระดับ "เค่อเหริน" ถ้าต้องการเขียนหน้าหนังสือเพิ่มเติม(จากเดิมที่ไม่มีเพิ่มหน้าหน้งสืออยู่) สามารถแจ้งในเรื่องนั้น เพื่อขอให้ทำเป็นหน้าหนังสือให้ได้

สงสัยง่วงนอน

ไม่รู้ตอนตอบรูปหงีไปอยู่ไหน อ่านจากซ้าย ลงล่าง ซิ้ม ฉื่อ เซี่ยว ฟ่อ หลอ อื้อง,เตี้ยม ป้อ หยอง ก่ง กิ๊ว ซิด,ป้าน ก่ง หงี่ ปุด ซื้อ, สี่คำที่เป็นตัวอักษรบางไม่แน่ใจนะ หงีลองช่วยบอกคำอ่าน ห้อย หนำ ให้รู้บ้างนะครับ หงีเป็นคนนทบุรีหรือไง ถึงเรียนที่เขมาฯ. 
รูปภาพของ หลัวจินไฉ

ครับ คนนนทบุรี ครับ

เรียนจบ จาก เขมาภิรตาราม นนทบุรี ครับ

คุณ หลัว จิน ไฉ

หงีกับไหงคงต้องคุยกันยาวสักหน่อยแล้วละ
รูปภาพของ หลัวจินไฉ

จบจากที่เดียวกันหรือครับ

พี่จบ มาจากที่ไหนครับ

วัดน้อยในครับ

ไหงว่าหงีน่าจะเป็นที่ถูกดวงสมพงษ์กับชุมชนของเรามาก ๆ นะครับคุณหลัวจินไฉ หงีลองดูจากคำแนะนำสิ่งต่าง ๆ จากผู้ใหญ่ในเวปเราทั้งสองท่านอย่างนี้ ไม่มีได้บ่อย ๆ หรอกนา ไหงขอขอบใจหงีด้วยอีกคน ที่เขียนตอบให้กับพวกเรา(วัยแรกแง้ม)ได้อ่านได้ในแบบของคนวัยดึก แหะ แหะ ไหงไม่ได้จบจากที่เดียวกับหงีหรอก ไหงจบจากโรงเรียนวัดน้อยใน ตลิ่งชัน อยู่ริมคลองบางกอกน้อย สมัยก่อนยังเป็นจังหวัดธนบุรี แล้วไปเรียนจบด้านเครื่องจักรกลการเกษตร ที่ปทุมธานีครับ ไหงเป็นคนที่ตลิ่งชันตั้งแต่เกิด ปัจจุบันก็ยังอยู่ที่นี่แหละ(สงสัยจะอยู่ตลอดไปละมัง...อึ๊ก ทุ้นเข้วลั้นฝึด ๆ)แล้วเราค่อยคุยกันไปเรื่อย ๆ นาครับ ไหงว่าอันที่จริงโรงเรียนเก่าหงีก็คงจะอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนไหงซะเท่าไรหรอกนะสมัยก่อนจากแม่น้ำเจ้าพระยาโรงเรียนที่หงีเรียน หงีลงเรือพายข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามา เยื้องกันหน่อยเดียวก็จะเข้า เกือบจะถึงปากทางเข้าคลองอ้อม อยู่แล้ว พอถึงคลองอ้อมบริเวณวัดลุ่มคงคาราม เข้าคลองมา(คลองนี้เรียกคลองบางกรวยก็เรียก)หงีพายมาในคลองนี้จะผ่านสารพัดวัดเลยแหละตั้งแต่ วัดทองนาปลัง วัดโพธิ์เผือก วัดไทร วัดสำโรงวัดสวนใหญ่ วัดกล้วยจากนั้นมาก็จะถึงปากคลองบางกอกน้อยตรงบริเวณโรงพักบางกรวย(สมัยก่อน) ก็พายเรือเลี้ยวซ้ายมาเข้าคลองบางกอกน้อยเลยก็จะผ่านวัดชลอ วัดเกตุประยงค์วัดชัยพฤกษมาลา ก็เป็นอีกโรงเรียนหนึ่งของไหงที่เข้าเรียนมาแต่สมัยชั้นประถมปีที่หนึ่ง วัดนี้ใครที่ชอบพระเครื่อง มีกรุพระที่ขึ้นชื่ออยู่คือพระกรุวัดชัยพฤกษ์ ที่สร้างโดยหลวงปู่โพธิ์อดีตเจ้าอาวาสที่ท่านสร้างมาแต่พ.ศ.2454 ในพิมพ์เล็บมือ แต่เม็ดดินสร้างมาก่อนหน้านั้น พอเลยมาอีกสักกิโลได้ก็จะถึงวัดน้อยใน เห็นไหมว่าไม่ไกลเลย บริเวณที่หงีพายเรือผ่านมาสมัยก่อน จะเ็ป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยเรือกสวนนาไร่ โดยเฉพาะสวนทุเรียนเมืองนนท์อันลือชื่อ ก็อยู่บริเวณนี้ทั้งนั้นเลย ไหงมีเพื่อนอยู่ในสวนแถบบางกรวยบางใหญ่ตลิ่งชัน บางกอกน้อย ธรรมสพณ์ ศาลายา สี่ย่านแรกที่ว่าจะเป็นย่านที่ปลูกทุเรียนกันทั้งนั้น แต่สมัยนี้หมอเหล่ว เพราะถูกถนนสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรีตัดผ่านไปก็เยอะ พอมาปี2518 น้ำท่วมตายไปชุดแรก ยังพอมีเหลือ 2516 ก็โดนไปอีกชุดหนึ่ง พอ2539 หมดเลย พร้อมทั้งเจอสมัยรัฐบาลชาติชาย ที่ดินราคาเป็นทอง เก็บที่ดินพับใส่กระเป๋าดีกว่า ไม่เหนื่อยดี ก็ยังพอมีเหลืออยู่บ้างตอนนี้ก็พยายามจะปลูกทุเรียนกันใหม่อีกเพราะชาวสวนยุคใหม่ ได้ยินทุเรียนลูกละหนึ่งพันแล้วเร้าใจ ก็ไปสืบถามมาเห็นชาวสวนเก่าเล่าว่า ปลูกอย่างไรก็ไม่เหมือนเดิม มันไม่งาม เห็นอ้างว่าน้ำสมัยนี้มันไม่ดี แต่ที่ดูไหงว่าไม่น่าใช่ เพราะสมัยก่อนการปลูกต้องมีทองหลางแซมเป็นพี่เลี้ยง ถึงปีก็ขึ้นขี้ลอกในท้องร่องใส่ร่องสวน เป็นการฟื้นดินเพิ่มความชุ่มชื้นและแร่ธาตุแก่ดิน ต้นทุเรียนถึงได้งดงามให้ผลดกรสชาดดี และที่สำคัญอีกอย่างก็คือดิน ซึ่งถ้าศึกษาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์(น่าเบื่อชะมัด)แล้วจะเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมดสมันพันกว่าปีหรืออาจจะเป็นหมื่นปี พื้นที่บริเวณนี้จะเป็นทะเลมาก่อน นี่กระมังจึงทำให้พื้นดินในบริเวณนี้เหมะแก่การทำสวนผลไม้(ส้มเขียวหวานนท์ ส้มเขียวหวานบางมด ก็คือพีืนที่ย่านบริเวณที่เคยเป็นทะเลมาแล้วทั้งนั้น) ในบรรยากาศก็ร่มรื่นนั้น ซึ่งในสมัยก่อน ถ้าลองว่าเข้าไปในสวนแล้วไม่อยากออก เพราะมันร่มรื่น เย็นสบายใจ น้ำท่าในคลองก็เย็นชุ่มฉ่ำ เผลอก็ลงไปว่ายน้ำอีก แล้วก็มีรายการเกาะเรือแท้กซี่ เกาะเรือโยง อย่างที่ไหงเล่าไปนั่นแหละ เขาเล่าว่ามีชาวอิสานกับชาวใต้ ได้นั่งรถไฟจะไปทำธุระกัน ทีนี้ก็ไปเจอรถไฟข้างหน้าวิ่งสวนมา คนอิสานก็เหลือบไปที่รถไฟ คันที่สวนมา ก็เห็นคนบ้านเดียวกันนั่งมา อารามดีใจเลยตะโกนถามไปว่า "เจ้าซิจะไปไส" ปรากฏว่าเพื่อนได้ยินแต่คำว่า"เจ้า"เพียงคำเดียว อีกสี่คำไม่รู้เรื่อง ก็เลยไม่ได้ความอะไร จะตอบอะไรก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนถามมาว่ากระไร ส่วนชาวใต้ ก็เห็นเพื่อนสวนมาเช่นกัน ก็ดีใจตะโกนถามไปว่า"ไน่" เพื่อนอีกคันก็ตอบมาว่า "ก๊อก" เขาก็เข้าใจกันว่า ถามว่าจะไปไหน จะไปบางกอก ไหงว่าการเขียนข้อความ ที่คุณหลัวจินไฉเขียนมา ถึงจะสั้นไหงว่าก็น่าจะเข้าใจดี ไม่งั้น จะตอบถูกได้อย่างไร ใครลองเปิดไปที่ต้นหยกของไหงดู ว่าถ้าจะหาคำต้น คำหยก มันจะต่อกันไหม? มันจะต้องค้นไหม? การจะมาบอกว่าต้องตอบยาวขนาดไหน จะเอาอะไรมาเป็นสิ่งกำหนด
รูปภาพของ วี่ฟัด

สั้นอีกแล้ว

สั้นเกินไปหรือเปล่า ( ไม่ค่อยรู้เรื่อง ) เนื่องจากคำถาม - คำตอบ มันไม่ได้เรียงต่อกันตามลำดับ ( เลยไม่รู้เรื่องว่าเอ๊ะจะตอบประเด็นของช่องใหนนะและจะตอบใคร ) กรุณาท้าวความหน่อยเถอะ ถ้าคุยกันเพียงสองคนไม่เป็นไร แต่ถ้าคนหมู่มากที่สนใจจะติดตามเลยไม่ค่อยรู้เรื่องจะต้องดูประเด็นแล้วต้องเดา บางทีถามมาตั้งหลายวันแล้ว วันนี้ค่อยมาตอบ มันจึงไม่เรียงตามคำถามคำตอบ ประหยัดเงินน๊ะข้าพเจ้าขอสนับสนุนเต็มที่ แต่ถ้าประหยัดข้อความคำพูด ( ไม่รู้เรื่องเลย )
รูปภาพของ หลัวจินไฉ

ครับ ขอบคุณครับครับ คุณพี่ วี่ฟัด ที่ได้ช่วยชี้แนะครับ

ครับ    ผมยังอ่อน ทั้ง ประสบการณ์ คุณวุฒิ วัยวุฒิ  โปรดช่วยชี้แนะ ด้วยครับ

ผมขอขอบคุณมาก ครับ คุณพี่วี่ฟัด ครับ

จากที่กล่าวมา นั้น ถูกต้องแล้วครับ เพราะเป้นการตอบที่ อาจจะ ไม่ได้เรียงประเดน กับ คำถาม ครับ

** แต่โดยส่วนตัว แล้ว ไหง คิดว่า  การที่ตอบ คำถาม ไม่ว่าจะสั้น หรือ ยาว ล้วนแต่จะมีคำตอบออกมาทั้งสิ้นครับ  

จากที่กล่าวมาก็ถูกแล้ว ครับ  คนรุ่นใหม่  ส่วนมาก ก็จะทำอะไรที่กระชับ ขึ้น  ซึ่งแตกต่างจาก สมัยก่อน เด็กรุ่นใหม่ อย่าง พวกผม ก็ควรที่จะศึกษา ประสบการณ์ ทางการคิด การพูด ของคนรุ่นก่อน

และ นำมาผสาน กับ ความคิดของคนรุ่นใหม่ ไห้ไปในทิศทางเดียวกัน ครับ    

                    ขอบคุณมากครับ  เซี่ยเซี่ยหนี่ 

รูปภาพของ วี่ฟัด

ยินดีครับ " หลัวจินไฉ " อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง

               หว่อยินดีกับหลัวจินไฉมากเลยที่หนี่เริ่มเขียนอะไร ยาว ยาว แล้ว หวอเสี่ยง นี่อาจเป็น กระทู้ที่หนี่เขียนมายาวที่สุดก็ว่าได้เขีบนอะไรก็ได้มาเล่าสู่กันฟัง บ้าง เหมือนป้าเบิร์ด เคยบอกว่า " ฝนตกทางโน้นหนาวถึงคนทางนี้ "  อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง

เนื้อเพลง: เล่าสู่กันฟัง
อัลบั้ม: Smile Club
ดู เนื้อเพลง ทุกเพลงของ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์
ฉันยังจำเสมอที่เธอเคยบอกกับฉัน คิดแล้วยังตื้นตันเกินอธิบาย
นึกถึงคำๆนั้นทุกวันที่ห่างกันไป เหมือนมันเป็นโยงใยที่ส่งถึงกัน

ไม่ว่าเราจะโชคดี หรือบางทีที่ร้องไห้ ต่างคนสนใจจะฟัง
เพราะว่าในชีวิตเรื่องจริงมันต่างจากฝัน ฝันไม่เคยมีวันที่เจ็บช้ำใจ
มีผู้คนอยู่รอบกาย เหมือนไม่มีไม่เห็นใคร แต่ใจๆฉันยังมีเธอ

คืนที่ไร้แสงไฟ วันที่ใจมัวหม่น ขอเพียงใครสักคนห่วงใยกัน
วันที่เสียน้ำตา วันที่ฟ้าเปลี่ยนผัน เธอก็ยังมีฉันอยู่ทั้งคน

ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว
ยังนอนดึกอยู่ใช่ไหม เธอผอมไปหรือเปล่า อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง

คืนที่ไร้แสงไฟ วันที่ใจมัวหม่น ขอเพียงใครสักคนห่วงใยกัน
วันที่เสียน้ำตา วันที่ฟ้าเปลี่ยนผัน เธอก็ยังมีฉันอยู่ทั้งคน

(เพราะ)ฝนที่ตก(อยู่)ทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว
เธอลำบากอะไรไหม เธอสู้ไหวหรือเปล่า อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง

(เพราะ)ฝนที่ตก(อยู่)ทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว
เธอลำบากอะไรไหม เธอสู้ไหวหรือเปล่า อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง

เธอยังขาดอะไรไหม เธอสู้ไหวหรือเปล่า
อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง เธอยังมีฉันอยู่ทั้งคน

http://www.youtube.com/watch?v=F6RdG6pOBd8

รูปภาพของ ยับสินฝ่า

ถึงคุณกิ๋มฉ่อยขอแจมกับวี่ฟัดโกด้วยคน

                ตอนที่หงีเข้ามาใหม่ ๆ ไหงเข้าใจว่า หงีเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคน และออกจะแนวอาร์ต ๆ หน่อย คือมีหัวใจศิลปิน น่ะนะ แต่ตอนนี้เห็นรูปร่างของหงี ได้ชัดเจนขึ้นมาแล้ว แต่ยังคงคิดว่า หงีน่าจะมีรสนิยมหรือความสามารถไปในทางศิลปะ หรือปล่าว?

                ไหงเริ่มเข้าสู่วัยกลางคน ตอนที่ไหงอายุเท่าหงี แล้วจบการศึกษา ไหงได้ทำงานทันทีกับองค์กรใหญ่เบิ้มระดับประเทศ ทำให้ไหงมีรายได้สูงมาก(ในขณะนั้น) และไหงก็จบใหม่อายุเพียง 22-23 ตอนนั้น อยู่ในสังคมที่มีรายได้สูง และรสนิยมจึงสูง ตามไปกับเขาด้วย ที่สำคัญ ไม่มีตัวอย่างหรือคำสอนที่เน้นในเรื่องความประหยัดมัธยัตถ์ เหมือนกับในสมัยนี้ ที่ในหลวงท่านทรงสอนให้ ประหยัด พอเพียง และ สื่อหนังสือพิมพ์ ก็มีคอลัมน์ แนะนำการเก็บเงินเก็บรายได้ และ แบ่งเอาไปลงทุนอะไรต่อมิอะไร รวมทั้ง บอกด้วยว่า ควรจะเก็บเงินอย่างไร ออมอย่างไร และลงทุนอย่างไร ที่จะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า และ เสี่ยงน้อยที่สุด กูรูด้านการเงินบอกต่อไปว่า คนรุ่นหนุ่มเริ่มทำงาน ที่ อายุ ยี่สิบกว่า ๆ นี้แหละ หากทำงานดี รายได้ดี เก็บเงินดี ห้าปี สิบปี กลายเป็นเศรษฐีเงินแสนเงินล้านอย่างไม่รู้ตัว

              ถ้ายี่สิบกว่าปีก่อน ไหงทำอย่างที่ไหงเขียนให้หงีอ่านตามย่อหน้าข้างต้น ป่านนี้ไหงเป็นคนที่มีความสำเร็จและมีเงินเก็บมากมายก่ายกองไปแล้ว

              สรุปไปเลยก็แล้วกันว่า จากประสบการณ์ในช่วงวัยฉกรรจ์ ของไหง ทำให้ตอนนี้ ซึ่งไหงอยู่ในวัยกลางคน ไหงจึงชอบแนะนำสั่งสอนสิ่งดี ๆ ให้กับ คนรุ่นหงี ไม่ว่าจะรู้จัก หรือไม่รู้จัก ไหงแนะนำสั่งสอนไปหมด ทุกคนที่เข้ามาเจอไหง ไหงคิดว่า การแนะนำ ของไหง เป็นการต่อยอดจากคำสอนของในหลวง คำสอนของท่านอาจารย์ที่เป็นพระภิกษุต่าง ๆ เช่น ท่านพยอม กัลยาโน ท่านวุฒิชัย วชิรเมธี และ ท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ซึ่งไหงถือว่า การให้ที่ไหงมีต่อยุวชนรุ่นหงีนั้น ถ้าไหงแนะนำไป 10 คน มี ผู้นำไปปฏิบัติสัก 2 คน แล้ว อีก 5 ปี 10 ปี ข้างหน้า คน 2 คนนี้ กลายเป็นผู้ใหญ่ ที่ประสบความสำเร็จ มีทุน มีเงินเก็บ มีครอบครัว ที่ลูกเกิดมา พ่อและแม่ ต่างมีสินทรัพย์ไว้รองรับ พวกเขา อย่างไม่มีปัญหา ทั้งด้านการส่งเสียเล่าเรียน ทั้งด้านการใช้สอยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กับลูกตัวน้อย ๆ ของพวกเขา นี้แหละ กุศลบุญ ที่ไหงจะได้รับ กลับคืนมา คือมีคนดี ของประเทศชาติบ้านเมือง มีคนที่มีคุณภาพ มี พ่อ-แม่ ที่มีคุณภาพ เป็นผลตอบแทนในด้านนามธรรม ซึ่งคนเหล่านั้น ที่ไหงแนะนำไป อาจจะไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง ในประเทศไทย ไหงก็ไม่รู้ แต่ผู้ที่รู้คือ สวรรค์ หรือ ยมบาล ได้เพิ่มคะแนนบุญให้กับไหงอีกแต้มหนึ่ง โดยที่ไหง ไม่รู้ตัว คงจะไปรู้เอาตอนที่วิญญานลอยออกจากร่างกายหยาบ ๆ นี้ไปถึงยมฑูตนั่นแหละถึงจะรู้ว่า มีคะแนนความดีความชั่วอยู่อย่างละกี่คะแนน(ฮา)

                การเขียนโต้ตอบ ในสื่อสาธารณะ อย่างเว็ปชุมชนเรา ก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้มีปัญหาแต่เฉพาะไทยเราเท่านั้นนะ ที่จีนก็มี ไหงรู้ ทางฟากฝรั่งยุโรปและอเมริกา ก็มี แถมหนักกว่าของเราอีก สิ่งที่จะทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมาอย่างใหญ่หลวง ก็คือ "ภาษา" หรือ "คำศัพท์" มันจะลื่นไหลกลับกลายไปเป็นคำใหม่ ๆ ที่ ราชบัณฑิตยสภาจะต้อง มาบันทึก ศัพท์ใหม่ ๆ อยู่แทบทุกปี (ไม่ฮา) ดังนั้น ถ้าคนในวัยหงี เขียนสื่อสารกันในระหว่างวัย หงีก็เขียนของหงีไปตามสไตล์ แต่ไหงขอแนะนำหงีนิดเดียวเองว่า ถ้าเขียนในที่นี้ ซึ่งแต่ละท่าน มีวัยเดียวกันกับป่าป๊าหม่าม๊า ของหงีแทบทุกท่าน (ยกเว้นสมาชิกในวัยเดียวกันกับหงีซึ่งมีหลายคนเหมือนกัน) หงีควรจะเขียนใส่รายละเอียดให้มาก ๆ บางทีมีความสงสัย อาจจะประมวลออกมาเป็นชุดเลย เพื่อที่ ผู้ใหญ่ จะได้ตอบคำถามที่หงีอยากรู้ ยาวเป็นชุดไปเลย(ฮา)

               อย่างไรก็ตาม ไหงชื่นชมหงี ที่เป็นเด็กใฝ่หาความรู้ โดยเฉพาะ รากเหง้าของพวกเราเอง ไหงว่า ถ้าหงีได้รู้ถึงความเป็น "ฮากกา" หงีจะมีความภูมิใจ มาก มาก มาก เหมือนกับไหงตอนที่วัยเดียวกันกับหงี รู้ว่า เราเป็น จีนแคะ พอโตมาอีกหน่อย เริ่มรู้ว่า จีนแคะ เป็นภาษาที่คนแต้จิ๋วเรียกเรา แต่ภาษาของเรา เรียก ตัวเราด้วยกันเอง ว่า "ฮากกา" ต่อมา ไหงเริ่มเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน ทั้ง จีนโดยรวม และ จีนฮากกา โดยไหงมีโอกาสไปเรียนที่เหมยโจว 3 สัปดาห์ และ ที่กว่างโจว อีก 1 สัปดาห์ รวมเป็นหนึ่งเดือน และหลังจากนั้น ไหงก็ศึกษาที่มาของชาวจีนฮากกาของเรา จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ไหงก็ยังได้รับข้อมูลของความเป็นฮากกามาอย่างต่อเนื่อง ทุก ๆ วัน ทั้งที่มีผู้ใหญ่ ใจดี กรุณาส่งข้อมูลให้ ทั้งที่ได้อ่านจากเพื่อน ๆ ในชุมชนของเรา ทั้งที่ได้เปิดดูเว็ปไซด์ของชาวฮากกา ในประเทศจีน แล้วหงีจะเกิดความภูมิใจปลาบปลื้มใจเหมือนกับไหง ที่ชีวิตนี้ ดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เกิดมาเป็นชาวไทยเชื้อสายฮากกา เพราะ จีนฮากกา ไม่มีจีนไหนเหมือน และ จีนฮากกา ไม่เหมือนจีนอื่น ๆ เรามีเอกลักษณ์ เราเป็นเชื้อชาติฮั่นที่บริสุทธิ์ เราเป็นชาวฮากกา ที่มีศิลปวัฒนธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ใช่จีนอื่น ๆ ที่มีวัฒนธรรมประเพณี ตามท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยู่

                ขอให้หงี ตามรอยเข้าไปอ่าน เนื้อหา ต่าง ๆ ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ทรงความรู้หลาย ๆ ท่านได้เขียนไว้ เกี่ยวกับความเป็นฮากกา แล้วหงีจะมีความภาคภูมิใจ

                เดี๋ยวถ้าไหง ก๊อปปี้แผ่น วีซีดี ฮากกา เสร็จ ไหงจะจัดให้หงี 1 ชุด ส่งที่อยู่มาตามช่องทาง คอนแทรกซ์ บนเว็ปบล๊อคของไหง ระบบมันจะส่งเมลล์ให้ไหงเอง โดยอัตโนมัติ

 

รูปภาพของ ยับสินฝ่า

ตอนวัยรุ่นหงีหล่อไม่เบา

                     คุณกิ๋มฉ่อย ตอนเรียนมัธยม (วัยแรกรุ่น) นี่ หงีหล่อไม่เบาเลยนะครับ เข้าใจว่าหงี คงจะมีผิวสีแทนนิด ๆ เป็นนักกีฬาหรือปล่าวครับ ดูแล้วน่าจะเท่ มาก ๆ เลย
รูปภาพของ หลัวจินไฉ

ขอบคุณครับ ยับสินฝ่า โก

ครับ ก็สีแทนนิดนิดครับ

ไง เห่ กอ จุ๊ง ฮอก เซ้น

ถ้ามัธยมต้นก็ ชู จุ๊ง ฮอก เซ้น ครับ
รูปภาพของ หลัวจินไฉ

ขอบคุณครับ

ขอบคุณครับ
 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal