ด้วยความปราถนาดีจาก www.hakkapeople.com
รวมคำถาม ต้น-หยก ปักษ์หลัง เดือน พฤษภาคม 2010
ดูรายการย้อนหลัง ทั้งหมด คลิกที่ [ขึ้น]
วันนี้มี ต้น หยก มาเชิญไถ่ก๊าร่วมทาย อีกสองเรื่อง ลองดูครับ
เรื่องแรกก๊อ เถี่ยว กั๊ง เที้ยด เสี่ยน(เสาสูงขึงเส้นลวด)ไถ่ เพ่า เต่น ชุด เจี่ยน(มีปืนใหญรอออกรบ)หงิด จัก หย่า ตุ๊ก สุ่ย(กลางวันตากแดด กลางคืนตากฝน)เค้ ป่อย จั่ง ยิว เกี่ยน(นอกแม่น้ำจึงจะได้เห็น)
เรื่องที่สองมอ หงา หมอ ฉี่(ไม่มีเขี้ยวไม่มีฟัน)หวัน หงิด ฮับ ซิ้ด หมี่(ทั้งวันชอบกินข้าวสาร)หยิด กา หงิน ไก่ ผ่อน(ข้าวของคนทั้งบ้าน)ลุ้ง กี ซิ้ด ล้อก ขี่(ถูกมันกินลงไปหมด)
ตรงคำว่า "ไถ่เพ่า " นั้นไหงพอทราบมาบ้างรู้สึกภาษาชิมเขาจะเรียกว่า " ไท้เพ่า " ซึ่งหมายถึงปืนใหญ่ แต่ถ้า " ไถ่เพ่าล่อ " หมายถึงคนขี้โม้ , ชอบพูดมาก , ชอบคุยโว
ตามประวัติศาสตร์ ท่านซุนจงซาน ( กั๋วฟู่ ) ก็เคยได้รับสมญานามว่า " ไถ่เพ่าล่อ " ตั้งแต่ยังเด็กๆเนื่องจากท่านซุนจงซาน ท่านมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในเรื่องการ ปฎิวัติ ล้มล้างราชวงศ์ชิง มาตั้งแต่ยังวัยเยาว์ ท่านซุนจงซาน คงจะพูดถึงเรื่องการปฏิวัติราชวงศ์ชิงมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วลองคิดดูว่า เด็นคนหนึ่งพูดเรื่องการล้มล้างราชวงศ์ชิงในขณะนั้นใครจะเชื่อ ท่านจึงถูกชาวบ้านในหมู่บ้านท่านเรียกว่า " ไถ่เพ่าล่อ " หรือไอ้ขี้โม้ จึงไม่แปลกนัก
แต่ยังมีอีกคนหนึ่งที่ได้รับสมญานามว่า " ไถ่เพ่าล่อ " " ไอ้ขี้โม้ " เหมือนกันในหมู่ญาติๆของเขาที่เชียงใหม่ ในตอนเด็กๆ แต่จะไปเปรียบเทียบกับท่านซุนจงซาน คงจะไม่ได้เพราะ ท่านซุนจงซาน ท่านมีเจตนาแน่วแน่เพื่อชาติจีน เพื่อพี่น้องชาวจีนทั้งโลก แต่เขาคนนั้นทำทุกอย่างเพื่อความร่ำรวยของตนเองเท่านั้น ไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนหรือจะเป็นจะตายอย่างไร " ไถ่เพ่าล่อขนาด " ชอบโฟนด์อินแบบไถ่เพ่าล่อ มาไม่ได้ขาด " ไอ้ขี้โม้ "
ทำไมเขาจึงเรียก ไถ่เพ่าล่อ หรือ ไอ้ขี้โม้ ซึ่งหมายถึง ปืนใหญ่ ความคิดส่วนตัวไหง ไหงว่าปืนใหญ่สมัยโบราณ เวลายิงออกไป มันไม่ค่อยโดน มีแต่เสียงดัง เหมือนคนพูดมาก ขี้โม้ หาสาระอะไรไม่ได้
เพิ่ม ต้น หยก อีกสองเรื่อง ให้ทุกท่านได้ร่วมสนุกต่อเลยครับ
ข้อแรก
จี ก๊า บุก ซิ่น อื๋อม หว่อย ไต๊(เนื้อตัวตนเองไม่แข็ง) เถ่ หงิ่น เพ็ด สา ก๋า หล่อย ไค้(นำขื่อคนอื่นมาแบก) ไค้ ต่อ เถียด เส่ อิ่ว ฟั้น เก่า(แบกจนเล็กไปก็เปลี่ยนใหม่อีก) เก่า ต่อ ถิ่น ช้อก งิน ไหม่ ไม้(เปลี่ยนจนได้ที่ถูกคนนำไปซื้อขายซะแล้ว)
ข้อ ที่ สอง หยิด ยับ ซี่ ฟ้อง จี่(กระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นหนึ่ง) ต๋อ ต้อ ยิ้ว ฉอย ขี่(ถ้ามีโชคละก็) เก้า ชิ้ว เกี่ย ปัก หว่าน(แลกได้หลายล้าน) หมอ ฉิ่ว ก่อง หงิน ขี่(ถ้าไม่มีละก็ทางใครทางมัน)
ตอบข้อแรกว่า ปูเสฉวน ( HERMIT CRAB ) ทำไมถึงชื่อปูเสฉวน ใครรู้ได้โปรดกรุณาให้ความกระจ่างด้วยครับ ปูเสฉวน หรือบางคนเรียก หอยฝากตัว เป็นสัตว์ทะเลจำพวกกุ้งกึ่งปู ที่ต้องอาศัยอยู่ในเปลือกหอยฝาเดียวที่ว่างเปล่า เช่นหอยสังข์ หอยเจดีย์ หอยหนาม หอยเงาะ หอยอูด หอยมวนพลู หอนนมสาว เป็นต้น โดยจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามขนาดตัวที่โตขึ้น ธรรมชาติสร้างมาอย่างนั้นที่มีลำตัวอ่อนนุ่มโดยฉพาะช่วงท้อง จึงต้องมีเกราะกำบัง ฉะนั้นพวกเราจึงไม่สมควรอย่างยิ่ง ทีเก็บเปลือกหอยฝาเดียวกลับมา เดี๋ยวปูเสฉวนไม่รู้จะไปอาศัยอะไรอยู่ สมัยก่อนมีขายตามตลาดนัดทั่วไป
ตอบข้อที่สอง ฉอยเพี่ยว LOTTERY ถ้าฉอยคี่ฮ่อ โดน JACKPOT เกี้ยเชียนหวั่น เห็นบางรายหามส่งโรงหมอเลยก็มี ทุกคนที่ซื้อก็หวังถูกกันทุกคน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างฟ้าลิขิตไว้แล้ว
ที่เรียกปู เพราะมันมีขา
ถ้าเป็นหอยจะไม่มีขา
เกี่ยวกับเรื่องปูเสฉวนนั้น เป็นปูเมื่อเกิดมาจะต้องหาเปลือกหอยเป็นที่ปกป้องตัวเองเนื่องจากสภาพร่างกายปูเสฉวนนั้นมีความอ่อนแอจึงจำเป็นต้องหาเปลือกหอยว่างๆเป็นเครื่องกำบังตน
ทำไมจึงใช้ชื่อว่าปูเสฉวน ที่เสฉวนคงไม่มีปูชนิดนี้แน่เพราะปูเสฉวนเป็นสัตวทะเล เสฉวนอยู่ในแผ่นดินหลายพันกิโล
ไหงเพิ่งคิดเล่นๆเมื่อไม่นานมานี้ โดยไหงสันนิษฐานว่าจะต้องเกี่ยวกับเรื่องสามก๊กอย่างแน่นอน
เสฉวนเป็นพื้นที่ที่อยู่ในหุบเขามีเขาล้อมรอบเหมาะแก่การเป็นป้อมปราการในการปกป้องศ้ตรูผู้รุกรานเป็นอย่างดี ขงเบ้งกุนซือ จ๊กก๊ก จึงเห็นการได้เปรียบในแง่ดังกล่าวนำ จ๊กก๊กของพระเจ้าเล่าปี่มาตั้งมั่นอยู่ในที่มั่นในเสฉวน ซึ่งเหมือนกับปูเสฉวนซึ่งสภาพร่างกายอ่อนแอจึงต้องหาสิ่งปกป้องร่างกาย ปูเสฉวนจึงต้องหาเปลือกหอยมาปกป้องร่างกาย เหมือนกับ จ๊กก๊ก ต้องหาเสฉวนมาเป็นที่มั่นในการปกป้องตัวเองเช่นกัน สามก็กอยู่ในสังคมไทยมากว่า 200 ปี แล้ว จึงน่าจะเป็นไปได้ว่าคนรุ่นก่อนๆจะนำเหตุผลดังกล่าวมาตั้งชื่อปูเสฉวนก็ได้
ไหงคิดเล่นๆ อาจจะผิดก็ได้ แต่ไหงก็มีสิทธิ์ที่จะคิดเหมือนกัน
ช้อ สู่ เถว เซี่ยว หมุก จิบ ตั๊บ(นั่งบนตอหัวร่อจนน้ำตาไหล)ซี่ หวุด เถว ฟ่อ เซ้ว ต้อ ทับ(จนที่ก้นถูกไฟลนจนบู้บี้)จี ก๊า เงี้ยด สุย หงิ่น ลี ลอก(ตัวเองร้อนแล้วแต่ใครจะทำอย่างไร)ผู ถิ่น ช้อก จ้อย งับ อ่า งับ(เผาจนเสร็จปากอ้าพะงาบ ๆ)
ตั๊น เกียวก คี้ ไก่ ชั่ง(ขาเดียวยืนค้ำอยู่)ซี่ เกียวก หัง หล่อ ย พั่ง(สี่ขาก็เ้ดินมาย่ำ)เตี๊ย ต้อ ตั๊น เกียวก ชั่ง(ไปสกิดถูกเจ้าขาเดียวยืนค้ำ)ซี่ เกียวก เซี้ยวง ลั่ง ทั่ง(สี่ขาเลยเนื้อตัวทะลุ)
ขอเชิญทุกท่าน มาทาย ต้น หยก กันต่อเลยนะครับ
เรื่องแรก ซี่ เกียวก หัง หลู่ หง่ำ หง่ำ เหยว(สี่ขาเดินทางโยกเยก ๆ)ผู่ ผู่ ไช ไช้ เหมี่ยน เชว เฉว(ทุกก้าวเชื่องช้าหน้าเหี่ยวย่น)ป่อย เปียก กั่ว ไก่ ไถ่ เที้ยด หงั่ว(ด้านหลังแขวนหลังคาเหล็กใหญ่ไว้หนึ่งหลัง)ต๋อ ต่อ เสี่ยว วั้ย ข่อง ฮห่ำ เถว(เกิดมันอับอายมันจะซ่อนทั้งหัว)
เรื่องที่สอง หยิด เกียบ ซัง ช้อก เชียน เลี้ยบ หงา(ฝักหนึ่งมีฟันเป็นพันซี่)ซิ้น เฉน ฟัน ซ้ำ เปา เทว หนา(ตัวสรวมเสี้อหลายชั้นคลุมมิดหัว)มุ้ย ซั้ง เผียด ซี้ ยี ทุง หง่วน(ที่ปลายมีหนวดเด็ก ๆชอบเล่น)สู่ ฮ้า ซั้ง หล่อย ยิ้ว เกียวก ก๋า(โคนต้นมีรากค้ำยัน)
1 เต่า
2 ข้าวโพด
เต่าเป็นสัตว์ที่ถือว่า ดึกดำบรรพ์ เชื่อว่าเป็นสัตว์อายุยืนที่สุด มันเป็นสัญลักษณ์ของความมานะบากบั่น อดทน เชื่องช้า แต่ว่าแน่นอน ให้เห็นถึงว่า กิจการงานต่าง ๆ แม้ว่าจะมีความยากลำบากเพียงใดก็ตาม ขอให้มีความตั้งใจจริงซะอย่าง งานที่ว่ายาก ๆ นั้น ก็สำเร็จลงจนได้ ไม่มีเหนือบ่ากว่าแรงแน่นอน โดยให้เห็นถึงความ มานะบากบั่นของเต่าเป็นตัวอย่าง
ส่วนอีกข้อก็ข้าวโพด เคยมี อาแปะ บ้านติดกัน สมัยก่อนตื่นเช้ามาประมาณ ตี5 ก็จะได้ยิน เสียงอาแปะติดเตาถ่าน ใช้ถังเหล็กกลม ๆ มีรูทั้งถัง มีฝาปิด มือโยก ใส่เมล็ดข้าวโพดลงไปในถัง โยกไปเรื่อย ๆ พอร้อนได้ที่ เมล็ดข้าวโพด ก็จะแตก เสียงดัง เป๊าะแป๊ะ ๆ ขาวพราวจนเต็มถัง แล้วแกก็จะนำใบตองม้วน ชุบน้ำเกลือ พรมเคล้าจนทั่ว รสออกเค็ม ๆ หรือไม่ก็ นำมาเคล้ากับน้ำตาลปี๊บ ในกระทะใบบัวใบใหญ่ ใช้พายกวนเคล้าให้เข้ากัน ก็จะเป็นข้าวโพดคั่วชนิดหวาน เดี๋ยวนี้ไม่เคยเห็นมาหลายปีแล้ว
ขอบคุณ บุ๋นเชี้ยงก๊อ ที่มาร่วมทาย ไหนยังมีอีกสองข้อ ให้หงีลองทายดู ใบ้ข้อสองให้หน่อยว่า เป็นเครื่องใช้จับสัตว์พาหะครับ
ไชไชหัง อาการคนเดินขาเป๋หรือเดินโยกเย้กเราว่า หังต่อไชอย่าไช ขอตอบเรื่องแรกว่า กุย 龟 หรือ วูกุย 乌龟 เต่าเป็นสัตย์ดึกดำบรรพ์ มีอายุยืนยาวมาก ตอนเด็กไม่ชอบมันเลยเพราะเวลามันมาเป็นฝุงและแต่ละตัวใหญ่ๆทั้งนั้น คืนเดียวผักที่ปลุกไว้หลายแปลงโดนกินเกือบหมดเลย เคยเห็นชาวสวนบางคนตอกไม้ไว้สี่มุม แล้วจับเต่าหงายท้องตั้งบนไม้ที่ตอกไว้ตากแดดจนตาย บาปกรรมจริงๆ ก็เห็นคนที่ทำทุกวันนี้ลูกหลานก็ไม่ค่อยจะเจริญ พูดถึงเต่าทำให้คิดถึงคำนี้ขึ้นมา 龟毛兔角 กุยมอทู่กอก หมายถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ส่วนคำว่ากุยกุง 龟公ใช่ปู่ของเต่าไม๊น๊อ? ชิ้นสุ้ยกอว่าไง
เรื่องที่สอง ข้าวโพด (zea mays) maize,corn ในจีนมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ยี่หมี่ 玉米 เปาซวุก 苞粟 ซวุกหมี่ 粟米แล้วยังมีอีกหลายชื่อ แต่สามชื่อนี้เราคุ้นหูที่สุด
ทำไปก็ไม่ดี ไม่ทำก็ไม่เหลืออะไร นี่แหละอาชีพเกษตรกรรม ที่จริงตัวไหงเองก็เคยคิดจะไปทำฟาร์ม แบบครบวงจร แต่มาคิดถึง ต้องมาเลี้ยงหมู เลี้ยงปลา ฆ่าหนอน ยังไงก็ต้องฆ่า เลยเลิกคิดดีกว่า กุยม้อทู่กอก ของคุณอาคมคือ ขนเต่าเขากระต่าย อันนี้พอแปลกันได้ ส่วนกุยกุ๊ง นี่ไหงยังไม่ทันเป็นอากุ๊ง ต้องเรียนถาม ท่านที่เป็นอากุ๊งแล้วดีกว่ามัง ฮะ ฮะ ฮะ มาเรื่องที่สองดีกว่า
เป๊าเสียวก เงียวกมี่ หรือข้าวโพด ชอบมากตอนเก็บผล นำมาปอกเปลือกต้ม แล้วเก็บเอาหนวดมันมา เสียบหู เสียบจมูก เล่นไปตามประสาเด็ก บางทีก็นำมีดมาหั่นเมล็ด แล้วทำเป็นเต้าส่วน อร่อยมากมายกว่าถั่วเขียวเสียอีก หรือถ้านำมาเผาทั้งเปลือก หอมอย่าบอกใคร
หนู ชิง ชิง เข้ามาเล่นทายปัญหาหน่อยเร็ว วันนี้ง่ายๆจ้ะ คนอื่นๆด้วยครับ เล่นกันน้อยคนไม่สนุกครับ จึงเชิญชวนให้เข้ามาเล่นกันเยอะๆ
สวัสดีครับ วันนี้มี ต้น หยก มาให้ ไถ่ก๊า ร่วมทายสนุก อีก2ข้อ เชิญทุกท่านลองทายดูว่าเป็นอะไร ลองดูครับ เรื่องแรก ยิ้ว หยิด เทว ฉอง ยับ ฉ่อย (มีผักใบยาวอยู่ต้นหนึ่ง) ผี่ หมุ่ย ไก่ ไก่ เยว เถว ถ่อย (ดมกลิ่นทุคนสั่นหัวถอย) จัก ฟ้า เฉ่า หฮำ ซา สา ฮับ (แต่เด็ดดอกผัดกับทุกคนชอบ) จ่อ ห้อ ฉ่อย ปั่น ลุ้ง หว่า อ่อย (ทำขนมผักบอกว่าชอบทุกคน)
เรื่องที่สอง ฉิด เสด ซี้ ปู่ หลัง ปั่น เที้ยน (ผ้าไหมเจ็ดสีตากไว้ครึ่งฟ้า) เสด เสด วัน วั้น หลัง ไก่ เจี๊ยน (ทุกสีงองอตากรับแดดร้อน) เงี้ยด เถว ฮ้อย ตุ๊ง กี เจ่ว ซี้ (แดดอยู่ตะวันออกมันจะหนีไปตะวันตก) เที้ยน สุ่ย ล้อก เห่ว จั่ง ยิ้ว เกี่ยน (ฝนฟ้าตกแล้วจึงจะได้พบเห็น)
หนูขอตอบว่า ข้อที่1นั้น คือ ผักกุยช่าย และ ขนมกุยช่าย ค่ะ
ข้อที่สอง หนูขอตอบว่า รุ้งกินน้ำค่ะ
รอมาหนึ่งวันแล้วไม่มีคนตอบ สงสัยทุกคนมีอารมณ์หดหู่กับเหตุการณ์กลียุคเผาบ้าน เผาเมือง
ไหงขอตอบเรื่องแรกว่า กิ้วช่อย 韭采 จิ่วใช่ ไหงชอบกิ้วช่อยหั่นฝอยเจียวไข่ กิ้วช่อยปั้น (กู๋ใช่ก้วย)
เรื่องที่สองว่า เทียนกวุงซิดสุ้ย หรือ รุ้งกินน้ำ 彩虹 ฉ่ายหง มีเจ็ดสีคือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว
เหลือง แสด แดง
งงมากๆเลยค่ะขออธิบายอีกทีได้รึปล่าวคะ
(ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ เกาแซ่หงิน แทรกวิชาการหน่อยนะ)
การเรียงสีของรุ่งกินน้ำ เขาจะเรียงตามลำดับสีดังนี้
ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง
ม ค น ข ล ส ด
ม่วย คน นี้ ขา ลาย สิ้น ดี มี คน นั่ง ข้าง หลัง สวน ดอก
เทียบแบบนี้คงพอเข้าใจ และทีอ้างถึงคน ช.ม.เพราะ สวนดอกอยู่ ช.ม.(แต่ไหงชินกับท่องชื่อสีตรงๆ มากกว่า)
เกร็ดความรู้
สาเหตุที่ รุ้งต้องเรียงสีตามนี้เพราะ เป็นการเรียงลำดับตามความยาวคลื่นของแสง ในย่านที่ตามนุษย์สามารถมองเห็นได้ (Visible light)
รุ้งกินน้ำ เกิดจากการหักเหของแสง เมื่อกระทบกับละอองน้ำในชั้นบรรยากาศ ดังนั้น จึงมักพบเก็นรู้งกินน้ำ เมื่อยามหลังฝน ในทิศตรงข้ามกับพระอาทิตย์ซึงเป็นแหล่งต้นแสง
และที่แสงผ่านการหักเหแล้ว จะแยกตัวเป็นสีต่างๆได้ เพราะ แสงสีขาวในธรรมชาติ คือแสงที่ประกอบด้วยแสงสีต่างๆ รวมกันอยู่ เมื่อแสงผ่านการหักเห แสงที่มีความยาวคลื่นต่างกันย่อมหักเหได้ไม่เท่ากัน จึงทำให้เห็นแยกสีออกมาเป็นรุ่งกินน้ำ
ตอนนี้หนูเข้าใจในเรื่องของรุ้งกินน้ำแล้วค่ะ ต้องขอขอบคุณที่ให้ความรู้เพิ่มเติมนะคะ
คนเชียงใหม่ อาจจะท่องว่า
มี คน นั่ง ข้าง หลัง สวน ดอก
ก็ได้นะ
สมาคมต่างๆ
ไถ่เพ่า,ฮับซิดหมี่
วันนี้มี ต้น หยก มาเชิญไถ่ก๊าร่วมทาย อีกสองเรื่อง ลองดูครับ
เรื่องแรก
ก๊อ เถี่ยว กั๊ง เที้ยด เสี่ยน(เสาสูงขึงเส้นลวด)
ไถ่ เพ่า เต่น ชุด เจี่ยน(มีปืนใหญรอออกรบ)
หงิด จัก หย่า ตุ๊ก สุ่ย(กลางวันตากแดด กลางคืนตากฝน)
เค้ ป่อย จั่ง ยิว เกี่ยน(นอกแม่น้ำจึงจะได้เห็น)
เรื่องที่สอง
มอ หงา หมอ ฉี่(ไม่มีเขี้ยวไม่มีฟัน)
หวัน หงิด ฮับ ซิ้ด หมี่(ทั้งวันชอบกินข้าวสาร)
หยิด กา หงิน ไก่ ผ่อน(ข้าวของคนทั้งบ้าน)
ลุ้ง กี ซิ้ด ล้อก ขี่(ถูกมันกินลงไปหมด)
แจ้นเกี้ยน
เรือรบ
ขอบคุณครับ
เรือรบ,หม้อหุงข้าว
เกี่ยวกับ " ไถ่เพ่า "
ตรงคำว่า "ไถ่เพ่า " นั้นไหงพอทราบมาบ้างรู้สึกภาษาชิมเขาจะเรียกว่า " ไท้เพ่า " ซึ่งหมายถึงปืนใหญ่ แต่ถ้า " ไถ่เพ่าล่อ " หมายถึงคนขี้โม้ , ชอบพูดมาก , ชอบคุยโว
ตามประวัติศาสตร์ ท่านซุนจงซาน ( กั๋วฟู่ ) ก็เคยได้รับสมญานามว่า " ไถ่เพ่าล่อ " ตั้งแต่ยังเด็กๆเนื่องจากท่านซุนจงซาน ท่านมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในเรื่องการ ปฎิวัติ ล้มล้างราชวงศ์ชิง มาตั้งแต่ยังวัยเยาว์ ท่านซุนจงซาน คงจะพูดถึงเรื่องการปฏิวัติราชวงศ์ชิงมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วลองคิดดูว่า เด็นคนหนึ่งพูดเรื่องการล้มล้างราชวงศ์ชิงในขณะนั้นใครจะเชื่อ ท่านจึงถูกชาวบ้านในหมู่บ้านท่านเรียกว่า " ไถ่เพ่าล่อ " หรือไอ้ขี้โม้ จึงไม่แปลกนัก
แต่ยังมีอีกคนหนึ่งที่ได้รับสมญานามว่า " ไถ่เพ่าล่อ " " ไอ้ขี้โม้ " เหมือนกันในหมู่ญาติๆของเขาที่เชียงใหม่ ในตอนเด็กๆ แต่จะไปเปรียบเทียบกับท่านซุนจงซาน คงจะไม่ได้เพราะ ท่านซุนจงซาน ท่านมีเจตนาแน่วแน่เพื่อชาติจีน เพื่อพี่น้องชาวจีนทั้งโลก แต่เขาคนนั้นทำทุกอย่างเพื่อความร่ำรวยของตนเองเท่านั้น ไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนหรือจะเป็นจะตายอย่างไร " ไถ่เพ่าล่อขนาด " ชอบโฟนด์อินแบบไถ่เพ่าล่อ มาไม่ได้ขาด " ไอ้ขี้โม้ "
ไอ้ขี้โม้
ทำไมเขาจึงเรียก ไถ่เพ่าล่อ หรือ ไอ้ขี้โม้ ซึ่งหมายถึง ปืนใหญ่ ความคิดส่วนตัวไหง ไหงว่าปืนใหญ่สมัยโบราณ เวลายิงออกไป มันไม่ค่อยโดน มีแต่เสียงดัง เหมือนคนพูดมาก ขี้โม้ หาสาระอะไรไม่ได้
ไค้ก๋า,ซี่ฟ้องจี้
เพิ่ม ต้น หยก อีกสองเรื่อง ให้ทุกท่านได้ร่วมสนุกต่อเลยครับ
ข้อแรก
จี ก๊า บุก ซิ่น อื๋อม หว่อย ไต๊(เนื้อตัวตนเองไม่แข็ง)
เถ่ หงิ่น เพ็ด สา ก๋า หล่อย ไค้(นำขื่อคนอื่นมาแบก)
ไค้ ต่อ เถียด เส่ อิ่ว ฟั้น เก่า(แบกจนเล็กไปก็เปลี่ยนใหม่อีก)
เก่า ต่อ ถิ่น ช้อก งิน ไหม่ ไม้(เปลี่ยนจนได้ที่ถูกคนนำไปซื้อขายซะแล้ว)
ข้อ ที่ สอง
หยิด ยับ ซี่ ฟ้อง จี่(กระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นหนึ่ง)
ต๋อ ต้อ ยิ้ว ฉอย ขี่(ถ้ามีโชคละก็)
เก้า ชิ้ว เกี่ย ปัก หว่าน(แลกได้หลายล้าน)
หมอ ฉิ่ว ก่อง หงิน ขี่(ถ้าไม่มีละก็ทางใครทางมัน)
หอยชัดๆ ทำไมเรียกฉันว่าปู
ตอบข้อแรกว่า ปูเสฉวน ( HERMIT CRAB ) ทำไมถึงชื่อปูเสฉวน ใครรู้ได้โปรดกรุณาให้ความกระจ่างด้วยครับ ปูเสฉวน หรือบางคนเรียก หอยฝากตัว เป็นสัตว์ทะเลจำพวกกุ้งกึ่งปู ที่ต้องอาศัยอยู่ในเปลือกหอยฝาเดียวที่ว่างเปล่า เช่นหอยสังข์ หอยเจดีย์ หอยหนาม หอยเงาะ หอยอูด หอยมวนพลู หอนนมสาว เป็นต้น โดยจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามขนาดตัวที่โตขึ้น ธรรมชาติสร้างมาอย่างนั้นที่มีลำตัวอ่อนนุ่มโดยฉพาะช่วงท้อง จึงต้องมีเกราะกำบัง ฉะนั้นพวกเราจึงไม่สมควรอย่างยิ่ง ทีเก็บเปลือกหอยฝาเดียวกลับมา เดี๋ยวปูเสฉวนไม่รู้จะไปอาศัยอะไรอยู่ สมัยก่อนมีขายตามตลาดนัดทั่วไป
ตอบข้อที่สอง ฉอยเพี่ยว LOTTERY ถ้าฉอยคี่ฮ่อ โดน JACKPOT เกี้ยเชียนหวั่น เห็นบางรายหามส่งโรงหมอเลยก็มี ทุกคนที่ซื้อก็หวังถูกกันทุกคน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างฟ้าลิขิตไว้แล้ว
ไหงเดา
ที่เรียกปู เพราะมันมีขา
ถ้าเป็นหอยจะไม่มีขา
เกี่ยวกับปูเสฉวน
เกี่ยวกับเรื่องปูเสฉวนนั้น เป็นปูเมื่อเกิดมาจะต้องหาเปลือกหอยเป็นที่ปกป้องตัวเองเนื่องจากสภาพร่างกายปูเสฉวนนั้นมีความอ่อนแอจึงจำเป็นต้องหาเปลือกหอยว่างๆเป็นเครื่องกำบังตน
ทำไมจึงใช้ชื่อว่าปูเสฉวน ที่เสฉวนคงไม่มีปูชนิดนี้แน่เพราะปูเสฉวนเป็นสัตวทะเล เสฉวนอยู่ในแผ่นดินหลายพันกิโล
ไหงเพิ่งคิดเล่นๆเมื่อไม่นานมานี้ โดยไหงสันนิษฐานว่าจะต้องเกี่ยวกับเรื่องสามก๊กอย่างแน่นอน
เสฉวนเป็นพื้นที่ที่อยู่ในหุบเขามีเขาล้อมรอบเหมาะแก่การเป็นป้อมปราการในการปกป้องศ้ตรูผู้รุกรานเป็นอย่างดี ขงเบ้งกุนซือ จ๊กก๊ก จึงเห็นการได้เปรียบในแง่ดังกล่าวนำ จ๊กก๊กของพระเจ้าเล่าปี่มาตั้งมั่นอยู่ในที่มั่นในเสฉวน ซึ่งเหมือนกับปูเสฉวนซึ่งสภาพร่างกายอ่อนแอจึงต้องหาสิ่งปกป้องร่างกาย ปูเสฉวนจึงต้องหาเปลือกหอยมาปกป้องร่างกาย เหมือนกับ จ๊กก๊ก ต้องหาเสฉวนมาเป็นที่มั่นในการปกป้องตัวเองเช่นกัน สามก็กอยู่ในสังคมไทยมากว่า 200 ปี แล้ว จึงน่าจะเป็นไปได้ว่าคนรุ่นก่อนๆจะนำเหตุผลดังกล่าวมาตั้งชื่อปูเสฉวนก็ได้
ไหงคิดเล่นๆ อาจจะผิดก็ได้ แต่ไหงก็มีสิทธิ์ที่จะคิดเหมือนกัน
ปู หลอ คิก ค้อก
ส่วนเจ้าปูเสฉวน มีชื่อเรียกตามลักษณะเปลือกและการเดินของมัน แบบขอกแขก ๆ อีกชื่อ ว่าปูหลอคิกค้อก มีปูเหมือนกันนา แต่ว่าเป็นคนละปู ส่วนอีกข้อเป็นฉอยเพี่ยว ไช่เพี่ยว หรือล้อตเตอรี่ เฮ้อ!ซื้อแล้วนอกจากเสี่ยงถูกกิน เสียตังค์ฟรีแล้ว เผลอ ๆยังต้องเสี่ยงช้อกตายอีก ม้อยเหม็ด ม้อยเหม็ด จ้อซิดห่อ
ชิ่นหมุนก๊า,ปักซองล้อก
โอ๊ย งิน เถี่ยว ก๊วน กู้ ก๊า(แม่ถูกทิ้งให้ดูบ้าน)
จื้อ เจ้ว เหลี่ยว เซี่ยว ฮา ฮ้า(ลูกหนีไปเที่ยวหัวเราะเฮฮา)
หย่า จื้อ โอ๊ย หลอย เกี้ยน เท่า(ค่ำแม่ลูกพบกันเดี๋ยวเดียว)
อิ๋ว งิน เถี่ยว ชิ่น หมุน ก๊า(แม่ถูกทิ้งแขวนประตูบ้านอีกแล้ว)
เตี๊ยม หงิด หงิด ซอง ล้อก(ทุกวันขึ้นลงอยู่นั่นแล้ว)
อื๋อม ตี๊ ช้อก อื๋อม ช้อก(ไม่รู้จำเป็นหรือไม่จำเป็น)
หมอ หงิ่น ก้ำ ลี ล้อก(ก็ไม่มีใครกล้าเอาเรื่องราว)
ซื้อ
แม่ซ่อแถว ลูกซ่อสี
ช้อกเลี่ยว
นั่งตอ,เสาค้ำ
ช้อ สู่ เถว เซี่ยว หมุก จิบ ตั๊บ(นั่งบนตอหัวร่อจนน้ำตาไหล)
ซี่ หวุด เถว ฟ่อ เซ้ว ต้อ ทับ(จนที่ก้นถูกไฟลนจนบู้บี้)
จี ก๊า เงี้ยด สุย หงิ่น ลี ลอก(ตัวเองร้อนแล้วแต่ใครจะทำอย่างไร)
ผู ถิ่น ช้อก จ้อย งับ อ่า งับ(เผาจนเสร็จปากอ้าพะงาบ ๆ)
ตั๊น เกียวก คี้ ไก่ ชั่ง(ขาเดียวยืนค้ำอยู่)
ซี่ เกียวก หัง หล่อ ย พั่ง(สี่ขาก็เ้ดินมาย่ำ)
เตี๊ย ต้อ ตั๊น เกียวก ชั่ง(ไปสกิดถูกเจ้าขาเดียวยืนค้ำ)
ซี่ เกียวก เซี้ยวง ลั่ง ทั่ง(สี่ขาเลยเนื้อตัวทะลุ)
ช้อตุ้นแถว , ชั่งกุ้น
ผูหลอ,ล่อชู่ข้ำ
อาฮยุ๋ง ช่วยหน่อย
ไชไช้หัง,เชียนเลี้ยบหงา
ขอเชิญทุกท่าน มาทาย ต้น หยก กันต่อเลยนะครับ
เรื่องแรก
ซี่ เกียวก หัง หลู่ หง่ำ หง่ำ เหยว(สี่ขาเดินทางโยกเยก ๆ)
ผู่ ผู่ ไช ไช้ เหมี่ยน เชว เฉว(ทุกก้าวเชื่องช้าหน้าเหี่ยวย่น)
ป่อย เปียก กั่ว ไก่ ไถ่ เที้ยด หงั่ว(ด้านหลังแขวนหลังคาเหล็กใหญ่ไว้หนึ่งหลัง)
ต๋อ ต่อ เสี่ยว วั้ย ข่อง ฮห่ำ เถว(เกิดมันอับอายมันจะซ่อนทั้งหัว)
เรื่องที่สอง
หยิด เกียบ ซัง ช้อก เชียน เลี้ยบ หงา(ฝักหนึ่งมีฟันเป็นพันซี่)
ซิ้น เฉน ฟัน ซ้ำ เปา เทว หนา(ตัวสรวมเสี้อหลายชั้นคลุมมิดหัว)
มุ้ย ซั้ง เผียด ซี้ ยี ทุง หง่วน(ที่ปลายมีหนวดเด็ก ๆชอบเล่น)
สู่ ฮ้า ซั้ง หล่อย ยิ้ว เกียวก ก๋า(โคนต้นมีรากค้ำยัน)
เห่ หมอ หว่า
1 เต่า
2 ข้าวโพด
ลุ้ง เห่
เต่าเป็นสัตว์ที่ถือว่า ดึกดำบรรพ์ เชื่อว่าเป็นสัตว์อายุยืนที่สุด มันเป็นสัญลักษณ์ของความมานะบากบั่น อดทน เชื่องช้า แต่ว่าแน่นอน ให้เห็นถึงว่า กิจการงานต่าง ๆ แม้ว่าจะมีความยากลำบากเพียงใดก็ตาม ขอให้มีความตั้งใจจริงซะอย่าง งานที่ว่ายาก ๆ นั้น ก็สำเร็จลงจนได้ ไม่มีเหนือบ่ากว่าแรงแน่นอน โดยให้เห็นถึงความ มานะบากบั่นของเต่าเป็นตัวอย่าง
ส่วนอีกข้อก็ข้าวโพด เคยมี อาแปะ บ้านติดกัน สมัยก่อนตื่นเช้ามาประมาณ ตี5 ก็จะได้ยิน เสียงอาแปะติดเตาถ่าน ใช้ถังเหล็กกลม ๆ มีรูทั้งถัง มีฝาปิด มือโยก ใส่เมล็ดข้าวโพดลงไปในถัง โยกไปเรื่อย ๆ พอร้อนได้ที่ เมล็ดข้าวโพด ก็จะแตก เสียงดัง เป๊าะแป๊ะ ๆ ขาวพราวจนเต็มถัง แล้วแกก็จะนำใบตองม้วน ชุบน้ำเกลือ พรมเคล้าจนทั่ว รสออกเค็ม ๆ หรือไม่ก็ นำมาเคล้ากับน้ำตาลปี๊บ ในกระทะใบบัวใบใหญ่ ใช้พายกวนเคล้าให้เข้ากัน ก็จะเป็นข้าวโพดคั่วชนิดหวาน เดี๋ยวนี้ไม่เคยเห็นมาหลายปีแล้ว
ขอบคุณ บุ๋นเชี้ยงก๊อ ที่มาร่วมทาย ไหนยังมีอีกสองข้อ ให้หงีลองทายดู ใบ้ข้อสองให้หน่อยว่า เป็นเครื่องใช้จับสัตว์พาหะครับ
มั่นมั่นหัง หรือ ไชไชหัง
ไชไชหัง อาการคนเดินขาเป๋หรือเดินโยกเย้กเราว่า หังต่อไชอย่าไช ขอตอบเรื่องแรกว่า กุย 龟 หรือ วูกุย 乌龟 เต่าเป็นสัตย์ดึกดำบรรพ์ มีอายุยืนยาวมาก ตอนเด็กไม่ชอบมันเลยเพราะเวลามันมาเป็นฝุงและแต่ละตัวใหญ่ๆทั้งนั้น คืนเดียวผักที่ปลุกไว้หลายแปลงโดนกินเกือบหมดเลย เคยเห็นชาวสวนบางคนตอกไม้ไว้สี่มุม แล้วจับเต่าหงายท้องตั้งบนไม้ที่ตอกไว้ตากแดดจนตาย บาปกรรมจริงๆ ก็เห็นคนที่ทำทุกวันนี้ลูกหลานก็ไม่ค่อยจะเจริญ พูดถึงเต่าทำให้คิดถึงคำนี้ขึ้นมา 龟毛兔角 กุยมอทู่กอก หมายถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ส่วนคำว่ากุยกุง 龟公ใช่ปู่ของเต่าไม๊น๊อ? ชิ้นสุ้ยกอว่าไง
เรื่องที่สอง ข้าวโพด (zea mays) maize,corn ในจีนมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ยี่หมี่ 玉米 เปาซวุก 苞粟 ซวุกหมี่ 粟米แล้วยังมีอีกหลายชื่อ แต่สามชื่อนี้เราคุ้นหูที่สุด
Million Years Turtle
ทำไปก็ไม่ดี ไม่ทำก็ไม่เหลืออะไร นี่แหละอาชีพเกษตรกรรม ที่จริงตัวไหงเองก็เคยคิดจะไปทำฟาร์ม แบบครบวงจร แต่มาคิดถึง ต้องมาเลี้ยงหมู เลี้ยงปลา ฆ่าหนอน ยังไงก็ต้องฆ่า เลยเลิกคิดดีกว่า กุยม้อทู่กอก ของคุณอาคมคือ ขนเต่าเขากระต่าย อันนี้พอแปลกันได้ ส่วนกุยกุ๊ง นี่ไหงยังไม่ทันเป็นอากุ๊ง ต้องเรียนถาม ท่านที่เป็นอากุ๊งแล้วดีกว่ามัง ฮะ ฮะ ฮะ มาเรื่องที่สองดีกว่า
เป๊าเสียวก เงียวกมี่ หรือข้าวโพด ชอบมากตอนเก็บผล นำมาปอกเปลือกต้ม แล้วเก็บเอาหนวดมันมา เสียบหู เสียบจมูก เล่นไปตามประสาเด็ก บางทีก็นำมีดมาหั่นเมล็ด แล้วทำเป็นเต้าส่วน อร่อยมากมายกว่าถั่วเขียวเสียอีก หรือถ้านำมาเผาทั้งเปลือก หอมอย่าบอกใคร
อาแซ่ม้อย ชิง ชิง
หนู ชิง ชิง เข้ามาเล่นทายปัญหาหน่อยเร็ว วันนี้ง่ายๆจ้ะ คนอื่นๆด้วยครับ เล่นกันน้อยคนไม่สนุกครับ จึงเชิญชวนให้เข้ามาเล่นกันเยอะๆ
ผักใบยาว ไหมเจ็ดสี
สวัสดีครับ วันนี้มี ต้น หยก มาให้ ไถ่ก๊า ร่วมทายสนุก อีก2ข้อ เชิญทุกท่านลองทายดูว่าเป็นอะไร ลองดูครับ
เรื่องแรก
ยิ้ว หยิด เทว ฉอง ยับ ฉ่อย (มีผักใบยาวอยู่ต้นหนึ่ง)
ผี่ หมุ่ย ไก่ ไก่ เยว เถว ถ่อย (ดมกลิ่นทุคนสั่นหัวถอย)
จัก ฟ้า เฉ่า หฮำ ซา สา ฮับ (แต่เด็ดดอกผัดกับทุกคนชอบ)
จ่อ ห้อ ฉ่อย ปั่น ลุ้ง หว่า อ่อย (ทำขนมผักบอกว่าชอบทุกคน)
เรื่องที่สอง
ฉิด เสด ซี้ ปู่ หลัง ปั่น เที้ยน (ผ้าไหมเจ็ดสีตากไว้ครึ่งฟ้า)
เสด เสด วัน วั้น หลัง ไก่ เจี๊ยน (ทุกสีงองอตากรับแดดร้อน)
เงี้ยด เถว ฮ้อย ตุ๊ง กี เจ่ว ซี้ (แดดอยู่ตะวันออกมันจะหนีไปตะวันตก)
เที้ยน สุ่ย ล้อก เห่ว จั่ง ยิ้ว เกี่ยน (ฝนฟ้าตกแล้วจึงจะได้พบเห็น)
หนูรู้แล้วค่ะ
หนูขอตอบว่า ข้อที่1นั้น คือ ผักกุยช่าย และ ขนมกุยช่าย ค่ะ
ข้อที่สอง หนูขอตอบว่า รุ้งกินน้ำค่ะ
หนู ชิง ชิง
กิ้วช่อย เทียนกวุงซิดสุ้ย
รอมาหนึ่งวันแล้วไม่มีคนตอบ สงสัยทุกคนมีอารมณ์หดหู่กับเหตุการณ์กลียุคเผาบ้าน เผาเมือง
ไหงขอตอบเรื่องแรกว่า กิ้วช่อย 韭采 จิ่วใช่ ไหงชอบกิ้วช่อยหั่นฝอยเจียวไข่ กิ้วช่อยปั้น (กู๋ใช่ก้วย)
เรื่องที่สองว่า เทียนกวุงซิดสุ้ย หรือ รุ้งกินน้ำ 彩虹 ฉ่ายหง มีเจ็ดสีคือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว
เหลือง แสด แดง
รุ้งกินน้ำ (หนูชิงชิงมาอ่านด้วยจ้ะ)
งงค่ะ
งงมากๆเลยค่ะขออธิบายอีกทีได้รึปล่าวคะ
ตอบรุ้ง 7 สี
(ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ เกาแซ่หงิน แทรกวิชาการหน่อยนะ)
การเรียงสีของรุ่งกินน้ำ เขาจะเรียงตามลำดับสีดังนี้
ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง
ม ค น ข ล ส ด
ม่วย คน นี้ ขา ลาย สิ้น ดี
มี คน นั่ง ข้าง หลัง สวน ดอก
เทียบแบบนี้คงพอเข้าใจ และทีอ้างถึงคน ช.ม.เพราะ สวนดอกอยู่ ช.ม.(แต่ไหงชินกับท่องชื่อสีตรงๆ มากกว่า)
เกร็ดความรู้
สาเหตุที่ รุ้งต้องเรียงสีตามนี้เพราะ เป็นการเรียงลำดับตามความยาวคลื่นของแสง ในย่านที่ตามนุษย์สามารถมองเห็นได้ (Visible light)
รุ้งกินน้ำ เกิดจากการหักเหของแสง เมื่อกระทบกับละอองน้ำในชั้นบรรยากาศ ดังนั้น จึงมักพบเก็นรู้งกินน้ำ เมื่อยามหลังฝน ในทิศตรงข้ามกับพระอาทิตย์ซึงเป็นแหล่งต้นแสง
และที่แสงผ่านการหักเหแล้ว จะแยกตัวเป็นสีต่างๆได้ เพราะ แสงสีขาวในธรรมชาติ คือแสงที่ประกอบด้วยแสงสีต่างๆ รวมกันอยู่ เมื่อแสงผ่านการหักเห แสงที่มีความยาวคลื่นต่างกันย่อมหักเหได้ไม่เท่ากัน จึงทำให้เห็นแยกสีออกมาเป็นรุ่งกินน้ำ
ขอขอบคุณที่อธิบายให้หนูเข้าใจค่ะ
ตอนนี้หนูเข้าใจในเรื่องของรุ้งกินน้ำแล้วค่ะ ต้องขอขอบคุณที่ให้ความรู้เพิ่มเติมนะคะ
อธิบายได้เยี่ยมครับ
รุ้ง
คนเชียงใหม่ อาจจะท่องว่า
มี คน นั่ง ข้าง หลัง สวน ดอก
ก็ได้นะ
แจ่มแจ้งครับ
เรื่องที่สอง เทียนกวุงซิดสุ้ย หรือเงี้ยดเถวฉุดเกวี้ยวง เรียกว่ารุ้งกินน้ำ หนูชิงชิง เข้าใจหรือยังล่ะทีนี้ ทั้งสาม อาปัก อธิบายกันแบบ สามหนุ่ม สามมุม คนละแบบ คนละอย่างกันเลย โดยเฉพาะอาฉีปัก เมตตาอธิบาย แบบเห็นภาพชัดเจนแจ่มแจ้ง พร้อมคำอธิบาย ให้เข้าใจง่าย ๆ...ขอขอบคุณ คุณอาคม คุณจ๊องหยิ่นฮยุ๋ง และคุณอาฉีมากครับ