ด้วยความปราถนาดีจาก www.hakkapeople.com
ใครเคยทานบ้างครับ แค่นเทียวปั้น มีทั้งแบบเค็มและแบบหวาน ตอนเด็กๆ อากุงไหงจ๊อซิดประจำ ไหง่ชอบกินแบบเค็ม ใส่ซีอิ๊วดำ ใส่พริกอร่อยครับ
ตอนนี้สุกไจ้ไหงลองทำดู กลายเป็นขนมอะไรก็ไม่รู้
ใครรู้วิธีบอกหน่อย ไหงจะส่งไปให้อาสุกไหง
ไม่แน่ใจหมายถึงจุ๊กก้วยหรือเปล่า เห็นว่ามีแบบเค็ม แบบหวาน ใส่พริกอีกต่างหาก
แต่ที่คุ้นเคย ทำจากแป้งข้าวไปนึ่ง (หน้าไม่บุ๋ม) ใส่ไช่โป้ กระเทียมเจียว และซีอิ๋วหวาน อั่มมักไก่ปั้นก็ลืมแล้ว (ไม่เจอมานานแล้ว นึกทันทีนึกชื่อไม่ออก)
มีเมนูอื่นๆ ขอฝากวางขึ้นโต๊ะด้วยนะ
ช่อยแถวแหยน
อันขาวๆ ทำจากแป้งและหัวผักกาด เรียกช่อยแถวปั่น แล้วที่สีเข้มทำจากเผื่อกเรียกอะไรน๊า.. นึกไม่ออก... เสียดายตอนถ่ายลืมหยิบอันสีเขียวที่ทำจากใบกุยช่าย (กิ้วช่อยปั้น) ตัดสี่ชิ้นเหลี่ยมมารวมด้วย)
ชุดต่อไปเป็นชุด soft soft รองท้องสักชั้น
หน้าตาก็ดูธรรมดา ลองดู Instie หน่อยว่าฮากกาแท้หรือเปล่า (ถ่ายจากเหมยโจไม่แท้ได้ไง หุหุ)
แล้วขอเสริฟของหนักบ้าง เพื่อความอิ่มอร่อย
และก่อนกลับ จ้อนวุ๊กคา ไหงขอฝากปุนหงีคื่อจ้อ ด้วยนะ
ก็ไม่แน่ใจว่าในเมนูนี้ ใครอั่มมักไก่กันบ้าง
สวัสดีครับพบกันอีกแล้ว ครั้งนี้ขอแนะนำขนมทานเล่นที่หาทานกันยากอีกอย่างครับ ขนมนี้จะมีลักษณะรูปร่างคล้ายขนมถ้วยทำมาจากแป้ง มีน้ำเชื่อมราดหน้าตามด้วยหัวไชโป๊เค็มสับและกระเทียมเจียวโรยไว้ คนทางลำปาง เข้าเรียกขนมนี้ว่า “ข้าวปั้น” ที่จังหวัดอื่นอาจะเรียกต่างออกไป เรียกว่า “ขนมมี้ปัน” ก็มี “ขนมถ้วยจีน” ก็เรียกกันครับ แต่จริงๆมันเป็นของกินเล่นของเด็กลูกจีนสมัยก่อน เรียกว่า ขนมจุ๋ยก้วย หรือชื่อเต็มๆว่า เกี่ยมจุ๋ยก้วย แต่ขนมจุ๋ยก้วยนี้มันจากจากขนมถ้วยอยู่ที่ของราดหน้านะครับ ขนมถ้วยจีนจะมีน้ำราดเป็นน้ำเชื่อมที่ทำจากน้ำตาลมะพร้าวแต่ขนมจุ๋ยก้วยราดด้วยผัดกระเทียมและหอมซอยสับกับหัวไช้โป๊สับ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำและพริกไทย ที่นี้มาดู“ข้าวปั้น”กัน ผมคิดว่าขนมข้าวปั้นที่ชาวลำปางรู้จักนั้นคงมาจากชุมชนชาวจีนสมัยก่อน ที่มาอาศัยอยู่ในจังหวัดลำปางนี้ละครับ “ข้าวปั้น” ของลำปางเป็นการผสมประสานของขนมจุ๋ยก้วยและขนมถ้วยจีน นั้นคือมีน้ำราดที่ทำมาจากน้ำตาลซึ้งเป็นของขนมถ้วยจีน และมีการใส่หัวไชโป๊เค็มสับและกระเทียมเจียวด้วยซึ้งเป็นของขนมจุ๋ยก้วย การจะหาทาน“ข้าวปั้น” ในลำปางนี้จะมีให้เป็นน้อยมากที่เห็นก็จะมีที่กาดหัวสะพานหรือตลาดสะพานรัชฎา และที่อีกหนึ่งคือกาดกองต้า วันธรรมดาจะมีแถวด้านหน้าวัดเกาะวารุการาม แต่ถ้าให้ดีช่วงเย็นวันเสาร์และวันอาทิตย์ ได้ทานแน่นอนและมีหลายสีให้เลือกโดยนั่งแคะทานหน้าร้านกันเลย แต่ถ้าใครต้องการทานขนมโบราณหายาก แต่มาลำปางไม่ได้ ก็ทำรับประทานกันเองในครอบครัวโดยมีสูตรการทำให้ทำกันครับ โดยไม่มีอะไรยุ่งยากมากมามาดูกันเลย สูตร และวิธีทำ “ข้าวปั้น”๑.แป้งข้าวเจ้า (หนึ่งส่วน) ๒.แป้งมัน (3/4 ของแป้งข้าวเจ้า) ๓.เบกกิ้งโซดา ๔.น้ำปูนใส นำผสมกันลงไป ใส่น้ำใบเตยที่คั่นลงไปแต่ถ้าต้องการสีอื่นก็สามารถใส่สีผสมอาหารสีอื่นได้ ตั้งลังถึงใส่น้ำ ใส่ถ้วยตะไล พอน้ำเดือดนึ่งถ้วยจนร้อนจัดตักแป้งหยอดลงไป นึ่งประมาณ 7-8 นาที เมื่อตัวแป้งขนมสุกแล้วนำมาพักให้ขนมถ้วยตัวแป้งเย็นแล้วใช้ไม้พายแคะออก สูตร และวิธีทำน้ำราด ๑.น้ำตาลอ้อย๒.น้ำสะอาด๓.แบะแซ เคี่ยวกันให้เหนียว๔.งาขาวคั่ว (สำหรับโรยหน้าถ้าชอบ) ๕.กระเทียมเจียว (สำหรับโรยหน้า) ๖.หัวไช้โป๊สับ(สำหรับโรยหน้า) นำน้ำตาลอ้อย น้ำสะอาและแบะแซ ลงหมัอที่เตรียมไว้ คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อนเคี่ยวนานประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างเคี่ยวน้ำตาลใช้ไม้พายหมั่นคน เพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ เมื่อน้ำตาลเหนียวได้ที่และน้ำตาลมีสีสวย ยกขึ้นตั้งพักไว้ให้เย็น แค่นี้ก็จะมีขนมไว้ทานเป็นอาหารว่างสบายๆ ก็ขอนนำเสนอ อร่อยๆกับขนมล้านนา ๓ แค่นี้นะครับขอให้ติดตาม ครั้งหน้าจะมีอะไรมาแนะนำกันอีก
สมาคมต่างๆ
เสริฟผิดโต๊ะบอกด้วยนะ
ไม่แน่ใจหมายถึงจุ๊กก้วยหรือเปล่า เห็นว่ามีแบบเค็ม แบบหวาน ใส่พริกอีกต่างหาก
แต่ที่คุ้นเคย ทำจากแป้งข้าวไปนึ่ง (หน้าไม่บุ๋ม) ใส่ไช่โป้ กระเทียมเจียว และซีอิ๋วหวาน อั่มมักไก่ปั้นก็ลืมแล้ว (ไม่เจอมานานแล้ว นึกทันทีนึกชื่อไม่ออก)
มีเมนูอื่นๆ ขอฝากวางขึ้นโต๊ะด้วยนะ
ช่อยแถวแหยน
อันขาวๆ ทำจากแป้งและหัวผักกาด เรียกช่อยแถวปั่น แล้วที่สีเข้มทำจากเผื่อกเรียกอะไรน๊า.. นึกไม่ออก... เสียดายตอนถ่ายลืมหยิบอันสีเขียวที่ทำจากใบกุยช่าย (กิ้วช่อยปั้น) ตัดสี่ชิ้นเหลี่ยมมารวมด้วย)
ชุดต่อไปเป็นชุด soft soft รองท้องสักชั้น
หน้าตาก็ดูธรรมดา ลองดู Instie หน่อยว่าฮากกาแท้หรือเปล่า (ถ่ายจากเหมยโจไม่แท้ได้ไง หุหุ)
แล้วขอเสริฟของหนักบ้าง เพื่อความอิ่มอร่อย
และก่อนกลับ จ้อนวุ๊กคา ไหงขอฝากปุนหงีคื่อจ้อ ด้วยนะ
ก็ไม่แน่ใจว่าในเมนูนี้ ใครอั่มมักไก่กันบ้าง
อร่อยมาก..ทุกวันยังหาทานได้..
อร่อยๆกับขนมล้านนา ๓
สวัสดีครับพบกันอีกแล้ว ครั้งนี้ขอแนะนำขนมทานเล่นที่หาทานกันยากอีกอย่างครับ ขนมนี้จะมีลักษณะรูปร่างคล้ายขนมถ้วยทำมาจากแป้ง มีน้ำเชื่อมราดหน้าตามด้วยหัวไชโป๊เค็มสับและกระเทียมเจียวโรยไว้ คนทางลำปาง เข้าเรียกขนมนี้ว่า “ข้าวปั้น” ที่จังหวัดอื่นอาจะเรียกต่างออกไป เรียกว่า “ขนมมี้ปัน” ก็มี “ขนมถ้วยจีน” ก็เรียกกันครับ แต่จริงๆมันเป็นของกินเล่นของเด็กลูกจีนสมัยก่อน เรียกว่า ขนมจุ๋ยก้วย หรือชื่อเต็มๆว่า เกี่ยมจุ๋ยก้วย แต่ขนมจุ๋ยก้วยนี้มันจากจากขนมถ้วยอยู่ที่ของราดหน้านะครับ ขนมถ้วยจีนจะมีน้ำราดเป็นน้ำเชื่อมที่ทำจากน้ำตาลมะพร้าวแต่ขนมจุ๋ยก้วยราดด้วยผัดกระเทียมและหอมซอยสับกับหัวไช้โป๊สับ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำและพริกไทย ที่นี้มาดู“ข้าวปั้น”กัน ผมคิดว่าขนมข้าวปั้นที่ชาวลำปางรู้จักนั้นคงมาจากชุมชนชาวจีนสมัยก่อน ที่มาอาศัยอยู่ในจังหวัดลำปางนี้ละครับ “ข้าวปั้น” ของลำปางเป็นการผสมประสานของขนมจุ๋ยก้วยและขนมถ้วยจีน นั้นคือมีน้ำราดที่ทำมาจากน้ำตาลซึ้งเป็นของขนมถ้วยจีน และมีการใส่หัวไชโป๊เค็มสับและกระเทียมเจียวด้วยซึ้งเป็นของขนมจุ๋ยก้วย การจะหาทาน“ข้าวปั้น” ในลำปางนี้จะมีให้เป็นน้อยมากที่เห็นก็จะมีที่กาดหัวสะพานหรือตลาดสะพานรัชฎา และที่อีกหนึ่งคือกาดกองต้า วันธรรมดาจะมีแถวด้านหน้าวัดเกาะวารุการาม แต่ถ้าให้ดีช่วงเย็นวันเสาร์และวันอาทิตย์ ได้ทานแน่นอนและมีหลายสีให้เลือกโดยนั่งแคะทานหน้าร้านกันเลย แต่ถ้าใครต้องการทานขนมโบราณหายาก แต่มาลำปางไม่ได้ ก็ทำรับประทานกันเองในครอบครัวโดยมีสูตรการทำให้ทำกันครับ โดยไม่มีอะไรยุ่งยากมากมามาดูกันเลย
สูตร และวิธีทำ “ข้าวปั้น”๑.แป้งข้าวเจ้า (หนึ่งส่วน)
๒.แป้งมัน (3/4 ของแป้งข้าวเจ้า)
๓.เบกกิ้งโซดา
๔.น้ำปูนใส
นำผสมกันลงไป ใส่น้ำใบเตยที่คั่นลงไปแต่ถ้าต้องการสีอื่นก็สามารถใส่สีผสมอาหารสีอื่นได้ ตั้งลังถึงใส่น้ำ ใส่ถ้วยตะไล พอน้ำเดือดนึ่งถ้วยจนร้อนจัดตักแป้งหยอดลงไป นึ่งประมาณ 7-8 นาที เมื่อตัวแป้งขนมสุกแล้วนำมาพักให้ขนมถ้วยตัวแป้งเย็นแล้วใช้ไม้พายแคะออก
สูตร และวิธีทำน้ำราด
๑.น้ำตาลอ้อย๒.น้ำสะอาด๓.แบะแซ เคี่ยวกันให้เหนียว๔.งาขาวคั่ว (สำหรับโรยหน้าถ้าชอบ)
๕.กระเทียมเจียว (สำหรับโรยหน้า)
๖.หัวไช้โป๊สับ(สำหรับโรยหน้า)
นำน้ำตาลอ้อย น้ำสะอาและแบะแซ ลงหมัอที่เตรียมไว้ คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อนเคี่ยวนานประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างเคี่ยวน้ำตาลใช้ไม้พายหมั่นคน เพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ เมื่อน้ำตาลเหนียวได้ที่และน้ำตาลมีสีสวย ยกขึ้นตั้งพักไว้ให้เย็น
แค่นี้ก็จะมีขนมไว้ทานเป็นอาหารว่างสบายๆ ก็ขอนนำเสนอ อร่อยๆกับขนมล้านนา ๓ แค่นี้นะครับขอให้ติดตาม ครั้งหน้าจะมีอะไรมาแนะนำกันอีก