![]() |
|
![]() |
|
|
||||||||
|
ลำนำร้อยแก้ว " ผาแดง "![]() ลำนำร้อยแก้ว "ผาแดง" บทแรก : โดยมหากวี ซูตุงพอ (苏东坡) ![]() 前赤壁赋 โดยมหากวี ซูตุงพอ หรือ ซูซื่อ 苏東坡, 苏轼
ฤดูศารทปีเหรินซวี เดือนเจ็ด แรมค่ำหนึ่ง ข้าฯซู และแขกผู้เป็นสหาย ได้ลงเรือล่องท่องทัศนาที่ผาแดง ลมรื่นระรวยมา ระลอกคลื่นธาราไม่แรงโถม ชูจอกสุราร่วมดื่มกับสหาย ร่ายขับกลอน"จันทร์กระจ่าง" ตอนบทเพลง"งามละมุน" มิช้า ดวงจันทร์ลอยขึ้นเหนือภูบูรพา ค่อยโคจรผ่านกลุ่มดาวกระบวยและดาววัว น้ำค้างขาวพราวพร่างผืนนที ประกายระยิบระยับจับขอบฟ้า ให้เรือน้อยเป็นดั่งไม้อ้อลอยลำอำเภอใจ เคลื่อนลับหายไปในผืนน้ำอันแผ่ไพศาล สายธารถั่งคว้างพรูราวขี่ลมข้ามแม่น้ำ มิรู้ตัวว่าจะหยุด ณ หนใดแล้ว โบยบินไปเดียวดายละโลกไว้เบื้องหลัง เป็นดุจดังเทพอมรรตัยเหาะเหิรหาว สุดสำราญร่ำสุราครานี้ ตีจังหวะกับกราบเรือร้องลำนำ เพลงว่า "เรือไม้กุ้ย..เอย..พายไม้(มู่)หลัน รุดสู่ฟ้ากระจ่าง..เอย..ทวนรัศมีจันทร์ ถึงแสนไกล..เอย..อยู่ทรวงใน คอยยอดพิสมัย..เอย..ณ ปลายฟ้า" แขกผู้สหายเป่าขลุ่ยเซียว คลอเพลงผสานซร้อง โศกสร้อยสำเนียงครวญ ดังตัดพ้อดังยอเยิร ดังโศกาดังบ้าบ่น คงร่ำรันทดมิรู้จบเยี่ยงเส้นด้าย ลำเรือร่อนร่ายราวมังกรดิ่งดำ เรือเดี่ยวสิครวญคร่ำดุจหญิงหม้ายละไห้โหย ตัวข้าฯซูทำใจได้ นั่งยืดตรงจัดอาภรณ์พลางถามแขกว่า "ไฉนบรรเลงให้โศกสลดนักเล่า?" แขกสหายตอบ "จันทร์จ้าดารกาเลือนลับ นกกาบินสู่แดนทักษิณ นี่มิใช่กลอนที่เฉาเมิ่งเต๋อแต่งไว้ฤา? เบื้องปัจจิมคือเซี่ยโขว่ เบื้องบูรพาคือหวู่ชาง ขุนเขาลำน้ำกอดเกี่ยว ไกลโพ้นทึมสลัวมัวหม่น ตรงนี้คือที่เฉาเมิ่งเต๋อถูกโจวหลางทำให้ติดกับลำบากมิใช่ฤา? เมื่อตีได้จิงโจว โจโฉก็รุกต่อตีเจียงหลิง นำทัพเรือล่องนทีสู่บูรพทิศ ขบวนเรือยาวเหยียดถึงพันลี้ ธงทิวปลิวบดบังท้องฟ้า โจโฉรินสุราผินหน้าหาแม่น้ำ วางหอกข้างกายารจนากลอนนี้ สำคัญตนว่าเป็นวีรบุรุษแห่งยุคแล้ว แต่บัดนี้เขาอยู่หนใดเล่า? ไม่เหมือนข้าฯกับท่านดอก ตกปลาหาฟืนตามเกาะแก่งแถวนี้ มีกุ้งปลาเป็นสหาย มีเก้งกวางเป็นเพื่อนพ้อง ล่องเรือน้อยลำนี้ ยกการินสุราร่วมกันดื่มดวด ชีพแมลงชีปะขาวเทียบกับฟ้าดิน ดังเม็ดทรายในห้วงมหาชเลไพศาล ชั่วชีพข้าฯนั้นสั้นประเดี๋ยวเดียว น่าอิจฉาสายน้ำไหลเนิ่นอนันตกาล โบยบินท่องเที่ยวไปกับเทพอมรรตัย โอบอุ้มแสงจันทร์ไว้ชั่วนิรันดร์ เมื่อความหวังยังมิอาจบรรลุล่วง จึงให้ข้าฯบรรเลงขลุ่ยสำเนียงเศร้าสลดยิ่งนัก" ข้าฯซูจึงว่า "สหายท่านยังเข้าใจถึงสายนทีกับจันทราละฤา? สายนทีรี่ไหลไปเรื่อย แต่ไม่เคยขาดหายไปไหน จันทราแหว่งเว้าตามขึ้นแรม แต่ก็คงอยู่ไม่ห่างหาย เราทัศนาว่าล้วนเป็นส่วนที่เป็นไปเอง มิมีสิ่งใดจักคงได้ชั่วฟ้าดิน ที่เราทัศนาล้วนมิได้ไม่แปลงเปลี่ยน สรรพสิ่งข้าฯว่าล้วนไม่จบสิ้น แล้วอย่างนี้ควรอิจฉาฤา? แม้ว่าตราบฟ้าดินนี้ สรรพสิ่งจะเป็นของเรา ก็เป็นของเราชั่วครู่ยามเท่านั้น แม้แต่แค่เส้นขนก็เอาไม่ได้ สายลมรวยรื่นเหนือลำน้ำ แสงจันทร์สาดส่องทาบเนินเขา มีเสียงดนตรีสู่โสต มีสีสันสวยงามสู่จักษุ เสาะแสวงอย่างไม่หยุดยั้ง ใช้สอยอย่างไม่เคยเหนื่อยหน่าย นี่แหละคือทิพยสมบัติอันสะสมไว้เอนกอนันต์ เพื่อให้ข้ากับท่านได้ร่วมสำเริงสราญ" แขกสหายข้าฯแย้มยิ้ม ล้างจอกรินสุราเติม กินอาหารหมดเกลี้ยง จานจอกกระจัดกระจาย นอนหนุนก่ายกันกลางลำเรือ มิรู้ว่าทางทิศบูรพาฟ้าแจ้งแล้ว ![]() ![]() อธิบายศัพท์ : ปีเหรินซวี ตรงกับปี คศ. ๑๐๘๒ ท่านกวีอายุ ๔๗ ปี บทกลอน "จันทร์กระจ่าง" ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ "ซือจิง" เล่มที่๓ บทที่๓ คำกลอนที่๔ เฉาเมิ่งเต๋อ คือโจโฉ โจวหลาง คือจิวยี่ บทลำนำนี้ นับว่ามีชื่อเสียงสุดยอดบทหนึ่งของซูตุงพอ สาระใหญ่ใจความคงประมาณนี้ ![]()
รูปวาดท่านกวี และ ลายมือ เพลงแรกบรรเลงเดี่ยวด้วย ขลุ่ยต้งเซียว หรือ ขลุ่ยผิวตามยาว
หรือ กว่างหลิงซ่าน บทเพลงโบราณที่ไพเราะมากที่สุด มีประวัติที่มาอันมหัศจรรย์พันลึก...เพลงแห่งความตาย เพลงแห่งวีรบุรุษ..............สำคัญมั่นคงคือความตาย ! วีรบุรุษ ลูกผู้ชาย ตัวตาย แต่ชื่อยัง
(อ่านประวัติเพลงที่บล๊อก ชัช กู่ฉิน ตามลิงค์ข้างล่าง)
»
|
|
hakka@hakkapeople.com
คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม
|
Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal |
ความคิดเห็นล่าสุด
50 min 49 sec ก่อน
1 ชั่วโมง 9 min ก่อน
1 ชั่วโมง 34 min ก่อน
5 hours 21 min ก่อน
13 hours 25 min ก่อน
20 hours 41 min ก่อน
1 วัน 1 ชั่วโมง ก่อน
1 วัน 11 hours ก่อน
1 วัน 19 hours ก่อน
1 วัน 19 hours ก่อน