แด่ทหารกล้าของชาติ : กวี 4 บท โดย เยว่เฟย (岳飛)....(อีกครั้ง)
เป็นบทกวีแบบฉือที่แต่งโดย แม่ทัพ เยว่เฟย (งักฮุย 1103-1141)
ที่แม้เพียงชื่อของฉือก็ปลุกเร้าแล้ว
"แดงทั่วธาร"...คงบ่งบอกว่า...รบจนเลือดนองผืนน้ำ-เลือดทาแผ่นดิน
ในเนื้อหาเล่า ก็ร้อนระอุด้วยเลือดรักชาติ รักบ้านเมือง ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่
และจงรักภักดีในคำปฏิญาณสาบานต่อองค์ฮ่องเต้
...."สามสิบขวบปี ยศศักดิ์แค่คลี ธุลีธรา
แปดพันลี้ทาง ท่องใต้เมฆางค์ และจันทรา"
(เริ่มเป็นนายทหารออกศึกเมื่ออายุ 30 ปี มิได้ใยดีในยศศักดิ์
เดินทางนับได้ 8,000 ลี้ ทั้งวันทั้งคืน อดตาหลับขับตานอน)
...."หาญมั่นเจตน์มุ่ง หิวเนื้อ“หู”ปรุง เป็นภักษา
กระหายเลือด“ซยุงหนู” ดื่มดวดแล้วกู สรวลเสวนา"
(เห็นศัตรูของแผ่นดินแล้วแค้นใจนักจนอยากฉีกเนื้อมากิน
เอาเลือดมาดื่ม)
...."ร่วมกันอีกเรา ร่วมกอบกู้เอา ภูธารา
ค่อยค้อมบังคม บาทสวรรโยดม ณ ทวารา ฯ"
(จะเหนื่อยยากลำเค็ญแค่ไหนก็ต้องรวมกันสู้กอบกู้มาตุภูมิ
เพื่อชาติราชบัลลังก์ที่เป็นศูนย์รวมใจชาติ)
ในยามห้วงเวลานี้ ที่ทหารกล้าของไทย อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
และเป็นตัวหมากที่ชี้ทิศทางของประเทศยามสับสนวุ่นวาย
อยากขอให้ท่านโปรดได้ใช้วิจารณญาณตัดสินใจกระทำการอันใด
โดยยึดเอา "เยว่เฟย" เป็นแบบอย่าง
.....รักชาติรักแผ่นดิน
.....รักษาหน้าที่
.....รักษาราชบัลลังก์ด้วยใจภักดี
ผมขอเอาบทกวีอีก 4 บทของท่านเยว่เฟย
ที่เคยแปลไว้ มานำเสนอ
เพื่อจักได้ตอกย้ำให้เห็นความแน่วแน่ มุ่งมั่น ในจิตใจของ "ทหารกล้า" ผู้นี้
เผื่อจักได้เป็นแบบอย่าง หรือกระตุกวิญญาณทหารไทยยุคนี้บ้าง
ลำนำขับ(ฉือ) ทำนอง "เนินซ้อนเนิน" (小重山)
ค่ำคืนวานสะท้านยะเยือกยิ่ง............จิ้งหรีดกรีดกริ่งมิหยุดหย่อน
ผวาฟื้นตื่นฝันพันลี้จร.....................ตื่นลุกตอนสามยามอยู่เดียวดาย
ทางเทียวเลี้ยวเลาะวนคนสงัด..........นอกม่านจันทร์จรัสเลื่อนลอยฉาย
ผมเผ้าขาวพาเกียรติลือชื่อกำจาย.....สนแก่ ไม้ไผ่เฒ่า ขุนเขาคร่ำ
ให้บดบังทางหวนล้วนข้องขัด...........ใคร่สำแดงมโนทัศน์ทางพิณพร่ำ
ยากใครเขาจะเข้าใจในลำนำ............มีใครสำนานได้เมื่อสายขาด?
昨夜寒蛩不住鳴
驚回千里夢 已三更
起來獨自繞階行
人悄悄 簾外月朧明
白首為功名
舊山松竹老 阻歸程
欲將心事付瑤琴
知音少 弦斷有誰聽
ในชีวิตแม่ทัพเยว่เฟยเมื่อออกรบนอกจากศัตรูตรงหน้าแล้วยังมีศัตรูแนวหลัง
คือในราชสำนักฮ่องเต้ราชวงศ์หนานซ่ง ยังมีผู้ยุแหย่เพ็ดทูลให้ร้ายอยู่ตลอด
เป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการปฏิบัติพันธกิจยุทธการ ไม่รู้จะปรับทุกข์ระบายให้ใครฟัง
----------------------------------
บทกวีแบบซือ "ศาลาชุ่ยเวย์ แห่ง ฉือโจว" (池州翠微亭)
หลายปีธุลีเปรอะ..........ชุดรบเลอะคราวคลาไคล
ใฝ่แสวงคันธาลัย..........ณ ศาลา ชุ่ยเวย์ ขจี
สลิลพิไลไศลพิลาส......พิศะมิอาจจะอิ่มฤดี
รีบขับควบพาชี.............ศศีจ้าลาลับจร ฯ
经年尘土满征衣,
特特寻芳上翠微。
好水好山看不足,
马蹄催趁月明归。
ยามศึกนั้นเวลาเป็นสิ่งมีค่ายิ่งนัก ยากจะหาความสำราญใจได้แม้น้อยนิด
ท่านแม่ทัพเยว่เฟยช่วงขี่ม้าผ่านศาลาที่มีดอกไม้หอมกรุ่น ทิวทัศน์งดงาม
ทั้งที่สวมใส่เครื่องแบบเปื้อนเปรอะ แม้อยากจะเชยชมสักครู่ก็จำต้องรีบควบ
ขับม้าไปในยามค่ำคืน
----------------------------------
บทกวีแบบซือ "ส่งท่านจื่อเอี๋ยนจางไปรบภาคเหนือ" (送紫岩张先生北伐)
คำบัญชาสายฟ้าวายุไหว................โองการให้ครรไลด้าวอุดรสถาน
ข้ามคงคาเหอลั่วรุกรำบาญ..............กระหน่ำตีตรงด้านแดนแคว้นอิว-เอี้ยน
ควบอาชาล่าสายเลือดเจ้าเอียนจือ....หัวเสียบเสาธงคือข่านเศียร
กลับมาทูล หมิงจู่ รู้ระเบียล..............แดนศักดิ์สิทธิ์จำเนียรสู้กู้กอบมา ฯ
号令风霆迅,天声动北陬。
长驱渡河洛,直捣向燕幽。
马蹀阏氏血,旗枭克汗头。
归来报明主,恢复旧神州。
ในชีวิตนายทหาร "คำสั่ง" นั้นเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติให้บรรลุสำเร็จทันที
เยว่เฟยถ่ายทอดคำสั่งให้นายทหารออกปฏิบัติการทันทีตามภารกิจที่
วางยุทธศาสตร์ไว้แล้ว เป็นแม่ทัพที่ทั้งผู้ใต้บังคับบัญชาและชาวบ้าน
รักเคารพยิ่งนักในความเป็นผู้รักชาติ ประชาชน และราชบัลลังก์
----------------------------------
บทกวีแบบซือ "เขียนไว้ที่ผนังวัดชิงหนีซื่อเซียว" (题青泥市萧寺壁 วัดตลาดดินเขียว)
เหิมหาญกล้า มหาโอฬาร.................ปานเสียดฟ้า ดารกากร
สาบานคำ ค้ำภักดิ์ภูธร.....................ไถ่ถอนแค้น ทดแทนพระองค์
จักกำจัด ประหัตสถุล.......................เชิญคืนประคุณ เถลิงรถทรง
บรรดาศักดิ์ มิพะวักพะวง..................ยงยศพระยา นาหมื่นก็เมิน ฯ
雄气堂堂贯斗牛,
誓将直节报君仇。
斩除顽恶还车贺,
不问登坛万户修。
อันวิสัยกวี ท่านแม่ทัพเยว่เฟยผ่านไปที่ใดก็มักจะจารึกลายมือแต่งบทกวี
ซือบทนี้ก็เช่นกัน บ่งบอกสิ่งเดียวที่อยู่ในใจคือ "หน้าที่"
นายทหารย่อมสร้างขวัญกำลังใจแก่ตนและไพร่พลในทุกโอกาส
ย่อมตอกย้ำถึงภารกิจแก่ตนและไพร่พลในทุกโอกาส
ย่อมเฝ้าคิดแต่จะหาทางทำลายอริราชศัตรูอยู่ทุกลมหายใจ
และสุดท้าย ย่อมเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองโดยมิหวังสิ่งตอบแทนใดๆทั้งสิ้น
นี่แหละคือคุณลักษณะแห่ง "ทหารกล้า"
ที่ทำให้ เยว่เฟย แม่ทัพผู้มีชนมชีพเพียง 39 ปี เมื่อ 870 ปีก่อน
มีชื่อเสียงร่ำลือตกทอดมาตราบจนทุกวันนี้
เป็นแบบอย่างแห่งวีรบุรุษนักรบในทุกยุคทุกสมัย
----------------------------------
สำหรับดนตรีคราวนี้ขอเป็นแบบ " บู๊ " หน่อยครับ
ยังคงเป็นผีผา (琵琶) ในเพลง "ซุ่มโจมตีจากสิบทิศ" (十面埋伏)
บรรเลงเดี่ยวผีผาโดย หลิวฟาง (劉芳)
พลเรือนอย่างเราท่านในประเทศไทยวันนี้
ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นทหารไทย ตั้งแต่แม่ทัพนายกองจนถึงพลทหาร
ได้มีจิตปณิธานยึดเอาแบบอย่างของท่านเยว่เฟย ในทุกๆคุณลักษณะ
และเมื่อนั้น....
ประชาชนชาวไทยของเรา
ชาติบ้านเมืองของเรา
พระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรมของเรา
แผ่นดินไทยของเรา
ต้องเจริญวัฒนาสถาพร มีความร่มเย็น สุขสำราญร่วมกัน
ตราบนานเท่านาน....อย่างไม่ต้องสงสัย
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dingtech&month=04-2010&date=13&group=4&gblog=7
ความคิดเห็นล่าสุด
9 hours 4 min ก่อน
9 hours 32 min ก่อน
10 hours 24 min ก่อน
12 hours 49 min ก่อน
13 hours 25 min ก่อน
20 hours 56 min ก่อน
1 วัน 8 hours ก่อน
1 วัน 9 hours ก่อน
1 วัน 9 hours ก่อน
1 วัน 14 hours ก่อน