圣寿无疆 หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน hakkapeople.com

ซำเหมาพเนจร (三毛流浪记) : การ์ตูนอมตะ

รูปภาพของ เฉินซิ่วเชง

ซำเหมาพเนจร (三毛流浪记) : การ์ตูนอมตะนิรันดร

"ซำเหมา"(三毛) แปลว่า "ผม 3 เส้น" อันเป็นเอกลักษณ์ของ "ตัวเอก"

ที่เราเห็นเป็นเด็กหัวโต ผ่ายผอมโกโรโกโส มอมแมม

แต่ก็มีไหวพริบ ฉลาด ซื่อ และน่ารัก

เด็กจรจัด ต้องต่อสู้เอาตัวรอด

เพื่ออิ่มท้องไปวันๆ

เพื่ออยู่ให้ได้ในโลกใบนี้

คนแรกๆที่พยายามเอ่ยถึงเด็กจรจัดที่ผมรู้จักคือ ชาร์ลส์ ดิกเก้นส์ (พ.ศ. 2355-2413)

ผู้ถ่ายทอดผ่านนวนิยายอันโด่งดังคือ "โอลิเวอร์ ทวิสต์" ที่รู้จักกันดี

ถ้าดูในหนังเพลงที่มาร์ค เลสเตอร์เล่น พอเจ้าหนูขอเพิ่มอาหาร....

ประโยคอมตะยังติดหู

" Please, sir, I want some more."

เจ้าหนูน้อยน่ารักอายุ 9 ขวบก็เลยถูกนำมาเร่ขาย ราคาแค่ 7 กินนีส์

สมัยเด็กดูก็แค่สนุก สงสาร ไม่เคยคิดถึงว่าดิกเก้นส์จะเป็นผู้สะท้อน
ความกดขี่เอาเปรียบหากินกับเด็ก ตลอดจนการขายทาสแรงงานสมัย
ปฏิวัติอุตสาหกรรมของอังกฤษ ไปถึงกระทั่งความละเลยของรัฐบาล
ที่ปล่อยให้ความเลวร้ายดังมะเร็งของสังคมกลายเป็นความถูกต้องที่
ใครๆก็ยอมรับกัน........แม้ในปัจจุบัน หลายประเทศที่ยังมีเหตุการณ์
เรื่องราวทำนองนี้ปรากฏอยู่อย่างไม่ละอายฟ้าดิน นี่ป่วยการที่จะบอก
ว่ารวมทั้ง " ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย " ของเราด้วย

เรามีเด็กขอทาน เด็กใต้สะพาน เด็กกำพร้า เด็กเร่ร่อน
เด็กขายพวงมาลัยตามสี่แยก เด็กเช็ดกระจก เด็กส่งยาบ้า
แรงงานเด็ก เด็กก่อสร้าง เด็กเอดส์ เด็กหญิงค้าประเวณี
เด็กชายขายถั่วดำ เด็กถูกรังแกข่มเหง เด็กถูกทารุณกรรม
เด็กไม่ได้เรียนหนังสือ เด็กติดคุก เด็กซิ่ง-แว๊น เด็กปล้นจี้
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ

เรามีกฎหมาย เรามีนโยบาย เรามีกระทรวง - กรม

แต่เราก็มี "ข้อจำกัด"..."ขาดความจริงจัง"..."ขาดในเชิงปฏิบัติ"

ที่สามารถอ้างได้มีเหตุผลที่สุดคือ "ขาดงบประมาณ"

จึงทำให้ "ครูหยุย" กับ "ปวีณา" มีผลงานผ่านสื่อมากกว่าฝ่ายรัฐ

..................................................................

การ์ตูนจีนที่ผมรู้จักเรื่องแรกๆก็คือ "ซำเหมา" (三毛) เรื่องนี้

ขอให้ความสำคัญของผู้สร้างตัวละครเอก เขาคือ.......แอ่น แอน แอ๊น

คุณจางเล่อผิง (張樂平,张乐平)

การ์ตูนิสท์ผู้นี้เป็นคนเจียซิง มณฑลเจ้อเจียง
เกิดเมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2453
ตายเมื่อ 27 กันยายน พ.ศ.2535
สิริอายุได้ 82 ปี

เมื่อเล่อผิงเติบโตขึ้นมามีฝีมือในทางศิลปะและการวาดการ์ตูน ในยุคนั้น
สิ่งที่คุกคามประเทศจีนมีอยู่ 3 เรื่องใหญ่คือ

1.สงครามกับญี่ปุ่น

2.ฝรั่งล่าอาณานิคม

3.เงินเฟ้อ

นครเซี่ยงไฮ้จะเป็นที่ชัดเจนที่สุด
ชาวต่างชาติรุกเข้ามาแสวงประโยชน์
มีคนจีนบางกลุ่มร่วมมือกับต่างชาติ
แสวงประโยชน์จากคนชาติเดียวกัน

จางเล่อผิงที่เกิดมาในครอบครัวที่แสนยากจน หนังสือไม่ได้เรียน
พอมีฝีมือทางวาดรูปก็คิดจะใช้ให้เกิดประโยชน์ เล่ากันว่า..........

คืนวันหนึ่งในเซี่ยงไฮ้เมื่อต้นปี พ.ศ. 2490 ลมหนาวพัดแรงและหิมะก็ตกหนัก
อากาศหนาวจัดจนน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ขณะที่จางเล่อผิงเดินทาง
จากที่ทำงานกลับบ้าน ก็ไปพบเด็กจรจัด 3 คนอยู่ที่ปากตรอกแห่งหนึ่ง
3 คนนอนกอดกันกลมอยู่หน้ากองไฟกองหนึ่ง ปากก็พร่ำพูดแต่คำว่า

"หนาวเหลือเกิน! หนาวเหลือเกิน!"

จางเล่อผิงยืนดูเด็ก 3 คนด้วยความสลดใจอยู่เป็นเวลานาน
ขณะนั้นจางเล่อผิงเองก็ยากจนสุดวิสัยที่จะช่วยพวกเขาได้
เมื่อเขากลับถึงบ้าน ก็นอนไม่หลับทั้งคืน ในใจพะวงคิดถึงแต่เด็ก 3 คนนั้น
ไม่รู้พวกเขาจะเป็นอย่างไรไปในคืนที่อากาศหนาวจนน้ำกลายเป็นน้ำแข็งนี้
รุ่งเช้าจางเล่อผิงไปทำงานเดินผ่านตรอกนี้ไป ปรากฏว่า
เด็ก 3 คน หนาวตายไป 2 คนในคืนนั้นเอง!

จางเล่อผิงพูดถึงเรื่องนี้ในภายหลังด้วยความเจ็บปวดในใจว่า

"ผมคิดว่าเด็กที่หนาวตายคงจะต้องมีเป็นเรือนหมื่นเรือนแสน
ในเมื่อผมเป็นนักวาดการ์ตูน ผมจึงตัดสินใจที่จะใช้พู่กันของผม,
ประท้วงและกล่าวโทษอย่างรุนแรงต่อสังคมที่ไม่สมเหตุสมผล"

จากนั้นจางเล่อผิงจึงได้เริ่มสร้าง "ซำเหมาพเนจร" ขึ้นมา

"ซำเหมา" หรือ "ซานเหมา" จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ทดแทนเด็กจรจัดกลุ่มนี้
กระทั่งกลายมาเป็นตำนานแห่งการ์ตูนของโลก สะท้อนให้สังคมได้เห็น
และตระหนักถึงเยาวชนผู้จะเติบโตเป็นผู้กุมชะตากรรมประเทศและโลกในอนาคต

มีแง่คิดที่เรียกว่า "แก๊ก" จากการ์ตูนซำเหมาที่เฉียบคม แทงใจ

มีทั้งเสียดสี เยาะเย้ยถากถาง มีทั้งบทระบายแค้น แก้แค้นของชนชั้นล่าง

และที่สำคัญมีข้อเสนอแนะ ชี้ทางออก บอกมรรควิถี ให้แก่มหาชน

เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่จะให้สร้าง "สังคมใหม่" ที่ยุติธรรม เกื้อกูล

และไม่เอารัดเอาเปรียบ ขูดรีด รังแกกัน..........................

...............................................................

I : เล่มแรก ชื่อ "ซันเหมาพเนจร"
แปลให้คำภาษาไทยโดย เจตน์ ธรรมรังสรรค์
สำนักพิมพ์ธรรมอักษร
ไม่ระบุปีที่พิมพ์
แต่ผมซื้อเมื่อ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 ด้วยราคา 9 บาท

..............................................................

II : เล่มที่สอง ชื่อ "ซำเหมารักวิทยาศาสตร์"
บรรยายภาษาไทยโดย อนิวรรตน์
พิมพ์โดย กลุ่มยุวชนใหม่ ไม่ระบุปีที่พิมพ์
ราคา 20 บาท

I : เล่มแรก "ซำเหมาพเนจร" สะท้อนสังคมเก่าอันเลวร้าย

ขอฉายหนังตัวอย่าง 5 ฉาก
1. เด็กกำพร้าผู้ว้าเหว่ (หน้า 3)
2. ขอแรงหน่อยเถอะ (หน้า 9)
3. ความลวงห่อหุ้มความจริง (หน้า 18)
4. คนยังสู้หมาไม่ได้ (หน้า 35)
5. ภาพแห่งกลียุค (หน้า 112 หน้าสุดท้าย

I-1

I-2

I-3

I-4

I-5

.............................................................


II : เล่มที่สอง "ซำเหมารักวิทยาศาสตร์" สะท้อนสังคมใหม่ที่สร้างสรรค์

ขอฉายหนังตัวอย่าง 5 ฉาก
1. ซำเหมารักวิทยาศาสตร์ (หน้า 14-15)
2. ใช้แม่เหล็กให้เป็นประโยชน์ (หน้า 40-41)
3. เลขในมาตรไม่ขึ้น (หน้า 50-51)
4. อันตรายจากบุหรี่ (หน้า 72-73)
5. น้ำดิบมีเชื้อโรค (หน้า76-77)

II-1

II-2

II-3

II-4

II-5

.......................................................

<object width=

 คลิปเพลงตอนจบของ "ซำเหมาพเนจร"
ฟังแล้วสะท้อนในหัวอก

"....พระอาทิตย์คือบิดา จันทราคือมารดร
.....ผืนฟ้าสุดกว้าง แผ่นดินแสนใหญ่
.....แต่ที่ใดเล่าคือ บ้ า น ?....."

<object width=

                         http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dingtech&group=12


ตั้งค่าการแสดงผลความคิดเห็น

Select your preferred way to display the comments and click "Save settings" to activate your changes.

ซันเหมา

ซันเหมา  ไหงเคยได้แอบอ่าน   ไม่มีเงินซื้อ  ชอบมากเวลานี้จะไปหาได้จากที่ไหนบ้าง  กรุณาแนะนำด้วย   หรือนำมาโพสต์ในเว็บก็ได้  จะขออนุญาตพิมพ์หรือเก็บไว้ในเครื่อง  

จะทำเป็นหนังสือให้เด็ก ๆ อ่าน  อีกเรื่องก็ดี  เรื่องอยู่กับก๊ง  แต่เสียดายหนังสือมันขาดและหายไปตอนย้ายบ้าน 

 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal