![]() |
|
![]() |
|
|
||||||||
|
มหัศจรรย์ของความเป็น..."แม่"![]() มีข้อเขียนชิ้นหนึ่ง ซึ่งไหงได้อ่านแล้ว รู้สึกทึ่งมาก เป็นข้อเขียนที่เขียนเกี่ยวกับสัญชาติญาณของความเป็นแม่ ที่มีความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ข้อเขียนชิ้นนี้ เป็นอย่างไร เชิญไท้ก๋าหยิ่นอ่านกันเลยนะครับ เพื่อเป็นการยกย่องพระคุณ แม่ของแผ่นดินไทย เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และแด่แม่ทุกท่าน บนผืนแผ่นดินไทยของเรานี้... ที่ซอยเล็ก ๆ ในเขตบางกอกน้อยบริเวณถึงขยะใหญ่หน้าบ้านหลังหนึ่ง แม่วัย 70 ของฉันกำลังล้วงถังขยะกุก ๆ กัก ๆ ขุดคุ้ยขยะอย่างขะมักเขม้น สิ่งที่แม่ล้วงไปเจอก็มักจะเป็นเศษของใช้เก่า ๆ เศษผ้า กล่องกระดาษ กระปุก ขวดพลาสติกและขวดแก้วแม่ฉันล้วงมันมาแล้วก็แอบย้ายถุงบรรจุของเหล่านี้เข้าบ้าน มันจะไม่แปลกเลยถ้าครอบครัวเรามีอาชีพเก็บขยะและหาเลี้ยงชีพโดยการขึ่รถซาเล้งสีแดงตระเวณไปทั่วเมืองพร้อมกับร้องตะโกนว่า "มีขวด มีกระดาษมาขาย" แต่นี่ฉันขับรถเบนซ์ แถมมีหน้าที่การงานอันทรงเกียรติและแม่ฉันก็เป็นถึงอดีตผู้ช่วยศาสตราจารย์ของสถาบันราชภัฏแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด และถังขยะที่แม่คุ้ยนั้นก็เป็นของบ้านฉันด้วย โดยฉันนี่แหละเป็นคนเอาขยะสิ้นสภาพเหล่านั้นไปทิ้งเอง ในเมื่อสิ่งของที่ฉันเหวี่ยงทิ้งไปแล้วกลับเฮี้ยนศักดิ์สิทธิ์ ลอยกลับมาซูกอยู่ตามตู้ต่าง ๆ ในบ้านของฉันได้อีก ฉันจึงรู้สึกหงุดหงิดอาละวาดโวยวายประสาคนรับไม่ได้กับสภาพบ้านช่องที่รกรุงรัง ฉันไม่เข้าใจแม่กับสภาพบ้านช่องที่รกรุงรัง ฉันไม่เข้าใจแม่เลยว่าไอ้ของที่สกปรกโสโครกอย่างนี้ซึ่งฉันพิจารณาแล้วว่ามันใช้ไม่ได้ หมดอายุแล้วต้องทิ้งมันไป แต่แม่ยังดันทุรังเก็บมันเข้ามาอีกทำไม? มันเป็นด้วยนิสัยของแม่ที่ชอบเก็บขยะ เก็บเศษของ เก็บสารพัดสารเพต่างหาก! เก็บทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะเก็บมันมาทำไม เก็บไว้แล้วก็เอาไปใช้ไม่ได้ แต่แม่ก็ยังเก็บ...เก็บ ยิ่งระยะหลังข้างบ้านก็มาฟ้องฉันว่าแม่ชอบไปล้วงขยะบ้านเขาจนหกเลอะเทอะก่อความเดือดร้อนรำคาญปนพิศวงแก่เขาจนต้องวิ่งโร่มาหาฉัน ฉันก็ยิ่งโมโหแม่มากที่ทำไมต้องทำตัวยากจนโกโรโกโสจนฉันรู้สึกอับอาย เงินทองเราก็พอมีใช้ไม่ถึงกับลำบากยากแค้นอะไร เงินแม่ก็มีตั้งเยอะแยะ ไหนจะบำนาญ ไหนจะรายได้จากบ้านเช่าของแม่อีก แล้วแม่จะยังงก ขึ้เหนียว ทำตัวเหมือนขอทานไปถึงไหนกัน ฉันไม่เข้าใจแม่เลยจริง ๆ ตอนแทศกาลกินเจ แม่ไปยืนเข้าแถวรอรับแจกอาหารที่เขาเอามาทำทานให้คนยากจนอนาถากิน พอแม่ได้มาก็ตักกินอย่างเอร็ดอร่อย อาหารดี ๆ ที่ฉันซื้อมาให้แม่ แม่กลับไม่เคยสนใจจะแตะต้องมัน ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นจนกลิ่นเริ่มบูด เหม็นเปรี้ยวหรือมีราขึ้นนั่นแหละแม่ถึงจะเอามันมาอุ่นกิน ของอะไรที่เป็นของฟรี! แม่ชอบนัก เวลาไปกินเลี้ยงครั้งใดแม่จะแอบเอาถุงกับยางรัดติดตัวไปตักอาหารที่เหลือกลับมากินที่บ้านเสมอโดยไม่แคร์สายตาของคนรอบข้างที่เขาจ้องดู ตั้งแต่ฉันจำความได้ บ้านของฉันก็รกเหมือนกองขยะ ในบ้านเน่าเหม็น เต็มไปด้วยเศษของกินและของใช้ที่แม่ชอบเก็บมาซุกไว้ แม่ฉันทั้งงก ทั้งขี้เหนียว ทั้งเค็ม วัน ๆ แม่แทบจะไม่ใช้เงินเลย ในขณะที่พ่อใช้เงินเก่งมาก เงินเดือนไม่เคยเหลือแถมยังติดลบเป็นประจำ แม่ให้ลูกกินอาหารแย่ ๆ เหลือเดน เนื้อวัวแม่ก็จะไปซื้อเศษเนื้อราคาถูก ๆ ที่แม่ค้าในตลาดเขากองไว้ แมลงวันตอมหึ่ง แม่จะเอามานั่งแล่เอาให้ลูกส่วนหนึ่ง ให้หมาส่วนหนึ่ง แตงกวาก็จะซื้อที่เหลือง ๆ เน่า ๆ มาตัดเฉือนส่วนที่พอกินได้มาผัดให้ลูกกิน ไก่น่ะเหรอ ได้กินกันก็เฉพาะตีนไก่ คอไก่ กับโครงไก่ ส่วนเนื้อไก่อย่าไปนึกฝันถึงเลยยิ่งของหรู ๆ พวก "ปู-กุ้ง" ด้วยแล้ว ฉันกับน้องไม่มีโอกาสจะได้ลิ้มรสมันหรอก ทุเรียน ผลไม้ที่ฉันโปรดปราน ถ้าไม่แตกอ้า ไม่งอมสีเทาเป็นปลาร้า อย่าหวังว่าแม่จะยอมควักเงินซื้อมาให้กิน ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ว่าแม่ฉันจนนะ แม่ฉันมีเงินให้คนอื่นกู้เป็นล้าน เก็บดอกเบี้ยให้เงินงอก มีความสุขในการหาเงินและนับเงิน ในขณะที่ลูกอย่างฉันมีชีวิตที่อดอยากและกดดันมาตลอด ไปโรงเรียนพอกระโปรงนักเรียนสั้นแม่ก็จะเอาผ้าโสร่งลายสก๊อตมาต่อให้ ถ้าไม่คับจนปลิ้นหรือขาดจนใส่ไม่ได้ ไม่มีทางซื้อใหม่ให้หรอก ทรงผมของฉันแม่ก็ตัดเองไม่ยอมเสียเงิน แถมขึ้เกียจตัดบ่อย ๆ ตัดทีก็จะตัดข้างหน้าเต่อมาครึ่งหน้าผากเป็นผมม้าเด๋อ ข้างหลังก็ครึ่งหัวกะโหลก แล้วแม่ก็เอาปัตตาเลี่ยนไถซะเป็นรอยผมเขียวอื๋อ พอผมขึ้นมาใหม่เลยทั้งแข็งทั้งสากเหมือนกาบมะพร้าว กลายเป็นตัวตลกให้เพื่อน ๆ ล้อเล่นหัวเราะเยาะเป็นประจำ เวลามีงานโรงเรียน เพื่อน ๆ เขาใส่กางเกงยีนพีเจ แม็ค ลีวายส์เท่กันทั้งนั้นแต่ฉันซึ่งอุตส่าห์พากเพียรเรียนจนสอบได้ที่ 1 เพื่อขอแลกกับกางเกงยีนตัวใหม่ยี่ห้อธรรมดา ๆ 1 ตัว แต่แม่ก็เบี้ยวสัญญา กลับไปเอากางเกงขายาวสีน้ำตาลของอาผู้หญิงซึ่งตัวเตี้ยมารูด ๆ แก้ ๆ ให้ฉันนุ่งไปโรงเรียน วันนั้นฉันจำได้ว่าเดินเอากระดาษปิดเอวบิดก้นด้วยความอายน้ำตาไหลพรากไปงานที่โรงเรียน เพื่อน ๆ ชี้ให้ดูกันใหญ่ว่า ฉันนุ่งกางเกงย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 7 รูปทรงตลก โป่ง ๆ ย่น ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นฉันเริ่มสาว เริ่มสวยแต่สิ่งที่ฉันได้รับมีแต่ความอับอายและเจ็บปวด แม่ไปเล่าให้พวกชาวบ้านฟังกันทั่วว่าฉันนุ่งกางเกงในแล้วไม่ซักจนมีมดมากัดเป้ากางเกงและแมลงสาบมาแทะซ้ำจนเป็นรูพรุน พวกลูกชาวบ้านก็ไปเล่าต่อ วันรุ่งขึ้นเพื่อน ๆ ก็รู้กันแซดทั่วโรงเรียนแล้วมาล้อ ฉันแทบผูกคอตายเพราะคำพูดที่ไม่ยั้งปากของแม่ ฉันเฝ้าเก็บความแค้นอาฆาตพยาบาทแม่มานานมาก แม่มีเงินมหาศาลแต่กลับเลี้ยงลูกเหมือนเด็กยากจน ขาดโปรตีน ขาดอาหารดี ๆ มีคุณค่าที่ควรจะเข้าไปบำรุงร่างกายให้สูงและโตตามวัย ฉันเลยตัวเตี้ยแคระแกร็นเป็นปมด้อยมาตลอด ร้องอยากกินอะไร แม่ก็ไม่ซื้อให้กิน บอกว่า "ต้องประหยัด ๆ" ขนาดฟันฉันผุ แต่แม่ไม่ยอมพาไปทำฟันตั้งแต่เมื่อเริ่มเป็นรูเล็ก ๆ คอยแต่จะพาไปเข้าคิวนานเป็นปีเพื่อรักษาที่คณะทันตแพทย์มหิดลในกรุงเทพฯนั่น เหตุผลเพราะเขารักษาฟรีไงล่ะ เป็นหุ่นให้นักศึกษาทันตฯเรียน ซึ่งกว่าจะได้มาอุดฟันก็สายเกินไปจนฉันต้องถูกนักศึกษาถอนฟันกรามแท้ไปถึง 4 ซี่ มีปัญหาฟันล้มโย้เย้ปวดระบม ทรมานทั้งปากมาจนทุกวันนี้ ฉันจำได้ไม่ลืม กว่าฉันจะรู้ว่าฉันหลงโกรธแค้นแม่ผิด ๆ มาร่วม 40 กว่าปีเมื่อหมอ ร.พ.จุฬาฯที่รักษาแม่บอกว่า แม่เป็นโรคทางจิตเวชมานานแล้ว แต่อาการเพิ่งมาหนักในช่วงหลัง ๆ สมัยฉันยังเด็กที่แม่ให้กินแต่ของเหี่ยว ๆ เน่า ๆ ใส่เสื้อผ้าประหลาด ๆ ที่ท่านออกแบบเองนั้นแม่ยังไม่ป่วย เพียงแต่ขี้เหนียวจนผิดปกติซึ่งก็ไม่ได้สร้างผลกระทบหรือความเดือดร้อนกับใครนัก มีฉันนี่แหละที่ได้รับแบบเต็ม ๆ คลังสมบัติของแม่คือตู้เย็น แม่จะเก็บเครื่องเพชร เครื่องทองใส่ถุงก๊อบแก๊บแล้วใส่เอาไว้ในนั้น แต่วันหนึ่งด้วยความที่ตู้เย็นมีแต่ของเน่าเสียที่แม่เก็บไว้ พ่อเลยอาศัยจังหวะที่แม่ไม่อยู่บ้าน จัดการทำความสะอาด อะไรที่อยู่ในถุง พ่อกวาดทิ้งเรียบ พอแม่กลับมาเห็นเท่านั้นก็ร้องกรี๊ด ๆ ๆ วิ่งไปคุ้ยถ้งขยะ แต่คุ้ยเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จากเหตุการณ์นี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าแม่ป่วย คิดแต่ว่าแม่คงเสียดายสมบัติที่สะสมมา ทำให้ฉันยังไม่เลิกบ่นเลิกว่าแม่ แต่ความสูญเสียครั้งนี้คงเป็นการเริ่มจุดชนวนระเบิดให้เกิดขึ้นจนช่วงหลังจิตใจแม่เริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ถามอะไรก็ไม่ตอบ พูดด้วยก็ไม่พูด เกรี้ยวกราด พอมารวมกับเรื่องคนที่เขากู้เงินแม่ไปแล้วพากันเบี้ยวโกงหมด ชนวนของแม่เลยระเบิดจนเสียสติ ควบคุมตัวเองไม่ได้ทำอะไรลงไปโดยไม่รู้ตัว และที่สำคัญคือแม่ขึ้หลงขึ้ลืมอย่างมาก บอกอะไรก็ลืมหมด ลืมจนข้าวของ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ของฉันพังเสียหายไปเยอะแยะ ที่แม่เที่ยวตามเก็บขยะล้วงขยะก็เป็นอาการทางจิตที่ทำเพื่อชดเชยเงินที่สูญเสียไป แม่ห้ามตัวเองไม่ได้จนฉันกับน้อง ๆ รับรู้ได้ว่าแม่ไม่ปกติ และหลอกพาแม่ไปหาหมอจนได้รู้ความจริง เมื่อรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว ฉันรู้สึกผิดที่บ่นด่าแม่ไป เพราะแม่ก็คงรับรู้และเจ็บปวดมาก ฉันรับแม่มาอยู่ด้วยนาน 8 ปีแล้ว และเราก็ทะเลาะกันทุกวัน เพราะชีวิตฉันเริ่มประสบกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจกระหน่ำจนตกต่ำ ยิ่งฉันยากจน ไม่มีเงินก็ยิ่งหงุดหงิดพอกลับบ้านมาเจอขยะเน่า ๆ เหม็น ๆ ที่แม่แอบเก็บมาซุกไว้เต็มบ้านฉันก็ฟิวส์ขาด ฉันอาละวาดด่าแม่หยาบ ๆ คาย ๆ เคยถึงขนาดไล่แม่ให้กลับบ้านเดิมของแม่ที่ต่างจังหวัดมาแล้วหลายครั้ง แต่แม่ก็ไม่ยอมไปสักที แม่บอกว่าห่วงฉัน...แต่ตอนนั้นฉันไม่เชื่อหรอก! จนกระทั่งวันนี้วันที่ฉันไม่เหลืออะไรเลย...ชีวิตฉันกลับมาเป็นศูนย์แถมมีหนี้สินรุงรังอีกครั้งหนึ่ง! คุณเชื่อไหม? ในท่ามกลางคลื่นยักษ์สึนามิที่โหมกระหน่ำฉันนั้น...แม่เอาเงินสดมาจากไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าก้อนใหญ่โตมาก ๆ มาซื้อบ้านให้ฉันกับหลาน ๆ อยู่ ฉันอึ้ง ทึ่ง และงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น! ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันร้ายกับแม่ แต่ว่าแม่ไม่เคยโกรธฉันเลย แม่ยอมอด แม่งก แม่ประหยัด ทำตัวซอมซ่อเพื่อหวังจะมีเงินเก็บซุกซ่อนไว้ รอวันที่จะมาช่วยกอบกู้ชีวิตลูกให้พ้นจากการจมน้ำตาย ขนาดแม่มีสภาพจิตไม่ปกติ หรืออย่างที่เรียกว่าเป็น "บ้า" นั่นแหละ แต่หัวใจรักลูกของแม่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่แม่ไม่เคยลืมเลยคือ "ลูก" มือสองข้างที่สั่นเทาด้วยความแก่ชราของแม่ได้ยื่นมาโอบอุ้มลูกหลานเสมอ ทุกวันนี้แม่ได้รับยาจิตเวชต่อเนื่องฉันเข้าใจแม่ สงสารแม่และรักแม่ขึ้นอีกมากฉันดูแลแม่จนอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่เชื่อไหม? ฉันกลับมีอาการทางจิตแทน ฉันเริ่มป่วยด้วย "โรคซึมเศร้า" ต้องไปรักษากับอาจารย์หมอผู้เชี่ยวชาญที่แผนกจิตเวชโดยเฉพาะ และตอนนี้แม่ก็กลับเป็นฝ่ายต้องเดินทางไปเป็นเพื่อนฉันเวลาที่หมอนัดฉันไปตรวจอาการและรับยา เราเดินจูงมือกันอยู่เคียงข้างกันเสมอเพราะเป็นผู้ป่วยโรคเดียวกัน ยาที่ฉันกินก็เหมือนกับยาที่แม่เคยกินนั่นแหละ แถมตอนนี้ฉันยิ่งหลงลืมขนาดหนัก ลืมมากกว่าแม่หลายเท่าตัว จู่ ๆ มันก็ลืมแวบหายไปเฉย ๆ เลย นึกอะไรไม่ออกจริง ๆ ราวกับว่าเมมโมรี่ในสมองของฉันมันเต็มปรี่ รับข้อมูลอะไรไม่ได้อีก...แม้สักนิด บัดนี้เวรกรรมทั้งหลายได้ตามสนองฉันแล้ว...แหม! กรรมช่างติดจรวดจริง ๆ "แม่จ๋า ลูกขอกราบเท้าขอขมาแม่ ขอโทษในสิ่งที่ลูกเคยล่วงเกินแม่ เคยบ่นเคยดุด่า เคยทำไม่ดีกับแม่มาตลอดนะจ๊ะ และสำหรับ "วันแม่" ที่กำลังจะมาถึงนี้ ลูกอยากบอกแม่ดัง ๆ ว่า ลูกรักแม่จ๊ะ" จากลูกที่กำลังเป็นบ้าอยู่ (จาก เรื่องจริงจากผู้อ่าน-นิตยสาร "คู่สร้างคู่สม" ปีที่ 31 ฉบับที่ 682 ประจำวันที่ 1-10 สิงหาคม ทศ 1 /2553 ขอขอบพระคุณผู้เขียนและนิตยสารคู่สร้างคู่สม รวมทั้งคุณดำรง พุดตาล) ขอขอบพระคุณในข้อเขียนที่งดงามชิ้นนี้ครับ แด่ บุคคลผู้เป็น "แม่" ทั้งแผ่นดินสยาม หมายเหตุ-ข้อเขียนนี้ มาจากเรื่องจริงจากผู้อ่าน จึงอนุมานว่า น่าจะเป็นเรื่องจริง แต่ถึงจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นเรื่องสมมุติ นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ความสวยงามหรือประเด็นของเนื้อหาเรื่องนี้ คือ สัญชาติญาณของความเป็นแม่และความรักลูกที่โรคร้ายมิอาจจะปิดกั้นได้ ในตอนแรก ไหงอ่านแล้วเริ่มรู้สึกขำ อ่านไป ๆ ก็หัวเราะเสียงดังลั่น พออ่านไปถึงจุดสำคัญ ไหงเริ่มเงียบ และตั้งใจอ่านมากขึ้น แล้วเมื่อถึงตอนสุดท้ายซึ่งเป็นจุดสำคัญ ไหงก็ระลึกได้ถึงสันชาติญาณของความเป็นแม่ ของคุณแม่ท่านนี้ แล้วไหงก็ซึมไปเลย จึงได้คิดว่าอยากนำมาถ่ายทอดให้ไท้ก๋าหยิ่นได้อ่าน และเป็นการประกาศเกียรติคุณ ของคุณแม่ทุก ๆ ท่าน โดยเฉพาะ สมเด็จแม่ ของพวกเรา กลั้นใจพิมพ์จนเสร็จ คิดว่า จะต่อเรื่องของหงาเก้อาผอสักหน่อย ปรากฏว่า อาการไมเกรนกำเริบหนัก ตอนนี้รู้สึกว่าเป็นช่วงที่หนักที่สุดในชีวิต หลังจากทดลองหยุดยาในวันนั้น ปรากฏว่า 4-5 วันมานี้ นอกจากจะทานยาตามปกติแล้ว เฉลี่ยจะปวด เดือนละ 3 ครั้ง 4-5 วันนี้ กลับปวดอยู่ทุกวัน ถือว่าเป็นอาการที่ไม่ปกติ ขิ้นสุ้ยโกครับ ช่วงเช้าของวันนี้ไหงได้ไปพบกับแสงสว่างแห่งชีวิตตามที่หงีแนะนำแล้วละครับ ท่านอาจารย์ไพศาลรับปากว่า จะนิมิตให้ โดยเบื้องต้นไหงจะต้องไปกราบนมัสการพระพุทธรูปและรูปครูบาที่สำคัญของเชียงใหม่ 10 องค์ ใน 9 วัด รวมอนุสาวรีย์ท่านครูบาศรีวิชัย เพื่อบันดาลนิมิต คิดว่า ไม่เกิน 10 วัน ไหงคงได้ทราบแล้วครับว่า ท่านใดเป็นเจ้ากรรมของไหง่ แล้วไหง่จะได้ไปขออโหสิกรรม แล้วไหงก็จะหาย...คิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องชดใช้กรรมให้หนักเพื่อจะหมดในเวลาอีกไม่นาน ไหงเชื่ออย่างนี้ครับ ขิ้นสุ้ยโก ไท้ก๋าหยิ่นท่านใดสนใจเรื่องอันพิสดารที่พิสูจน์ได้ ของท่านอาจารย์ไพศาล แสนไชย สามารถสอบถามได้ที่ท่านแจวขิ้นสุ้ย โก หรือไหงได้ครับ ขอตัวไปอาบน้ำและทานยาเพื่อกดให้หลับก่อนนะครับ สุขสันต์วันแม่ครับ คุณแม่ทั้งหลาย พรุ่งนี้มาต่อกันนะครับ ตอเซี้ย-สินฝ่า |
|
hakka@hakkapeople.com
คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม
|
Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal |
มหัศจรรย์ของแม่แห่งชาวเยี่ยมเมธากร
ยังไม่สิ้นกลิ่นอายของวันแม่ยังลงรูปภาพให้ไท้ก๋าหยิ่นไม่ได้จึงขอเล่าเรื่องราวของแม่ใหญ่ของพวกเราชาวเยี่ยมเมธากรให้ไท้ก๋าหยิ่นอ่านก่อนนะครับ-เป็นการยกย่องท่านและแสดงความกตัญญูต่อท่านจากหลานชายคนหนึ่งของท่านครับ
อาผอไช้ชุนเฮียงเป็นชาวไทยเชื้อสายฮากกาเหมยเสี้ยนที่เกิดในเชียงใหม่เป็นน้องนุชคนสุดท้องของพี่สาวทั้งหมด 6 คนรวมเป็นเจ็ดดรุณี ท่านอายุอ่อนกว่าพี่ๆ คนโตของท่านร่วมๆ ยี่สิบปี ดังนั้นท่านจึงเป็นรุ่นราวคราวเดียวกันกับหลานน้าของท่านแต่ท่านก็ยังแก่กว่าหลานของท่านทุกคน
พี่ๆ ของท่าน 6 คน ออกเรือนไปกับชาวจีนฮากกาที่มาจากถ่องซาน 2 ท่าน เป็นคนฮงสุนทั้งสองท่าน และออกเรือนไปกับชาวจีนใหหนำที่มาจากเกาะไหหลำ 1 ท่าน ดังนั้นไหงจึงมีญาติเป็นชาวเด่งหนั่งด้วย ที่เหลือออกเรือนไปกับชาวไทยล้านนาเชียงใหม่
ส่วนท่านแต่งงานกับซินซางที่มาจากเหมยเสี้ยนซึ่งก็คือหงาเก้อากุง โดยการสนับสนุนของพี่ๆ อ่ยุของท่านทั้งสองห่างกันถึง 18 ปี แต่ท่านก็รักใคร่กันมาก หลังจากแต่งงานกันแล้ว หงาเก้อากุงก็พาท่านไปอยู่ที่กรุงเทพฯ แถวๆ ย่านชาวฮากกาในสำเพ็ง โดยหงาเก้อากุงทำงานเป็นผู้จัดการภัตตาคารห่อยเทียนเหลา(ไปเยาวราชคราวหน้าไหงจะลองไปหาข้อมูลจากเขาดู) หงาเก็อากุงยังมีภาพถ่ายหมู่อยู่ที่หน้าอาคารโบราณของไท้เกว่ดหักซุกจุ่งฟี้ด้วย-หงาเก้อ๋าผอทำงานบ้านเรือนโดยรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า
ปีแรกของการแต่งงานท่านทั้งสองก็ให้กำเนิดบุตรชายและบุตรสาวคนหัวปีพอลูกทั้งสองมีอายุได้ 5 กับ 3 ขวบ หงาเก้อากุงไท้ก็มาจากเหมยเสี้ยน มารับเอาหลานปู่ทั้งสองคนกลับไปอยู่ที่เหมยโจว-นับว่าเป็นการกระชากใจของแม่คนหนึ่งซึ่งเลี้ยงลูกที่กำลังน่ารักน่าชัง-ไท้ก๋าหยิ่นลองคิดดูว่าในเวลานั้นท่านจะตรอมใจแค่ไหน-นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของสังคมศักดินาอันเลวร้ายของประเทศจีนเก่า
เป็นการรู้ว่าฐานะของหงาเก้อากุงไท้ไม่จนเลย-ท่านมีบ้านหลังใหญ่อยู่ที่หมอยเย้นเปี่ยงชุน-ทุกวันนี้ภาพก่อนการเดินทางของหงาเก้ไท้ปักกับหงาเก้ไท้กู ที่หงาเก้อากุงกับหงาเก้อ๋าผ่อยืนอุ้มลูกที่กำลังจะถูกพรากจากโดยมีหงาเก้อากุงไท้กับอนุภรรยาของท่านนั่งอยู่ตรงกลางหงาเก้อ๋าผอกำลังสาวสวยในชุดฉีผาว(กี่เพ้า)สวยงามมาก
ทุกวันนี้ภาพนี้ก็ยังตั้งเด่นหราอยู่กลางบ้านของไหง่และถูกทำสำเนาไปให้พี่น้องที่เหมยโจวด้วย
ปัจจุบันนี้หงาเก้ไท้ปักกับอาปักเมได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว-ชีวิตของท่านช่างขมขื่นและอาภัพนัก-ท่านเป็นคิดเป็นแค้นที่ถูกพรากจากอกแม่มาตั้งแต่จำความไม่ได้-เมื่อจีนใหม่เกิดขึ้นมาบ้านของเราก็ถูกยึดแต่ได้รับคืนในภายหลังการสิ้นสุดยุคปฏิวัติวัฒนธรรม-และท่านคิดว่าปู่ของท่านพาท่านมาลำบาก-ไม่พอมาตายจากไปเสียตั้งแต่ยังเด็กท่านทั้งสองจึงตกอยู่ในความดูแลของน้องสาวคนเล็กของหงาเก้อากุง-แถมจิตใจโหดเหี้ยมเห็นแก่ตัว-ตอนที่อาไท้กูของไหง่แตกวัยสาวอากูผอของไหง่จะนำท่านไปขายเดชะบุญที่อากูชองของไหง่มาพบเข้าจึงซื้อไว้และรับเป็นภรรยา-อาไท้กูของไหง่มีบุญได้พบกับสามีที่ประเสริฐท่านพอมีความรู้และฐานะอยู่บ้างจึงส่งลูกๆ ทั้งเจ็ดคนเรียนหนังสือดี-มีงานทำที่ดีกัน-ส่งผลให้รุ่นหลานของไหง่ได้เรียนสูงและทำงานดีมีรายได้สูงดั่งอาหงยิงที่จะมาไทยในเดือนตุลาคมนี้
ฟากหงาเก้ไท้ปักกลับลำบากและมีกรรมท่านเรียนน้อยจึงได้งานเป็นเจ้าหน้าที่คอมมูนระดับล่างจนเกษีนณ อาปักเมก็เป็นเกษตรกรหนงหมิน ลูกๆ ก็เรียนน้อย หงาเก้ไท้จี้ค่อยยังชั่วหน่อยได้สามีดีจึงอยู่ในเมืองเหมยโจว พี่สองเป็นหนงหมินฐานะยากจนตอนนี้ไหงห่วงมากไม่ทราบว่าเธอสุขสบายอย่างไรบ้าง-พี่สาวสามดีเหมือนพี่สาวใหญ่ได้คนในเมืองเหมยโจว-ตอนนี้เปิดอู่ซ่อมรถอยู่ที่เซินเจิ้น-พี่ชายใหญ่เป็นคนเกเรไม่เอาถ่านตอนนี้หย่าเมียและตระเวณไปทั่วลูกชายคนเดียวของกี๋ตอนนี้อายุ 22 ปี ไหงรับเป็นลูก พี่ชายสองเป็นหนงหมินเช่นกันอยู่เปี่ยงชุนไหงยังห่วงอยู่มากอาโกคนนี้เป็นคนดีปีนี้ไหงก็จะได้ไปพบกับพวกเขาแล้ว
อาไท้ปักเป็นคนเคร่งเครียดจริงจังแต่โอบอ้อมอารีย์แบบชาวฉฮากกาแท้ๆ ไหงได้พบกับทุกท่านที่เหมยเสี้ยนมาแล้วอากูชองก็ใจดีมีเมตตามากๆ เสียดายคนดีอายุสั้นตอนไหงพาอาผอกลับไปบ้านแล้วกลับมาเมืองไทยท่านก็เสียชีวิตไปนับว่ายังโชคดีที่แม่ยายแม่สามียังมีโอกาสได้พบกับลูกเขยลูกสะไภ้
บั้นปลายของชีวิตไท้ปักภรรยาของท่านเป็นอัมพาตท่านต้องเลี้ยงดูป้อนข้าวน้ำช่วงนั้นไหงวยังล้มอยู่ที่เชียงรายไม่ได้ติดต่อกับทางต้าลู่เลยพอไหงกลับมาเชียงใหม่มีฐานะดีขึ้นจึงเริ่มติดต่อไปที่พี่สาวใหญ่เมื่อปี 52 กลับทราบข่างร้ายว่าอาปักเมเสียชีวิตปี 51 ปี 52 อาไท้ปักตรอมใจตามไปอีก ข่าวนี้ทำให้พวกเราซึมไปเลยอากูทุกคนร้องไห้แต่เราปิดอาผอไม่ให้ท่านทราบ
ทุกวันนี้ไหงจึงโทรศัพท์หาอาไท้จี้-อาซามจี้และหลานๆ ทุกเดือน
ร่ายเรื่องลุง-ป้าเสียยาวกลับมาที่อาผอ-หลังจากที่ใช้ชีวิตในบางกอกได้สิบกว่าปีให้กำเนิดหงาเก้อาปาและอากูอีกท่านหนึ่งเกิดสงครามโลกครั้งที่สองท่านจึงหนีกลับมาอยู่เชียงใหม่โดยได้อาศัยบ้านมรดกของอาผอที่พ่อ-แม่ท่านยกให้ในฐานะลูกคนสุดท้องที่ยากจนกว่าพี่ๆ หงาเก้อากุงก็ได้งานทำหลายๆ อย่างเป็นซินซางหรือเหล่าซือสอนผู่ทงฮว่าและยิงหยวี่รวมทั้งเป็นสมุห์บัญชี-เป็นผู้จัดการโรงสี ฯลฯ เมื่อท่านอายุได้หกสิบ มีลูกรวม 13 คน แต่ท่านต้องมาพบกับโรคหังเข่าเสื่อมผ่าตัดและไม่สามารถทำงานได้แถมเป็นโรคความดันกับเบาหวานทีนี้ภาระในการเลี้ยงครอบครัวและลูกจึงตกอยู่ที่อาผอและหงาเก้อาปาและอากูซึ่งเป็นพี่สาวของอาปาไหง่ 3 คน อาผอต้องเดินขายล๊อตเตอรี่-อาปาขายหนังสือพิมพ์ อากูต้องรับจ้าง สามคนแม่ลูกต้องทำงานเลี้ยงพ่อและน้องๆ ที่กำลังเรียนและเล็กๆ อยู่มาก(อาเซ้กูกับเซ้สุกแก่กว่าไหงไม่กี่ปีและอ่อนกว่าหลานของตัวเองที่ถ่องซาน 3 คน)
สรุปว่าชีวิตในช่วงนี้ของอาผอลำบากสุดๆ จนกระทั่งลูกๆ บางคนเรียนจบเป็นข้าราชการครู-เป็นตำรวจ-เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย-หงาอาปาทำงานธนาคาร แล้วอากุงก็จากโลกนี้ไป แล้วคราวนี้ก็เป็นช่วงแห่งความวิปโยคของอาผอ-เมื่อสามีตายจากไปไม่พอเสียลูกอีกสองคนในรอบ 2 ปีติดต่อกันทำให้ท่านทำใจแทบไม่ได้แต่ท่านก็ประคองตนเองและครอบครัวอยู่มาได้จนกระทั่งทุกวันนี้
หงาเก้อ๋าผอเป็นคนที่มีอารมณ์ดีตลอดเวลา ท่านมีอารมณ์ขันสุดๆ แถมตลกด้วย ท่านเป็นคนที่เปี่ยมด้วยความเมตตาปราณี ในชีวิตไหงไม่เคยเห็นท่านหรือได้ยินท่านด่าคนอื่นๆ เลยนอกจากลูกของตัวเอง ทุกๆ วันท่านจะไปจ่ายตลาดเพื่อทำกับข้าวเลี้ยงลูกและหลานๆ ที่อยู่ร่วมกันในบ้านใหญ่ ฮัมเพลงตลอดวันที่สำคัญท่านซึดจิ้ว ทุกวัน ตื่นเช้าก่อนล้างหน้า-สายมาหลังอาหาร-ค่ำมาก่อนข้าวเย็น-และอีกหนึ่งเวลาก่อนนอนเป็นอย่างนี้ประจำ(ทั้งเจ็ดพี่น้อง)-น่าแปลกที่ทุกท่านมีอายุยืนนาน อาผอของไหง่แต่ละท่านจากโลกไปในวัย เก้าสิบกว่าๆ ทั้งนั้น ล่าสุดเมื่อปี 51 พี่สาวที่เหลือเพียงคนเดียวของท่านจากไปด้วยวัย 101 ปี
ท่านเป็นคนที่เปี่ยมด้วยความเมตตา-กรุณา-มุฑิตา แต่ขาดอุเบกขา-คือท่านจะทำใจไม่ได้ที่เห็นคนลำบาก-ต่อมน้ำตาท่านตื้นมาก-เวลาดูข่าวหนังสือพิมพ์หรือทีวีที่สะเทือนใจท่านจะทำใจไม่ได้-ท่านชอบสงสารคนและท่านก็เป็นโยมอุปัฏฐากคนหนึ่งที่จรรโลงพระพุทธศาสนา-ทุกวันนี้พระนวกะหนุ่มน้อยในสมัยก่อนล้วนเป็นสมภารวัดดังๆ ในเชียงใหม่หลายวัด
สถิติที่น่าสนใจอันเป็นหน่อของท่านทั้งที่ต้าลู่และเสียมหลอ
ลูกที่เกิดมาเป็นตัวเต็มๆ ทั้งหมด 13 คน อยู่ต้าลู่ 2 คน
เขย-สะไภ้รวม 9 คน
หลาน รวม 27 คน หลานเขย-สะไภ้ รวม 19 คน
เหลน รวม 33 คน เหลนสะไภ้ 1 คน(ถ่องซานและว่าที่เหลนเขย 1)
โหลน-ที่ถ่องซานจะเกิดปี 2011 อีก 1 หน่อ อาผอน่าจะทันได้เห็นรูปภาพของโหลนอยู่
นี้คือสถิติที่น่าประทับใจของ คนสองคน ที่แตกหน่อออกมารวมเป็นเลือดและเนื้อของทั้งสองรวมกัน 74 คน ??? (ไม่รวมเขย-สะไภ้)
ภาพอาผอไช้ชุนเฮียง-เยี่ยมเมธากร
ชื่นชมและตื้นตันใจครับ
หลายวันก่อนได้ชื่นชมภาพแห่งความประทับใจของครอบครัว หวุนเชี้ยงก๊อ ไปแล้ว วันนี้ก็ได้มาชื่นชมกับความตื้นตันใจของครอบครัว เยี่ยมเมธากร อีกคำรพ นี่งชมภาพที่สองไป ขอบตาก็ซึม ซึม ไปแหละครับคุณ ยับสินฝ่า ขอให้ท่านอยู่เป็นมิ่งขวัญ จื้อซุ้นเสด และเสดหมาล่อน ไปนานเท่านานครับ.
ขอชื่นชมอาผอเซี้ยงใช้
ยับซินซางไหงรอที่จะได้ชื่นชมภาพของอาผอเซี้ยงไช้ อย่างใจจดใจจ่อมาหลายวันแล้ว คอยเปิดดูอยู่เรื่อยๆวันละหลายรอบว่าเมื่อไรหงีจะโพสท์รูปสำเร็จเสียที พอไหงได้ชมในวันนี้แล้วไหงรู้สึกชื่นชมและชื่นใจกับอาผอเซี้ยงใช้ท่านผู้นี้สมกับที่ไหงได้รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ อาผอช่างสง่างามสมวัยและยังมีสุขภาพแข็งแรงดี ไหงจึงใคร่อยากจะฝากเนื้อฝากตัวเป็นหลานท่านเหมือนกับหงีอีกคนเหมือนกัน และทำให้ไหงมีความอยากที่จะเดินทางไปคาระวะท่านมากยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ
ไช้วี่ฟัดถางเกอ
อาไช้วี่ฟัดโก เซี้ยงเดียวกันกับหงาเก้อ๋าผอ ตามควา่มเชื่อที่หยั่งรากฝังลึกของชาวฮั่นเรา ถ้านับว่ามีแซ่เดียวกันแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหน มณฑลใดของประเทศ เราถือว่าเป็นญาติสนิทกัน นี่ไม่นับว่าชาวจีนตั้งชุมชนเป็นกลุ่มก้อนอยู่แล้วในต่างประเทศ ดังนั้น ความเป็นแซ่เดียวกัน จึงมีความสนิทใจในหมู่ชนชาวเชื้อสายฮั่น ทุกกลุ่ม อย่างหยั่งรากฝังลึกมาช้านาน
ความคิดค่านิยมนี้ไหงยอมรับอย่างบริสุทธิ์ใจว่า ไหงก็มีความรู้สึกเช่นนี้จริง ๆ เวลาไหงเจอคนเซี้ยงยับ หรือเซี้ยงไช้ ไหงจะมีความรู้สึกลึกๆ ว่าไหงเป็นญาติพี่น้องกับเขา
ดังนั้นวี่ฟัดโก เซี้ยงไช้ ถ้าเทียบรุ่นแล้ว ก็คงจะเป็นรุ่นหลานของหงาเก้อาผอไช้ชุนเฮียง ดังนั้น วี่ฟัดโกจึงเปรียบเหมือน หงาเก้ถางเกอ หรือลูกผู้พี่ที่เกิดจากทางฝั่งแม่ หมายความว่า วี่ฟัดโกเป็นหลานน้าของหงาเก้อาปา ส่วนถ้าท่านใดที่เป็นเซี้ยงยับ ก็จะเป็นหงาเก้เปี่ยวเกอ เปี๋ยวเจ่
นอกจากไช้วี่ฟัดโกที่เปรียบเหมือนญาติสนิทไหงแล้ว ไหงมีความรู้สึกว่า ทุกท่านไท้ก๋าหยิ่นในชุมชนของเรา ล้่วนเป็นญาติสนิทกับไหง่ โดยสายเลือดและ DNA เดียวกันครับ
หงาเก้อ๋าผอเป็นคนรักสวยรักงามครับ ชุดที่ท่านสวมใส่เป็นฝีมือการตัดเย็บของคุณประนอมหงาเก้เล่าผอครับ ทุกวันนี้ท่านยังต้องเข้าร้านเสริมสวย สัปดาห์ฺละครั้งนะครับ เป็นเรื่องที่ขลุกขลักมาก ถึงแม้ว่าท่านจะสูงวัยมาก แต่กำลังใจท่านดีมากครับ และถึงท่านจะมีเรื่องให้เศร้าใจคือคิดถึงลูกและหลานเหลนที่ถ่องซาน แต่ท่านก็ไม่พยายามที่จะคิด คล้ายกับว่าท่านได้ปล่อยวางแล้วละครับ อีกอย่างท่านก็รับรู้ได้ว่าเดี๋ยวนี้ญาติพี่น้องของเราที่นั่้น เขามีความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก และอาจจะรวยกว่าพวกเราเสียด้วยซ้ำไปครับ แต่ถึงท่านจะปลง แต่ใครอย่าพูดเรื่องลูกชายลูกสาวท่านที่นั่นให้ท่านได้ยินเป็นอันขาดนะครับ จิตใจของเล่าหยิ่นกาก็จะหวั่นไหวพาลเอาร่างกายทรุดลงไปด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนตระหนักเป็นอย่างยิ่งครับ ถ้าท่านมีอารมณ์ดี ท่านก็จะฮัมเพลง หรืออ่านหนังสือธรรมมะ สลับกับหนังสือนิยายรัก เล่มละ 10 บาทนั่นแหละครับ คุณหมอบอกว่าเป็นสิ่งที่ดีมากที่จะช่วยให้สมองของท่านมีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลาครับ ท่านต้องใช้แว่นขยายส่องดู ก็ไม่ใช่ปัญหาของท่านครับ
ทุกวันเสาร์-หรือวันอาทิตย์ ไหงจะต้องไปเยี่ยมท่านเป็นประจำครับไม่ค่อยขาด วันพรุ่งนี้ก็จะถึงเวลาที่ต้องไปพบท่าน แล้วจะเรียนให้ท่านทราบว่า เพื่อนๆ ของไหง่ ในชุมชนฮากกา และเป็นเซี้ยงเดียวกับท่าน มีความชื่นชมและอยากมาคารวะท่านถ้ามีโอกาสมาถึงเชียงใหม่ แค่นี้ก็คงให้ผู้อาวุโสภูมิใจปลื้มใจมากที่สุดแล้วละครับ
ต้องขอขอบพระคุณไช้วี่ฟัดโกเป็นอย่างยิ่งนะครับ ไช่ถางเกอ และซิ่วเชงเจ่เจ๋ อีกท่านหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะโฉบมาเชียงใหม่บ่อย ๆ แต่เวลาเจอกันเหมือนกับมีกรรมการคอยเป่านกหวีดว่าหมดเวลาแล้วนะ อะไรอย่างนี้ รวมถึงไท้ก๋าหยิ่นทุกท่านนะครับที่เป็นกำลังใจให้กับไหง่และครอบครัว หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อถึงเวลา ไหง่จะสามารถรับใช้และตอบแทนชุมชนของเราที่อาฉีโกได้สร้างขึ้นมาให้กับชาวไทยเชื้อสายฮากกาทั่วโลก ได้มีเวทีพบปะกัน ไหงเชื่อเหลือเกินครับว่า อีกไม่นาน องค์กรของเรา จะเติบใหญ่และมีพลังอำนาจ เมื่อถึงวันที่ไหงพร้อม ไหงจะเสนอแนวทางและโครงการที่จะทำให้เราเป็นสังคมที่มีพลัง มีกำลังทรัพย์ ด้วยเงินบริจาคเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามที่่ได้ตั้งกองทุนขึ้นมา จากเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่อย ๆ ไหลซึมทีละนิด จนเต็มโอ่งราชบุรีในที่สุด
ไหงมั่นใจครับ
ราตรีสวัสดิ์ครับ ถางเกอ ต้่าเกอ ต้าเจี่ย เล่าไท และไท้ก๋าหยิ่น-นอนหลับฝันดีนะครับ-ตอเซี้ย
กรรมการเป่านกหวีด!!!!!
แหมๆๆ เข้าใจแซวนะเจ้า ไหงคนธุระมากมายก่ายกอง วันๆ วนเวียนอยู่กับงาน อันนี้เสร็จ อันโน้นเข้ามาทักทาย เสาร์นี้กว่าจะตรวจงานศิลปะของนร.ประถม ลำปางเสร็จ เล่นเอาตาลายนะเจ้า เป็นบริการวิชาการให้กับสังคม สังคมของวันที่เราเรียกว่าวันแม่ นี่แหละเจ้า ตรวจของประถม 1-4 ละเลยมาหลายวัน จนทางห้างทวงถามมานั่นแหละจึงได้ตรวจกัน เขาบอกว่ามหาลัยไหงยุติธรรม แต่ไหงว่าไหงช่างกัดตอบมากกว่า ชอบจังชอบเอาศิลปะมาทำการตลาด (ใครคิดคนแรกนะ) คุณครูก็แทบจะฆ่ากันตายจากคำตัดสินของไหง ไม่ยอมแพ้กันนะเจ้า..ศิลปะเพื่ออะไร เพื่อใคร ระยะนี้ปิดโทร..เพราะเขาๆจะ โทรตามหาคนให้คะแนน ที่คนขี้แพ้(พ่อ-แม่ /ครู) ชวนตี น่าเบื่อมาก ไม่ยักสงสารคนตาลายบ้าง ไหงคัดทิ้งไม่ลงสีผิว สีหน้า สีตา ไปเถิดลูกๆๆ จงไปดี ไปที่ชอบๆ ปีหน้าวันแม่ค่อยมาแสดงฝี่มือกันใหม่... 555 เล่ามาเพื่อหงีทุกคนจะได้ไม่พาลูกพาหลานไปตะเวนวาดภาพ ต่อไปในอนาคต มันเป็นศิลปะที่ขาดสุนทรีมาก
ศิลปะบำบัดในเด็กโรคมะเร็ง
บรรยายภาพ
ภาพที่ 1. ภาพหมู่หน้าลานประตูท่าแพ มี ่ลูก-หลาน-เหลน เท่าที่มาได้
ภาพที่ 2. ภาพอาผอใกล้ ๆ
ภาพที่ 3 ครอบครัวไหง
ภาพที่ 4. ลูก ๆ ที่มีชีวิตอยู่ และอยู่ในเมืองไทย ขาดไท้กูที่หมอยเย้น 1
ภาพที่ 5. หงาเก้ปาแม
ภาพที่ 6. คุณอาผู้หญิง คนสูงวัยเป็นน้องถ้ดจากอาปา คนอ่อนวัยเป็นอาผู้หญิงคนเล็ก สองท่านนี้โสด เป็นผู้ดูแลอาผอในบ้านใหญ่ อาคนเล็กอายุน้อยกว่าหลานของตัวเองที่เหมยโจว 3 คน
ภาพที่ 7. ภาพหมู่หน้าเวทีมอบรางวัลและเฉลิมพระเกียรติ
ภาพที่ 8. ภาพหมู่
ภาพที่ 9. ไหงกับคุณประนอมที่หาโอกาสถ่ายร่วมกันน้อยมากเพราะเธอชอบวิ่งหนีกล้อง
ภาพที่ 10 เหลนคนเล็กที่สุดของอาผอ
หมายเหตุ ภาพกลับหัวไม่ตรงสุดปัญญาที่จะทำให้เป็นภาพตรงได้ครับ เว็ปมาสเตอร์กรุณาช่วยหน่อยครับ
สินฝ่า
"เยี่ยมเมธากร" ยอดมาก (+.+)
ยอดเยี่ยมมากที่สุด...ขอคาราวะอาผอไช้ชุนเฮียง ด้วยใจจริง.....ท่านสง่างามมาก ขอให้ท่านมีสุขภาพดีเป็นศรีสง่ากับตระกูล เยี่ยมเมธากรตลอดไปเทอญ.......
วันแม่ เพลงวันแม่
วันแม่ของชาวเยี่ยมเมธากร
ภาพบรรยากาศการรับรางวัลแม่ดีเด่นของอาผอยับไช้ชุนเฮียงเยี่ยมเมธากร ครับ
(ขออภัยครับใช้ไฟล์ฟร๊อกแล้วพยายามใส่รูปแต่ไม่สำเร็จครับ-ค่อยกลับมาดำเนินการใหม่นะครับ)
โทรไม่ติด..เจ้า
จะเอา CD ไปให้ที่ร้านนะเจ้า..เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเป็นวันพฤหัส หรือศุกร์นี้ เนื่องจากอ.ที่เราจะเป็นศิษย์ด้วย จะทำการไหว้ครูที่บ้านทรงไทย ใกล้ม.แม่โจ้ ไหงจะโทรหาอีกครั้งเมื่อถึงชม. แล้ว จะรอชมภาพที่ยิ่งใหญ่จากครอบครัวหงี .....ขอบคุณมาก...
ข้าวตังของแม่เลี้ยงลูก 18 คน!
ใครจะเชื่อว่าผู้หญิง ตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะเลี้ยงลูกถึง 18 คนให้เป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ขยันทำมาหากิน เติบโตมาจนถึงวันนี้ได้ด้วย 'ข้าวตัง' ของแม่
คุณแม่ของลูกๆ โหลครึ่ง คุณย่าคุณยายของหลานยี่สิบแปดคนและคุณทวดของเหลนอีกสี่คน คุณอุดม การสมใจ เกิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2468 นับอายุถึงวันนี้ได้ 85 ปี เป็นลูกของพ่อรำมะหนาด ตีวาลีชาวอินเดียใบหน้าแม่จึงคมคายเหมือนแขกตามสายเลือดพ่อกับ คุณแม่ละมูล พูนธนาพันธ์
ก่อนจะมาขายข้าวตัง ขายทุกอย่างที่ทำได้ ตั้งแต่ขายข้าวใส่บาตรพระที่บางลำพูเพราะเมื่อข้าวเหลือกับข้าวเหลือจะได้ให้ลูกกินด้วย ขายขนมต้ม ครองแครงกะทิ ขนมถั่วแปบ แป้งจี่และข้าวตัง หน้าเทศกาลขนมเทียนทำขนมเทียนขาย เจียนใบตองเองทำทุกอย่างเอง ทำจนเป็นลมเพราะเขามาจ้างให้ทำหมื่นห่อ
ชีวิตตอนอยู่บางลำพูสนุกสนานกับการสู้ชีวิต ที่ค้าขายได้และชอบค้าขายก็เพราะแม่ละมูลเป็นแม่ค้าขายกุ้งปลาที่ตลาดยอดบางลำพูมาก่อน เห็นแม่ค้าขายเราก็ค้าขายด้วย ชีวิตยากลำบากแล้วกลับสาหัสยิ่งกว่า เมื่อปีพ.ศ.2510 ไฟไหม้บางลำพู จนแล้วยังเจอไฟไหม้คราวนั้นต้องนอนศาลาวัดชนะสงครามตอนนั้นมี ลูก 15 คนจะโกลาหลเพียงใด คิดดูต้องอยู่ศาลาวัดถึง 5 ปี สมเด็จเจ้าอาวาสวัดชนะสงครามองค์ปัจจุบันท่านเมตตาให้อยู่ให้ข้าวบิณฑบาตกินกัน
ยากลำบากเพียงนั้นคนเป็นแม่และพ่อช่วยกันสู้ทนเลี้ยงลูกมา มาขายข้าวตังอย่างเดียวเมื่ออายุได้ 25 ปี นับแต่นั้นมาก็ขายข้าวตังมาตลอด มีข้าวตังหน้าตั้ง ข้างตังมะพร้าวข้าวตังเมี่ยงลาว ได้วิชาทำข้าวตังมาจากการที่เคยไปขายของแถวในวัดพระแก้วแถวประตูวิเศษไชยศรี เห็นเขาทำก็จำเขามาแล้วมาลองทำเองก็ทำได้
ข้าวตังมาจากไหน ข้าวตังคือข้าวก้นกระทะ จะมีลักษณะแข็งติดกันเป็นแพ กระทะที่จะทำให้เกิดข้าวตังสวยๆ ต้องเป็นการหุงข้าวด้วยกระทะใบบัว ในยุคแรกๆ ที่ทำขายได้ข้าวตังมาจากโรงเลื่อยแถวบางลำพู โรงเลื่อยมีคนงานเยอะเขาเลี้ยงข้าวคนงานด้วยการหุงข้าวกระทะใบบัว พอโรงเลื่อยหมดไปจากบางลำพู ก็ไปหาโรงเรียนนายร้อย จปร.ที่ถนนราชดำเนิน โรงทหารหุงข้าวกระทะใบบัว พอโรงเรียนนายร้อย จปร.ย้ายไปอยู่นครนายก ไปหาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน
วันนี้หาแหล่งที่ผลิตข้าวตังดีดีและจำนวนมากได้ยาก ด้วยความทันสมัยในวันนี้ไม่มีใครหุงข้าวด้วยกระทะใบบัวอีกแล้ว ความรู้เรื่องการหุงข้าวด้วยกระทะใบบัวก็จะหายไป หาคนหุงได้ยาก ที่ขายอยู่ทุกวันนี้ก็ได้จากวิเศษไชยชาญ อ่างทอง ทำข้าวตังส่งมาให้
ข้าวตังดีดีทำจากวัตถุดิบที่ดี ใหม่สดทอดวันต่อวันไม่ค้างคืน ทำเช้าขายวันนั้น น้ำมันดีไม่ใช้ซ้ำซาก ใช้น้ำมันพืช มะพร้าวเลือกมะพร้าวทึนทึกดีๆ ขูดเองด้วยมือ หน้าตั้งใช้ถั่ว หอมกะทิ ฯลฯ เคี่ยวอย่างดี และเมี่ยงลาวไส้ถั่ว ผักกาดดองที่ห่อ เป็นการดองแบบโบราณใช้น้ำมะพร้าวดอง ไม่เปรี้ยวมากเหมือนที่ดองทำต้มจืด ได้มาแล้วต้องมาล้างให้สะอาดเพื่อลดความเปรี้ยว จึงทานได้อร่อยนุ่มนวลกลมกล่อมไม่เปรี้ยว
การค้าขายทำอย่างไร ก็หาบเร่ หาบเร่จริงๆ หาบแล้วเร่ไปขาย อุปกรณ์การขายมีสาแหรก ไม้คาน กระบุง กระจาดกระด้ง ที่สำคัญที่สุดคนหาบ เช้าขึ้นเตรียมของสักตีห้า ทำเสร็จประมาณสายๆ ก็บรรทุกลงหาบแล้วก็ออกตระเวณไปเรื่อยๆ ที่มีคนกินคนซื้อ สมัยก่อนที่แม่ยังหาบไหว ยุคแรกๆ หาบจากบางลำพูไปขายถึงสะพานควาย ห้วยขวาง โรงพยาบาลจุฬาฯ ที่ประจำ นางเลิ้ง ตรอกหม้อ ตระเวนไปขายหมด น้ำหนักหาบไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัม
ด้วยใจที่ถือว่า “หาบของอยู่บนไหล่ ไม้คานอยู่บนบ่า เราอยู่ได้ไม่อดตาย” ลูกทั้งหมด 18 คนได้ข้าวตังของแม่เลี้ยงมา ทุกวันนี้ลูกจากไป 2 คนด้วยโรคมะเร็งและโรคหัวใจ เหลือลูกๆ 16 คน ตั้งครอบครัวอยู่กันที่ชุมชนบ้านพานถม ซอยวัดปรินายกซอย 6 ทุกคนยังช่วยกันสืบทอดทำข้าวตังขาย แม่อุดมตั้งใจว่าพ.ศ.2555 จะเลิกขายปล่อยให้ลูกๆ ทำกันต่อไป
ลูกค้าที่กินข้าวตังเป็นใครมาจากไหน คนรุ่นใหม่ที่ไหนจะรู้จักกินข้าวตัง ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ คนกลางคนขึ้นไป รุ่นใหม่ถ้าคนรุ่นพ่อแม่ไม่สอนให้กินก็กินไม่เป็น คุณหญิงคุณนาย นายกรัฐมนตรีในอดีตยังกินของแม่อุดม
ทำเลของข้าวตังในวันนี้ มี 4-5 หาบ แม่อุดม การสมใจจะนั่งอยู่ร้านมนต์นมสดหน้าศาลาว่าการกทม. ลูกชายพงษ์พันธ์จะขายอยู่เทเวศร์ ภรรยาคุณพงษ์พันธ์สะใภ้แม่ขายอยู่หน้าร้านเป็ดพูนสิน วัดตรีทศเทพ สมชายลูกชายหัวแก้วหัวแหวนขายอยู่ที่ทางเข้าประตูศาลาสวดศพวัดมกุฏกษัตริย์
ออกขายตั้งแต่สิบโมงเช้าไม่เกินหกโมงเย็น ทุกหาบก็จะกลับมารวมพลกันที่บ้าน รวมเงินเอาเข้ากงสีแล้วพักผ่อนพูดคุยกันตามประสาพี่น้องแม่ลูก ถึงแต่ละวันที่ผ่านมา ทำภารกิจส่วนตัวแล้วมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง หรือไม่คนที่มีครอบครัวแยกออกไปก็ไปกินอยู่กับครอบครัว รุ่งเช้าอีกวันพบกันใหม่ เป็นเช่นนี้ชั่วนาตาปี จากอายุ 25 ถึงวันนี้ที่แม่อุดมอายุ 85 เป็นหกสิบปีของการดำเนินชีวิตขายข้าวตังเลี้ยงลูกครอบครัว ไม่รวย ไม่ถึงกับจน มีชีวิตพออยู่ได้ไม่อดตาย
เล็ก ภรรยาสมชายสะใภ้ของแม่อุดม จากคนที่กินเงินเดือนทำงานบริษัทมาเป็นสะใภ้ครอบครัวนี้เห็นแม่ทำทุกอย่าง แม่ก็สอนให้จนทำทุกอย่างเป็น และสอนให้ค้าขาย แม่บอกว่าทำงานเงินเดือนกว่าจะได้กินได้ใช้สิ้นเดือน มาทำด้วยกันที่บ้านมีกินมีใช้ทุกวัน เลยออกมาช่วยแม่หาบข้าวตังขาย
"สมัยนั้นอยู่บ้านนี้ใหม่ๆ ไปขายจุฬาฯ เราไม่รู้ไกลแค่ไหนแม่บอกอีกนิดเดียวๆ จนเราไม่ไหวบอกแม่หนูจะไม่ไหวแล้วแม่ แต่แม่ยังหาบเดินตัวปลิว แม่ทำงานหนักอดทนสู้ชีวิต เพื่อครอบครัวเพื่อลูก แม่สอนลูกด้วยการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ลูกบ้านนี้ไม่เคยทะเลาะกัน มีแต่ช่วยกันทำมาหากิน บางทีอยากให้แม่หยุดก็ต้องบอกพวกเราลูกติดธุระแม่หยุดขายนะ ต้องใช้ลูกไม้อย่างนี้ให้แม่พักบ้าง วันเกิดวันแม่บ้านนี้เป็นสุขสนุกที่สุด ลูกหลานเหลนจะมากราบแม่กัน"
พงษ์พันธ์ลูกชายบอกว่า หัวใจแม่ไม่มีวันจะหยุดขาย เพราะความรับผิดชอบต่อครอบครัวและคิดถึงลูกๆ ก่อนเสมอ และยังต้องส่งดอกเจ้าหนี้เงินกู้วันละสามพันบาท เป็นเงินกู้นอกระบบ ถึงวันนี้พยายามลดเจ้าหนี้ลงกู้ให้น้อยลง ที่หมดได้ก็ตัดให้หมดเป็นรายๆ ไป
คำที่แม่อุดม พร่ำสอนให้กับลูกๆ คือ "หาบของขึ้นบ่าก็ได้กินนะลูก...ถ้าอยู่บ้านก็ไม่ได้กิน" สอนให้ขยันทำมาหากิน มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ข้าวตังของแม่อุดม การสมใจ เลี้ยงลูก 18 คนได้ และทำให้ 'ข้าวตัง' ยังมีลมหายใจอยู่ในย่านใจกลางกรุงได้สืบมา.
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, วันแม่แห่งชาติ 2553
คิดถึงอาเมไหงทันที
ขอบคุณมากกับบทความดีๆ อันนี้ไม่เคยอ่านพบ อ่านแล้วมีความสุขมาก เมื่อปีที่ผ่านมา ไหงได้รับโทรศัพย์จากล่อเทไหง เป็นตำรวจหมวกสีทองลำปาง ล่อเทไหงคนนี้เป็นคนที่ห้า ส่วนแส้ล่อเทไหงคนที่หกเป็นตำรวจอยู่ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำพู ให้รีบเดินทางไปรพ.ลำปางประมาณสี่โมงครึ่ง ไหงพบญาติที่เป็นปลัดของซินอาปา นั่งที่นั่น เขาก็งง ไหงก็งงเพราะคนพามาเป็นปลัดสามคน เป็นรถยนตร์ที่เฉี่ยวอาเมไหง รถมาเกี่ยวหูช้างที่อาเมขี่มอเตอร์ไซร์ และศรีษะท่านคงฟาดกับบันไดรถปิ๊กอัพคันนี้ สลบไปทันทีแต่อาเมเป็นเบาหวาน จึงสาหัสมากไม่ได้คุยกับอาเม และอยู่อย่างนั้นจนถึงสามทุ่มส่งท่านไปห้องเย็น ด้วยอาการที่รู้สึกว่าโลกนี้หยุดหมุนได้น่าจะหยุดไว้ตรงนั้น อยากตายแทนท่าน ตายด้วยเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตนเอง อาเมขี่รถมอเตอร์ไซร์ไปบอกคนแก่ที่ห่างจากบ้านไปเพียงร้อยกว่าเมตร เพื่อให้มาเอาเบื้อยังชีพที่ผู้เฒ่าคนนี้ จะมาถามและยืมอาเมก่อนล่วงหน้า อาเมไม่ทันถึงบ้านผู้เฒ่า ก็พบกลับอุบัติเหตุเสียก่อนโดยฝี่มือปลัดสามคน แน่นอนว่าไหงสืบพบว่าเช้าวันที่เงินเดือนออก สำนักปลัดอบต.ครื้นเครงมาก พากันเข้าเมืองมาดื่มกินและคาราโอเกะกันตั้งแต่เช้า พอขากลับบ้านนอกคือสามโมงครึ่ง ที่ปลักเมากัน ได้เวลาผ่านเส้นทางนั้นพอดี ไม่ทราบว่าอาเมหรือป้าของพวกเขานั่นแหละที่ขี่มอเตอร์ไซร์ (ปกติปลัดจะพบอาเมไหงขับรถฟอร์จูนเนอร์ เก๋งหรือปิ๊ออัพ) ท่านก็ขี่เลนนั้นวันนั้นสิ้นเดือนพอดี แต่ปลัดร่างเล็กเจ้าของรถทั้งเมาและรับโทรศัพย์ทันที จึงเสียการควบคุม ไม่ได้มีอะไรบอกเหตุว่ามีรถหลบกัน จึงเบี่ยงพวงมาลัยมาทางอาเม เขาก็พาอาเมใส่รถโดยไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะเมา (ดูอาการแล้วรู้ว่าโคตรเมาด้วยซ้ำ) ทุกคนที่อยู่ลำปางไปดูใจและต้องทำใจเพราะเลือดออกที่กระโหลก มากมายหัวแตก เบ้าตาเริ่มคล้ำ ลำตัวเป็นจ้ำเลือด ไหงเห็นตกใจมากที่สุดในชีวิตของการได้เคยเห็น เพราะอาเมจะดูแลลูกๆๆทั้งหกอย่างดี ยุง มดไม่ได้กัดพวกเรา ยาหม่องตราเสือวางไว้ทุกจุดของบ้าน จะห่วงพวกเราทุกด้าน แต่นี่อะไรกันพวกเราได้แต่ยืนอยู่หน้าห้อง ช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย เสียงคุณหมอมาเรียกให้ดูใจท่าน ให้ท่านากไปเพื่อลดอาการทรมานจากการที่หมอขึ้นไปผายปอด กระแทกหน้าอกจนร่างอาเมกระเด็นกระดอน ให้หายใจ เป็นช่วงๆ ไหงทนไม่ไหวจริงๆ ยอดเยี่ยมกับการได้เห็น ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะเทียบเท่า ไม่มีจริงๆ ชาวบ้านที่ทราบข่าวจากสายหมู่บ้านทะยอยกันมาตั้งแต้ห้าโมง อยู่ด้วยกันถึงส่งท่านไปห้องเย็น ทรมานหัวใจทุกคน แต่ก็เป็นวันที่อาเมได้ช่วยพวกเขาด้วย เพราะวันนั้นทุกคนระดมซื้อหวย (ยกเว้นไหงคนเดียว) ด้วยเลข 66 อีกวันหวยก็ออกพอดี เลขนี้ถูกกันหมดทั้งหมู่บ้าน เขาบอกว่าคนมีบุญให้โชคพวกเขาแล้ว อาเมเป็นแม่หลวง หมายถึงเมียผู้ใหญ่บ้านท่าล้อ หมู่ 9 จึงต้องทำหน้าที่แม่หลวง เป็นที่รักของชุมชนนี่ อาเมสร้างยุ้งฉางตากข้าวเพิ่มจากงบอบต. อาเมค่อยๆๆทำทีละเล็กทีละน้อย ขนาดเท่าโรงยิมโรงเรียนของชุมชนและกลายเป็นที่เล่นกีฬา และตากข้าวเปลือก ทำกิจกรรมต่างๆ ข้างวัดหมู่บ้าน ยังขาดเพียงการทาสี จะเห็นได้จากมวลชนที่มางานศพอาเมไหง และนั่งทานข้าวที่โรงนี้กันมากมาย ทุกคนจึงรักอาเมไหงว่าเป็นคนจีนกึ่งคนเมืองที่ใจดี ประตูหน้าต่างวัดเราไปทำให้ทันที (โดยแบ่งจากรายได้ประจำที่ได้มาทุกครั้ง เป็นการชำระสะสางเพื่อผลบุญ ) อาเมเป็นคนตัวอย่างแม่หม้ายลูกหก ที่ดีที่สุดในใจไหงอีกคน เพราะเราอยู่มาด้วยกันตั้งแต่ในท้อง แต่ด้วยดวงของไหงที่ทำให้ท่านเจ็บป่วย ปางตาย จึงถูกยกให้เป็นลูกบุญธรรมอาม่า(แม่ของอาปา) อาม่าไหงเซี่ยงไช้ มาจากหมอเย่น เป็นแซ่ฉั่ว ที่ดูแลไหงอย่างดี และได้ส่งมอบไหงคืนอาเมไหง ก่อนที่อาเมไหงจะเสียเพียงห้าวัน (อาเมมีปัญหากับพ่อบุญธรรมร่วมสองปี ด้วยวัยที่แตกต่างมาก ด้วยประเพณีที่ต่างชนชั้น) จึงเรียกให้ไหงไปดูแลอาเม ก่อนจะย้ายไปอยู่บ้านท่านเพียงห้าวัน อาเมมาเสียกระทันหัน อาเมกลัวไหงไม่มาเฝ้าสมบัติให้พี่น้องทั้งห้า ยังมาเข้าฝันไหงได้อีกนะคร่า.. น้องสาวคนที่สามไหงลืมเป็ดไหว้เจ้า ท่านยังไปเข้าฝันว่าอย่าลืมเป็ดนะ...ไหงชื่นชมบทบามอาเมที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนอาเมจะมาแบบชุดปฏิบัติธรรมชุดขาว เดินเฉียดซ้ายเฉียดขวา ให้รู้ว่า ความตายเป็นเพียงฉากที่พรากเอากายเนื้อไปเท่านั้น ส่วนจิตละเอียดอาเมมาให้พวกไหงเห็น ในรูปที่บันทึกเป็นดวงจิตขนาดใหญ่ลอยไปลอยมา เพื่อรอรับแขกและปลอบโยนลูกหลาน ไม่ให้เสียใจที่ท่านไปไม่ได้บอกลา อาเมจึงเป็นปาฏิหารที่ไหงได้ตั้งใจไปบวชเนกขัมมะทันที และทำให้ไหงอยากติดต่อกับท่าน แต่ยังไม่ถึงเวลาเพราะยังมีเวลาอีกมากมายที่ลูกจะสะสม และเปิดพลังให้เต็มที่เสียก่อน โลกนี้ไม่ได้เร้นลับซับซ้อน ถ้าเราหากลไกเจอ จะพบทางพิเศษ ให้คนพิเศษไปหากันพบได้เอง ไหงขอให้วันแม่เป็นความสุขของไท๊กาหงินทุกคนที่มีแม่ยังอยู่ ส่วนคนที่ไม่มีเร่งสะสมบารมี เผื่อที่จะได้พบกับท่านแบบไหงนี่แหละ...
คิดถึงอาแม
คิดถึงอาแมมาก เลี้ยงลูก 8 คน เลี้ยงหลานอีกเป็น สิบ พอลูกหลานโต คิดว่าอาแมจะสบายแล้ว เจ้ามะเล็งลำใส้ก็เอาอาแมผมไปเสีย ฝ่านไป 25 ปีแล้วยังคิดถึงอยู่นะ อาแม (อาแม ยิวฟา )
วันแม่ไม่ได้มีว้นเดียว
วันก่อนวันแม่หนึ่งวันไหงมีโอกาสผ่านร้านขนมเปี้ยอร่อยย่านฝั่งธนฯ พอลงไปเจ้าของร้านรีบขอโทษบอกว่าของหมดแล้วเพราะว่าพรุ่งนี้วันแม่และหยิบนามบัตรให้ บอกว่าวันหลังให้โทรสั่งจองก่อน แสดงว่าของหรือร้านอาหารก็จะขายดีแย่งกันซี้อแย่งกันกินในวันที่กำหนดเท่านั้น ปกติจะมีขายตลอด เหมือนกับว่า วันของแม่หรือของพ่อ ปีหนึ่งมีให้วันเดียวเสียงั๊น ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เราเคารพและพ่อแม่ เราจะต้องดูแลท่านอย่างดีสม่ำเสมอไม่ต้องมารอถึงวันที่เขากำหนด ไหงได้อ่านการรำลึกถึงอาแมของอาจารย์เฉิน ทำให้แว่นตาไหงฝ่าไปทันที ความรู้สึกของไหงตามไปกับอาจารย์ ก็ขอบอกว่าท่านไปดีแล้ว เหลือแต่พวกเราที่อยู่จะต้องทำให้ดีที่สุด คนที่พ่อแม่ยังอยู่อย่าห่างเหินท่าน เก็บตักตวง ถามสิ่งที่ท่านรู้ท่านมี เรื่องเล่าต่างๆจดจำไว้ให้มากที่สุด ไหงเองก็เสียดายที่ไม่ได้ถามหลายเรื่องจากอาปัก(อาปา)ไหง ตอนนี้อยากรู้ก็ไม่รู้จะไปถามใครได้
ขอบคุณโกอาคม..
ด้วยเพลงและบทกวี......ที่อาเมไหง ชื่นชอบ.. เพลงจาวเหนือ...เอื้องแซะ..สามปอยหลวง ดอกไม้เมือง และพรหมอื่อลูก ...อาเมไหงเป็นลูกครึ่งจีนฉิมขักผสมยอง ละปูน (ลำพูน).. คุณยาย (แม่อุ้ย )มีหลวงปู่่พรมหมา วัดพระบาทตากผ้า ลำพูน (น้องชายคุณยาย/แม่อุ้ย) เป็นพระสุปฏิปัณโณ ของล้านนาแถบนั้น...
"
หงาเก้อ๋าผอ
ไท้ก๋าหยิ่นครับ
ที่ไหงนำเรื่องการได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติของหงาเก้อ๋าผอมาประกาศ ไหงไม่ได้มีเจตนาที่จะโอ้อวดนะครับ และไหงก็มั่นใจว่า ทุกท่านก็คงไม่ได้คิดอย่างนั้น
ไหงเพียงมีความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับข่าวนี้ ถึงแม้ว่ารางวัลนี้ มิได้เป็นรางวัลระดับชาติ แต่มันก็เหมาะสมกับวงศ์ตระกูลของไหง่แล้ว ไหงจึงคิดว่า ข่าวนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดในชีวิตของไหง่ตั้งแต่ไหง่เกิดมาเลยละครับ
ที่ไหง่ทำอย่างนี้ ถึงแม้ว่า อาผอของไหง่ อาจจะไม่ได้รับรู้ แต่มันเป็นการแสดงความรักความกตัญญู ให้แก่ท่าน เท่าที่หลานย่าคนหนึ่งพึงจะกระทำได้ เหมือนกับเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า มีคนดี ๆ คนหนึี่ง ซึ่งได้มีความยากลำบากมาตลอดชีวิตของท่าน เมื่อถึงวัยที่ท่านทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้แล้ว ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของลูก-หลาน ที่จะปรนนิบัติท่าน ทำให้ท่านมีความสุข เพราะความทุกข์ยากลำบากของท่าน มาหยุดตรงที่ท่านมีอายุได้ประมาณ 85 ปี ถึงจะเริ่มทำอะไรไม่ได้ นับตั้งแต่นั้นมา เราก็ให้ท่านได้พักผ่อนอย่างมีความสุข
อยากจะเล่าเรื่องราวชีวิตของท่าน แต่ต้องไปทำการงานอีกแล้ว คงต้องขอหยุดไว้ก่อน พรุ่งนี้เป็นวันแม่ คงพอจะมีเวลาสำหรับชุมชนของเราได้สัก 1 ชั่วโมง ไว้เจอกันใหม่นะครับไท้ก๋าหยิ่น
ไฟวันเฉลิมฯ.
เป็นวันครอบครัวไทยได้อีกวัน!
ขอบคุณไท๊กาหงินมาก ที่บันทึกมาให้เราชมกัน คนตจว. คงชื่นชมภาพบรรยากาศนี้มากทุกคน เผอิญว่าช่วงเดินทางไปเรียนต่อที่กทม. ไหงจะเห็นสภาพแบบนี้ทุกเช้า ตีสี่ถึงกทม. รอตีห้าครึ่งรถเที่ยวแรกเดินทางไปสิ้นสุด ที่มหาวิทยาลัย หน้าตึกคณะครุศาสตร์ ไหงจะมองผู้คนดำเนินชีวิต ที่แปลกตามากๆ บางครั้งก็เป็นคนแรกที่ไปไหว้ศาลเจ้ามังกรกมลวาส ที่เยาวราช เพื่อสักการะสิ่งศักสิทธ์ ก่อนการสอบทุกครั้ง เดินทางไปต่อรอนั่งรถไฟหัวลำโพง เพื่อไปลงที่หัวตะเข้ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ชื่นชอบมากเป็นพิเศษ มีความสุขมาก ทุกครั้งของการนั่งยาวๆ ไหงจะบันทึกภาพด้วยการวาดภาพคร่าวๆ ลงบันทึกส่วนตัว หูฟังเพลงไปด้วย เก็บไว้เพื่อสักวันหนึ่งหมดภาระทุกด้าน อาชีพที่ใฝ่ฝันคือศิลปิน วาดภาพนี่แหละ มีคนลำปางเชื้อสายจีนเราๆ บันทึกภาพบ้าน ถนน ตรอกซอกซอยและนำกลับไปวาดที่อเมริกา ภาพสวยมาก ศิลปินท่านนี้จะวาดมุมแปลกคือกลับมา บันทึกภาพร้านตัดผมเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ที่กาปากกื๋อพาไปตัดผม สมัยก่อน ปัจจุบันยังมีอยู่ สวยมากเจ้า ผลปรากฏภาพนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านซื้อไปเก็บในครอเลกชั่น เรียบร้อย ซื้อไปหลายภาพด้วยสิ ภาพเป็นแสนขนาดของภาพเท่ากับA4 สามแผ่นต่อกัน ไหงจึงคิดว่าอะไรที่เป็นอดิเรก ให้มาจากจิตที่ตั้งมั่น และนำออกมาให้เป็นภาพจริงๆ คนที่เห็นคุณค่าและชื่นชอบแบบเรา ต่างก็เห็นแบบเราด้วยละคร่า..ย่อมดีกับชีวิต เพื่อนไหงเป็นศิลปินหลายคน อยู่บ้านดินที่ลำพูนและชม. ต่างมีความสุขที่ใกล้ชิดกับธรรมะแบบธรรมชาติ อาทิตย์ต่ออาทิตย์ขายภาพอย่างเดียว มีายได้ยิ่งกว่าเรียนดร. ตั้งห้าเท่า ไหงไม่ได้เกิดเป็นผู้ชาย(เพื่อนไหงว่ามา) จึงไม่เหมาะกับการตะลอนตามป่าตามเขา แบบเขาเพื่ออกวาดภาพ เก็บของจริงมาวาดมาขาย ไหงเห็นว่าอาชีพที่ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง สังคมมวลชน มีเวลสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิจนเชี่ยวชาญ กลุ่มชนกลุ่มนี้ชำระได้หมดสิ้น เริ่มแต่งขาว เริ่มกินน้อย ไม่ติดวัตถุ และยินดีกับความไม่เที่ยง ที่เล่ามาให้ไท๊กาหงิน เพราะวันนี้เป็นวันดี เหมือนทุกวัน ชื่นชมอาปาที่ดูแลลูกอย่างดี ไหงเคยมีอาปาที่ใจดีมาก ได้เรียนวาดภาพตั้งแต่จับดินสอได้ ไหงเห็นอาปาวาดภาพเทวดาสองมือ วาดไม่ติดขัดแถมเป็นเทวดาที่เอาเหล็กมาดัด มาเชื่อมต่อกัน ติดตั้งที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมและหน้าต่างวัดไทย ซึ่งถ้าปัจจุบันถ้าท่านยังอยู่กับเรา ไหงคงพาอาปาไปบันทึกภาพทุกหัวเมือง ท่านต้องชอบมากเลย ท่านชอบฟังเพลงบลู และเป็นคนที่ออกแบบตัวถังรถเมล์ รถบบรรทุกสมัยที่อาปาบุกเบิกอู่ต่อรถลำปาง ก่อนที่รถของท่านจะนำไปติดตั้งเครื่องที่ นครปฐมกับราชบุรี ไหงจะเห็นกิจกรรมแบบนี่เพราะเดินทางมาสองจว.นี่ตั้งแต่เด็กๆ นครปฐมที่แสนสวยและมีบรรยากาศคลาสิก น่าบันทึกเป็นอย่างยิ่ง ส่วนราชบุรี ไหงเคยมาอยู่สองปีเพื่อรับราชการตามใบสั่งของหลวง อยู่โพธาราม สวยไปอีกแบบ ได้นั่งรถไฟไปหัวหินที่นั่น ได้เห็นหัวเมืองแถบนี้ที่ทำสวนผลไม้ และนาเกลือที่งดงาม สวยมากๆๆคร่าไท๊กาหงิน จึงอยากกบอกว่าทุกท่านเดินทางไปที่ไหน ใช้กล้องนี่บันทึกกลับมา ไม่ต้องบรรยายมากมายก็รู้กันว่า ภาพนี่สื่ออะไร ให้ความหมายอะไรกับชีวิตเราได้บ้าง แถมเป็นประโยชน์กับคนที่อยากเก็บมุมมองของการบันทึกที่แปลกตา..ทันสมัยมากคร่าโก ........เก็บมาอีกนะคร่า กทม.นะมุมที่เห็นมีมากกว่าที่คิด เรียงร้อยได้อีกมากคร่า...
เฉินซิ่วเชง
เดือนสิงหาคมเป็นวันครอบครัว
บังเอิญอาเมไหงเกิด เดือนสิงหาคมด้วย
ก็เลยได้มีโอกาสพี่ๆน้องๆมาพบกันที่หาดใหญ่
ครอบครัวโลหเจริญวนิช
ยืนจากซ้าย เนาวรัตน์ สะใภ้ 1 อัครวุฒิ หลานลูกของชายสอง สรภูม ชายใหญ่(ไหงเอง) ศุภอรรถ ชายเล็ก
ดิเรก ชายสอง สุนิสา สะใภ้ 3 กัมปนาท ชายสาม อรัญญา สะใภ้ 5
หน้าจากซ้าย ปัทมา สะใภ้ 2 คุณแม่ฉวี โลหเจริญวนิช 94 นวพร หญิงเล็ก โศภิน พี่ใหญ่
จิณห์จุฑา หลานลูกของชายเล็ก
1. โศภิน พี่ใหญ่ 2. สรภูม ชายใหญ่ (ไหงเอง) 3. นิศารัตน์ หญิงกลาง (อยู่ดรุงเทพฯ) 4. ดิเรก ชายสอง
5. กัมปนาท ชายสาม 6. นวพร หญิงเล็ก 7. เกียรติศักดิ์ ชายสี่ (อยู่อเมริกา) 8. ศุภอรรถ ชายเล็ก
หวุนเชี้ยงก๊อ/อาจารย์ เฉินซิ่วเชง
เนื่องในวันคล้ายวันเกิด อาสิม 13 สิงหาคม ขออำนาจคุณพระศรี
รัตนะตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในไตรภพ ได้ช่วยอำนวยพรให้ อาสิม
หงั่งเขี่ยน หงั่งเขี่ยน ชินซิ้ม ชินซิ้ม เป็นมิ่งขวัญ ร่มโพธิ์ ร่มไทร ให้
ลูกหลานตลอดนานเท่านานครับ ได้เห็นลูก ๆ หลาน ๆ มาร่วม จ้อซั้งหงิด
ให้อาสิมแล้ว ทำให้พลอยคิดถึงอาแม้ไหงขึ้นมาด้วยไม่ได้ กี๋จากพวก
ไหงไปเมื่ิอ 3 ปีืั้ที่แล้ว ถ้าอยู่ปีนี้ก็ครบ หยิดปักซุ่ย พอดีครับ ก็อย่างที่ว่านั่นแหละ
วัน เดือน ปี เป็นสิ่งสมมุติขึ้นมา ตอนนี้ท่านชราภาพ
เราลูกหลานต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่ท่านให้ดีที่สุด แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ก็จะอำนวยอวยชัยให้ลูก ๆ หลาน ๆ เองละครับ หวุนเชี้ยงก๊อ
ก็ยินดีครับ อาจารย์ เฉินซิ่วเชง สำหรับภาพที่นำลง ถ้าไถ่ก๊า ชมกัน
ว่าดี ไหงก็จะนำภาพต่าง ๆ มาลงกันในโอกาสต่าง ๆ เพราะปกติ
ไหง พ่อ แม่ ลูก ไปเที่ยวที่ต่าง ๆ ก็ชอบที่จะบันทึกภาพ เก็บมาไว้
ชมกันอยู่แล้ว สำหรับ สถานที่ต่าง ๆ ใน 5-6 จังหวัด ไล่กันจาก
นครปฐม มหาชัย แม่กลอง ราชบุรี เพชรบุรี เป็นเมืองที่ยังมีสิ่งอัน
เป็นธรรมชาติมาก โดยเฉพาะเส้นทางชมสวน จาก บ้านแพ้ว วิ่งเข้า
สวนทางวัดประสาทสิทธิ์ เลยไปทางดำเนินฯ.ไปทางบาวนกแขวก
ออกราชบุรี เป็นพื้นที่สวนที่ร่มรื่นมาก ถนนเรียบ รถมีไม่มาก หาก
ไถ่ก๊า ได้มีเวลา ลองวิ่งเข้าไปดู แล้วจะเห็นว่า อัมพวาสวนนอก เป็น
อย่างไร?หรือเส้นทางลัด ชมทะเล เริ่มจาก ก.ม72 ถ.พระราม 2
เข้าทางคลองโคน บางตะบูน บ้านแหลม มีนาเกลือ หาดเจ้าฯ.ปึกเตียน
ไปทะลุ ชะอำ อ้อ! แล้วอย่าลืม แวะซื้ออาหารที่คลองโคน ไปเลี้ยงลิง
ฝูงใหญ่ด้วยครับ.
ขอบคุณ โกแจวชิ้นสุ้ย
13 สิงหา นำมาซึ่งความยิ่งใหญ่ของครอบครัวโกสรภูมิ เป็นที่ยินดีแบบโกแจวชิ้นสุยกล่าวถึง อาเมโกเองก็อายุยืนมากเชียว เมไหงอายุ 66 ปี ก็มีเหตุไปเสียแล้ว อยากเห็นท่านยามชราเช่นกัน นึกภาพไม่ออกว่าอาปากับอาเมไหง นะจะหน้าตาแบบไหน ถ้าอายุยืนกันทั้งคู่ อาปาจากไปด้วยโรคปอด เพราะงานอ๊อกเชื่อมเหล็ก หล่อเหล็กนี่ละคร่า อายุเพียง 42 ก็จากลูกๆทั้งหก ไป เหลือไว้แต่ผลงาน และคำบอกเล่าเท่านั้นเองชีวิต แส้ล่อเทพึ่งเรียน ป. 1 ด้วย ไหงเรียนมศ. 1 พวกเรามีอาเมดูแล จึงเป็นยอดคุณแม่ที่ไหงคิดว่าเป็นหญิงแกร่งทุกด้าน อย่างเต็มร้อย เหลือเพียงวันแม่ให้คิดถึงแทน http://www.prawinrat.com/?page_id=85 กรุณาชมภาพอาเมในสื่อ จาก www.prawinrat.com แทน ได้เป็นมรดกเพียงภาพ ถ้าท่านอยู่โปรแกรมแบบที่โกบันทึกมา ไหงชื่นชมมาก ญาติอยู่ที่เมืองกาญจนบุรี และไหงเคยรับราชการราชบุรีมาก่อน จว.ที่น่าเที่ยวมากคือ นครปฐม มหาชัย แม่กลอง ราชบุรี เพชรบุรี จาก บ้านแพ้ว เลยไปทางดำเนินฯ.ไปทางราชบุรี สู่ อัมพวา ซึ่งสงบร่มรื่นมาก ดั่งที่โกแจวชิ้นสุยพูด เคยไปเส้นทางนี้ร่วมกับเพื่อนๆ ซึมซับอารยธรรมและบันทึกภาพกลับมาด้วยนะคร่า..ไถ๊กา โกสรภูมิ ที่นับถือ..แต่ว่าถ้าโกแจวชิ้นสุย มีภาพก็เอาออกมาแจมก่อน ก็ดีนะ คร่า ขอบพระคุณมากที่ตอบนะคร่า...
เรียนโก sorapoom
ไหงกราบขอพรคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดปกป้องคุ้มครองไท๊กาหงินและครอบครัว มีสุขภาพแข็งแรง เป็นมิ่งขวัญลูกหลานและพวกเราชาวฮากกาสืบไป ไหงได้รับภาพที่พร้อมเห็นหน้าครอบครัวไท๊กาหงิน ก็ขอแสดงความยินดี ณ.ที่นี้ วันไหนๆย่อมสำคัญ เดือนไหนๆก็ล้วนวนเวียนมาบรรจบครบรอบเช่นกัน แต่ด้วยกลวิธีที่จะช่วยให้วันเวลามีคุณค่า และเก็บงำความสำคัญต่างๆ จึงบรรจุคำว่า วัน เดือน ปี ให้เป็นสัญญาลักษณ์ นับเป็นสากลที่นิยมใช้ พวกเราจึงมีวันสำคัญให้จดจำกันมากมาย แต่สำหรับไหงแล้ว วันที่อาเมเสียคือสิ้นสุดของการจัดงานรื่นเริงทั้งสิ้นทั้งปวง ไหงถ่ายทอดพิเศษเรื่องอาเม ที่ไม่เคยเลี้ยงดูไหงเพื่อให้ทุกคน รับรู้ถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ ต่อให้ท่านเพียงอุ้มท้องมา ไหงก็รักและเคารพพร้อมที่จะรับฟังและรับใช้คำสั่งอาเม ทุกคืนทุกวัน ก็เราเป็นแม่ลูกกันนี่นา ทุกๆๆวันเป็นวันแห่งครอบครัวที่งดงามเสมอ ตลอกกาลนาน
ผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกเรียกว่า"แม่"
กลอนวันแม่
ขอนำบทกลอน "กลอนวันแม่" ซึ่งประพันธ์โดย คุณสัจจาภรณ์ ไวจรรยา(POOHKAN)มาร่วมเชิดชูเกียรติ์กับ ยับสินฝ่าอาผอ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายในไตรภพ ช่วยดลบันดาลให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง เป็นมิ่งขวัญให้ลูกหลานตราบนานเท่านาน และขอคารวะพระคุณแม่ ทุก ๆ พระคุณแม่ของสมาชิกชุมชนเราทุกท่าน ตลอดจนคุณแม่ทั่วประเทศ ทุก ๆประเทศครับ
กลอนวันแม่
*** ขอขอบคุณบทกลอนวันแม่จาก คณสัจจาภรณ์ ไวจรรยา(บทกลอนที่นำมาเสนอได้รับอนุญาตจากผู้แต่งแล้ว)