![]() |
|
![]() |
|
|
||||||||
|
ภาพเล่าเรื่อง
เขียนโดย แจวชิ้นสุ้ย เมื่อ จันทร์, 16/08/2010 - 09:40.
สวัสดีครับ หลังจากรับคำกับอาจารย์ เฉินซิ่วเชง และปรึกษากับคุณอาคมแล้ว ก็มีความเห็นร่วมกันว่า ก็น่าจะดีเหมือนกันพวกเราน่าจะมีหน้าแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวไว้บ้าง เพื่อว่า ใครที่ได้ไปเที่ยวในที่ใด ๆ มา ได้พบกับเหตุการณ์ ประสพการณ์ จากสถานที่ ที่ได้ไปมา จะได้นำภาพหรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้พบมา มาลงภาพ หรือเล่าเรื่องราวมาให้ชาวชุมชนเราได้รู้ หากเป็นสถานที่ที่น่าสนใจของท่านใด จะได้แวะไปพักผ่อนยามมีเวลาบ้าง ก็ขอเชิญทุกท่าน หากมีภาพที่ท่านได้ไปถ่ายมาจากที่ต่าง ๆ ก็สามารถนำมา่ลงให้ สมาชิกชุมชนเราได้ร่วมชมด้วยกัน แล้วจะนำมาทยอยลงไปเรื่อย ๆ ครับ
»
|
|
hakka@hakkapeople.com
คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม
|
Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal |
มุมวัดอรุณฯ.
สวัสดีครับ วันนี้ก็ได้นำภาพจากมุมมองในองค์พระปรางค์วัดอรุณฯ. ซึ่งเป็นวัดเครื่ิองหมายตราประจำจังหวัดธนบุรี ภาพเป็นเช่นไร เชิญทุกท่านชมดูครับ มีป้อมวิชัยประสิทธฺ์/ ปากคลองบางหลวง/ สพานพุทธ/ ท่าเตียน/ ยอดโบสถ์ซางตาครูส/ ไม้เรียวหวดฟ้าของวัดโพธิ์/ พระบรมมหาราชวัง/ เสาสพานพระราม 8/ ท่าราชวรดิษฐ์/ และพราะราชวังเดิมธนบุรีครับ.
วัดอรุณฯสวยมากคร่าโก
วัดอรุณ เป็นวัดติดแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดที่สำคัญมากๆวัดหนึ่ง คือ เป็นที่บรรจุ พระบรมอัฐิ/ราชสรีรังคาร ของ ร.2 มีพระปรางค์ที่ทรงคุณค่าทางศิลปะ จนเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเลยทีเดียว และที่สำคัญการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินทอดผ้าพระกฐินที่วัดนี้
เจดีย์ประดับกระเบื้อง วิหารคด และ พระอุโบสถ อาคารหลักที่ทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ ถ้าเป็นวัดชาวบ้านสร้าง หรือ วัดราษฎร์ จะเรียกว่า โบสถ์ แต่ถ้าเป็นวัดที่มีความเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ หรือ พระอารามหลวง จะเรียกว่า พระอุโบสถ
ภายในวิหารหลวง
ลวดลายด้านในของบานประตู เป็นรูป เซี่ยวกาง คนจีนแก่ เฝ้าประตู
พระองค์บนสุดเป็นพระประธานในวิหารหลวง พระนามว่า พระพุทธชัมภูนุช มหาบุรุษลักขณา อสียานุบพิตร (ถ้าผิดขออภัย) ส่วนองค์กลาง มีชื่อว่า พลวงพ่อแจ้ง (คงเป็นที่มาของชื่อวัด แต่บางคนบอกว่า เป็นพระเจ้าตากเิดินทางมาแจ้งอรุณที่วัดนี้)
พระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2
ยักษ์วัดโพธิ์ ตีกับ ยักษ์วัดแจ้ง ที่ท่าเตียน
แทรกอีกนิด มีเรื่องเล่าว่า มีอุบาสกคนนึงครับ เขาปรารถนา อยากเป็นพระพุทธเจ้า มีศรัทธาแรงกล้า บูชาพระโดยการเอาผ้าชุบน้ำมัน แล้วเอามาพันตัว จุดไฟเผาตัวเอง ถวายชีวิต แล้วก็ตาย ความทราบถึงร.2 ก็ทรงโปรดให้หล่อรูปนายคนนี้ไว้ที่วัดนี้ ปัจจุบัน ตั้งไว้ที่หลังยักษ์สีเขียว(แถวๆนั้น) โมทนาบุญของท่านจริงๆ
พระประธาน พระนามว่า พระพุทธธรรมิศรราชโลกธาตุดิลก เป็นพระพุทธรูปที่ ร.2 ทรงปั้น
บริเวณฐาน ทีใต้พระพุทธรูป จะมีอะไรบางอย่างเป็นวงรี ที่บรรจุพระบรมอัฐิ/ราชสรีรังคาร ร.2
พระพุทธรูปทรงเครื่อง จำลองจากวัดพระแก้วมรกต มีประวัติว่า ร.4 โปรดให้สร้างบุษบกหน้าพระอุโบสถ และให้หล่อพระพุทธรูปจำลองจาก"พระพุทธนฤมิต" แต่ดำเนินการได้ไม่เสร็จ ก็เสด็จสวรรคตก่อน ต่อมาสมัย ร.5 ทรงครองราชย์เท่ากับ ร.2 (5,431 วัน) จึงทรงโปรดให้ดำเนินการสร้าง และหล่อให้แล้วเสร็จ แล้วโปรดให้นำพระพุทธนฤมิตจำลอง มาประดิษฐานที่บุษบก ในวันงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล ที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงสมเด็จปู่นั่นเอง (ข้อมุลจาก จารึกบนบุษบกนั่นแหละ)
สีมาศิลปะรัตนโกสินทร์
พระปรางค์วัดอรุณ พระปรางค์วัดอรุณ มีคติโบราณในการสร้างเหมือนจักรวาล จำลอง คือ มีเขาพระสุเมรุ ตรงกลาง มีทวีปทั้ง 4 มีภูเขา ขอบจักรวาล
บุษบก แทน ทวีปทั้ง 4 (มี 4 ด้าน)
ปรางค์บริวาร แทน ภูเขาขอบจักรวาล .
ทั้งหมดนี้ คือ วัดอรุณ ฯ
ขอบคุณ: http://pirulha.exteen.com/20100819/entry
ขอบคุณ อาจารย์เฉินครับ
ขอขอบคุณ อาจารย์เฉินซิ่วเช็ง มากครับ กับข้อมูลรายละเอียด ของวัดอรุณราชวราราม ที่ได้นำมาลงให้พวกเราได้ชมกันต้องบอกว่า ชนิดเต็มอิ่มเลยแหละ และไหงขออนุญาตเก็บภาพที่ 2 เข้าแฟ้มนะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ.
อุทยานสมเด็จย่า
อุทยานสมเด็จย่า
จะขอนำภาพบ้านสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย ในอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีที่ถนนสมเด็จเจ้าพระยา คลองสาน ซึ่งแต่เดิมเป็นที่ตั้งของบ้าน พระยามหาพิชัยญาติ (ทัดบุนนาค) ในสมัยรัชการที่ 3
สมเด็จย่าท่านทรงพระราชสมภพที่ นนทบุรี และเมื่อทรงจำความได้ ก็ทรงย้ายตามครอบครัว มาอยู่ที่ซอยช่างทองนี้จนพระชนมายุได้ 8 พรรษาจึงเข้าเป็นข้าหลวงที่พระตำหนักศรีปทุม
ในปี 2536พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ทำการบูรณะขึ้น เป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า ตามหนังสือแม่เล่าให้ฟัง ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งบ้านที่สร้างนี้สมเด็จย่าท่านทรงแก้ไขแบบด้วยพระองค์เอง ตามแบบที่พระองค์ทรงเคยประทับด้วย
ด้านในอุทยานจะร่มเย็นด้วยต้นไม้อายุเกือบร้อยปีล้อมรอบแบบบ้านจำลองซึ่งเป็นตึกแถวที่สร้างขึ้นในสมัยรัชการที่ 3ของเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ (แพ บุนนาค) อธิบดีกรมพระคลังสินค้าในสมัยรัชการที่ 5
ด้านในบ้านจะเป็นห้องพระที่รวมอยู่กับห้องประกอบอาชีพมีเครื่องมือทำทอง ที่เป็นงานฝีมือของครอบครัว ห้องทำครัวในสมัยก่อนโดยไม่มีห้องน้ำ เพราะสมัยก่อน จะอาบน้ำจากตุ่มหน้าระเบียงบ้าน หรือไปอาบที่คลองสมเด็จเจ้าพระยาซึ่งอยู่ใกล้ ๆ
ที่กลางอุทยานมีสถาปัตยกรรมเฉลิมพระเกียรติที่สร้างขันจากหินทรายเขียวนูนต่ำ แสดงพระราชกรณียกิจ และงานไหว้สาแม่ฟ้าหลวงที่แสดงถึงความจงรักภักดี ของพสกนิกรชาวไทย ที่มีต่อพระองค์ท่าน
ก็ขอเชิญทุกท่าน หากมีเวลา และมีโอกาสแล้ว แวะเข้าชมได้ ตามวัน เวลารชการ และมีภาพถ่ายแผนที่ สำหรับการเดินทางไว้แล้วครับ.
ใครสังเกตบ้างว่าในอุทยานสมเด็จย่ามีสิ่งใดของชาวฮากกาอยู่???
ไหงชื่นชมรูปภาพอุทยานของสมเด็จย่าฯ แม่ฟ้าหลวงของปวงชนชาวไทยของอาขิ้นสุ้ยโกอย่างมีความสุข และจินตนาการไปในช่วงที่ท่านทรงเสด็จพระราชสมภพที่นี่ และทรงพระชนม์ชีพในช่วงปฐมวัยกับที่นี่ ที่นี่จึงดั่งเป็นจิตวิญญาณศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยทุกเชื้อชาติที่รำลึกถึงพระองค์ท่านที่มีค่ามากที่สุด
ชื่นชมรูปภาพ ชมไป ชมไป จนที่สุดมาสะดุดที่ภาพ ภาพ หนึ่ง ที่บนเพดาน มีไม้พาดเป็นที่เก็บกระด้ง-ตระกร้าหรือชะลอมใบใหญ่ ๆ แต่สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก "ห่ำช้อยกอน" ผักกาดตากแห้ง แบบของชาวฮากกาเรา ซึ่งเป็นอาหารประจำเผ่าของเรา ไหงยังจำความเอร็ดอร่อยสุดแสนประทับใจในเย็นวันนั้นที่ถนนสวนผักที่พวกเราลิ้มรสชาติของย้องเท้วหวุกใส่ช้อยกอน ของท่านอาโกอาคม ไหงกลับมาถึงเชียงใหม่ก็ลองทำดูเพราะว่าที่บ้านมีห่ำช้อยกอนอยู่แล้ว ก็อร่อยพอรับประทานได้แฮะ(แต่ไม่เท่ากับของอาโกอาคมเลยอิอิ.)
ไหงมีข่าวดีอยากบอกไท้ก๋าหยิ่นว่า ตอนนี้ ไหงมีผลิตภัณฑ์ "ห่ำช้อยกอน" ที่จะวางจำหน่าย ประมาณ กลางเดือนกันยายนนี้ ไท้ก๋าหยิ่นท่านใดที่หาซื้อไม่ได้ไม่ต้องไปหาที่ไหนอีกแล้วครับ ไหงมีส่งไม่อั้น เป็นห่ำช้อยกอนที่ผลิตโดยชาวไทยฮากกาของเรานี่แหละครับ แหล่งเพาะปลูกอยู่ที่อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านแม่ขะจาน เวียงกาหลง จังหวัดเชียงรายบ้านอาแมไหง่แค่ 14 กิโลเมตร สถานที่ปลูกผักอากาศบริสุทธิ์สดใส ไร้มลภาวะที่เป็นพิษ และปลอดสารพิษครับ
มาถึงตรงนี้ ไหงจึงขอเรียนถาม อาขิ้นสุ้ยโก อาโกอาคม หรือ อาจองหยิ่นฮยุ๋งโก หน่อย ครับ ว่า ห่ำช้อยกอน เขียนเป็นอักษรฮั่นใหม่ ว่าอย่างไรครับ กรุณาตอบไหงหน่อย พิมพ์พินยินกำกับมาด้วยนะครับเพื่อไหง่จะสามารถพิมพ์ได้ เพื่อที่ไหง่จะนำไปให้โรงพิมพ์ทำสติ๊กเกอร์ซึ่งตอนนี้ไหง่กำลังออกแบบอยู่ครับ (โปรดคอยติดตามชม)
ขอเสริมเพิ่มเรื่องวัดอรุณฯ จากขิ้นสุ้ยโก และ เฉินซิ่วเชงเจ่เจ๋อีกนิดนะครับ วัดอรุณฯ เป็นวัดหลวง 1 ใน 9 วัดสำคัญที่สุดของประเทศไทยครับ เรียกว่าพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรมหาวิหาร มี 9 วัด คือ
1.วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
2.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
3.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรารามราชวรมหาวิหาร
4.วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร
5.วัดพระพุทธบาทราชวรารามราชวรมหาวิหาร
6.วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรารามราชวรมหาวิหาร
6 วัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร ซึ่งถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดในแผ่นดินรัตนโกสินทร์ สี่วัดแรกอยู่ในกรุงเทพมหานคร สองวัดหลังอยู่สระบุรีและนครปฐมตามลำดับ
ส่วนวัดพระศรีรัตนศาสดารามนั้น ไม่นับว่ารวมเป็นวัดหลวงชั้นพิเศษ แต่วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วนั้น ถือกันว่าเป็นวัดที่สำคัญที่สุดแห่งราชอาณาจักรไทย หรือรัตนโกสินทร์ เพราะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต และพระสยามเทวาธิราช ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในพระบรมมหาราชวัง พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นเขตพุทธาวาสและที่ประดิษฐานแห่งหอเทพเทวาบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าในพระบรมมหาราชวังนั่นเอง
คิดถึงสมเด็จย่ามาก...
จำได้ว่าทุกครั้งของเปิดทีวีขาวดำมาถึงจอสี อากงอาม่าไหง จะชื่นชมสมเด็จย่ามาก จะคอยถามว่าท่านไปไหน อย่างไร ไหงก็จะได้ฝึกภาษา พูดผิดพูดถูกท่านจะหัวเราะชอบใจที่ได้ลองภูมิไหง แต่อากงท่านพูดแต้จิ๋วเก่งมาก จะทับศัพย์ด้วยภาษาแต้จิ๋วแบบซัวเถา ไหงจะงงมากๆ และศัพย์ราชสำนัก ไหงไปไม่ถึง จึงตอบแบบบ้านๆ ให้ท่านทั้งสองฟัง ท่านจะคอยแก้ไขให้ แต่ไหงไม่สนใจบันทึก จึงจำไม่ได้ แต่คิดว่างิ้วที่ท่านชองจูงแขนไปดู นะมีศัพย์พวกนี่มากเชียว สังเกตว่าถ้าอากงจัดงิ้วเรื่องราชสำนักให้ปุ้นเถ้ากง และศาลเจ้าแม่ทับทิม จะมีเรื่องราชสำนักหลายเรื่อง ถูกใจอาม่าไหงเป็นอย่างยิ่ง 555 เป็นกระบวนการเอาใจ เพราะหลังจากนั้นกับข้าวที่บ้านจะเต็มไปด้วยสิ่งที่อากงชอบทานนะเจ้า หลายวัน!!!!! ]ยิ่งถ้ามีบ้านอื่นชื่นชมงิ้วชุดนี้ที่มาจากเยาราช แบบคัดสรรมา เราจะได้ทานอาหารบำรุงกลางคืนที่เต็มไปด้วยสมุนไพรแปลกๆ อิ่มทั่วถ้วน..อ่ะนะเข้าเรื่องซะทีนะอากอ!!! รูปบ้านของสมเด็จท่านนี่มาตรฐานนะเจ้า สวยคลาสิก และธรรมชาติที่ท่านให้เราได้เห็นคือ ตัวตนที่ชัดเจนของท่าน คือติดดิน พอเพียง ดีมากเชียวนะเจ้าภาพชุดนี้ ไหงมีโอกาสเข้ากทม. จะไปบันทึกด้วยดินสอลายเส้น..แต่แบบนี้ก็ได้แล้ว ขอบคุณมากนะเจ้า..ภาพสวยมากทุกมุม ขอบคุณชิ้นสุยกอ เป็นอย่างมาก.....
ดูแล้วคิดถึงสมเด็จย่าที่ประทับอยู่กลางใจ
อิจฉาแจวขิ้นสุ้ยโกจริง ๆ ครับ ที่ได้ไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญของไทย อุทยานสมเด็จย่า เป็นสถานที่ที่ไหงอยากไปเยือนมาก เห็นในภาพแล้วนึกขอบคุณรัฐบาลที่ได้อนุรักษ์สถานที่สำคัญแห่งนี้ไว้ โดยไม่ได้ดัดแปลงแต่อย่างใด ซุ้มอิฐเก่า ๆ ก็ยังคงเดิม ต้นโพธิ์ ต้นไทร ก็ปล่อยไว้ตามธรรมชาติตามอายุขัย การอนุรักษ์โบราณสถานแนวนี้แหละครับเป็นสิ่งที่เตือนใจให้เห็นถึงความเก่าแก่และไม่จีรังยั่งยืน คุณงามความดีของมนุษย์เราต่างหาก ที่ไม่ได้ตายจากไปกับร่างกาย ยังคงสถิตย์ในโลกนี้ตราบนิจนิรันดร์
ขอบคุณโกแจวชิ้นสุ้ยและโกอาคม...
ไหงเข้ามาชมภาพด้วยความชื่นชม ว่างพอจะตอบทุกท่านแล้วนะเจ้า.. ไหงว่าภาพสดๆแบบนี้เหมือนสารคดีเชียวนะเจ้า ดีมาก ทำให้พวกเราได้มีความสุขทางสายตาแบบเต็มอิ่ม ผ่านอักษร ผ่านเพลงมาก็มากมาย แต่ไม่มีเวลาได้ท่องเที่ยวมาก ได้ชมภาพที่ตั้งใจ ที่โกๆ บันทึกมานับว่าเป็นบุญตานะเจ้า เอามาลงอีกนะเจ้า....ดีมาก..ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.
รองเท้า
แจวซิ้นสุ้ย ไหงตื่นเต้นกับภาพของหงี
และจะถือโอกาสไปเที่ยวสักครั้งหนึ่ง
ที่ไหงสงสัย อย่าเพิ่งหัวเราะ ไหง งง มาก
ชาวนาเกลือที่ทำเกลืออยู่นั่น
เขาใส่รองเท้าหรือเปล่า ? ข้อที่ 1
เกลือที่เขาขุดหรือขูดขึ้นมา ติดดินไหม๊ ? ข้อ 2
และข้อ 3 ถ้าฝนตก เขาจะทำอย่างไร ? เกลือละลายไหม๊ ?
รองเท้านาเกลือ
เรื่องรองเท้าคนงานนาเกลือเขาไม่ใส่จริง ๆ ด้วย พอดีอ่านเจอเลยข้ามฝั่งที่ทำงานไปดู ไม่เคยสังเกตครับ บางคนก็ใส่บูท แต่พวกพม่ามันไม่ใส่ดูแล้วก็เครียดครับเรื่องความสะอาด แต่เขาบอกที่ส่งออกจะมีขั้นตอนการทำอีกขั้นตอน เพื่อให้ผ่านมาตรฐาน ส่วนดินจะติดหรือไม่ ไม่น่าติดครับ เพราะเขาจะขูดเฉพาะบน ๆ ส่วนข้างล่างที่ติดดินเขาจะเอาไปใส่ถุงขายเป็นปุ๋ยใส่ในสวนผลไม้ เพื่อให้ผลไม่รสชาดดีขึ้น ฝนตกก็เห็นเขาปล่อยไปอยางนั้น ไม่เห็นเขาทำอะไร เขาก็รอตากแดดต่อ แต่หน้าฝนเขาก็หยุดทำ เพราะถ้าฝนเยอะก็ตากไม่ได้เขาก็ไม่ทดน้ำทะเลเข้ามา
ขอบคุณที่สังเกต ไหงทำงานอยู่ใกล้ไม่เคยสนใจเลย
ภาพรองเท้านาเกลือ
ขอขอบคุณ คุณมะไฟ มากครับ สำหรับข้อมูลจากของจริงที่ไปหามาให้พวกเราได้รับรู้กัน และเพื่อเป็นการยืนยัน ข้อมูลได้ดี ผมขอนำภาพนาเกลือมาให้ได้ชมอีกชุดหนึ่ง บางภาพจากชุดเดิม บางภาพมาจากเส้นทางสาย3092 (แม่กลอง-มหาชัย)ขนานกับสาย 35(พระราม 2) สังเกตุที่คนใส่เสื้อขมพูครับ(ในภาพที่3) ไม่ใส่รองเท้า นอกนั้น มีใส่บูท เห็นบ้า้งใส่ถุงเท้าในก็มี โดยเฉพาะตอนหาบเกลือ รองเท้าจะสั้น แต่ถุงเท้าจะใส่กันมากคน ได้นำภาพเปรียบเทียบ ของนาเกลือ ที่รองพลาสติก และไม่รองพลาสติก มาให้ชมเปรียบดู(ภาพสุดท้ายรองพลาสติก ภาพรองสุดท้ายไม่รองพลาสติก) ถึงสีและคุณภาพเกลือ อย่างที่คุณมะไฟ ว่ามาด้วยแล้วครับ.
บล๊อกนี้ดีครับขิ้นสุ้ยโก
ขิ้นสุ้ยโกครับเกี่ยวกับอาการป่วยของไหงตอนนี้ขอให้หงีสบายใจนะครับ-อาจารย์ไพศาล จะนิมิตให้หลังวันพระนี้ครับ-ลุ้นว่าท่านใดอยู่ที่ไหนเป็นเจ้ากรรมของไหง่บ้าง
ขอชื่นชมกับขิ้นสุ้ยโก-อาโกอาคม-และเจ๊นุช(อาจารย์เฉินฯ) ที่มีความคิดสร้างสรรค์นำเรื่องการท่องเที่ยวของแต่ละท่านมาแชร์กันในที่นี้-ไหงว่าบล๊อกนี้ต่อไปต้องฮิตติดชาร์จแน่ๆเป็นการสร้างความหลากหลายของเรื่องราวออกไปจากความเป็นจีนบ้าง-ช่วยสร้างสีสันให้กับชุมชนและเป็นการเปิดหูเปิดตาให้กับสมาชิกทุกท่านที่ไม่มีโอกาสได้ไปเยือนสถานที่นั้นๆ
น่าสนุกครับ-ไหงจะติดตามดูต่อไปครับและถ้าไหงไปบุกป่าฝ่าดอยของเชียงรายเชียงใหม่ก็จะเอามาแชร์ครับ-ไท้ก๋าหยิ่น
ฝากให้หลานสาวทั้งสอง
ตอเซี้ยครับเจ๊เชง
เจ๊เชงหรือเจ๊นุชของไหง่นี่ช่างมีของเล่นน่ารัก ๆ มาฝากหลาน ๆ อยู่เยอะแยะมากมาย ทั้งช่องทาง hi5 ทางเมล ของไหง และ หน้าชุมชนของเรา
เป็นสุภาพสตรีที่เปี่ยมความสามารถหลายด้านเลยทีเดียว
เสียดายที่การเจอกันแต่ละครั้งช่างเร่งด่วนนัก วันหลัง ขอหยุดจริง ๆ สักวันนึงได้นะครับ ่จะได้เม้าท์ กันได้ทั้งวัน ทราบว่าหงีมีเรื่องดี ๆ มากมายเยอะแยะที่จะแลกเปลี่ยนกัน
รอวันที่จะขึ้นบ้านใหม่ของท่านอาจารย์ที่แม่ริมอยู่นะครับ
นาเกลือ
ไหงดีใจมาก ที่รู้ข่าวจากหงีว่าอาจารย์ไพศาล รับจะทำนิมิตให้แล้ว ถึงขั้นตอนนี้แล้ว ต้องเอาความจริงใจเป็นที่ตั้งนะครับ เพราะอดีตเจ้ากรรม บางท่านก็เข้าใจ บางท่านอาจจะคิดเลยเถิดไปว่า เราจะไป 18 มงกุฎเขา ขอเอาใจช่วยเต็มที่เลยครับ ขอให้อดีตเจ้ากรรมของหงีทุกคนยอมรับการขมาจากหงีโดยสดวกทุกคน เหนืออื่นใด ขอให้หงีหมดจากทุกข์โศกโรคภัย ที่เป็นอยู่โดยเร็ววันนะครับ สินฝ่าฮยุ้งถี่....ส่วนบล๊อกนี้ เราค่อยมาทำให้เป็นบล๊อกท่องเที่ยวดู ก็ต้องอยู่ที่สมาชิกเราต้องช่วยกันนำข้อมูลมาลงกันแล้วละครับ และหงีเองก็ห้ามลืมแล้วกันว่าจะนำข้อมูลมาแชร์ ส่วนว่าจะไปบุกป่าฝ่าดอยเมื่อไหร่? เห็นว่าจะมีสมาชิกเราหลายท่าน จะร่วมไปบุกฝ่ากับหงีด้วย ไม่รู้หงีรับลูกทัวร์หรือเปล่า ฮะฮะ
ไหงไม่ได้หัวเราะหงีนา หวุนเชี้ยงก๊อ แต่ไหงสงสัยว่า หงีจะไปห่วงเรื่องรองเท้ากี๋ทำไม? แต่ตามที่ไหงเห็น คนทำงานในนาที่น้ำยังไม่แห้ง จะใส่บู้ทยางกันทุกคนครับ ส่วนพวกหาบก็อาจจะเป็นรองเท้าแตะสบายกว่า
นาเกลือจะทำกันในหน้าแล้ง ส่วนหน้าฝนจะไม่ทำกัน เพราะการทำนาเกลือ จะต้องอาศัยแสงแดดร้อน เผาให้น้ำเค็มตกผลึกเกลือ ให้ได้ความหนา ประมาณ 2 กล่องไม้ขีด จึงจะรื้อเกลือ
เมื่อเกลือจะรื้อได้นั้น น้ำในนาเกลือ จะออกสีชมพู สีแดง ให้เป็นที่สังเกตุ เมื่อรื้อเป็นกองแล้ว ต้องระบายน้ำออกจากนา แล้วปล่อยให้ตากแห้ง จึงจะเก็บขึ้นยุ้งฉางได้ ถ้าเกิดบางครั้ง เกลือยังไม่ตกผลึกมากพอ เกิดฝนตกมา ก็จะได้เกลือไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย จนถึงว่า เก็บเกลือไม่ได้เลยก็มี นาเที่ยวนั้นก็ขาดทุน
การเก็บเกลือ ก็ว่ามีทั้งเกลือตัวผู้ ตัวเมีย และเกลือแกงทั่วไป ว่ากันว่า เกลือตัวผู้ ผลึกจะเป็นแท่งใหญ่ จะเกิดที่กลางกระทงนา คนไม่รู้เดินเท้าเปล่าไปเหยียบเข้า จะเกิดท้องร่วงทันที(คนท้องผูกน่าลอง) ส่วนเกลือตัวเมีย จะเป็นดอก จะมีรสอมหวาน ปรุงอาหารได้อร่อย ไม่ต้องใส่ผงชูรส ราคาจะแพง เห็นว่าขาย(ราคาไม่แน่นอน)ที่กิโลกรัมละเกือบพันบาท
การทำนาเกลือ ถ้าจะให้ได้เกลือมีคุณภาพ ขายได้ราคาดี ต้องใช้ผ้ายางปูรองผืนนา เพื่อว่าเกลือที่ได้มาจะได้ขาวสอาด ขายได้ราคา ส่วนว่าถ้าใช้แบบอัดดินให้แน่นด้วยลูกกลิ้ง แล้วทดน้ำเข้าเลย เกลือที่ได้มาชั้นบนจะขาวดี แต่ส่วนชั้นล่างจะเปื้อนดิน ขายไม่ได้ราคาครับ
ถ้าจะไปเที่ยวชม ต้องมาหน้าแล้ง ที่ฝนไม่ตก จึงจะมีให้ได้เห็น ยินดีนำพาอาก๊อไปได้เต็มที่ครับ
พอดีวันนี้ อากุ๊ง กับอาเจ๋ไหง จ้อคี่ เลยขอนำข้อมูลของ คุณเอนก นาวิกมูล เกี่ยวกับ"สาขลา"ว่าคือที่ใดมาให้ได้ทราบข้อมูลกัน
ท่านใดที่ทันหนังสือเรียน ของพระวิภาชน์วิทยาสิทธิ์(สังข์ พุกกะเวส) ที่มีว่า
"ตากล่ำ ทำนาเกลือ กะตาสง่า อยู่ที่สาขลา นาเกลือที่แกทำอยู่ใกล้ทะเล แต่เช้าตรู่ แกก็ไปเกลี่ยที่นาให้สม่ำเสมอดี ไม่ให้ขรุขระ เวลาโพล้เพล้ จะใกล้ค่ำ พอมีน้ำทะเลไหลปรี่ ๆ มาที่นาแก แกก็ไขน้ำให้ไหลเข้าไปในนา และเกรอะน้ำไว้ต่อมาสี่ห้าเวลาก็มีเกลือ และดีเกลือโผล่มา โตเท่า ๆ หน่อไม้อ้อ แลดูหน่อไสวระกะไปน่าดูแท้ ๆ ตากล่ำกะตาสง่าก็เอาไม้ระทามาเขี่ยเกลือใส่ตะกร้า และเขย่าให้จุดี ก็เทเกลือใส่เรือ พาไปค้าที่แควหญ่ทีละลำ ๆเขาก็ซื้อไปขยำใส่เกลือปลา หรือปูแสมก็ได้ น้ำทะเลแท้ ๆ ทำไมทำเกลือได้คือเกลือมีอยู่ในน้ำทะเล"
หลายท่านอาจจะสงสัยว่า สาขลา น่าจะพิมพ์ผิด ที่ถูกน่าจะเป็น สงขลาหรือเปล่า? ถูกต้องแล้วครับ ไม่ผิดแน่ สาขลา เมื่อปี 2477 อยู่ที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
สมัยนั้น จะเป็นที่ทำนาเกลือ แต่สมัยนี้ไม่มีแล้ว สถานที่เจริญรุ่งเรือง มีแต่บ้านมาแทน มีวัด และสถานที่ราชการหลายแห่งอยู่ในที่นั้น ส่วนชื่อสถานที่ต่าง ๆ ยังคงเป็น สาขลา ชื่อเดิมอยู่ ตอนนี้สร้างถนนเลียบคลอง ตรงมามหาชัยได้ครับ
หมดสิทธิ์ได้เล่า
ยินดีทำให้ครับ
อากอส่ง email รูปมาให้ไหงแปะลงในความเห็นท่านได้เลยครับไม่ต้องเกรงใจเมื่อมีเวลาเข้าเว็บก็จะทำให้ครับ
เพราะถ้ารอกว่าจะได้ย้ายเป็นระบบใหม่ได้สมบูรณ์ คงต้องรออีกนานกว่าจะหาเวลาปลีกวิเวกไปสะสางได้เสียที
จึงขออภัยท่านทั้งหลายที่ ระบบปัจจุบันบกพร่องในการใช้ตัวช่วย
ที่ให้มันสร้างโคตคำสั่งอัตโนมัติโดย Browser รุ่นปัจจุบันได้ แต่ระบบการฝากรูปและนำรูปจากที่อื่น รวมทั่งการเขียนด้วยคำสั่ง <img src=... ใน
ยังใช้ได้อยู่จึงทำให้ขาดความสะดวกไปหนึ่งอย่าง
และเป็นเหตุผลที่ทำไมไม่ยอมแก้ไข code ที่ให้รองรับกับโปรแกรมรุ่นใหม่ๆ ได้เสียที เพราะคิดว่าเมื่อกำลังสร้างบ้านใหม่ ก็ไม่อยากซ่อมบ้านเก่าเพราะเมื่อบ้านใหม่พร้อมอยู่แล้ว บ้านเก่าก็ไม่ได้ใช้แล้ว