ด้วยความปราถนาดีจาก www.hakkapeople.com
รวมคำถาม ต้น-หยก เดือน กันยายน 2010
ดูรายการย้อนหลัง ทั้งหมด คลิกที่ [ขึ้น]
ตราบใดยังมีผู้ หยก ผู้ ต้น ก็ยังเสนอต่อครับ ลองดูครับว่าเป็นอะไร?
เรื่องแรก
ไถ่ เถว ฮุ้ย หลิด เก่า (หัวโตหมุนวนไป/โตหัวหมุนวนขับ)
เฉี่ยว มี่ ปุด เหงี่ยน เป้า (เคี้ยวข้าวสารไม่ยอมอิ่ม)
ฉอง ตู้ ยิว หยิว เหล่ว (ท้องยาวไหลช้า ๆ /ยาวท้องช้า ๆ ไหล)
เน้ม เหล่ว ไจ้ เถ่ เก้า (เต็มแล้วค่อยนำมาเปลี่ยน)
อีกเรื่องหนึ่ง
เหย่น เหย่น หม่อง ต่อ ซ้ำ เลี้ยบ เซ้น (ไกล ๆ มองเห็นสามดวงดาว)
หม่อง จิ้น ฮัน เห่ ซ้ำ เทียว เต็น (มองให้ชัดเป็นสามดวงไฟ)
ช้า จุ้น หงิน เจด หวุย ต่อ กี่ (รถระเวดคนระวังต้องอาศัยมัน)
จิ้น ฉัก หมอ ท้า หนาน จัด เจ๊น (ตำรวจไม่มีมันลำบากทำงาน)
ไถ่ ก๊า อืม งิบ หลอย หยก ไหง เกียง หว่า หลี ไก้ บล็อก จู้ กือ อืม เห่น จ้อ กุ๊ง แทน หว่า กือ อ้อย เหียด อ่าว ไหงไม่อยากให้ บล็อกนี้หยุดไป ขอให้ช่วยกันเข้ามาหยกนะครับ
ไหง ขอตอบ เรื่องแรกว่า โม่ครับ มีทั้งโม่หิน ที่เราใช้โม่แป้ง และโม่ที่ทำจากดินเหนียวและไม้ไผ่ ใช้โม่ข้าวเปลือก เสียดายตอนนี้กลายเป็นของล้าสมัยไปแล้ว
เรื่องที่สอง ซำ เทียว เต๊น ดวงไฟแห่งอำนาจ ทุกคนที่ใช้รถใช้ถนน จะต้องรู้จักดี คือ ไฟเขียวไฟแดง คนจีนก็เรียก หง ลี่ เติง ก็เรียกเพียงสองสีเช่นกัน น่าสงสารสีเหลืองที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงเลย
เมื่อเด็ก เวลาช่วงตรุษสาร์ท ที่บ้าน อาแม้ไหงจะทำขนมเอง แป้งก็จะโม่กันสด ๆ อาแม้ไหงจะเอาข้าวสารแช่ค้างคืนไว้ เช้ามาไหงจะช่วยอาแม้ไหงโม่ ด้วยโม่หิน ที่ปากโหม้ จะมีถุงแป้งขาว ๆ มัดผูกไว้ กรณีย์ ต้องการแบบแห้ง แต่ถ้า ใช้แบบเปียกก็จะโหม้ใส่หม้อเลย โหม้กันทีกว่าจะเสร็จก็พอดีแขนโต เพระเจ้าหัวโตนี่ น้ำหนักไม่ใช่เล่น แต่ก็สนุก เพราะสมัยนี้ คงจะหาโอกาสทำแบบนั้นยากแล้ว เพราะจ้อพ้อกเสียก งิบอ๊า แล้วก็ นิบจ๊านี่ ไหงคงทำไม่เป็น ถ้าไม้หล่อย งิบจ้อย ซิดท้า ละก็พอได้
ไฟเขียว ไฟแดง เป็นเช่นคุณอาคมว่าจริง ๆ แหละ ไฟเหลืองผู้อาภัพ ไม่มีพูดถึง ทั้งถองว้อย ฟันว้อยเลย เรียกว่า ซ้ำเถียวเต๊น (ตะเกียง 3 ดวง) แต่เวลาเรียก จะเหลือ ฝุงเต๊น เชียงเต๊น แต่ก็ใช่ว่า สีเหลืองจะเป็นสีที่อาภัพจนเกินไป เพราะทุกวันนี้ สีแดง สีเหลือง ดังคับประเทศไทยทั้งสองสี โดยมีสีกากี กับเขียวขี้ม้า เป็นกองหนุน
คุณอาคม อุดหนุนไปแล้ว ขออนุญาต นำเสนอเรื่องใหม่ต่อเลยนะครับ ดูว่าเป็นอะไร?
เซ่ว ผู้ อา เจ๋ สัง ก๊อ กุ่น (พี่สาวผอมดังไม้ราว/ผอมพี่สาวดังไม้ราว)
เถว ไถ่ เกวียก เส่ คี้ ปุด จุ่น (หัวโตขาเล็กยืนไม่มั่น)
ซุ้ง เมี่ยน งี่ ไต้ ตุ้ย งี่ หงวน (สองหน้าหูใส่คู่ตุ้มหู)
ชิ ชิ กวน ก๋วน ตง ต๋ง ผุ้น (เง้าเง้างอดงอดซัดดังตงตง/ดังตงตงซัด)
เดีอนนี้ต้นหยกขายไม่ดีจริงๆ ไถ่ก้าไม่ช่วยเข้ามาหยกกันมั่ง อาฮวุ๋ง อาฉี กิ้มหมิน มาช่วยอุดหนุนชิ้นสุ้ยกอเร้ว ท่าทางจะเก็บร้านแล้ว เริ่มจะเข้าของน้อยลงแล้ว จากที่เคยมาทีละสองเรื่องควบ เดี๋ยวนี้มาทีละเรื่อง เห็นว่าเรื่องนี้ค้างจอมาเกือบอาทิตย์แล้ว ที่ว่า หัวโตขาเล็ก ใส่ตุ้มหู และดังตงตง ขอเดาว่า เป็นกลองขนาดเล็กที่เวลาตี ใช้มือหมุนปั่นแล้วตุ้มหูมันก็จะตีเกิดเสียงตงตง อุปกรณ์ที่คนรับย้อมผ้าใช้ ก็ไม่รู้ว่าทำไมคนรับย้อมผ้าถึงได้ใช้เจ้าสี่งนี้ ป๋องแป๋งไล้เหลี่ยว มีใครรู้ที่มาช่วยแจงแถลงไขหน่อย
ฮะฮะฮะ ไหงเข้าเวปไม่ได้เป็นอาทิตย์ เช้านี้ เลยลองส่งขำขันดู เอ้าเข้าได้แล้ว ท่าน webmaster คงแก้ไขให้แล้ว ขอบคุณท่านมาก ไม่รู้ว่า รูปจะส่งได้หรือยัง ค่อยลองใหม่ แล้วจะแจ้งให้ทราบครับ
ขอบคุณลูกค้าประจำ คุณอาคม ที่ยังติดตามกันเหนียวแน่นเสมอมา สาวใส่ตุ้มหูตุ้งติ้ง ซัดดังตงตง ก็คือเจ้ากลองป๋องแป๋ง ที่คุณอาคมว่ามานั่นแหละ เป็นอุปกรณ์ที่ผูกขาดกับ อาชีพย้อมผ้าอาชีพเดียวเลยก็ว่าได้ เพราะไม่เคยได้เห็นอาชีพอื่นใช้ป๋องแป๋งแบบนี้ เห็นมีก็แต่ พ่อค้าหนัง ทายาทป๋องแป๋ง เมื่อ 33 ปีก่อน ที่สร้างหนัง พร้อมทั้งทำ เหยว กู้ ออกมาขายไปด้วย ก็รับทรัพย์ทั้งหนัง และของเล่นพร้อมกัน
พูดถึง อุปกรณ์ที่ใช้เรียกลูกค้าแล้ว สมัยก่อนในคลองบ้านไหง จะมีพ่อค้า แม่ค้า นำสินค้าลงเรือพายบ้าง เรือติดเครื่องยนต์บ้าง เร่ขายไปตามคลอง มีใครเรียกก็จอด ส่วนมาก ก็จะใช้ร้องเรียกลูกค้า มีหลายเจ้าใช้อุปกรณ์ช่วย อย่างเช่น อาสุกขายของชำ เจ้าหนึ่งจะใช้กระดิ่งเล็ก ๆ มีด้ามจับเขย่า เสียงล้งเลี้ยง ๆ เลยเรียกกี๋เป็น อาลงเลียงสุก เจ้าหนึ่ง ร้องว่า อิ๋วน้ำปา เลยเรียก น่ำป๊าสุก อีกรายร้อง เถ่วก๊อนก๊อน (น่าจะเรียก อาเถ่วก๊อนสุก)
นอกนั้น พ่อค้าเป็ด จะใช้แตรลม คนขายไอซครีม ใช้สั่นกระดิ่งแขวน ขายหมี่ ใช้แตรยางบีบ ขายกาแฟ ก็ใช้แตรเช่นกันแต่เสียงไม่เหมือนกัน เยอะครับ สมัยก่อนในคลองบ้านไหง วัน ๆ เสียงดังวุ่นวายไปหมด
ขอเพื่ม ต้น หยก ต่อ ไปอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ลองดูว่าเป็นอะไร?
หยิดไกไถ่ เถว ฟ่อ (เจ้าหัวโตคนหนึ่ง/หนึ่งคนเจ้าโตหัว)
หวัน เซ่ หม่า สื่อ อื๋อม สื่อ จ้อ (ตลอดชีวิตงานการไม่ต้องทำ)
เฮวี้ยง ถี่ เช่ว หมาย เกี่ย ซิบ ส่า (พี่น้องรวมแล้วหลายสิบคน)
ซา สา จ้อ เส่ ตัน ลิ้น ผ้อ (ทุกคนทำการเพียงครั้งเดียววอด)
ไม้ขีดไฟ ฟ่อฉาย หว่อยแห่หมอ กินห่าหนานค่อนต้อฟ่อฉาย(เฉียว) ตอสื่อยุ่งต้าฟ่อกี ไฟเช็คมันสะดวกกว่าพกพาง่ายไม่ค่อยกลัวเปียกน้ำ ถ้าเป็นไม้ขีดแค่ชื้นก็แย่แล้ว ขีดไม่ติด แต่ไม้ขีดก็เป็นของอันตรายมากคิดดูไม้ขีดก้านเดียวเผาบ้านเผาเมืองหรือเผาป่าวอดวาย ชิบ(ไม่อยู่ ) ช่วยไม่ทัน
ไถ่เถวฟ่อ เจ้าหัวโต ฟ่อฉาย/ฟ่อเฉียวนี่ สมัยนี้หาพบไม่ค่อยได้แล้ว อย่างคุณอาคมว่าจริง ๆ แหละครับ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป จากยุคหนึ่ง ไปอีกยุคหนึ่ง จากเดิม ใช้กิ่งไม้แห้ง ๆ มาปั่น มาสีกันให้มันเกิดความร้อน จนเป็นควันไฟขึ้นมา แล้วนำเชื้อสำลี ใบไม้แห้งมาล่อให้เกิดเปลวไฟลุก จึงนำมาใช้ประโยชน์ แล้วค่อยมาเป็น หินตะบันไฟ โดยการนำก้อนหิน อัคนี มาตีกระทบกัน จะได้ประกายไฟง่ายกว่า การปั่นสีไม้ จนมาเป็นยุค ไม้ขีดไฟ ไฟเช็คแก๊ส ในที่สุด ซึ่งจะเห็นได้ว่าประโยชน์ของมันมีมากมาย แต่โทษของมันก็อย่างที่คุณอาคมว่า ชิบ มีธุระเสมอ ถ้าประมาทกับมัน หน่วยดับเพลิงมีงานทำทุกที
สวัสดีครับ ไถ่ก๊า ก็จะขอนำ ต้น หยก ในแนวเดิม มาขอเสนอต่ดอีก
2 เรื่อง ไว้แล้วจะขอนำแนว ของคุณอาฉี มาลองนำเสนอดูบ้าง ยังไม่รู้
ว่าจะถนัดหรือไม่ แต่วันนี้ ขอเสนอแนวเดิมไปก่อนนะครับ
ฉุด เซ่ หล่อย หวัน จ้อย ซี่ ไก้ หงา(เกิดมาทั้งปากมีฟันสี่ซี่)
ซิ่ว เกวียก หมอ ซิด ท่อ น้า ก่อ ผา(มือเท้าไม่มีหากินโดยใช้ถัด)
ควน คว้น ซิด ควน หลัก ควน คัวน หล่า(ค่อย ๆ กิน ค่อยลาก ค่อย ๆคน)
ยิ้ว เทียว มุ้ย ชิ้น เฉวี่ยง เทียว ไถ่ สา(มีหนึ่งหางคล้ายงูใหญ่/ใหญ่งู)
เรื่องที่สอง
คี้ จุ้น ฮ้อย สุ้ย ตุ๊ง(ยืนมั่นอยู่เหนือน้ำ/น้ำเหนือ)
ปุด ท่ำ เท้น สุ้ย ปุด พ่า ฟุ้ง(ไม่สนใจฝน ไม่พลั่นลม)
มอ เสว ลี่ ส่า หัง ซอง ล้อก(ไม่สนว่าใครจะเดินขึ้นลง)
คี้ ต้อ ถิ่น ช้อก เปี้ยน ไท่ กุ๊ง(ยืนจนกระทั่งเป็นคุณทวด)
อืมหลาดกู่ แปลว่าขายไม่ดี ต้นหยกเดือนนี้ขายไม่ดีผ่านมาเกือบครึ่งเดือนแล้วพึ่งจะได้เรื่องเดียว อาจเป็นเพราะชินสุ้ยกอรอให้คนตอบได้หมดก่อนจึงจะขึ้นเรื่องใหม่
ขอตอบเรื่องแรก จากลูกชาวสวนว่า คราด ก็มีเรื่องเล่าว่า อากุงเรามาจากเมืองจีนก็มาได้เมียไทย แรกๆก็สื่อกันไม่ค่อยจะเข้าใจ ฮากกาล่อกุงสั่งเมียไทยว่า คื่อนาผาหลอย ผ่ายเมียก็งงๆ อาไรน่าผา ล่อกุงโมโหก็ด่าไปว่า เงียแมปุนไหงขาด เมื่อเมียได้ยินดังนั้นก็ร้องว่า อ้อ คราด แล้วก็รีบไปหยิบคราดมาให้ ภาษาบางคำคนละเรื่องเดียวกัน
เรื่องที่สอง ก็น่าจะเหมือนต้นของกิ๋มหมิ่นที่คำตอบว่าเป็น สะพาน ที่ยืนอยู่เหนือน้ำ ที่ไม่สนว่าใครจะเดินไปมา ภาษาจีน หัง ซอง ล็อก แปลว่าเดินไปมาก็ได้ ไม่จำเป็นว่า ต้องเดินขึ้นลงในแนวดิ่ง หัง ซอง หัง ล็อก หรือ หัง หลอย หัง คี่ ส่วนใหญ่จะหมายถึงการเดินในแนวราบ แต่ถ้าพูดว่า ผา ซอง เต็ด ล็อก ก็หมายถึงเด็กซนอยู่ไม่นิ่ง
ต้นหยกเดือนนี้ ขายไม่ดี เรียกว่า หมอเซนลี้ เรียกตามศัพย์ว่า ค้าขายขาดทุน หรือ จ้อเซ็ดปุ้นเซนลี้ เข้ามากว่าครึ่งเดือน ปั้นไก้กว้อเงี้ยด ขายได้สองเรื่อง ถ้าเป็นค้าขาย ไหงม้วนเสื่อแล้ว แต่นี่เป็นการหลอกขายพืชพันธุ์ของรากเหง้าบรรพชน คงจะไม่ม้วนเสื่อง่าย ๆ แน่นอนครับ.
เรื่องแรกเป็นเครื่องมือทำการเกษตรคือ 四齒耙 เรียกว่าซี่ชี่ผา คือคราดไม่ใช่ เงียแม้ปุนไหงขาด อย่างคุณอาคมว่า อันนั้นเรียกว่า เตี้ยวขาด คือบริภาษ ดีว่าเมียไทยไม่เข้าใจ ไม่งั้น ได้เซวี้ยงฉุยเต้วม่า ตีกันตายแน่ ฮะฮะฮะ อยู่ดี ๆ มาด่าพ่อล่อแม่กัน
อีกข้อ คุณทวดใจอารีย์ ยืนตากแดดตากลมมาเป็นหลาย ๆ สิบปี ร้อย ๆ ปี คอยบริการให้ผู้คนเดินข้ามฝั่งแม่น้ำลำคลอง จากฟากหนึ่ง ไปอีกฟากหนึ่ง โดยไม่บ่นแม้สักคำเดียว คือ 橋 เรียกว่า เขียว หรือก็คือ สพานนั้นเองครับ
ขอถามคุณอาคมว่า ผา ซ้อง เตด ล้อก คือเด็กซน แล้วผา เตด ซ้อง อื๋ม เตด ล้อก คืออะไรครับ?
ข้อแรกก็ตรงกันทั้งของคุณอาฉี และคุณอาคม คือ คราด ข้อนี้ไหงอาจจะ ต้น ในวงจำกัดไปว่าเป็น 四齒耙 ซี่ชี่ผา เพราะถ้าเป็นอึ้งชี่ผา ฮยุกชี่ผา คือคราดห้าซี่ คราดหกซี่ ตัวคราดจะหนักเกินไป ไม่เหมาะที่จะใช้ น้อยกว่านี้ก็ ทำงานได้ช้าไป ไม่ดีด้วย ถึงต้องกำหนดเป็นสี่ซี่
ที่จริงไหงมีรูปมาทั้งสพาน และคราด แต่เวปขัดข้องลงไม่ได้มาสองวันแล้ว ไว้จะลงให้ชมทีหลังครับ.
หยกหนึ่งคิดว่าเป็นอาวุธ ใช้ขุดหากินจากถิ่นตะวันตก (หรือปล่าว) แทงทีเดียวได้ 4 รู ต้องซูฮก ใช้คู่ซด ร่วมกัน กับท่องสี
หยกสองยืนมั่นกลางริมฝั่งน้ำ ใช้บอกทางชาวเลให้รู้หน มีแสงไฟส่งกระพริบไม่สับสน ให้ต้นหน รู้ดีมีสันดร
ง้าต้นหยกสองเรื่อง
หนึ่งคือเครื่องมือทำกิน
ใช้ขูดลากถากดิน
ทุกพื้นถิ่นธรณี
สองยังมีที่ผิด
คุณทวดจิตมีอารีย์
ส่งคนชั่วชีวี
ข้าวิถีฝั่งคงคา
ส่วนหยกของคุณฉีเหมืองฝา
ต้องขอใหคุณอาฉีเฉลยนะครับ
เห็นว่าถูกต้องทั้งสองข้อแล้ว
555 ไหงหลงกลจนได้
ข้อแรกว่ามีฟัน 4 ซีก นึกถึงแต่ท่องสีวฺ
ติดตรงที่ ควน คว้น ซิด ควน หลัก
ที่ปรกติ เขาไม่ค่อยใช้ส้อมทำกัน ได้แค่ ควน คัวน หล่า ตอนตีไข่ ดังนั้น คราด ก็หน้าจะถูก
แต่ว่า คราดบ้านไหง ไม่มีอันไหนเลย มีฟัน 4 ซีก เลย อื๋มกี้แตต 5555
แล้วข้อ 2 ถ้าไม่ใช่ประภาคาร แล้วเป็นอะไรหนอ ขนาดใบให้ยังนึกไม่ออก ไท่กาจะได้ร่วมสนุกกันต่อ
เดาที่ 1 ช้อนซ้อม
เดาที่ 2 ประภาคาร
หยกมาหลายรอบเพิ่งจะเดาใด้กับเขาบ้าง ( ถูกหรือเปล่าครับ อาฉี )
ว่าจะหยกแบบเลียบๆ เคียงๆ รอคนต้นมาตรวจ ไม่ด่วนชิงตอบเร็วเกิน เปิดโอกาสให้มีท่านอื่น อาจคิดว่าเป็นอย่างอื่นมาร่วมสนุกกันได้
กลายเป็นหยกซะแล้ว อากอ(ฉีเหมือนฝา)เดาใจไหงแม่นแล้ว ไว้รอลุ้นคนต้น (แจวซิ้นสุ้ย) มาเฉลยดีกว่า
ไหงไม่ใด้คิดว่าจะถูก 100 เปอร์เซน ขอเดา พอดี แม่นครับ
ไหงขอถามว่า ถ้าเราวิ่งแซงที่ 2 เราจะที่ ? เท่าไร
แซงที่ 2 มาก็ได้ที่ 2 ครับ ที่ 2 ไปแทนที่ 3 ที่ 1 ไม่มีใครแซงครับ ใช่ไหมอาฉี2
ถูกต้องนะครับ
สมาคมต่างๆ
ไถ่ เถว / ซำ เต๊น
ตราบใดยังมีผู้ หยก ผู้ ต้น ก็ยังเสนอต่อครับ ลองดูครับว่าเป็นอะไร?
เรื่องแรก
ไถ่ เถว ฮุ้ย หลิด เก่า (หัวโตหมุนวนไป/โตหัวหมุนวนขับ)
เฉี่ยว มี่ ปุด เหงี่ยน เป้า (เคี้ยวข้าวสารไม่ยอมอิ่ม)
ฉอง ตู้ ยิว หยิว เหล่ว (ท้องยาวไหลช้า ๆ /ยาวท้องช้า ๆ ไหล)
เน้ม เหล่ว ไจ้ เถ่ เก้า (เต็มแล้วค่อยนำมาเปลี่ยน)
อีกเรื่องหนึ่ง
เหย่น เหย่น หม่อง ต่อ ซ้ำ เลี้ยบ เซ้น (ไกล ๆ มองเห็นสามดวงดาว)
หม่อง จิ้น ฮัน เห่ ซ้ำ เทียว เต็น (มองให้ชัดเป็นสามดวงไฟ)
ช้า จุ้น หงิน เจด หวุย ต่อ กี่ (รถระเวดคนระวังต้องอาศัยมัน)
จิ้น ฉัก หมอ ท้า หนาน จัด เจ๊น (ตำรวจไม่มีมันลำบากทำงาน)
ไถ่ เถว อ้อย หงิน หลิด ซำ เต๊น อ้อย จุ้ ยี่
ไถ่ ก๊า อืม งิบ หลอย หยก ไหง เกียง หว่า หลี ไก้ บล็อก จู้ กือ อืม เห่น จ้อ กุ๊ง แทน หว่า กือ อ้อย เหียด อ่าว ไหงไม่อยากให้ บล็อกนี้หยุดไป ขอให้ช่วยกันเข้ามาหยกนะครับ
ไหง ขอตอบ เรื่องแรกว่า โม่ครับ มีทั้งโม่หิน ที่เราใช้โม่แป้ง และโม่ที่ทำจากดินเหนียวและไม้ไผ่ ใช้โม่ข้าวเปลือก เสียดายตอนนี้กลายเป็นของล้าสมัยไปแล้ว
เรื่องที่สอง ซำ เทียว เต๊น ดวงไฟแห่งอำนาจ ทุกคนที่ใช้รถใช้ถนน จะต้องรู้จักดี คือ ไฟเขียวไฟแดง คนจีนก็เรียก หง ลี่ เติง ก็เรียกเพียงสองสีเช่นกัน น่าสงสารสีเหลืองที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงเลย
ซัก หม่อ/ซำ เต๊น
เมื่อเด็ก เวลาช่วงตรุษสาร์ท ที่บ้าน อาแม้ไหงจะทำขนมเอง แป้งก็จะโม่กันสด ๆ อาแม้ไหงจะเอาข้าวสารแช่ค้างคืนไว้ เช้ามาไหงจะช่วยอาแม้ไหงโม่ ด้วยโม่หิน ที่ปากโหม้ จะมีถุงแป้งขาว ๆ มัดผูกไว้ กรณีย์ ต้องการแบบแห้ง แต่ถ้า ใช้แบบเปียกก็จะโหม้ใส่หม้อเลย โหม้กันทีกว่าจะเสร็จก็พอดีแขนโต เพระเจ้าหัวโตนี่ น้ำหนักไม่ใช่เล่น แต่ก็สนุก เพราะสมัยนี้ คงจะหาโอกาสทำแบบนั้นยากแล้ว เพราะจ้อพ้อกเสียก งิบอ๊า แล้วก็ นิบจ๊านี่ ไหงคงทำไม่เป็น ถ้าไม้หล่อย งิบจ้อย ซิดท้า ละก็พอได้
ไฟเขียว ไฟแดง เป็นเช่นคุณอาคมว่าจริง ๆ แหละ ไฟเหลืองผู้อาภัพ ไม่มีพูดถึง ทั้งถองว้อย ฟันว้อยเลย เรียกว่า ซ้ำเถียวเต๊น (ตะเกียง 3 ดวง) แต่เวลาเรียก จะเหลือ ฝุงเต๊น เชียงเต๊น แต่ก็ใช่ว่า สีเหลืองจะเป็นสีที่อาภัพจนเกินไป เพราะทุกวันนี้ สีแดง สีเหลือง ดังคับประเทศไทยทั้งสองสี โดยมีสีกากี กับเขียวขี้ม้า เป็นกองหนุน
ซุ้งงี่หงวนเซ่วเจ๋
คุณอาคม อุดหนุนไปแล้ว ขออนุญาต นำเสนอเรื่องใหม่ต่อเลยนะครับ ดูว่าเป็นอะไร?
เซ่ว ผู้ อา เจ๋ สัง ก๊อ กุ่น (พี่สาวผอมดังไม้ราว/ผอมพี่สาวดังไม้ราว)
เถว ไถ่ เกวียก เส่ คี้ ปุด จุ่น (หัวโตขาเล็กยืนไม่มั่น)
ซุ้ง เมี่ยน งี่ ไต้ ตุ้ย งี่ หงวน (สองหน้าหูใส่คู่ตุ้มหู)
ชิ ชิ กวน ก๋วน ตง ต๋ง ผุ้น (เง้าเง้างอดงอดซัดดังตงตง/ดังตงตงซัด)
ตุ้มหูตุ้งติ้ง ซัดดังตงตง
เดีอนนี้ต้นหยกขายไม่ดีจริงๆ ไถ่ก้าไม่ช่วยเข้ามาหยกกันมั่ง อาฮวุ๋ง อาฉี กิ้มหมิน มาช่วยอุดหนุนชิ้นสุ้ยกอเร้ว ท่าทางจะเก็บร้านแล้ว เริ่มจะเข้าของน้อยลงแล้ว จากที่เคยมาทีละสองเรื่องควบ เดี๋ยวนี้มาทีละเรื่อง เห็นว่าเรื่องนี้ค้างจอมาเกือบอาทิตย์แล้ว ที่ว่า หัวโตขาเล็ก ใส่ตุ้มหู และดังตงตง ขอเดาว่า เป็นกลองขนาดเล็กที่เวลาตี ใช้มือหมุนปั่นแล้วตุ้มหูมันก็จะตีเกิดเสียงตงตง อุปกรณ์ที่คนรับย้อมผ้าใช้ ก็ไม่รู้ว่าทำไมคนรับย้อมผ้าถึงได้ใช้เจ้าสี่งนี้ ป๋องแป๋งไล้เหลี่ยว มีใครรู้ที่มาช่วยแจงแถลงไขหน่อย
เหยว กู้
ฮะฮะฮะ ไหงเข้าเวปไม่ได้เป็นอาทิตย์ เช้านี้ เลยลองส่งขำขันดู เอ้าเข้าได้แล้ว ท่าน webmaster คงแก้ไขให้แล้ว ขอบคุณท่านมาก ไม่รู้ว่า รูปจะส่งได้หรือยัง ค่อยลองใหม่ แล้วจะแจ้งให้ทราบครับ
ขอบคุณลูกค้าประจำ คุณอาคม ที่ยังติดตามกันเหนียวแน่นเสมอมา สาวใส่ตุ้มหูตุ้งติ้ง ซัดดังตงตง ก็คือเจ้ากลองป๋องแป๋ง ที่คุณอาคมว่ามานั่นแหละ เป็นอุปกรณ์ที่ผูกขาดกับ อาชีพย้อมผ้าอาชีพเดียวเลยก็ว่าได้ เพราะไม่เคยได้เห็นอาชีพอื่นใช้ป๋องแป๋งแบบนี้ เห็นมีก็แต่ พ่อค้าหนัง ทายาทป๋องแป๋ง เมื่อ 33 ปีก่อน ที่สร้างหนัง พร้อมทั้งทำ เหยว กู้ ออกมาขายไปด้วย ก็รับทรัพย์ทั้งหนัง และของเล่นพร้อมกัน
พูดถึง อุปกรณ์ที่ใช้เรียกลูกค้าแล้ว สมัยก่อนในคลองบ้านไหง จะมีพ่อค้า แม่ค้า นำสินค้าลงเรือพายบ้าง เรือติดเครื่องยนต์บ้าง เร่ขายไปตามคลอง มีใครเรียกก็จอด ส่วนมาก ก็จะใช้ร้องเรียกลูกค้า มีหลายเจ้าใช้อุปกรณ์ช่วย อย่างเช่น อาสุกขายของชำ เจ้าหนึ่งจะใช้กระดิ่งเล็ก ๆ มีด้ามจับเขย่า เสียงล้งเลี้ยง ๆ เลยเรียกกี๋เป็น อาลงเลียงสุก เจ้าหนึ่ง ร้องว่า อิ๋วน้ำปา เลยเรียก น่ำป๊าสุก อีกรายร้อง เถ่วก๊อนก๊อน (น่าจะเรียก อาเถ่วก๊อนสุก)
นอกนั้น พ่อค้าเป็ด จะใช้แตรลม คนขายไอซครีม ใช้สั่นกระดิ่งแขวน ขายหมี่ ใช้แตรยางบีบ ขายกาแฟ ก็ใช้แตรเช่นกันแต่เสียงไม่เหมือนกัน เยอะครับ สมัยก่อนในคลองบ้านไหง วัน ๆ เสียงดังวุ่นวายไปหมด
ไถ่ เถว ฟ่อ
ขอเพื่ม ต้น หยก ต่อ ไปอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ลองดูว่าเป็นอะไร?
หยิดไกไถ่ เถว ฟ่อ (เจ้าหัวโตคนหนึ่ง/หนึ่งคนเจ้าโตหัว)
หวัน เซ่ หม่า สื่อ อื๋อม สื่อ จ้อ (ตลอดชีวิตงานการไม่ต้องทำ)
เฮวี้ยง ถี่ เช่ว หมาย เกี่ย ซิบ ส่า (พี่น้องรวมแล้วหลายสิบคน)
ซา สา จ้อ เส่ ตัน ลิ้น ผ้อ (ทุกคนทำการเพียงครั้งเดียววอด)
ฟ่อฉาย
ไม้ขีดไฟ ฟ่อฉาย หว่อยแห่หมอ กินห่าหนานค่อนต้อฟ่อฉาย(เฉียว) ตอสื่อยุ่งต้าฟ่อกี ไฟเช็คมันสะดวกกว่าพกพาง่ายไม่ค่อยกลัวเปียกน้ำ ถ้าเป็นไม้ขีดแค่ชื้นก็แย่แล้ว ขีดไม่ติด แต่ไม้ขีดก็เป็นของอันตรายมากคิดดูไม้ขีดก้านเดียวเผาบ้านเผาเมืองหรือเผาป่าวอดวาย ชิบ(ไม่อยู่ ) ช่วยไม่ทัน
ไม้ขีดไฟ
ไถ่เถวฟ่อ เจ้าหัวโต ฟ่อฉาย/ฟ่อเฉียวนี่ สมัยนี้หาพบไม่ค่อยได้แล้ว อย่างคุณอาคมว่าจริง ๆ แหละครับ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป จากยุคหนึ่ง ไปอีกยุคหนึ่ง จากเดิม ใช้กิ่งไม้แห้ง ๆ มาปั่น มาสีกันให้มันเกิดความร้อน จนเป็นควันไฟขึ้นมา แล้วนำเชื้อสำลี ใบไม้แห้งมาล่อให้เกิดเปลวไฟลุก จึงนำมาใช้ประโยชน์ แล้วค่อยมาเป็น หินตะบันไฟ โดยการนำก้อนหิน อัคนี มาตีกระทบกัน จะได้ประกายไฟง่ายกว่า การปั่นสีไม้ จนมาเป็นยุค ไม้ขีดไฟ ไฟเช็คแก๊ส ในที่สุด ซึ่งจะเห็นได้ว่าประโยชน์ของมันมีมากมาย แต่โทษของมันก็อย่างที่คุณอาคมว่า ชิบ มีธุระเสมอ ถ้าประมาทกับมัน หน่วยดับเพลิงมีงานทำทุกที
ฉองมุ้ยสา/อาไท่กุ๊ง
สวัสดีครับ ไถ่ก๊า ก็จะขอนำ ต้น หยก ในแนวเดิม มาขอเสนอต่ดอีก
2 เรื่อง ไว้แล้วจะขอนำแนว ของคุณอาฉี มาลองนำเสนอดูบ้าง ยังไม่รู้
ว่าจะถนัดหรือไม่ แต่วันนี้ ขอเสนอแนวเดิมไปก่อนนะครับ
เรื่องแรก
ฉุด เซ่ หล่อย หวัน จ้อย ซี่ ไก้ หงา(เกิดมาทั้งปากมีฟันสี่ซี่)
ซิ่ว เกวียก หมอ ซิด ท่อ น้า ก่อ ผา(มือเท้าไม่มีหากินโดยใช้ถัด)
ควน คว้น ซิด ควน หลัก ควน คัวน หล่า(ค่อย ๆ กิน ค่อยลาก ค่อย ๆคน)
ยิ้ว เทียว มุ้ย ชิ้น เฉวี่ยง เทียว ไถ่ สา(มีหนึ่งหางคล้ายงูใหญ่/ใหญ่งู)
เรื่องที่สอง
คี้ จุ้น ฮ้อย สุ้ย ตุ๊ง(ยืนมั่นอยู่เหนือน้ำ/น้ำเหนือ)
ปุด ท่ำ เท้น สุ้ย ปุด พ่า ฟุ้ง(ไม่สนใจฝน ไม่พลั่นลม)
มอ เสว ลี่ ส่า หัง ซอง ล้อก(ไม่สนว่าใครจะเดินขึ้นลง)
คี้ ต้อ ถิ่น ช้อก เปี้ยน ไท่ กุ๊ง(ยืนจนกระทั่งเป็นคุณทวด)
อืมหลาดกู่
อืมหลาดกู่ แปลว่าขายไม่ดี ต้นหยกเดือนนี้ขายไม่ดีผ่านมาเกือบครึ่งเดือนแล้วพึ่งจะได้เรื่องเดียว อาจเป็นเพราะชินสุ้ยกอรอให้คนตอบได้หมดก่อนจึงจะขึ้นเรื่องใหม่
ขอตอบเรื่องแรก จากลูกชาวสวนว่า คราด ก็มีเรื่องเล่าว่า อากุงเรามาจากเมืองจีนก็มาได้เมียไทย แรกๆก็สื่อกันไม่ค่อยจะเข้าใจ ฮากกาล่อกุงสั่งเมียไทยว่า คื่อนาผาหลอย ผ่ายเมียก็งงๆ อาไรน่าผา ล่อกุงโมโหก็ด่าไปว่า เงียแมปุนไหงขาด เมื่อเมียได้ยินดังนั้นก็ร้องว่า อ้อ คราด แล้วก็รีบไปหยิบคราดมาให้ ภาษาบางคำคนละเรื่องเดียวกัน
เรื่องที่สอง ก็น่าจะเหมือนต้นของกิ๋มหมิ่นที่คำตอบว่าเป็น สะพาน ที่ยืนอยู่เหนือน้ำ ที่ไม่สนว่าใครจะเดินไปมา ภาษาจีน หัง ซอง ล็อก แปลว่าเดินไปมาก็ได้ ไม่จำเป็นว่า ต้องเดินขึ้นลงในแนวดิ่ง หัง ซอง หัง ล็อก หรือ หัง หลอย หัง คี่ ส่วนใหญ่จะหมายถึงการเดินในแนวราบ แต่ถ้าพูดว่า ผา ซอง เต็ด ล็อก ก็หมายถึงเด็กซนอยู่ไม่นิ่ง
四齒耙 / 橋
ต้นหยกเดือนนี้ ขายไม่ดี เรียกว่า หมอเซนลี้ เรียกตามศัพย์ว่า ค้าขายขาดทุน หรือ จ้อเซ็ดปุ้นเซนลี้ เข้ามากว่าครึ่งเดือน ปั้นไก้กว้อเงี้ยด ขายได้สองเรื่อง ถ้าเป็นค้าขาย ไหงม้วนเสื่อแล้ว แต่นี่เป็นการหลอกขายพืชพันธุ์ของรากเหง้าบรรพชน คงจะไม่ม้วนเสื่อง่าย ๆ แน่นอนครับ.
เรื่องแรกเป็นเครื่องมือทำการเกษตรคือ 四齒耙 เรียกว่าซี่ชี่ผา คือคราดไม่ใช่ เงียแม้ปุนไหงขาด อย่างคุณอาคมว่า อันนั้นเรียกว่า เตี้ยวขาด คือบริภาษ ดีว่าเมียไทยไม่เข้าใจ ไม่งั้น ได้เซวี้ยงฉุยเต้วม่า ตีกันตายแน่ ฮะฮะฮะ อยู่ดี ๆ มาด่าพ่อล่อแม่กัน
อีกข้อ คุณทวดใจอารีย์ ยืนตากแดดตากลมมาเป็นหลาย ๆ สิบปี ร้อย ๆ ปี คอยบริการให้ผู้คนเดินข้ามฝั่งแม่น้ำลำคลอง จากฟากหนึ่ง ไปอีกฟากหนึ่ง โดยไม่บ่นแม้สักคำเดียว คือ 橋 เรียกว่า เขียว หรือก็คือ สพานนั้นเองครับ
ขอถามคุณอาคมว่า ผา ซ้อง เตด ล้อก คือเด็กซน แล้วผา เตด ซ้อง อื๋ม เตด ล้อก คืออะไรครับ?
ข้อแรกก็ตรงกันทั้งของคุณอาฉี และคุณอาคม คือ คราด ข้อนี้ไหงอาจจะ ต้น ในวงจำกัดไปว่าเป็น 四齒耙 ซี่ชี่ผา เพราะถ้าเป็นอึ้งชี่ผา ฮยุกชี่ผา คือคราดห้าซี่ คราดหกซี่ ตัวคราดจะหนักเกินไป ไม่เหมาะที่จะใช้ น้อยกว่านี้ก็ ทำงานได้ช้าไป ไม่ดีด้วย ถึงต้องกำหนดเป็นสี่ซี่
ที่จริงไหงมีรูปมาทั้งสพาน และคราด แต่เวปขัดข้องลงไม่ได้มาสองวันแล้ว ไว้จะลงให้ชมทีหลังครับ.
หยกครับ
หยกหนึ่งคิดว่าเป็นอาวุธ
ใช้ขุดหากินจากถิ่นตะวันตก (หรือปล่าว)
แทงทีเดียวได้ 4 รู ต้องซูฮก
ใช้คู่ซด ร่วมกัน กับท่องสี
หยกสองยืนมั่นกลางริมฝั่งน้ำ
ใช้บอกทางชาวเลให้รู้หน
มีแสงไฟส่งกระพริบไม่สับสน
ให้ต้นหน รู้ดีมีสันดร
ฟั้นไฉครับ
ง้าต้นหยกสองเรื่อง
หนึ่งคือเครื่องมือทำกิน
ใช้ขูดลากถากดิน
ทุกพื้นถิ่นธรณี
สองยังมีที่ผิด
คุณทวดจิตมีอารีย์
ส่งคนชั่วชีวี
ข้าวิถีฝั่งคงคา
ส่วนหยกของคุณฉีเหมืองฝา
ต้องขอใหคุณอาฉีเฉลยนะครับ
เห็นว่าถูกต้องทั้งสองข้อแล้ว
555 ไหงหลงกลจนได้
555 ไหงหลงกลจนได้
ข้อแรกว่ามีฟัน 4 ซีก นึกถึงแต่ท่องสีวฺ
ติดตรงที่ ควน คว้น ซิด ควน หลัก
ที่ปรกติ เขาไม่ค่อยใช้ส้อมทำกัน ได้แค่ ควน คัวน หล่า ตอนตีไข่ ดังนั้น คราด ก็หน้าจะถูก
แต่ว่า คราดบ้านไหง ไม่มีอันไหนเลย มีฟัน 4 ซีก เลย อื๋มกี้แตต 5555
แล้วข้อ 2 ถ้าไม่ใช่ประภาคาร แล้วเป็นอะไรหนอ ขนาดใบให้ยังนึกไม่ออก ไท่กาจะได้ร่วมสนุกกันต่อ
ขอเดาหน่อย
เดาที่ 1 ช้อนซ้อม
เดาที่ 2 ประภาคาร
หยกมาหลายรอบเพิ่งจะเดาใด้กับเขาบ้าง ( ถูกหรือเปล่าครับ อาฉี )
คิดว่างั้น
ว่าจะหยกแบบเลียบๆ เคียงๆ รอคนต้นมาตรวจ
ไม่ด่วนชิงตอบเร็วเกิน เปิดโอกาสให้มีท่านอื่น
อาจคิดว่าเป็นอย่างอื่นมาร่วมสนุกกันได้
กลายเป็นหยกซะแล้ว
อากอ(ฉีเหมือนฝา)เดาใจไหงแม่นแล้ว
ไว้รอลุ้นคนต้น (แจวซิ้นสุ้ย) มาเฉลยดีกว่า
ขออภัย
ไหงไม่ใด้คิดว่าจะถูก 100 เปอร์เซน ขอเดา พอดี แม่นครับ
ถามอีกครับ
ไหงขอถามว่า ถ้าเราวิ่งแซงที่ 2 เราจะที่ ? เท่าไร
แซงที่ 2 แต่ไม่ได้ที่ 1
แซงที่ 2 มาก็ได้ที่ 2 ครับ ที่ 2 ไปแทนที่ 3 ที่ 1 ไม่มีใครแซงครับ ใช่ไหมอาฉี2
ถูกต้อง
ถูกต้องนะครับ