圣寿无疆 หน้าแรก
HakkaPeople(Thai) ชุมชนชาวฮากกา Hakka people .  
ที่ใดมีตะวันขึ้น ที่นั้นมีชาวจีน ที่ใดมีชาวจีน ที่นั้นมีเค่อเจียเหริน hakkapeople.com

ไหง่มีเพลงของฮากกามาให้ฟัง

ไหง่ แฮ๊ด ฮับ เง๊ ผ่านน้ำท่วมมาแล้วดีใจที่ได้กลับมาเล่นอีกครั้ง

 Hakka Song: I am Hakka

Hakka Song: Roti 都起价

Hakka Song: Chow Mein

Ah Po Mai Ham Choi

http://www.youtube.com/watch?v=arKI5XQfMtQ&feature=player_embedded

ช่วยแปลให้ไหง่ฟังด้วยนะครับ พอดีไหง่พอจับใจความได้นิดหน่อย ตอนท้ายๆเพลงแรกน่าจะร้องว่า

"หัก หงิ่น ซิ่ว  จุน ฮี"

มะไก้หยิด  แต่เพลงที่3-4เชื่อว่าเฉียงเหงียนที่ก้องฮากกาไม่ได้น่าจะร้องได้ครับ เพราะมีภาษาอังกฤษช่วย

"อ้า ผ่อ ไม หั่ม ช้อย"แปลว่าอะไรครับ ไม่แปลว่า "อา ผ่อ เรียกซื้อผักหรือเปล่า"

ไหง่คิดว่าเพลงแรกทำให้ไหง่รู้สึกภูมิใจที่เป็นฮากกาแบบว่าจากการฟังทำนองเพลง

มีเรื่องตลกๆที่ไหง่คุยกับไกด์คนมาเลย์ครับ

ไกด์คนมาเลย์กี่ถาม หงี่ มะไก้ หัก?

ไหง่บอกว่า ไหง่ แฮ๊ หม่อยแย้น หัก หงิ่น

ไกด์ถามอีกว่า มะไก้ หงี่ ไม่ ฮั้ม หัก ซี้ หงิ่น ละ?(ไหง่ขออนุญาตปน เสี่ยมฟ่า)

ไหง่ก็บอกว่า นึกว่าผมไม่รู้ทันรึไงฮา... (เห็นไหง่หัดพูดนึกว่าไหง่ไม่รู้ทันละสิ  ฮ่าๆๆ)

(มุขนี้ไหง่เคยเจอในเว็บนี้มาก่อนแล้วนึกแล้วยังฮา)

ไหง่ได้ศัพท์ใหม่จากกี่เยอะเหมือนกันนะครับเช่น 

ได้หรือไม่ได้ - เต็ด อื๋ม เต็ด

ทหารมาแจกข้าว - ปิ๋น หล่อย ปุ่น ฟ้าน

กินเนื้อไก่ - ซิด แกหยุก

ใช่ไหม - แฮ๊ หม่อ

กินแล้ว - ซิด เหล (แหล่)

จะเสร็จแล้ว - อ้อย ห่อ เหล(แหล่)

ไม่ต้องการ - อืม(เสียงในคอและพูดว่าม่อยเสียงออกจากปากอย่างรวดเร็ว)ม่อย แฮ๊ อืมม่อย

คนฝรั่ง - ฝุ่งหมอ หงิ่น

คนแขก - หม่าไหล หงิ่น

แต่ถ้าเป็นคนเก่าๆ กี่ อืมม่อย  ฮั้ม หงิ่น ที่ไม่ใช่ ถ่อง หงิ่น ว่า หงิ่น กี่ อ้อย ฮั้ม กุ้ย หมดแหละครับ

(อย่างนี้ผีหมดโลกเลยสิครับยกเว้น ถ่องซาน ที่มีมนุษย์อาศัย ฮ่าๆๆ)

จริงๆแล้วคำเซ็นเซอร์ไหง่ก็รู้มาเยอะนะครับ Embarassed


ตั้งค่าการแสดงผลความคิดเห็น

Select your preferred way to display the comments and click "Save settings" to activate your changes.

การแสดงของเฉียงเหงียนหักหงิ่น

การแสดงของยุวชนชาวฮากกา

หล่อมะไก้ ไหง่ไม่รู้เหมือนกัน

แต่ขอเดาว่าน่าจะเป็นมาเลเซีย

 

อาผ่อคนนี้พูดว่าอะไรบ้างครับ

อาผ่อคนนี้ กี่ ก้อง มะไก้

ทอล์ค โชว์ ภาษา ฮากกา

LA News Hakka Talk SHow

รูปภาพของ ยับสินฝ่า

ถึงจุ้งฟะฮกซาง

               เสียดายจังที่ตอนนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ของไหง่มันมีปัญหาเพราะพื้นที่ฮาร์ดดิสค์เต็มไปหมด พยายามลบหลาย ๆ อย่างออกไป ก็่ยังอืดอยู่้ดี จึงทำให้ช่วงนี้ไม่สามารถดูยูทูปได้เลย ไม่ว่าในเวลาไหน ๆ ก็ดูไม่ได้ จะต้องอัฟเกรดเพิ่มฮาร์ดดิสค์เสียก่อน

              จึงเสียโอกาสร่วมแจมความสุขไปกับหงีจังเลยนะจุ้งฟะ แต่ไม่เป็นไีร ถ้าถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน ขอให้หงีมาร่วมพบปะสังสรรค์กันไหงจะร้องช้องซานโกให้หงีฟัง เอาแบบสด ๆ เลยนะ หงี อึ๋มโว้ย พ่า หงีเฮ้เฉียงเหงียนยาเฮ้ฮกซาง อึ่มโว้ยปุ๋นเฉียน (หนี่ ปู๋เย้า พ่า หนี่ไหซื่อชิงเหนียน เหย่ ซื่อ เสวียเซิง ปู๋เย้าย่งเฉียน) ถึงเวลาก็นัดกันมากับพวกผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ ก็แล้วกันนะ อั้นฮ่าวฮกซาง

ไหง่ไปไม่ได้ครับ

ไหง่ไปไม่ได้หรอกครับอาสุกยับสินฝ่าติดเรียน

เพลงคู่กัดเวอร์ชั่นฮากกา

รูปภาพของ ยับสินฝ่า

จุ้งฟะฮกซาง

                 วันเสาร์ หงีจะเรียนถึง 1 ทุ่ม 2 ทุ่ม เลยเหรอ? ไม่ใช่มั้ง หงีเรียนที่ไหนล่ะ เลิกแล้วจะไปรับก็ได้ เราพบ-ปะ พูดคุยกัน น่าจะตั้งแต่ บ่าย 2 ลากยาวไปจนถึงน่า จะ 4 ทุ่ม ละมั้ง

                  ขนาดเที่ยวล่าสุดที่ไหงไปกรุงเทพ เรามีการนัดเจอกัน คุยกันไป 8 ชั่วโมงเต็มยังไม่รู้สึกว่านานเลย กลับรู้สึกว่าเวลามันไม่พอสำหรับพวกเราเสียอีก ไหงอยากให้พวกเยาวชนคนสำคัญของพวกเรา อย่างหงี มาร่วมด้วย เพื่อดูว่า พวกเรามีความคิดอ่านกันยังไง หงีเป็นฮกซาง อยากถามอะไรก็จะสามารถถามได้ เราอยากให้มีครบทุกรุ่นทุกวัยน่ะ โดยเฉพาะเฉียงเหงียน-เยาวชนอย่างพวกหงีที่จะเข้ามาแทนที่พวกไหง่ในอนาคต ควรมาดูมาศึกษาพวกไหง่ เป็นไอดอลไว้.

แล้วไหง่จะไปยังไงละครับ

ไหง่ ทุกซู วุ้ย ฮับเงียไอ งาไก๊ จ่อน วุ้ย ฮับเงียไอ เปิดเทอมแล้วด้วย ไหง่ หม่อแฉ่น

ไปไม่ได้แน่นอนครับ

ไหงไปไม่ได้แล้วครับอาสุขยับสินฝ่าเพราะป่าป๊าไม่อนุญาต

ตอนนี้ไหง่เล่นคอมนานๆครั้งแล้วเพราะสัญญาณอินเตอร์เน็ตบ้านไหง่โดนตัดแล้ว

ตอนนี้ไหง่เล่นที่บ้านเพื่อนของไหง่ แล้วโทรศัพท์ไหง่ขอกราบเรียนตรงๆเลยครับ

จมน้ำพังไปแล้วครับ ฉะนั้นไหง่คิดว่ารอเวลาที่เหมาะสมครับอาสุขอีกไม่กี่ปีคงได้พบกัน

แน่นอน งาไก๊ป่าป๊าเคยบอกว่าถ้าทางฮากกามาจัดที่หาดใหญ่ป่าป๊าให้ไปทันทีเลย

รูปภาพของ ยับสินฝ่า

ด้วยความรัก-จุ้งฟะ

                  ไม่เป็นไร จุ้งฟะ ไหงเพิ่งอ่านเห็นข้อความหงีในเวลานี้เอง หงียังเป็นต้นกล้าที่จะต้องเจริญงอกงามไปอีกนานเท่านาน แต่ไหงตอนนี้เริ่มห่ามแล้ว กำลังวังชาและกำลังกาย กำลังใจ เริ่มอ่อนระโหยโรยแรงไปตามกาลเวลาด้วยภาระหน้าที่ช้างเท้าหน้าที่หนักอึ้งที่จะต้องดูแลหงาเก๊ปาแม่-ภรรยาและลูก ๆ ่ตลอดจนหลาน ๆ ของไหง่ที่ถ่องซาน รวมถึงหน้าที่การงานธุรกิจส่วนตัวที่จะต้องเร่งรีบตักตวงให้เกิดดอกออกผลเพราะกำลังตั้งตัวใหม่ขี่หลังเสือแล้วก็ต้องบังคับหางเสือให้ได้ หงีจงดูเป็นตัวอย่างไว้ ไหงรักษาระดับความพอดีของภาระทางครอบครัว เป็น 6 ส่วน หน้าที่ทางสังคมที่ไหงทุ่มเททั้งชีวิตและจิตใจในชุมชนของเรา 2 ส่วน สังคมส่วนตัวเพื่อนสนิทมิตรสหาย-กัลยาณมิตร 1 ส่วน ที่เหลือ อีก 1 ส่วนไหงแบ่งให้กับตัวเอง ไว้พิจารณาตัวเองเกี่ยวกับ สังขาร มรณานุสติ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่ใช่ตัวไหง ไม่ใช่ของไหง และทำจิตให้แข็งแกร่งมั่นคง บ้าง

                นอกจากนี้ไหงยังอยู่ร่วมและต่อสู้กับโรค(ที่ไม่)ร้าย (แต่) ทรมาณ มากสุด สุด มันอยู่้กับไหงมา 27 ปี ปีละ 12 เดือน เดือนละ 30 วัน ไม่หยุดเลย ไหงต้องใช้ยาอย่างแรง เพื่อสกัดมัน และแลกกับมัน ไม่ให้มันออกมาจุ้นจ้านกับชีวิตของไหง่ เพื่อให้ไหง่ได้สามารถดำรงชีวิตและยืนหยัดทำงานเลี้่ยงครอบครัวได้อย่างห้าวหาญและปกติสุข แต่ไหงก็ต้องแลกกับความเสี่ยงที่ไหงจะต้องตับเสีย ม้ามพิการ หรือความเสี่ยงที่เส้นเลือดไหงจะต้อง "ตีบ" เข้าสักวันหนึ่ง ซึ่งไหงยังไม่รู้ว่ามันจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่ไหงก็ได้แต่ ภาวนาว่า ขอให้ มันยังมาไม่ถึง เพื่อไหงจะได้ใช้เวลาที่ไหงยังแข็งแกร่ง พายเรือ ส่งลูกน้อย ๆ และปากับแม่ ที่ใกล้จะแก่ ไปถึงฝั่งฝันให้สำเร็จเสียก่อน ซึ่งก็ต้องใช้เวลาสักประมาณ 20 ปี แต่ไหงก็ไม่อยากนึกคิดว่า มันจะมาถึงก่อน 20 ปีหรือปล่าว เมื่อถึงวันนั้น ไหงจะกลายเป็นคน กึ่ง ทุพลภาพ เป็นพาร์กินสัน เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งตอนนี้มันก็เริ่มมาเยือน "กราย ๆ แล้ว" ด้วยร่างกายซีกซ้ายของไหง่เริ่มสั่น และปลายมือปลายเท้่าของไหง่เริ่มชา โชคดีที่ไหงมา ค้าข้าวกล้อง ทำให้ไหงได้มีโอกาสทานข้าวกล้อง อาการชาและสั่นมันค่อย หายไปบ้าง

            อีกอย่างหนึ่ง ไหงเิริ่มมีอาการ "ลืม" แบบฉับพลัน เช่น นึกไม่ออกว่าตัวเองกำลังจะทำอะำไร หรือเช่น เวลาขับรถ จะไปสนามกีฬา 700 ปี แต่ระหว่างทางกลับลืมขึ้นมาเสียสนิท ว่าจะไปไหน ต้องจอดรถ เพื่อ "คิด" เสียนานว่า ตกลงตัวเองจะไปไหนกันแน่ อย่างนี้เป็นต้น ดังนั้น ไหงจึงต้องใช้ การจด ตลอดเวลา แต่การที่ไหงจดบันทึก กิจกรรม และแผนงานต่าง ๆ มันกลับยิ่งทำำให้ไหง "ค้นหา" กิจกรรม และ ตารางการทำงาน ฯลฯ ไม่ถูกว่าไหงจดมันไว้ที่ไหน กันแน่ อย่างนี้เป็นต้น

          หาดใหญ่ยังดี ที่อยู่ในประเทศไทย ไปเมื่อไหร่ ก็ได้ แล้วชีวิตนี้ไหงคิดว่า ไหงไปมาแล้ว ครั้งหนึ่ง ประมาณตอนหงีอายุสัก 1 ขวบกระมัง แล้วตอนนี้ไหงก็คิดว่า ไหงจะต้องไปที่นั่นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไปกราบบุคคลท่านหนึ่ง และไป สวัสดี เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งไหงคิดว่า "มีอนาคตที่สดใส"

         ไหงคิดว่าไหงคงจะมีเวลาและโอกาสไปให้ถึง สักวันหนึ่ง ในอีกไม่นานนี้หรอกนะ จุ้งฟะ

          ไหงมันก็เป็นคนขี้บ่นอยู่อย่างนี้ เป็นเรื่องธรรมดา และ "ธรรมชาติ" ที่สุด ของตัวไหง ไหงจริงใจ กับทุกคน ที่เข้ามาในชีวิตไหง ไหง "ทุ่ม" อย่างสุดหัวใจ ให้กับสิ่งที่ไหงรัก เช่น ครอบครัว บุพการี ผู้มีพระคุณ บรรพบุรุษ เจ้ากรรมและนายเวร ญาติสนิท มิตรสหาย โดยเฉพาะ "สายสัมพันธ์แห่งเชื้อชาติที่แรงกล้าของชาวไทยเชื้อสายฮากกามันจะอยู่ในเลือดของไหง่ทุกเส้นที่หล่อเลี้ยงร่างกายของไหง่ จวบจนกระทั่งร่างกายของไหง่ถูกเผาไหม้ในเชิงตระกอน แล้วเมื่อนั้น....ชิงชิง และน้องหยก ลูกสาวสองคนของไหง่ และอาจจะมีหลาน ๆ ที่ไหงรักที่ถ่องซาน พากันเอา อัฐิและอังคาร ของไหง่ ไปลอยที่ "ปากแม่น้ำหวงผู่" ปากมังกรแห่งดินแดนแผ่นดินบรรพบุรุษของเรา ตามที่ไหงได้เขียนสั่งไว้ เป็นลายลักษณ์อักษร ต่อหน้า นายทะเบียน ท้องถิ่น

                 ไหงไม่รู้ว่าวันเวลานั้น มันจะมาถึงเมื่อไหร่ ไม่รู้จริง จริง........... 

รูปภาพของ วี่ฟัด

ด้วยความรัก-จุ้งฟะ ( ด้วยคนดิ)

                      ไหงเห็นด้วยกับสินฝ่าสุขของจุ้งฟะ ว่าจุ้งฟะนี่แหละคือ " ต้นกล้า NO. 2 " ( ต้นกล้า NO. 1 ต้องยกให้เขาแม่นางLiLing xu ) ที่กล้าท้ากระแสวัฒนธรรมตะวันตกแบบฝรั่ง และยอมประกาศตนเองว่าเป็นคนฮากกาเจียวเหลี่ยง ( เจ้าของตลาดกิมหยง หาดใหญ่ ) ที่จริงไหง่ก็อยากไปเที่ยวหาดใหญ่จังเลย เพราะทางภาคใต้นั้นไหง่ไปไกลที่สุดแต่ชุมพร เอง ( ไปใหนต่อไหนมาทั่วเจ็ดย่านน้ำ ) ไม่เคยไปไกลกว่านั้น ขับรถไปถึงสี่แยกปฐมพรแล้วเลี่ยวซ้าย ไปศาลจังหวัดชุมพรแล้วกลับ จึงอยากจะไปเที่ยวบ้าง ครั้งหน้าประชุมครั้งที่สองไหง่จะโหวตให้ไปจัดที่หาดใหญ่

                      ที่จุ้งฟะเคยกล่าวไว้ว่าอยากเรียนภาษาจีนฮากกาแล้วค่อยไปเรียนภาษาจีนกลางนั้น ไหง่ว๊าสองภาษานี้เรียนไปด้วยกันได้เพราะมันคล้ายกันที่สุด  แบบไหง่เรียนภาษาจีนกลางมาเพราะไม่รู้ว่าจะไปเรียนภาษาฮากกาที่ใหน แต่เมื่อรู้ภาษาจีนกลางแล้วมาฟังภาษาฮากกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาฮากกาแบบฉินฮักแบบเจี่ยวเหลี่ยงฮักของหงี่ ไหงว่าพอรู้น๊ะแต่พูดไม่ได้เท่านั้น ไหง่ว่าภาษานะเรียนไปเถอะหลายๆภาษาเวิร์คสุดๆ พร้อมๆกันก็ได้ไม่ผิดกติกาเหมือนสุภาษิตของช่างตัดผผมที่เขาบอกว่า " หลายหัวดีกว่าหัวเดียว " แต่สุภาษิตสำหรับคนสนใจภาษารักภาษา เขาบอกไว้ว่า " หลายภาษาดีกว่าภาษาเดียว " ไหง่ว๊า

มาแล้วครับ

อาปักไช้วี่ฟัดครับ

อากุงของไหง่เป็นเครือญาติกับเจ้าของตลาดกิมหยงครับ

 แซ่ชี(เซี่ยงฉี)จากเจียวเหลี่ยงเหมือนกัน

แต่ลูกหลานของ กิมหยงไท้กุง ใช้นามสกุลไทยครับ คือนามสกุล ฉัยยากุล

รูปภาพของ ยับสินฝ่า

เรียนหลายภาษาเป็นสิ่งที่ดีมากนะ

                 ไหงเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า การเรียนนั้น สามารถเรียนได้ตลอดเวลาและตลอดชั่วอายุของคน ๆ หนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้น ในปัจจุบันนี้ เราจะเห็นผู้เฒ่าผู้แก่ ที่ในอดีต มีความยากจนข้นแค้น ไม่เคยเรียนหนังสือ เมื่อแก่ชรามาแล้ว มีความสุขสบายแล้ว มีลูก-หลานเลี้ยงดูแล้ว สิ่งหนึ่ง ที่ท่านผู้เฒ่าเหล่านั้น อยากทำมากที่สุด เพราะส่วนลึกในจิตใจสมัยเป็นคนหนุ่มสาวและวัยรุ่น ท่านไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือเหมือนกับคนอื่น ๆ หรือเพราะต้องเสียสละให้น้อง ๆ ได้เรียน พอท่านอายุได้ เจ็ดสิบกว่า แปดสิบ เราจะเห็นข่าวอยู่บ่้อย ๆ ว่า มีผู้สูงวัย มาร่วมลงทะเบียนเป็นนักศึกษาภาคปกติร่วมกับเด็ก ๆ อายุ สิบเจ็ดสิบแปด มีตัวอย่างมากมายทั้งในประเทศไทยก็ได้เห็นข่าวหลายท่านเช่นคนป้าคนหนึ่งที่จังหวัดลำปาง ป่านนี้ได้ปริญญาไปแล้ว ในประเทศจีนก็เหมือนกันเราจะอ่านข่าวพบว่า มีอากุงแก่ ๆ ลงทะเบียนเรียนร่วมกับเด็กรุ่นหลานเหลน ท่านเหล่านี้อยากเรียนเพื่อช่วยให้สมองได้มีการพัฒนาการบ้าง ส่วนหนึ่ง และเพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปในวัยหนุ่มสาวอีกส่วนหนึ่ง ไม่ได้มุ่งหวังที่จะเรียนเอาวุฒิการศึกษาไปใช้ทำอะไร อย่างมากก็แค่เพื่อความสะใจ-ภูมิใจ และัได้พัฒนาสมองและมีเพื่อนต่างวัยต่างความคิดก็เท่านั้นเอง - สิ่งนี้ไหงว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่องนับถือมากเลยนะ

              อีกอย่างหนึ่ง ไหงทราบมาว่า(จากข้อการสรุปผลทางการวิจัยอย่างเป็นทางการนะ) เขาบอกว่า คนเรา ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดก็ตาม โดยเฉพาะวัยเด็กเล็ก ๆ ตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงประถม-มัธยม ถ้ามีโอกาสได้เรียนภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาเกิดของตัวเอง จะทำให้สมองมีการพัฒนาอย่างดีมาก เพราะจะต้องใช้พื้นที่ว่างของสมองในการจดจำคำศัพท์และไวยากรณ์ของแต่ละภาษา ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า คน ๆ หนึ่ง ที่พูดภาษาต่างประเทศได้ 5-6 ภาษา (ยกตัวอย่างเช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรัสภาษาอังกฤษ-ฝรั่งเศส-เยอรมัน-อิตาลี-ลาติน-และบาลีได้อย่างแตกฉาน-และสามารถยอมรับได้ว่าพระองค์่ท่านเป็นอัจริยะจริง ๆ รวมถึงสมเด็จพระเทพฯ ด้วยที่ทรงภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ไทย บาลี-สันสกฤต และภาษาจีนกลาง ได้อย่างแตกฉานทั้ง ๆ ที่ทรงเริ่มศึกษาภาษาจีนกลางเมื่อมีพระชนม์มายุได้ เกือบจะห้าสิบชันษาเข้าไปแล้ว)

              ที่สำคัญ ไหงเพิ่งทราบว่า ตอนนี้ กฎหมายไทยเขาก็ไม่มีกำหนดอายุขั้นสูงในการสมัครเรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ขึ้นไปแล้ว ไม่มีจริง ๆ (การกำหนดอายุขั้นต่ำอาจจะมีว่า อายุไม่ต่ำกว่า 12 ปีในชั้น ม.1 เป็นต้น) เขาจะกำหนดอายุขั้นต่ำและกำลังเรียนหรือจบ ป.6 หรือเทียบเท่า มีสิทธิสมัครเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษา ได้ โดยดูที่ลูกของไหง่ ชิงชิง เป็นตัวอย่างไหงจึงรู้ว่า ประเทศไทยไม่ได้กำหนดอายุของนักเรียนที่สมัครสอบเข้าเรียนต่อในโรงเรียนของรัฐเลย ไม่มีจริง ๆ คือลูกสาวไหง่สมัครสอบเข้าชั้่น ม.1 โปรแกรมอัจริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และโปรแกรม 2 ภาษา ที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ซึ่งเ็ป็นโรงเรียนของรัฐบาลที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคเหนือ และติดอันดับ 1 ใน 20 ของประเทศไทย

              ในข้อกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัคร นอกจากบอกว่า กำลังศึกษา ป.6 หรือจบแล้ว หรือเทียบเท่า ป.6 โดยไม่จำกัดอายุ อย่างนี้ก็เท่ากับว่า คุณลุง คุณป้า คุณตา คุณปู่ ทั้งหลาย ก็มีสิทธิสมัึครสอบเข้าเรียนได้ ถ้าสู้เด็กได้ ไหงเห็นแล้วทึ่งจริง ๆ จึงสรุปเอาเองว่า เดี๋ยวนี้ประเทศไทย เขาไม่ปิดกั้นคนด้อยโอกาสทางการศึกษาในอดีต และให้โอกาสในการเข้าเรียนได้ ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 เป็นต้นไป (ซึ่งก็คงไม่มีใครใจกล้าบ้าบิ่นพอที่จะเข้าไปเรียนร่วมกับเด็กคราวหลานปู่หรือคราวเหลน-ส่วนใหญ่น่าจะใช้ช่องทางทางการศึกษานอกโรงเรียน และในระดับ อุดมศึกษาที่รามคำแหง และ มสธ. หรือราชภัฏ) ถ้าเกิดมีคุณตาคุณยายสักคนหนึ่ง แอดมิชชั่นเข้าเรียนภาคปกติกับมหาวิทยาลัยปิดทั้งของรัฐและเอกชน สักคนหนึ่ง คงเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกแน่นอน

              สรุปแล้ว "เรามาเรียนกันให้มาก ๆ เถอะ" 

อืมม่อย เซา ยานยา

อืมม่อย เซา ยานยา

ตลกภาษา ฮกเกี้ยน,ฮากกา,กวางตุ้ง และเพลง

 

รูปภาพของ วี่ฟัด

จุ่งฟะฮ๊อกเซ็ง

                      ไหง่ เสี่ยง หงี อึม เย่า ทำ สี แถบ แถบ แดง ฟ้า อีก เลย ไหง่ ว้า มัน น่า ปวด ตา ปวด หัว อัน โต อัน โต

ไท้กาฉี่กาตายิ่วแปลว่าอะไรครับ

ไท้กาฉี่ก๊าต้ายิ่ว และคำว่า ซูซา แปลว่าอะไรครับ

พอดีได้ยินมาจากในเพลงไม่รู้ว่าได้ยินถูกรึเปล่า

ใครพอจะแปลได้บ้างครับ

เพลงฮากกา

 

 

 

 
hakka@hakkapeople.com    คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal