![]() |
|
![]() |
|
|
||||||||
|
สุดยอดชาเชียงราย = สุดยอดชาไทย![]() ยับสินฝ่า อาศัยอยู่ในเมืองเชียงรายมาสิบเอ็ดปีเต็ม แต่ถ้ารวมเฉพาะบ้านแม่ขะจาน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ที่หงาปาแม อาศัยอยู่ และหมู่บ้านนี้เป็นชุมทางหน้าด่านระหว่างเชียงใหม่กับเชียงราย และอยู่ใกล้กับเมืองเชียงใหม่มากที่สุด มากกว่าเข้าไปในตัวเมืองเชียงราย ก็นับได้ว่า ไหงอาศัยอยู่เชียงรายและเชียงใหม่ มาทั้งชีวิต เพราะไหง่เป็นลูกครึ่งเชียงใหม่-เชียงราย ในเชียงใหม่ ไหงเป็นคนในเมือง แต่เชียงราย ไหงเป็นคนบ้านนอก (อิอิ.) ที่อำเภอเวียงป่าเป้าจังหวัดเชียงราย นี้ เป็นพื้นที่ติดต่อกับ อำเภอดอยสะเก็ด และอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีต้นชา "อัสสัม" มากที่สุดในดินแดนแผ่นดินล้านนาไทย คุณยายของไหง่ เป็นชาวไทยล้านนาแท้ ๆ จึงต้องเรียกท่านว่า "แม่อุ้ย" ถึงแม้ว่าตอนนี้ท่านได้ไปสู่สวรรค์แล้ว แต่คุณงามความดีของท่านและความเมตตาปราณีความรักลูกหลานมากกว่ารักตัวเองของท่าน ได้ติดตรึงไว้ในดวงใจของไหง่ตลอดเวลาและตลอดไป... คุณยายหรือแม่อุ้ยของไหง่ ท่านเป็นลูกของเจ้าของสวน "เมี่ยง" ในอดีต ครอบครัวไหงมีสวนเมี่ยงหรือเป็นผู้ประกอบการค้าเมี่ยง คนไทยล้านนาถือกันว่าเป็นเศรษฐีระดับ "พ่อเลี้ยง-แม่เลี้ยง" กันเลยทีเดียว ไหงอยากบอกว่า "คนไทยกรุงเทพ กินหมาก คนไทยล้านนากินเมี่ยง" เมี่ยง คือใบชา ที่เป็นใบแก่ พวกเราชาวไทยล้านนานำใบแก่ของต้นชา เอามาหมัก-ดอง เก็บไว้ ในตระกร้าที่สานด้วยไม้ไผ่และปูพื้นด้วยใบตอง โดยมัดใบเมี่ยงไว้เป็นก้อน ๆ เอาตอกไผ่ รัดไว้อีกทีหนึ่ง เมื่อได้ที่แล้วจึงนำออกมาขาย หรือใช้บริโภค โดยการอมไว้ เป็นกิจวัตร ว่ากันว่า สร้างความสดชื่น (เพราะในใบชาแก่ มีสารคาเฟอีนตามธรรมชาติอยู่แล้ว) กระปรี้กระเปร่า และยังสามารถบำรุงรักษาเหงือกและฟันได้เป็นอย่างดี (ในวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็ได้ยืนยันแล้วว่าน้ำชามีคุณประโยชน์ในการรักษาฟัน) เมื่อคนไทยล้านนาแทบทุกคนต้องอมเมี่ยงเป็นกิจวัตรประจำวันด้วยแล้ว จึงทำให้ธุรกิจผลิตเมี่ยงและค้าเมี่ยง รุ่งเรืองเฟื่องฟู และเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญของทุกจังหวัดในล้านนา แต่ในช่วง 20 ปีลงมานี้ กิจการค้าเมี่ยงก็ได้เริ่มซบเซาลงไป เนื่องจากคนรุ่นใหม่ ไม่สนใจที่จะอมเมี่ยงกันอีกต่อไป เพราะไม่มีความจำเป็น อีกทั้งการศึกษาและวัฒนธรรมแบบสมัยใหม่ ทำให้ คนรุ่นใหม่ หรือรุ่นลูกของไหง่ ที่มีอายุ 25 ปี ลงมาล้วนไม่บริโภคเมี่ยงอีกต่อไป... ที่เกริ่นมาเสียยืดยาวนั้น เพียงแต่จะสื่อให้ท่านผู้ชม(อ่าน) ทราบว่า ต้นเมี่ยง หรือต้นชาอัสสัมนั้น ได้ยืนต้นตระหง่านในดินแดนแผ่นดินล้านนามาหลายร้อยปี หรือเป็นพัน ๆ ปีขึ้นไปเสียด้วยซ้ำ ถ้านับจากคุณยายแม่อุ้ยสม ของไหง่ ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ท่านก็ได้ 96 ปี แล้วสาวขึ้นไปถึงรุ่นพ่อ-แม่ ปู่-ย่า-ตา-ยาย ของท่าน ช่วงอายุละ เฉลี่ย 80 ปี ก็นับว่า ต้นชาอัสสัมยืนต้นอยู่ในแผ่นดินล้านนามาไม่ต่ำกว่า 3-4 ร้อยปี เมื่อในปี พ.ศ. 2548 ได้มีการค้นพบว่า บนยอดดอยช้าง(ดอยเดียวกับกาแฟดอยช้าง) ตำบลวาวี (อันเดียวกับกาแฟวาวี) อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย มีต้นชาเก่าแก่โบราณ ตั้งตระหง่านอยู่ ทางจังหวัดเชียงรายได้พิสูจน์ว่า ต้นชาต้นนี้ มีอายุเท่าไหร่กันแน่ แต่ที่แน่นอนที่สุด นักวิชาการด้านพืชศาสตร์ ได้ฟันธงว่า ไม่น่าจะต่ำกว่า 1 พันปี และในช่วงนั้น ไหงได้ออกจากเชียงราย กลับมาปักหลักที่ในเมืองเชียงใหม่พอดี จึงไม่สามารถทราบว่า ทางจังหวัดเชียงรายได้รู้ผลแล้วหรือยังว่า ต้นชาต้นนี้ มีอายุเท่าไหร่กันแน่ สามารถโค่นแชมป์ ต้นชาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ที่เมือง "ต้าหลี่" มณฑลหยุนหนานของจีนหรือไม่ เกี่ยวกับเรื่องนี้ยับสินฝ่าจะติดตามมาแจ้งข่าวให้พี่น้องได้ทราบต่อไป กลับมาเข้าเรื่องของการทำเมี่ยงและผลิตชาอัสสัมกันต่อ ดังที่ได้เรียนไปแล้วว่า เมี่ยง หรือชาอัสสัม เป็นสินค้าที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวไทยล้านนาในอดีต จะขอเรียนว่า พื้นที่ปลูกเมี่ยงหรือชาอัสสัม(จะว่าปลูกก็ไม่น่าใช่เพราะมีคนหลายรุ่นแล้วที่เกิดมาก็ได้พบว่ามีต้นชาอัสสัมนี้อยู่ในดงดอยป่าเขาและหมู่บ้านของตัวเอง) นั้น จะมีมากในเขตจังหวัดเชียงใหม่ติดต่อกับจังหวัดเชียงราย และลำปาง แถบ อำเภอแม่ออน อำเภอดอยสะเก็ด ของจังหวัดเชียงใหม่ ติดกับอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง และติดกับอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย และยังมีอีกส่วนหนึ่งของอำเภอเมืองแพร่ พื้นที่ที่ต้นชาอัสสัมขึ้นอยู่นี้ ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ อำเภอแม่ออน และดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ติดกับอุทยานแห่งชาติขุนแจ อำเภอเวียงป่าเป้าจังหวัดเชียงราย และติดกับอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปานจังหวัดลำปาง ร่ายมาเสียยืดยาวนั้น ที่แท้ยับสินฝ่าเพียงอยากสื่อให้ทุกท่านทราบว่า เป็นที่แน่นอนว่าดินแดนล้านนามีต้นชาอัสสัมมาไม่น้อยกว่าหนึ่งพันปี หากนับเอาสมัยที่พญามังราย(โอรสของพญาลาวเม็ง กษัตริย์โยนกนาคนครเงินยางเชียงแสน กับ พระแม่เจ้าอั้วมิ่งจอมเมือง ธิดากษัตริย์เชีียงรุ้ง ราชอาณาจักรสิบสองปันนา(ปัจจุบันอยู่ในแคว้นสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนาน ในอดีตเป็นของราชอาณาจักรรัตนโกสินทร์ แต่เสียให้แก่ราชวงศ์ชิง แห่งราชอาณาจักรต้าชิง ในรัชสมัยของล้นเกล้า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์-นับเป็นการสูญเสียดินแดนไทยเป็นครั้งแรกของสยามประเทศ) ก็เกือบ ๆ จะแปดร้อยปีเข้าไปแล้ว ดังนั้น บรรดา ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นชา และนักพืชศาสตร์ ต่างฟันธงกันว่า ต้นชาอัสสัมนั้น ที่แท้ก็ได้ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติหรือมีคนนำมาปลูก ในสมัยสถาปนาอาณาจักรล้านนา เมื่อเกือบแปดร้อยปีก่อน หรือขึ้นไปมากกว่านั้น หาได้มาจากประเทศจีนในช่วงใกล้ ๆ นี้แต่อย่างใดไม่ เอาละครับ ไท้ก๋าหยิ่น ต่อไปจะเข้าเรื่องสุดยอดชาเชียงรายกันเสียที ไหงออกจากเมืองเชียงรายมาอยู่เมืองเชียงใหม่ได้ 5 ปีเต็ม โดยที่ไม่ได้กลับเข้าไปในเมืองเชียงรายเลย แต่เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน มีโอกาสได้พาน้อง ๆ จากบริษัท บิ๊กทรี(ต้นไม้ใหญ่) จำกัด ไปเยี่ยมคารวะบรรดาสุดยอดผู้ประกอบการชาไทย ที่ไหงเคยเขียนให้เครดิตไว้เมื่อเกือบสามปีก่อน เพื่อเชิญชวนผู้ประกอบการชาไทยเชียงราย สุดยอดชาเชียงราย 5 อันดับ ที่ไหงจัดเรดติ้งไว้ ชาเชียงรายทั้ง 5 รายนี้ เป็นชาที่ได้รับการรับรองด้านเกษตรอินทรีย์ ่จากรัฐบาลไทย และเป็นไร่ชาตัวอย่างของจังหวัดเชียงราย.....เรามาท่องเชียงรายและขึ้นภู-ดอย ของเชียงรายพร้อมกันเลยครับ... ในวันแรก ไหงเดินทางจากเมืองเชียงใหม่ เข้าสู่เมืองเชียงราย ในช่วงบ่ายไปถึงเชียงรายเอาเกือบทุ่ม ก็เข้าไปพักที่บ้านของน้องสาวของคุณประนอม แล้วก็ออกเที่่ยวชมเชียงรายยามราตรี ไปแวะทักทายบรรดาคนบ้านใกล้เรือนเคียง เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่มาเชียงรายแค่ 5 ปี มีการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ มีตึกใหม่ อาคารใหม่ ๆ หอนาฬิกาที่ไหงเกิดมาก็ได้เห็นตอนนี้เปลี่ยนโฉมใหม่อย่างสวยงามอลังการ สุเหร่ามุสลิมหน้าตลาดเก่า ก็เช่นเดียวกัน ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อย่างสวยงามตามแบบศิลปของจีนร่วมสมัยดูสวยงามสง่ายิ่งนัก เช้าวันต่อมา ก็ได้นัดพบกับทีมงานของบริษัทบิ๊กทรี เพื่อพาน้อง ๆ เขาไปพบกับผู้ประกอบการสุดยอด ชาเชียงราย 5 อันดับ ที่ไหงจัดเรตติ้งไว้ โดยไปที่ร้านสุวิรุฬห์ฺชาไทย ซึ่งอยู่กลางใจเมืองเชียงรายก่อน เกือบลืมไปครับ ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ "คุณกำจร มานิตย์วิรุฬห์" เจ้าของ-ผู้ก่อตั้ง หจก.สุวิรุฬห์ชาไทย ต่อครอบครัวมานิตย์วิรุฬห์ และ การจากไปของ "พ่อหลวงทวี วนัสพิทักษ์กุล" เจ้าของ-ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไร่ชาฉุยฟง จำกัด" 2 บิ๊กเบิ้มของชาไทยเชียงราย โดยเฉพาะพ่อหลวงทวี ไหงเพิ่งรู้ข่าวตอนติดต่อพูดคุยกับแม่หลวงมณี ท่านบอกว่าเสียดายที่พ่อหลวงอายุสั้น ด่วนจากไปเสียก่อนที่จะได้ทราบความสำเร็จและได้อ่านเรื่องราว "สุดยอดชาไทย" ที่ยับสินฝ่าเขียนไว้ที่นี่ บุคคลทั้งสองท่านนี้ถือว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของวงการใบชาเชียงราย ถือว่าเป็นระดับผู้นำในการนำชาพันธุ์ดีเยี่ยมจากไต้หวันมาปลูกเป็นครั้งแรกในจังหวัดเชียงรายเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน และที่สำคัญต่อตัวไหงก็คือ บุคคลทั้งสองท่านนี้ ได้ให้ความเมตตาต่อไหงเป็นการส่วนตัวมาก พ่อหลวงทวี ไหงรู้จักท่านในช่วงที่ทำงานธนาคารที่เชียงราย และต่อมาไหงได้มีโอกาสพานักศึกษาปริญญาโทจากมหาวิทยลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ ไปศึกษาดูงานในพื้นที่ไร่ชาของพ่อหลวงทวี ที่สวยงามมากเกินจะบรรยายในบริเวณพื้นที่หมู่บ้านพญาไพร ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงราย ส่วนคุณกำจรนั้น ท่านเป็นบุคคลที่มีัอัธยาศัยดีมาก ไร่ชาของท่านเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกชา และเป็นแปลงชาตัวอย่างของจังหวัดเพราะอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่ลาว ใกล้ ๆ กับวัดร่องขุ่นของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ห่างจากเมืองเชียงรายแค่สิบกว่ากิโลเมตรหน่อย ๆ เท่านั้น ไร่ชาของคุณกำจร ไหงได้มีโอกาสไปเยือนหลายครั้ง เริ่มแรกเราไปกันที่ร้าน "สุวิรุฬห์ชาไทย" ตั้งอยู่บริเวณ ใจกลางเมือง บนถนนธนาลัย ตัวร้าน เป็นเรือนไม้แบบโบราณ แต่ถูกรักษาไว้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบัน เรือนไม้แบบนี้ที่เชียงรายในถนนธนาลัยมีเหลือเพียง 2 หลัง คือ ร้านสุวิรุฬห์ชาไทย กับร้าน "ซีเปียว" อีกหลังหนึ่งซึ่งมีความสวยงามมาก ร้านซีเปียวนี้เป็นของชาวเชียงรายเชื้อสายฮากกาฮงสุน ทำการขายขนมจำพวกขนมเค้ก จันอับ ขนมเปี๊ยะ ซาลาเปาต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นร้านน้ำชาแห่งหนึ่งก็ว่าได้ ---ผู้ประกอบการสุดยอดชาเชียงรายคนรุ่นใหม่สืบสานกิจการแทนบิดามารดาที่มีความเก่งกาจสามารถ ในตอนแรกไหงก็รู้สึกเป็นห่วงเกี่ยวกับกิจการของสุวิรุฬห์ชาไทยและชาฉุยฟงซึ่งขาดผู้นำครอบครัว แต่ปรากฏว่าเมื่อไหงได้ไปถึงเชียงรายไปพบกับกิจการสุดยอดชาไทยทั้ง 5 รายนั้น ไหงกลับพบว่า......??? ที่สุวิรุฬห์ชาไทยไหงได้พบกับผู้จัดการห้างหุ้นส่วน นึกว่าเป็นใครที่ไหน ที่แท้ก็เลือดเนื้อเชื้อไขของคุณกำจร มานิตย์วิรุฬห์ ผู้ก่อตั้งฯ เธอเป็นบุตรสาวของคุณกำจร ที่ได้เรียนจบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย แล้วมาสืบช่วงกิจการต่อได้ทันพอดี นับว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นใต้ต้น สุภาพสตรีท่านนี้ เธอมีนามว่า "คุณจารุวรรณ์ กาวี" หน้าตาเธออิ่มเอิบเหมือนกับบิดาเธอยิ่งนัก คุณจารุวรรณได้เข้ามาบริหารงานกิจการห้างหุ้นส่วนจำกัดสุวิรุฬห์ชาไทย สืบต่อจากบิดา ที่สุวิรุฬห์ชาไทยนี้ เป็นกิจการขายใบชาอบแห้งและอุปกรณ์เกี่ยวกับการชงชาที่ถือว่ามีผลิตภัณฑ์โดดเด่นและมากมายหลายรายการเป็นอย่างยิ่ง ถ้าพูดถึงวิสัยทัศน์ และอุดมการณ์ ที่คุณกำจร ได้วางรากฐานไว้ว่า ชาของสุวิรุฬห์ นี้ จะต้องเรียกว่า "ชาไทย" นับว่าเป็นสิ่งที่น่าเคารพยกย่องในความคิดของคุณกำจรเป็นอย่างยิ่ง และบุตรสาวของท่านก็ได้เน้นเช่นกันว่า สุวิรุฬห์ คือชาไทย ขอนับถือน้ำใจและอุดมการณ์ความคิดของคุณกำจร และ ครอบครัว "สุวิรุฬห์" เป็นอย่างยิ่ง คุณกำจรเคยพูดในวงสนทนาบนโต๊ะอาหารที่ไหงมีโอกาสได้ร่วมวงด้วย ว่า "มีคนถามว่ามาอยู่ประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไหร่-ผมก็ตอบว่า มาอยู่ตั้งแต่เกิด-เพราะผมเกิดที่ประเทศไทย ผมเป็นคนไทย มีความรักประเทศชาติบ้านเมืองและพระเจ้าอยู่หัว เพียงแต่ผมพูดไทยไม่ชัดเท่านั้น" (ซึ่งก็ไม่แปลกแต่อย่างใดเลย คนไทยเชื้อสายต่าง ๆ ที่ได้พูดภาษาถิ่นของตัวเองอยู่ในครอบครัวล้วนพูดไทยกลางไม่ชัดกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นไทยอีสาน ไทยนครศรีธรรมราช ไทยปัตตานี ไทยล้านนา แม้แต่ไหงเองยังพูดไทยกลางไม่ชัดเลย กลับมาเข้าเรื่องราวของสุวิรุฬห์ชาไทยกันต่อ ฟังจากการที่คุณจารุวรรณ์ ไ้ด้เล่าถึงผลิตภัณฑ์ของสุวิรุฬห์ ทราบว่า ในขณะนี้ สุวิรุฬห์ ยังคงเป็นผู้ผลิตชาที่มีผลิตภัณฑ์โดดเด่นหลากหลาย ซึ่งก็จริงของเธอ เพราะว่าโชว์รูมของสุวิรุฬห์ มีชามากมายหลากหลายประเภทมากที่สุด เป็นการเอาชามาดัดแปลง-ตกแต่ง ปรับปรุงรสชาติและส่วนประกอบ ออกมาเป็นชาสมุนไพร ชาดอกไม้ ชาปรุงรสอีกหลายอย่าง รวมถึงสุดยอดชาไทย คือชาอูหลง มีอูหลงก้านอ่อน อูหลงเบอร์ 12 ซึ่งเข้มข้นกว่าอูหลงก้านอ่อน แล้วชาอูหลงยังมีการดัดแปลงออกไปเป็นอูหลงชนิดต่าง ๆ อีกมากมายหลายแบบ บรรจุภัณฑ์ของชาสุวิรุฬห์มีความโดดเด่นในด้านศิลปเป็นอย่างมาก แพคเกจชาของสุวิรุฬห์ทุกชนิดถูกออกแบบมาอย่างสวยสดงดงาม เหมาะที่จะนำเป็นของขวัญให้กับผู้หลักผู้ใหญ่เป็นอย่างยิ่ง ไหงจากเชียงรายไปห้าปี กลับมาที่สุวิรุฬห์ ได้พบเห็นผลิตภัณฑ์ชาที่มีเพิ่มขึ้นมากมายหลากหลาย ไหงรู้สึกภาคภูมิใจแทนคนเชียงรายมากจริง ๆ (อันที่จริงไหงก็คนเชียงรายคนหนึ่งแหละ อิอิ.) ออกจากสุวิรุฬห์ชาไทย แล้ว เราก็มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่จัน เพื่อไปที่ "บริษัท ชาฉุยฟง จำกัด" เมื่อไปถึงที่นั่น อ้อ ร้านชาฉุยฟงตั้้งอยู่ที่บ้านป่าซาง อำเภอแม่จัน เยื้องปากทางขึ้นดอยแม่สลองไปเล็กน้อย ที่นี่ ไหงได้พบกับ "แม่หลวงมณี วนัสพิทักษ์กุล" ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของ "พ่อหลวงทวี วนัสพิทักษ์กุล" ผู้นำในการเอาชาพันธุ์ดีจากไต้หวันมาเพาะปลูกที่จังหวัดเชียงราย และผู้ก่อตั้งบริษัท ชาฉุยฟง ไหงได้ทราบจากแม่หลวงมณี หลายวันก่อนที่จะมาเชียงราย ว่า พ่อหลวงทวี ได้ลาจากโลกนี้ไปเมื่อเดือนกันยายน 2553 ที่ผ่านมานี้เอง ไหงจึงรู้สึกเสียใจและเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้มาร่วมแสดงความไว้อาลัยแด่พ่อหลวงทวี อีกเช่นกัน ไหงก็เป็นห่วงกิจการชาของฉุยฟง ว่าขาดผู้นำครอบครัวแล้วกิจการจะเป็นอย่างไรบ้าง ที่ไหนได้ ไหงได้พบกับบุตรสาวคนเก่งของครอบครัว วนัสพิทักษ์กุล เธอมีนามว่า "คุณธัญญา วนัสพิทักษ์กุล" บุตรสาวคนรอง ของพ่อหลวงทวี และแม่หลวงมณี เธอยังมีพี่ชายอีกซึ่งประกอบกิจการร้านชาอยู่ที่กรุงเทพ ขอเรียนให้ไท้ก๋าหยิ่นทราบว่า บุตรชาย-หญิง ของชาฉุยฟง สวยและหล่อไม่เบาทีเดียว โดยเฉพาะพ่อหลวงทวี เป็นสุภาพบุรุษที่หล่อเหลาเอาการมาก พ่อหลวงทวี กับแม่หลวงมณี เป็นผู้อาวุโสของบรรดาผู้ประกอบการชาเชียงรายทั้งหลาย ท่านเป็นผู้ใหญ่บ้านหัวแม่คำ อำเภอแม่ฟ้าหลวง ที่ติดกับประเทศพม่า หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ในตำบลเทอดไท ที่สมเด็จพระเทพทรงพระราชทานนามให้ใหม่แทนชื่อเก่าว่า "บ้านหินแตก" ที่ขุนส่าเคยมาตั้งฐานทัพแล้วถูกรัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ กำจัดออกไปจากผืนแผ่นดินไทย สมเด็จพระเทพจึงทรงพระราชทานนามใหม่ให้ว่า บ้านเทอดไท นั่นเอง ในตำบลเทอดไท นี้ มีสถานที่เที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติมากมาย เช่นในตัวชุมชนเทอดไท นั้น เป็นหมู่บ้านรวมมิตร ซึ่งมีพี่น้องชาวไทยเชื้อสายต่าง ๆ อาศัยอยู่เป็นชุมชนใหญ่มีไทยใหญ่ ไทยลื้อ ไทยขึน ไทยยูนนาน ไทยม้ง ไทยเมี่ยน ไทยอาข่า ไทยล่าหู่ ไทยหลี่ซู่ ฯลฯ และมีบ้านพญาไพร อันเป็นพื้นที่ปลูกชาของฉุยฟง ไหงได้เคยไปมาแล้วในคราวที่พานักศึกษาปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ไปทำการศึกษาวิจัยการผลิตใบชาของที่นั่น ไร่ชาฉุยฟงถือว่าเป็นไร่ชาที่ "สวยที่สุดในประเทศไทย" สวยอย่างสุดสายตาพาโนราม่า เลยทีเดียว กลับมาที่ร้านชาฉุยฟงกันต่อ ที่นี่ เราได้นั่งดื่มชา ชิมชาชั้นยอดของฉุยฟง อันเป็นชาอูหลงก้านอ่อน ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ "เหรียญทอง" จากการประกวดใบชาโลก ปี 2552 ณ เมือง ฟูกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็น "สุดยอดชาไทย" ของชาฉุยฟง เลยทีเดียว หลังจากที่เราดื่มด่ำกับรสชาติอันหอมละมุนของชาอูหลงที่หนึ่งในโลก แล้ว เราได้ขึ้นไปเยี่ยมชมสวนชาฉุยฟง ที่อยู่ไม่ไกลจากร้านชาฉุยฟงมากนักคืออยู่ระหว่างทางขึ้นสู่ดอยแม่สลอง ที่นี่แม่ีหลวงมณีได้บอกว่า เป็นที่ที่ทางฉุยฟงเพิ่งซื้อไว้ได้ไม่กี่ปีตอนนี้ได้ปลูกชาพันธุ์ดีเพื่อนำมาผลิตเป็นชาอูหลง ไหงเห็นคนงานคนสวน และช่างก่อสร้างกำลังกูลีกูจอ เร่งสร้างพื้นที่กันอย่างขนานใหญ่ ฝ่ายที่ผลิตชา ก็ผลิตไป ฝ่ายก่อสร้างก็ก่อสร้างไป เราได้ขึ้นไปยังบนระเบียงดาดฟ้าของอาคารโรงงานผลิตชา ได้เห็นวิวแบบพาโนราม่า อย่างสวยงามยิ่งนัก มองไปทางทิศเหนือจะเห็นยอดดอยตุง และพื้นที่อำเภอแม่สาย มองไปทางข้างหน้าซึ่งเป็นทิศตะวันออกจะเห็นพื้นที่ของอำเภอเชียงแสน และมองไปทางทิศใต้จะเห็นอำเภอแม่จัน และพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย คุณชัญญ่า บอกกับไหงว่า เสียดายที่วันนี้ไม่มีการเก็บใบชา ซึ่งจะมีการเก็บในอีก 3 วันข้างหน้า ไหงอยากเรียนให้ไท้ก๋าหยิ่นทราบว่า การเก็บใบชาในพื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาลนั้น มีภาพที่ออกมาน่าดูน่าชมเป็นอย่างยิ่ง เพราะสาวเก็บใบชา จะใส่เสื้อผ้าตามแบบฉบับในเผ่าของตน และจะมีตะกร้าหวายพาดอยู่ด้านหลัง นับว่า เป็น "มหกรรมที่น่าดูน่าชมเป็นอย่างยิ่ง" ลักษณะอย่างนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยน่าจะจัดกิจกรรมนำนักท่องเที่ยวเข้ามาชมการเก็บใบชานี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าควรจะทำ จังหวัดเชียงรายควรทำเป็นตัวอย่าง
ขอเพิ่มอีกเล็กน้อย ในตัวเมืองเชียงรายนี้ยังมี ชาวไทยดภารตะ ชาวไทยซิกซ์ ชาวไทยปาทาน(มุสลิมปากีสถาน) ชาวไทยเบงกาลี(มุสลิมบังคลาเทศ) ชาวไทยยูนนานมุสลิม ชาวไทยเชื้อสายไตหย่าที่นับถือศาสนาคริสต์ ชาวไทยใหญ่ ไทขึน ไทลื้อ คนเมืองล้านนา และชาวไทยเชื้อสายจีนฮากกาจากอำเภอฮงสุน ชาวแต้จิ๋ว และชาวใหหนำอีกเล็กน้อย รวมทั้งชาวไทยเชื้อสายหยุนหนาน ด้วย ออกจากไร่ชาฉุยฟงแล้ว เราก็มุ่งหน้าขึ้นสู่ดอยแม่สลองที่ตอนนี้เป็นเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว เราไปถึงร้านชา 101 เอาตอนใกล้ ๆ ค่ำพอดี เมื่อเข้าไปถึง เราก็ได้แนะนำตัว ไหงจึงทราบว่า ที่ร้านชา 101 นี้ ถูกทายาทรุ่นที่ 3 เข้ามาบริหารกิจการต่อ ไหงจึงมีความรู้สึกว่าเป็นที่น่ายินดีที่ตอนนี้กิจการชาไทยได้อยู่้ในมือของคนรุ่นใหม่แล้วเป็นเรื่องที่น่ายินดีเสียจริง คุณชิงชิง ได้ต้อนรับพวกเรา แล้วเล่าเรื่องของชา 101 ให้พวกเราทราบ จึงรู้ว่า ชา 101 ต่างก็ได้รับรางวัลในการประกวดใบชาจีน ในระดับโลกมาแล้วเช่นกัน โดยเฉพาะที่ร้านชา 101 นี้ มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการชงชา เก็บชา โดยเฉพาะอันหนึ่งที่สะดุดตาไหงมาก คือ กระบอกเก็บชาที่ทำมาจากแร่ดีบุกบริสุทธิ์ 100%สวยงามมาก อันนี้คิดว่าอาโกอาคมน่าจะชอบ อีกทั้งยังมีกาชงชาแบบสุญญากาศ และที่สุดยอดของชา 101 นี้ก็คือ ชา"ลิ่วอานกวาเพี่ยน" หรือชารูปดอกไม้ เวลาที่เราชงในแก้วใส ชาที่เป็นก้อนกลม ๆ ก็จะค่อย ๆ บานออกมาทีละกลีบแล้วมีเกสรดอกไม้อยู่ตรงกลาง-สวยงามมาก คุณชิงชิงบอกว่า จะนำมาแจกให้กับสื่อมวลชนและผู้มีเกียรติในวันเปิดตัว งานชาและเค้ก ที่ห้างเซ็นทรัลรามอินทรา ในวันอังคาร ที่ 14 ธันวาคม นี้ พร้อมทั้งฝากไหงมาบอกกับพวกเราไท้ก๋าหยิ่นว่า ขอเชิญมาอุดหนุนชา 101 ของเธอด้วยนา (คุณชิงชิงมาในงานไม่ได้เพราะต้องดูแลร้านและที่สำคัญคือจะต้องเลี้ยงลูกน้อยที่ตอนนี้ยังเป็นเสี่ยวไหจื่ออยู่-แต่เธอบอกว่าจะส่งน้องสาวมาแทน-พี่สาวสวยมากขนาดนี้-น้องสาวจะสวยขนาดไหน?ขอให้อาโกทั้งหลายโปรดจินตนาการเอาเอง-อิอิอิ.) ลาจากคุณชิงชิง ร้านชา 101 แล้ว เราก็มุ่งหน้าขึ้นไปยังตัวเมืองสันติคีรี(ถึงจะอยู่บนยอดดอย แต่ควรเรียกว่าเมืองแม่สลองถึงจะเหมาะสม เพราะมีความเจริญมาก มีโรงแรม เกสต์เฮาส์ วิลล่า ร้านชาหลากหลาย ธนาคารพาณิชย์ และที่สำคัญ มีร้านเซเว่นฯ อยู่ด้วย นับว่าเป็นร้านเซเว่นฯ ที่สูงที่สุดในประเทศไทย)เราไปกันที่ แม่สลองวิลล่า ของ "คุณจำเริญ ชีวินเฉลิมโชติ" เจ้าของชา "โชคจำเริญ" และภัตตาคารแม่สลองวิลล่า เมนูของคุณจำเริญ หรือแม่สลองภัตตาคาร มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศไทย ด้วยรายการอาหาร ขาหมูหมั่นโถว ไก่ดำตุ๋นยาจีน เห็ดหอมอบ เป็ดย่างใบชา และที่สุดยอดของเมนูที่นี่คือ "ยำใบชา" ซึ่งไหงทานทีไร ก็อร่อยทุกที คุณจำเริญ ชีวินเฉลิมโชติ เป็นชาวไทยเชื้อสายหยุนหนาน รุ่นที่ สอง ในประเทศไทย โดยคุณพ่อของท่านเป็นนายทหารจีนคณะชาติ ยศพันเอกพิเศษ ซึ่งใคร ๆ ต่างเรียกคุณพ่อของคุณจำเริญว่า "เสธ.หลี่"แต่ในเวลานี้คุณพ่อท่านได้ไปสวรรค์แล้ว ในขณะนี้ ผู้นำด้านความอาวุโสสูงสุดของชาวไทยเชื้อสายหยุนหนาน ที่ยังมีชีวิตอยู่ คือ นายพลหลุย อายุ เก้าสิบกว่าปี ยังคงแข็งแรงเดินเหิรไปมาอยู่บนดอยแม่สลอง และอีกท่านหนึ่ง คือ พันเอกพิเศษเฉินโหมวซิว ท่านพักอาศัยอยู่ในเมืองเชียงราย เสธ.เฉินนี้ ท่านให้ความเอ็นดูไหงมาก ท่านได้มอบหนังสือประวัติการต่อสู้ของทหารจีนคณะชาติที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร แล้วได้ช่วยรัฐบาลไทยในสมัยนั้น ต่อสู้กับคอมมิวนิสต์จนสำเร็จ เมื่อสิบปีก่อนไหงได้พบปะกับคุณจำเริญ ชีวินเฉลิมโชติ ในตอนนั้นท่านมีตำแหน่งเป็นสารวัตรกำนัน ซึ่งถือว่ามีบทบาทสูง สูงกว่ากำนันในสมัยนั้นอีก คุณจำเริญ ท่านมีภาพของสุภาพบุรุษที่มีความสุขุมนุ่มนวลอ่อนน้อมถ่อมตัว และมีภาวะผู้นำสูง ไหงทราบว่า หลังจากนั้น ท่านได้เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง ปัจจุบันนอกจากตำแหน่งทางการเมือง และผู้นำในปัจจุบันของชาวไทยเชื้อสายจีนหยุนหนานในเชียงรายแล้ว ท่านยังเป็นประธานชมรมผู้ผลิตใบชาเชียงราย แทนคุณกำจร และพ่อหลวงทวี อีกด้วย คุณจำเริญ แห่งชา โชคจำเริญ ได้ต้อนรับพวกเราอย่างดีเยี่ยม ทางคุณต้นไม้แห่ง บิ๊กทรี ได้นำเสนอกิจกรรมที่ทางเซ็นทรัลพลาซ่าจะจัดขึ้น แก่คุณจำเริญ ในฐานะ 1 ใน 5 สุดยอดชาเชียงราย และสุดยอดชาไทย และผู้นำชมรมผู้ผลิตชาเชียงราย และก็เช่นเดียวกัน ชาโชคจำเริญ ก็มีสุดยอดชาเชียงราย ที่ได้รางวัลชนะเลิศ ในระดับโลกมาแล้วเช่นกัน ที่สำคัญ ในเวลานี้ คุณจำเริญ ได้เรียกลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทั้งสองคน ที่กำลังเรียนจบมาหมาด ๆ มาพูดคุยถึงแนวทางการทำธุรกิจ ซึ่งคุณจำเริญบอกกับไหงว่า ถึงเวลาแล้วที่จะให้คนรุ่นใหม่ เข้ามาสานต่อกิจการที่พ่อแม่ของตัวเองสร้างขึ้นมา ขอบอกไท้ก๋าหยิ่นว่า บุตรชายของคุณจำเริญทั้งสองคน "หล่อขั้นเทพ" เลยเชียวละ อ้อ! ยังมีลูกชายของอาหย่งโก หรือบริษัท ชาวังพุดตาล จำกัด ที่เข้ามาสมทบกับพวกเรา เพื่อไม่ให้เสียเวลา คุณจำเริญจึงโทรศัพท์เชิญอาหย่่งโก แห่งวังพุดตาล ซึ่งอยู่ขึ้นไปใกล้ ๆ ให้มาร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน คุณนคร ลูกชายของอาหย่งโก แห่งวังพุดตาลก็เข้าขั้นหล่อดั่งเทพบุตรเช่นกัน มาในครั้งนี้ ได้เห็นคนหนุ่ม-สาวที่เข้ามาช่วยกิจการของพ่อแม่ที่มีความหล่อ-ความสวย เข้าขั้นเทพบุตร-เทพธิดา แถมยังเป็นคนหนุ่มสาวที่มีคุณภาพ เป็นลูกไม้ที่ตกใต้ต้นอย่างที่น่าภาคภูมิใจ คุณจำเริญ กับคุณหย่ง หรืออาหย่งโก ได้ตอบตกลงที่จะมาร่วมงานมหกรรมชาโลก ที่เซ็นทรัลพลาซ่ารามอินทรา ในฐานะ 5 สุดยอดชาเชียงราย และ ประธานชมรมผู้ผลิตใบชาเชียงราย ซึ่งเ็ป็นสุดยอดชาไทย สุดยอดชาไทย ก็คือสุดยอดชาเชียงราย พูดถึงอาหย่งโก ไหงเพิ่งได้มีโอกาสเจอตัวเป็น ๆ ท่านในครั้งนี้เป็นครั้งแรก ปรากฏว่า ท่านเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดีงามมาก มีความเป็นกันเอง และแสดงความดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสพบกับพวกเรา อาหย่งโก แห่งชาวังพุดตาลนี้ ร้านรวงและสวนชาของท่าน สร้างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ทั้งที่บนดอยแม่สลอง และทางไปแม่สาย จะมีสิงโตทองใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม อยู่ด้านหน้าทางเข้าร้าน และมีกาน้ำชาขนาดใหญ่สีทองสูงเท่าตึก 3 ชั้น เลยทีเดียว ไหงรู้จักแต่น้องสาวของอาหย่งโก ซึ่งก็คือคุณจรรยา เธอเปิดร้านขายชาที่ปากทางขึ้นดอยตุง และเคยเห็นน้องชายของอาหย่งโก ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่ไต้หวัน มีรูปร่างใหญ่ และท้วม ๆ ไหงก็จินตนาการว่า อาหย่งโก จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ที่ไหนได้ อาโกเธอมีรูปร่างเล็กกะทัดรัด เล็กกว่าตัวไหงนิดเดียวเอง ที่สำคัญเป็นรุ่นพี่ที่มีอัธยาศัยดีมาก ผิดกับคุณจำเริญ ที่มีบุคลิกสุขุม สุภาพ นุ่มนวล เราได้พูดคุยกันกับคุณจำเริญและอาหย่งโกและลูกชายของท่านทั้งสอง เกี่ยวกับการออกร้านมหกรรมชาโลก ที่เซ็นทรัลพลาซ่ารามอินทรา เป็นที่เรียบร้อย จึงได้ลากลับลงมาสู่ตัวเมืองเชียงราย..... ก็เป็นที่น่ายินดีและดีใจมาก ที่ในวันนี้ สุดยอดชาเชียงราย-สุดยอดชาไทย ได้มีคนหนุ่มรุ่นใหม่ เข้ามาบริหารกิจการแทนพ่อแม่ ที่ได้บุกเบิกกรุยทางให้แก่ลูก ๆ เรียกได้ว่า สุดยอดชาเชียงราย ทั้ง 5 รายนี้ ได้ส่งไม้ต่อให้ลูก ๆ เข้ามาบริหารงานแทนแบบเต็มตัว ต่อไปภายภาคหน้า เป็นที่น่าจับตาดูว่า วิสัยทัศน์หรือฝีไม้ลายมือในการบริหารธุรกิจ แบบสมัยใหม่ จะสู้แนวทางการก่อร่างสร้างตัวของคนรุ่นพ่อแม่ตัวเองได้อย่างไร? ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามและเอาใจช่วย ความเป็นมาของชาไทย ชาล้านนา และชาเชียงราย ซึ่งเป็นสุดยอดชาไทย นั้น ในส่วนแรก ขอสรุปว่า ในดินแดนแผ่นดินล้านนา มีต้นชาโบราณ หรือชาอัสสัม ขึ้นอยู่ทั่วไป มาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 4 ร้อยปี 7 ร้อยปีขึ้นไป หรืออาจจะเกิน 1 พันปี เสียด้วยซ้ำ ใบชาอัสสัม คนเมืองล้านนานำมาหมักดองเป็นใบเมี่ยงที่ใช้อม-เคี้ยว มาเป็นเวลานานมาก และยอดอ่อนของต้นเมี่ยง หรือต้นชาอัสสัม คนไทยล้านนาก็เด็ดมาขายให้แก่ชาวไทยเชื้อสายแต้จิ๋วเยาวราช ที่มาตั้งโรงงานคั่วชาถึงเชิงเขา และต่อมา ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา ดั่งที่ไหงเคยได้นำเรียนไปในตอนก่อนโน้นแล้วว่า ชาวไทยเชื้อสายหยุนหนาน ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลไต้หวัน ได้มีโอกาสเดินทางไปร่ำเรียน ไปทำธุรกิจ ที่ไต้หวัน และได้รับการสนับสนุนจากทางการไต้หวัน ให้นำต้นกล้าชาพันธุ์ดีมาเพาะปลูกที่่เชียงราย อนุมานว่า บุคคลผู้นำต้นชาชั้นเยี่ยมมาจากไต้หวัน น่าจะเป็น พ่อหลวงทวี วนัสพิทักษ์กุล และ คุณกำจร มานิตย์วิรุฬห์ สองผู้นำการบุกเบิกใบชาอูหลง ของจังหวัดเชียงราย สุดยอดชาเชียงราย - 5 อันดับ ซึ่งก็คือ สุดยอดชาไทยนั้น ในทุกวันนี้ มีการผลิต ส่งไปยังประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และส่งไปไต้หวัน เดือนหนึ่ง ๆ แทบไม่ทันผลิต เนื่องจากออเดอร์สินค้าจากประเทศจีัน และไต้หวัน มีปริมาณทีี่สูงมาก สังเกตุได้จากการเห็นพนักงานของ 5 รายนั้น ล้วนกูลีกูจอ แพคชาเป็นลัง ๆ เพื่อให้ทันส่ง ได้ทราบข้อมูลจาก สุดยอดชาไทย 5 รายว่า ในเวลานี้ ที่ไต้หวัน พื้นที่ปลูกชามีน้อยมาก เนื่องจากเป็นเกาะ และมีภูเขาสูง พื้นที่ปลูกชามีน้อย สวนทางกันกับปริมาณประชากรที่เพิ่้มขึ้นทุกปี ทางไต้หวันจึงไม่มีกำลังผลิตชาไ้ด้ทันหรือเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ จึงใช้เชีัยงรายเป็นแหล่งผลิต-เพาะปลูก แล้วรับซื้อ ไปจำหน่ายทีึ่ไต้หวัน ภายใต้แบรนด์เนม่ของไต้หวัน ดังนั้น จึงขอเตือนว่า ท่านทั้งหลาย ถ้ามีโอกาสเดินทางไปเยือนไต้หวัน แล้วซื้อชาไต้หวันกลับมาชงดื่มด่ำในรสชาติที่หอมนุ่มละมุนละไม ท่านอาจจะดื่มสุดยอดชาไทยจากเชียงราย ที่นอกซองบอกว่า สุดยอดชาอูหลงเมดอินไต้หวัน-แต่ข้างในซองนั้น อาจจะเป็นสุดยอดชาไทย ที่เมดอินเชียงรายก็ได้ อิอิอิ. |
|
hakka@hakkapeople.com
คุณความดี แด่บรรพชนและชาวฮากกาที่ฮึกเหิม
|
Hakkapeople.com by Hakka Pakchong Association... Powered by Drupal |
ความคิดเห็นล่าสุด
2 hours 1 นาที ก่อน
12 hours 55 min ก่อน
13 hours 37 min ก่อน
16 hours 34 min ก่อน
17 hours 41 min ก่อน
19 hours 8 min ก่อน
1 วัน 13 hours ก่อน
1 วัน 15 hours ก่อน
3 days 17 hours ก่อน
3 days 19 hours ก่อน