เวลาทำพิธีศพแม่เขาเอาผ้าห่มสีแดงคลุมไว้ เมื่อฝังศพเสร็จจะมอบผ้าห่มให้กับลูกชายคนโตเอากลับบ้าน
ถามว่าเอากลับไปทำอะไร การคลมโลงศพด้วยผ้าห่มสีแดงมีประวัติความเป็นมาหรือเหตุผลอย่างไร
รบกวนผุ้ทราบช่วยตอบด้วย ขอบพระคุณมาก
ขออนุญาตตอบนะครับ เกรงว่าจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่ ไหง่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไรเกี่ยวกับพิธีกรรมของชาวฮากกา แต่ก็คิดว่าพอจะแบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้กันได้นะครับ
เดิมทีไหง่คิดจะทำการรวบรวมขั้นตอน และ เรื่องราวของประเพณีทั่วไปของชาวฮากกาแต่ก็ไม่มีโอกาสซักที วันนี้บังเอิญอ่านผ่านมาเจอ ก็เลยถือโอกาสชี้แจงให้ได้อ่านกันครับ(มีโอกาสอยากให้เวปมาสเตอร์รวบรวมในส่วนของประเพณีและพิธีกรรมนะครับ)
ถามว่า เวลาทำพิธีศพแม่เขาเอาผ้าห่มสีแดงคลุมไว้ เมื่อฝังศพเสร็จจะมอบผ้าห่มให้กับลูกชายคนโตเอากลับบ้าน
ถามว่า เอากลับไปทำอะไร การคลุมโลงศพด้วยผ้าห่มสีแดงมีประวัติความเป็นมาหรือเหตุผลอย่างไร
คืออย่างนี้ครับ มันเป็นเรื่องต่อเนื่องจากการทำพิธีไป้ซู้(ไหว้วันเกิด)หรือการจัดเลี้ยงซ้างหยิด(แซยิด)ให้กับแม่ผู้บังเกิดเกล้าของลูกๆ และ ครอบครัว โดยทั่วไปจะเริ่มที่อายุ 60 ปี แต่ของชาวฮากกาจะเริ่มที่ 71 ปีครับ และจะเป็นงานใหญ่ที่สำคัญมาก โดยรายละเอียดอาจจะแตกต่างกันบ้างตามท้องถิ่นและฐานะ ฮากกาหม่อยแย้นนะส่วนมากก็จะเชิญซินซาง,ผู้อาวุโส หรือ ซือฟู้เจ้าพิธีมาเป็นผู้กล่าวคำอวยพร ท่องคำกลอนให้มีอายุมั่นขวัญยืน(ซอดฮาวฟ้า) โดยจะใช้อักษรจีนสีแดงตัวใหญ่ๆว่า ซู้ (โซ่ว 寿) พร้อมด้วยเทียนแดงเล่มใหญ่ 1 คู่,ธูปแดงใหญ่ 3 ดอก และ ผ้าห่มสีแดงผืนใหญ่(นี่แหละต้นเรื่อง) มีข้อแม้นะครับว่าไม่การจุดไฟ ไหว้อักษรโซ่วด้วยผลไม้มงคล 5 อย่าง ของคาวหวานตามฐานะที่ขาดไม่ได้คือไก่ต้มต้องมี ถ้าเป็นสมัยก่อนเพื่อนๆและแขกที่มาร่วมงานก็จะนำซองแดงกับไก่,ไข่แดง หรือ สะโพกไก่มาร่วมงานและอวยพร (ไหง่จำไม่ได้นะว่าสะโพกไก่หรือน่องไก่มีคำพ้องเสียงกับคำอวยพรว่าอะไร) เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการไหว้โซ่วแล้วลูกสะใภ้คนโตจะต้องเป็นผู้ที่ฉีก หรือ หั่นไก่ในส่วนของน่องติดสะโพกไปเสริฟให้กับแม่สามี แล้วให้เก็บธูป,เทียนที่ไหว้แล้วห่อด้วยผ้าห่มสีแดงเก็บไว้ และเมื่อวันนั้นมาถึง(ตาย) ก็จะใช้ธูป,เทียนที่เก็บไว้มาจุดบูชา พร้อมคลุมโลงด้วยผ้าห่มสีแดงด้วยประการนี้แล
ใครที่มีรายละเอียดแตกต่างจากนี้อยากให้ลงมาแลกเปลี่ยนสนทนากันนะครับ
熊永发
มันเป็นที่ลูกชายคนโตควรได้เอากลับทำอะไรจะเอาไปใช้ห่มนอนก็ได้ถ้าไม่ห่มก็ให้ดีมันเป็นธรรมเนีม
ที่บ้านไหงก้มีผ้าห่มสีแดง แต่ทำไมอาเม้ไหงเป็นคนเก็บ อาเม้ไหงเป็นไถ่ม่อย แต่อึมเห่ไถ่ลั่ย อาไถ่คิ้วไหงเห่ไถ่ลั่ย ไถ่คิ้วเซี๊ยนซี่คื่อ ตอนนี้อาเม้ไหงก็ไม่อยุ่แล้ว ผ้าห่มไหงเอาไปใช้ตอนพิธีของอาเม้ ทุกวันนี้ไหงเก็บไว้อย่างดี นาน ๆ เอาออกมาทำความสะอาด ผ้าห่มผืนนี้รักษามาตั้งแต่อาเม้ไหง มาถึงทุกวันนี้ราว ๆ 30 เหนียนเลี่ยว ใครพอรู้ช่วยบอกด้วย ทำไมผ้าห่มนี้อาเม้เป็นคนเก็บ ถ้าอาผอไหงยังอยู่อายุ 100 กว่าแล้ว ตอนเด็ก ๆ เคยเห็นพวกอาคิ้ว อาเม้ จัดไถ่ซานหยิดให้อาผอ ปีนั้นอายุ 71 หลังนั้นมา 2 ปี อาผอก็ซี่ พวกคนรุ่นหลัง ๆ มานี้ ไม่รู้พวกเขากลัวหรือถืออะไร ไม่มีใครกล้าแตะต้องผ้าห่มผืนนี้ เฮ้อ....
ไหงเป็นลูกชายคนที่ 3 เมื่อปี 2548 งาเม้ไหงเสีย ไหงไม่ได้ผ้าคลุมโรง แต่ไหงได้เก้าอี้รองโรงมา 1 ตัว พอส่งศพงาเม้เสร็จไหงก็เอากลับบ้านที่กาฬสินธุ์ และ เอางาเม้ไก้ซ้ำหลอยหยิดจัก ทุกวันนี้ไหงแขวนเอาไว้ที่ห้องนอนไหง แต่ งาเม้ไก้ซ้ำถูกงาไถ่แจ๋เอาเลาะกระเป๋าออก
มีท่านหนึ่งบอกว่าการนำเอาผ้าห่มมาคลุมโลงศพเพื่อป้องกันฝุ่นนั้น ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง เนื่องจากสมัยโบราณต้องเก็บศพไว้ในโกดังเป็นแรมปี เพื่อหาฤกษ์ยามในการฝังศพ บางศพอาจจะหลายปี แต่ทำไมต้องผ้าห่มแดง ผ้าห่มแดงที่เป็นผืนสี่เหลี่ยมนั้น สีแดง หมายถึงความเป้นมงคล ผ้าสี่เหลี่ยม หมายถึง ความเจริญทั้งสี่ทิศ มีคติความเชื่อว่าเมื่อห่มผ้าโลงศพด้วยห้าห่มแดง จะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ลูกหลาน เมื่อฝังศพแล้วให้ลูกชายคนโตเก็บผ้าห่มไว้ จะเอาไปห่มหรือเก็บก็แล้วแต่ ถือว่าลูกชายคนโตคือหัวหน้าครอบครัว และเป็นผู้สืบสกุลคนต่อไป
เขาให้หลานคนโตหรือปล่าว จากคนด้อยความรู้
สมาคมต่างๆ
ด้วยความปราถนาดีจาก www.hakkapeople.com
ตอบ คุณ prasertd
ไป้ซู้
ขออนุญาตตอบนะครับ เกรงว่าจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่ ไหง่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไรเกี่ยวกับพิธีกรรมของชาวฮากกา แต่ก็คิดว่าพอจะแบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้กันได้นะครับ
เดิมทีไหง่คิดจะทำการรวบรวมขั้นตอน และ เรื่องราวของประเพณีทั่วไปของชาวฮากกาแต่ก็ไม่มีโอกาสซักที วันนี้บังเอิญอ่านผ่านมาเจอ ก็เลยถือโอกาสชี้แจงให้ได้อ่านกันครับ(มีโอกาสอยากให้เวปมาสเตอร์รวบรวมในส่วนของประเพณีและพิธีกรรมนะครับ)
ถามว่า เวลาทำพิธีศพแม่เขาเอาผ้าห่มสีแดงคลุมไว้ เมื่อฝังศพเสร็จจะมอบผ้าห่มให้กับลูกชายคนโตเอากลับบ้าน
ถามว่า เอากลับไปทำอะไร การคลุมโลงศพด้วยผ้าห่มสีแดงมีประวัติความเป็นมาหรือเหตุผลอย่างไร
คืออย่างนี้ครับ มันเป็นเรื่องต่อเนื่องจากการทำพิธีไป้ซู้(ไหว้วันเกิด)หรือการจัดเลี้ยงซ้างหยิด(แซยิด)ให้กับแม่ผู้บังเกิดเกล้าของลูกๆ และ ครอบครัว โดยทั่วไปจะเริ่มที่อายุ 60 ปี แต่ของชาวฮากกาจะเริ่มที่ 71 ปีครับ และจะเป็นงานใหญ่ที่สำคัญมาก โดยรายละเอียดอาจจะแตกต่างกันบ้างตามท้องถิ่นและฐานะ ฮากกาหม่อยแย้นนะส่วนมากก็จะเชิญซินซาง,ผู้อาวุโส หรือ ซือฟู้เจ้าพิธีมาเป็นผู้กล่าวคำอวยพร ท่องคำกลอนให้มีอายุมั่นขวัญยืน(ซอดฮาวฟ้า) โดยจะใช้อักษรจีนสีแดงตัวใหญ่ๆว่า ซู้ (โซ่ว 寿) พร้อมด้วยเทียนแดงเล่มใหญ่ 1 คู่,ธูปแดงใหญ่ 3 ดอก และ ผ้าห่มสีแดงผืนใหญ่(นี่แหละต้นเรื่อง) มีข้อแม้นะครับว่าไม่การจุดไฟ ไหว้อักษรโซ่วด้วยผลไม้มงคล 5 อย่าง ของคาวหวานตามฐานะที่ขาดไม่ได้คือไก่ต้มต้องมี ถ้าเป็นสมัยก่อนเพื่อนๆและแขกที่มาร่วมงานก็จะนำซองแดงกับไก่,ไข่แดง หรือ สะโพกไก่มาร่วมงานและอวยพร (ไหง่จำไม่ได้นะว่าสะโพกไก่หรือน่องไก่มีคำพ้องเสียงกับคำอวยพรว่าอะไร) เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการไหว้โซ่วแล้วลูกสะใภ้คนโตจะต้องเป็นผู้ที่ฉีก หรือ หั่นไก่ในส่วนของน่องติดสะโพกไปเสริฟให้กับแม่สามี แล้วให้เก็บธูป,เทียนที่ไหว้แล้วห่อด้วยผ้าห่มสีแดงเก็บไว้ และเมื่อวันนั้นมาถึง(ตาย) ก็จะใช้ธูป,เทียนที่เก็บไว้มาจุดบูชา พร้อมคลุมโลงด้วยผ้าห่มสีแดงด้วยประการนี้แล
ใครที่มีรายละเอียดแตกต่างจากนี้อยากให้ลงมาแลกเปลี่ยนสนทนากันนะครับ
熊永发
ผ้าห่ม
มันเป็นที่ลูกชายคนโตควรได้เอากลับทำอะไรจะเอาไปใช้ห่มนอนก็ได้ถ้าไม่ห่มก็ให้ดีมันเป็นธรรมเนีม
ที่บ้านไหงก็มีผ้าห่มสีแดง
ที่บ้านไหงก้มีผ้าห่มสีแดง แต่ทำไมอาเม้ไหงเป็นคนเก็บ อาเม้ไหงเป็นไถ่ม่อย แต่อึมเห่ไถ่ลั่ย อาไถ่คิ้วไหงเห่ไถ่ลั่ย ไถ่คิ้วเซี๊ยนซี่คื่อ ตอนนี้อาเม้ไหงก็ไม่อยุ่แล้ว ผ้าห่มไหงเอาไปใช้ตอนพิธีของอาเม้ ทุกวันนี้ไหงเก็บไว้อย่างดี นาน ๆ เอาออกมาทำความสะอาด ผ้าห่มผืนนี้รักษามาตั้งแต่อาเม้ไหง มาถึงทุกวันนี้ราว ๆ 30 เหนียนเลี่ยว ใครพอรู้ช่วยบอกด้วย ทำไมผ้าห่มนี้อาเม้เป็นคนเก็บ ถ้าอาผอไหงยังอยู่อายุ 100 กว่าแล้ว ตอนเด็ก ๆ เคยเห็นพวกอาคิ้ว อาเม้ จัดไถ่ซานหยิดให้อาผอ ปีนั้นอายุ 71 หลังนั้นมา 2 ปี อาผอก็ซี่ พวกคนรุ่นหลัง ๆ มานี้ ไม่รู้พวกเขากลัวหรือถืออะไร ไม่มีใครกล้าแตะต้องผ้าห่มผืนนี้ เฮ้อ....
อิชยา
ไหงเป็นลูกชายคนที่ 3 เมื่อปี 2548 งาเม้ไหงเสีย ไหงไม่ได้ผ้าคลุมโรง แต่ไหงได้เก้าอี้รองโรงมา 1 ตัว พอส่งศพงาเม้เสร็จไหงก็เอากลับบ้านที่กาฬสินธุ์ และ เอางาเม้ไก้ซ้ำหลอยหยิดจัก ทุกวันนี้ไหงแขวนเอาไว้ที่ห้องนอนไหง แต่ งาเม้ไก้ซ้ำถูกงาไถ่แจ๋เอาเลาะกระเป๋าออก
ผ้าห่มแดง
มีท่านหนึ่งบอกว่าการนำเอาผ้าห่มมาคลุมโลงศพเพื่อป้องกันฝุ่นนั้น ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง เนื่องจากสมัยโบราณต้องเก็บศพไว้ในโกดังเป็นแรมปี เพื่อหาฤกษ์ยามในการฝังศพ บางศพอาจจะหลายปี แต่ทำไมต้องผ้าห่มแดง ผ้าห่มแดงที่เป็นผืนสี่เหลี่ยมนั้น สีแดง หมายถึงความเป้นมงคล ผ้าสี่เหลี่ยม หมายถึง ความเจริญทั้งสี่ทิศ มีคติความเชื่อว่าเมื่อห่มผ้าโลงศพด้วยห้าห่มแดง จะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ลูกหลาน เมื่อฝังศพแล้วให้ลูกชายคนโตเก็บผ้าห่มไว้ จะเอาไปห่มหรือเก็บก็แล้วแต่ ถือว่าลูกชายคนโตคือหัวหน้าครอบครัว และเป็นผู้สืบสกุลคนต่อไป
เขาให้หลา
เขาให้หลานคนโตหรือปล่าว จากคนด้อยความรู้